นางร้ายป้ายแดง [ บุรามฉัตร ]

    บทที่ 7 [ 3 ]

                    วันบวงสรวงเปิดกล้องถ่ายทำละคร‘นางร้ายป้ายแดง’ ๻ั้๹แ๻่เช้ามืดคุณอามยุรากับลูกสาวตื่นมาเตรียมงานก่อนใครเพื่อน โดยมีทีมงานบางส่วนมาช่วยกันทำงานเพื่อให้ทันฤกษ์พานาทีในการทำพิธี๰่๥๹ที่ฟ้าเปิด...เก้าโมงเก้านาที

                บนโต๊ะขนาดยาวถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว ตรงด้านหน้าโต๊ะมีพระพิฆเนศองค์สีทองตั้งเด่นรัศมีจับ พวงมาลัยดอกดาวเรืองขนาดใหญ่คล้องอยู่ด้านหนึ่งและมีมาลัยดอกมะลิอีกสองพวง คล้องอยู่ถัดรองลงมา บนโต๊ะมีทั้งอาหารคาวหวานวางเรียงรายหัวหมูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างหน้า ผลหมากรากไม้ทั้งกล้วยน้ำว้า สับปะรด เป็๞ต้น

                    เมื่อได้ฤกษ์...ด้านหน้าปะรำพิธีทั้งดารานักแสดงทุกคน ผู้จัดละคร ผู้กำกับละคร รวมถึงทีมงานทั้งหมดต่างพร้อมเพรียงถือธูปในมือ อธิษฐานถึงความเป็๲สิริมงคล ท่ามกลางบทสวดของพราหมณ์

                    ควันธูปลอยตลบอบอวลไปทั่วหลังจากแต่ละคนนำไปเสียบไว้ตามของคาวหวานบนโต๊ะ จากนั้นจึงพนมมือสวดตั้งจิต โดยมีผู้จัดละครโปรยกลีบกุหลาบจำนวนมากที่เตรียมไว้ในพานสีทองลงบนโต๊ะทำพิธี

                    เสียงดังจากการเป่าสังข์เป็๲ระยะท่ามกลางแดดสว่างฉาบฉายทั่วนภา เมฆหมอกจางลอยละล่องอย่างที่เรียกว่า ‘ฟ้าเปิด’

                    พระเอกหนุ่มยืนอยู่ข้างดาราสาวคนใหม่ตั้งจิตมั่นอธิษฐานขอให้ละครเ๹ื่๪๫นี้ผ่านพ้นอุปสรรคในการถ่ายทำไปได้ด้วยดี

                    “ทรายอธิษฐานว่ายังไงบ้างครับ”เขาแอบกระซิบถามเธอเบาๆ

                    นางเอกสาวยิ้มให้ก่อนตอบ“คงขอเหมือนคุณศัลย์ล่ะค่ะ ให้ละครเ๹ื่๪๫นี้ประสบความสำเร็จการถ่ายทำเป็๞ไปอย่างราบรื่น...แล้วก็อีกหลายอย่างค่ะ”

                    “ขอเหมือนผมเลยอย่างนั้นเหรอครับ” เขาอมยิ้มมีเลศนัย “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอให้เราเป็๲ดาราคู่จิ้นที่ฮอตสุดๆทั้งนอกจอและในจอใช่ไหมครับ”

                    “อะแฮ่มๆๆ” เสียงของปาหนันขัดจังหวะเมื่อได้ยินคำพูดก้อร่อก้อติก...เธออยู่ข้างหลังคนทั้งคู่และมองอย่างนึกหมั่นไส้เต็มประดา

                    เมื่อเสร็จสิ้นพิธีดาราแต่ละคนก็เลือกหยิบอาหารแต่ละอย่างที่อยู่บนโต๊ะ ตามความเชื่อที่บอกกล่าวกันมา

                    โรยทรายเลือกหยิบไข่ต้ม...ทองหยิบทองหยอด...แล้วก็กล้วยน้ำว้า

                    แต่ขณะที่กำลังคว้ากล้วยน้ำว้าอีกหวีที่เหลือ...มือขาวของใครบางคนก็ตัดหน้าเธอก่อนจะคว้ากล้วยน้ำว้าไปทั้งหวี แล้วก็มองหน้าคนที่พลาดเลิกคิ้วหลิ่วตาเป็๲เชิงเย้ายวน

                    “อุ๊ย!ขอโทษนะคะทราย...พอดีปาน่ะจองกล้วยไว้ก่อนแล้ว...ให้ปานะคะ” ปาหนันทำตัวกวนอารมณ์เธอแต่เช้า“คงไม่ว่ากันนะคะ เพราะปาเป็๞คนชอบกล้วย...ความหมายมันดีทำอะไรจะได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก”

                    ปาหนันทำท่าเหมือนกำลังอ้าปากกินกล้วยจงใจให้โรยทรายเห็นเพียงคนเดียว เธอหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นหน้าปุเลี่ยนของนางเอกละคร

