ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 141 ช่างหน้าไม่อายสิ้นดี

            จิ่งชิวหงส่งเสียง “อือ” แล้วเตรียมจะไปก่อไฟ หลิวชุนฮวาไม่อยากใช้ถ่านหิน ที่บ้านจึงใช้แต่ฟืน ซึ่งฟืนพวกนี้เมื่อก่อนตอนที่จิ่งเยี่ยนกุยยังอยู่ที่บ้านก็เป็นคนไปตัดมาจากบนภูเขา ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยมีใครไปตัด ฟืนที่บ้านก็เลยเหลือน้อยเต็มที

            หลิวชุนฮวายื่นถุงใส่เงินให้จิ่งชิวหง “เอาอันนี้ไปเผาด้วยกันเลย”

            จิ่งชิวหงตอบรับแล้วโยนถุงเข้าไปในเตา

            ตอนนี้ความตื่นเต้นของหลิวชุนฮวาเริ่มจางหายไป จึงได้กลิ่นฉี่เหม็นคละคลุ้ง เธอด่าทอว่าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายว่าเป็นหมาบ้า ก่อนที่จะสั่งให้จิ่งเจี้ยนกั๋วใช้มือข้างเดียวไปตักน้ำมาให้เธอล้างหน้า

            ทางด้านบ้านเก่าของตระกูลจิ่งตอนนี้เงียบสงบลงแล้ว เชอฉางเกินกดจุดบริเวณใต้จมูกและจุดบริเวณข้อมือของหยางหว่านซิ่ว จนทำให้เธอ “ฟื้น” ขึ้นมา

            เชอฉางเกินรู้สึกหยามเหยียดหลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วอย่างมาก แต่ต่อหน้าหยางหว่านซิ่ว เขาก็พูดอะไรมากไม่ได้ ก่อนที่จะจากไป เขาบอกกับจิ่งเยี่ยนกุยว่า “เมื่อกี้ตอนที่พวกแกทะเลาะกันข้างนอก ฉันเห็นจิ่งหลิวหยางกับจิ่งชิวหงเข้ามา เรื่องนี้มันผิดปกติ พวกแกต้องระวังตัวหน่อย”

            จิ่งเยี่ยนกุยเข้าใจความหมายของเชอฉางเกินในทันที ด้วยวิธีการทำอะไรของหลิวชุนฮวา ถ้าจะมาหาเรื่องกันขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ใช้ลูกชายอย่างจิ่งหลิวหยางมาช่วยงาน

            เธอขอบคุณเชอฉางเกิน เชอฉางเกินถอนหายใจยาวแล้วพูดเตือนเธออีกว่า “ฉันรู้ว่าธุรกิจปรุงยานี้เธอเป็นคนหามาเอง แต่เธอไม่ใช่คนของตระกูลจิ่ง ไม่ต้องไปสนใจพวกปากสุนัขในหมู่บ้าน บางเรื่องที่ไม่ควรยุ่งก็อย่าไปยุ่งเลย จะได้ไม่หาเรื่องใส่ตัว”

            เขาพูดไม่หมด แต่ความหมายก็ชัดเจนมาก จิ่งเจี้ยนกั๋วแขนหัก หลิวชุนฮวาก็ขี้เกียจสันหลังยาว ต่อไปคงต้องมาหาเรื่องขอผลประโยชน์บ่อยๆ ถ้าจิ่งเยี่ยนกุยเข้าไปยุ่ง ก็คงต้องกลับไปอยู่ในสภาพเดิม แต่ถ้าไม่ยุ่ง พวกเขาก็คงจะมาอาละวาดทุกวัน บ้านจะไม่มีความสงบสุข

            จิ่งเยี่ยนกุยคิดว่าคุณหมอเชอก็เป็นคนที่น่าสนใจดี เพราะคำพูดแบบนี้คงไม่มีใครพูดออกมาเท่าไหร่

            เธอหัวเราะแล้วพูดว่า “ขอบคุณที่เตือนค่ะ เรื่องนี้หนูจะคิดดูให้ดี”

            เชอฉางเกินเห็นว่าเธอยังหัวเราะออกมาได้ ก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้เธอคงคิดเอาไว้แล้ว