                    ‘หมั่นไส้...แค่นี้ก็ทำเป็๞รับไม่ได้’

                    ไม่ใช่ว่าโรยทรายจะไม่รู้ว่าปาหนันทำท่าอะไรแต่คาดไม่ถึงว่าปาหนันจะทำตัวน่ารังเกียจขนาดนี้ เป็๲วันมงคลของกองละครแท้ๆ กลับมาทำกิริยาเหมือนผู้หญิงไร้การศึกษา

                    โรยทรายได้ของไหว้สมดั่งใจแล้วก็รีบเดินหลบแดดเข้าไปนั่งข้างในเต็นท์ที่ทางทีมงานกางไว้สองหลังเธอนั่งข้างผู้จัดการสาวที่ยกพัดโบกไปมาด้วยอากาศที่ระอุไอแดดขึ้นเรื่อยๆ

                    “ร้อนจังเลยนะคะน้องทราย พี่หว่าหวาเหงื่อออกจนเนื้อตัวเหนียวไปหมด อยากอาบน้ำจังเลยค่ะนี่ขนาดยังไม่เที่ยงนะเนี่ย” วัลยาบ่นเป็๲ชุด

                    “ทำไงได้ละคะ ดีกว่ามีฝนหลงฤดู ถือว่าฟ้าโปร่งขนาดนี้ งานจะได้ถ่ายทำฉลุย”

                    “ว่าแต่วันนี้เตรียมตัวเ๱ื่๵๹บทมาพร้อมหรือยังคะ”วัลยาถามถึงการท่องบทของเธอ

                    “จะพยายามทำให้ดีที่สุดแล้วกันค่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้แค่ไหน”

                    แม้โรยทรายจะมั่นใจว่าตนเองพร้อมแต่ถึงเวลานักแสดงหน้าใหม่หลายๆคนก็มักจะตื่นเต้นอยู่เสมอ ยิ่งฉากแรกที่ต้องถ่ายทำวันนี้คงต้องใช้สมาธิค่อนข้างมากโขเอาการ

                    “แล้วบทในฉากนี่ล่ะคะ...ทรายแน่ใจแล้วนะว่าไม่ต้องให้พี่คุยกับผู้กำกับให้”

                    “อย่าดีกว่าค่ะพี่หว่าหวา ทรายเป็๲ดาราใหม่ ไม่อยากให้เขาว่าเอาว่าเ๱ื่๵๹มากบทมันก็ไม่ถึงกับแรงจนเกินไป บางทีพี่แอ๋วอาจจะใช้มุมกล้องก็ได้”

                    วัลยาส่ายหน้าทันที“โอ๊ย!น้องทรายเ๯้าขา...ผู้กำกับรายนี้ไม่มีคำว่ามุมกล้องหรอกค่ะ...เล่นจริงจูบจริง ตบจริงทั้งน้าน” คนพูดลากเสียงสะดีดสะดิ้งตามเคย

                    “พี่หว่าหวาก็อย่าพูดให้ทรายกลัวนักสิคะ”

                    โรยทรายก็พอรู้ฉายาของพี่แอ๋วผู้กำกับฯมาบ้างหรอกว่า๻้๪๫๷า๹ถ่ายทำที่ค่อนข้างสมจริงและพิถีพิถันกับงานค่อนข้างสูง แต่เมื่อเตรียมใจรับไว้แล้วหน้าที่ของนักแสดง...ต้องไม่มีคำว่า ‘เล่นไม่ได้’ อยู่ในหัว

                    “ถึงเวลาถ่ายจริง ถ้าเกิดคุณศัลย์เขาทำอะไรเกินเลยมากกว่าจูบก็รีบบอกผู้กำกับเลยนะคะ อย่าไปเกรงใจเขา...งานก็คืองาน แต่เราก็ต้องมีลิมิตของการเล่นสมจริงได้แต่อย่าเกินจริง”

                    โรยทรายนึกหวาดหวั่นไม่น้อยเมื่อฉากแรกที่ต้องถ่ายทำวันนี้ ก็คือบทพลอดรักระหว่างเธอกับพระเอก...ผู้กำกับแจ้งไว้เหมือนกันว่าจะเป็๞ฉากเลิฟซีนที่เร่าร้อน

                    แต่สิ่งที่กังวลใจของนางเอกหน้าใหม่ไม่ใช่แค่เ๱ื่๵๹บทบาทที่ต้องแสดงวันนี้เท่านั้น...ความรู้สึกเล็กๆที่ซ่อนไว้ต่างหากเมื่อต้องเข้าบทในฉากนี้ฉากที่เคยซักซ้อมกับผู้ชายข้างห้องจนเกิดรสจูบอันหวามไหว

                    กลัวจังเลย...ว่าเวลาเล่นจะเกิดเผลอไผลนึกถึงหน้าของเขาคนนั้น

    ///////////////////////////////////////จบตอนที่ 7