            หลังจากเชอฉางเกินกลับไปแล้ว หยางหว่านซิ่วก็ลุกขึ้นมาจากเตียง เธอพูดด้วยความขุ่นเคืองว่า “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าใหญ่จะทำเรื่องแบบนี้ได้!”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนอาหญิงเล็กจิ่งก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่เปลี่ยนไปจริงๆ”

            จิ่งจงอี้พูดขึ้นว่า “เงินที่เยี่ยนกุยให้ไว้ก่อนหน้านี้ เอาคืนให้เยี่ยนกุยไปก่อนดีกว่า ถ้าเงินอยู่ในมือคุณ พวกเขาจะยิ่งมาอาละวาดบ่อยขึ้น แล้วคุณคงใจอ่อน พวกเห็นแก่ได้พวกนี้ อย่าให้มันเอาเปรียบได้แม้แต่นิดเดียว!”

            วันนี้เขาไม่ได้ออกมาพูดอะไรมากนัก แต่ก็รู้สึกผิดหวังมาก ตอนนี้เขาโกรธมาก จึงเอาท่อสูบยาเคาะกับผนังไปหลายที เพื่อระบายความอัดอั้นในใจ

            คนในหมู่บ้านมักจะให้ความสำคัญกับลูกชายคนโตและคาดหวังกับลูกชายคนโต แต่หลายปีมานี้ จิ่งเจี้ยนกั๋วถูกหลิวชุนฮวาชักนำไปในทางที่ผิด จิ่งจงอี้จึงทั้งรู้สึกเสียใจผิดหวังและเศร้าใจ

            หยางหว่านซิ่วรู้สึกว่าจิ่งจงอี้พูดถูก เธอจึงหันไปหาถุงผ้าสีน้ำเงินที่ใส่เงิน แต่กลับพบว่ามันถูกรื้อค้นจนเละเทะ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงรีบหยิบของที่ทับอยู่ด้านบนออกก็พบว่าข้างในว่างเปล่า ไม่มีถุงผ้าสีน้ำเงินอยู่เลย

            หยางหว่านซิ่วไม่อยากเชื่อสายตา เธอรีบพูดว่า “ฉันเอาถุงเงินใส่ไว้ตรงนี้ แต่ตอนนี้มันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้!”

            จิ่งเยี่ยนกุยนึกถึงคำพูดของเชอฉางเกินขึ้นมา จิ่งหลิวหยางและจิ่งชิวหงคงแอบเข้ามาขโมยเงินตอนที่วุ่นวายกันอยู่ เรื่องนี้จึงสามารถอธิบายได้กระจ่างแล้ว

            เมื่อก่อนจิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าการที่จิ่งเจี้ยนกั๋วกับหลิวชุนฮวามาอาละวาดที่บ้านเก่านั้นเป็นเรื่องที่โง่เง่า เพราะไม่ว่าจะทะเลาะกันยังไงก็เป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล

            แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าก่อนที่หลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วจะมาหาเรื่อง พวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้จะไม่ยอม ดังนั้นการก่อกวนจึงเป็นเรื่องหลอก การขโมยเงินต่างหากคือเรื่องจริง

            ถึงแม้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะรู้ว่าหลิวชุนฮวานั้นไร้ยางอาย แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเธออาจจะยังไม่เข้าใจมันมากพอ เพราะหลิวชุนฮวาเป็นคนที่สามารถทำเรื่องที่ต่ำช้ากว่ามาตรฐานได้ตลอดเวลา

            จิ่งจงอี้ก็ร้อนรนขึ้นมา “คุณจำผิดไปหรือเปล่า? หรือว่าของไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก?”

            “ไม่มีทางผิด!” หยางหว่านซิ่วพูดอย่างหนักแน่น “ฉันเอาเงินไว้ตรงนี้ทุกครั้ง! เมื่อกี้ตรงนี้ถูกรื้อค้น สงสัยว่าจะถูกขโมยไป!”

            จุดที่หยางหว่านซิ่วเก็บเงินนั้นค่อนข้างพิเศษ ไม่ได้เหมือนคนทั่วไปในยุคนั้นที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าหรือใต้หมอน แต่เก็บไว้ในถังปูนขาวที่มุมห้อง

            ถังปูนขาวเป็นวิธีถนอมอาหารชนิดหนึ่งในยุคนั้น โดยใส่ปูนขาวครึ่งถัง แล้วใช้กระดาษหรือผ้ากั้น จากนั้นก็ใส่อาหารที่ต้องการเก็บรักษาไว้ข้างบน

            ถุงผ้าสีน้ำเงินของหยางหว่านซิ่วอยู่ด้านล่างสุดของอาหารที่ใส่ไว้ และนอกจากถุงผ้าสีน้ำเงินจะหายไปแล้ว ยังมีขนมหนวดมังกรที่เธอไม่อาจหักใจกินหายไปด้วย

            อาหญิงเล็กจิ่งลังเลเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ตอนที่ทะเลาะกันในบ้าน หนูเห็นหลิวหยางกับชิวหงออกมาจากในบ้าน หลิวหยางซุกอะไรไว้ในเสื้อเต็มไปหมด แถมในมือก็ถือขนมหนวดมังกรด้วย”

            หยางหว่านซิ่วกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ “หลิวชุนฮวา นังสารเลว…(และคำด่าอีกมากมายก่ายกอง)”

            หลังจากที่ด่าเสร็จ เธอก็รู้สึกดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกหดหู่ใจ

            เธอประหยัดมาทั้งชีวิต แต่ในชนบทนั้น การจะได้เห็นเงินเป็นเรื่องยาก แต่ละปีเธอจะมีเงินก็แค่ตอนขายข้าวกับขายหมูเท่านั้น พอรวมกับเงินที่ต้องใช้จ่ายในงานต่างๆ เธอก็แทบไม่มีเงินเหลือ

            ถุงผ้าสีน้ำเงินคือเงินเก็บทั้งหมดของเธอ ส่วนใหญ่เป็นเงินที่จิ่งเยี่ยนกุยหามาได้แล้วเอาไว้ให้เธอใช้จ่าย

            เธอตั้งใจว่าจะรอให้หมดช่วงยุ่งๆ แล้วค่อยซื้อชุดกระโปรงสวยๆ ให้จิ่งเยี่ยนกุย ส่วนเงินที่เหลือก็จะเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน แต่ตอนนี้เงินทั้งหมดกลับถูกหลานชายขโมยไปเสียแล้ว

            เธอโกรธมาก จึงลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ฉันจะไปหาหลิวชุนฮวา!”

            จิ่งเยี่ยนกุยและอาหญิงเล็กจิ่งรีบห้ามเธอ จิ่งเยี่ยนกุยพูดเบาๆ ว่า “ย่า หลิวชุนฮวาเป็นคนยังไง ย่าก็รู้ เธอไม่มีทางยอมรับหรอก แถมยังจะบอกว่าย่าใส่ร้ายหลานชายตัวเอง คงจะทะเลาะกันอีกแน่”

            อาหญิงเล็กจิ่งก็พูดว่า “ใช่ค่ะแม่ แม่ก็แก่มากแล้ว วันนี้ถูกหลิวชุนฮวาหาเรื่องคงเหนื่อยมากแล้ว จะไปวุ่นวายอีกทำไม”

            จิ่งจงอี้สูบยาแล้วพูดว่า “เคราะห์กรรมของตระกูล! ยายแก่ เรื่องที่เยี่ยนกุยพูดนั้นก็ถูก พวกเขาไม่มีทางยอมรับหรอก!”

            หยางหว่านซิ่วร้องไห้ออกมา จิ่งเยี่ยนกุยเห็นเธอเป็นแบบนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงพูดเบาๆ ว่า “ย่า อย่าไปเสียใจกับเงินแค่นี้เลย เดี๋ยวหนูจะพยายามหาเงินมาให้ใหม่ก็ได้”

            หยางหว่านซิ่วได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเศร้าใจ “เมื่อก่อนแกต้องตื่นแต่เช้ามืดไปเก็บสมุนไพรในป่า พอกลับมาก็ต้องรีบมาทำยา พอมีเวลาว่างหน่อยก็ต้องอ่านหนังสือ แกผอมลงไปเยอะแล้ว ฉันยังจะไปเอาเงินของแกอีกได้ยังไง!”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730