ณ ถนนป่ามะพร้าว
ทุ่งกว้างที่คุมพวกเฉลยศึกมันเเขน เเละล่ามโซ่ตรวนติดขาเอาไว้ราว2หมื่นกว่านาย คับคลั่งเเออัดกันเเต่ก็ไม่มีผู้ใดพร่ำบ่นเเม้เเต่นิด มีเพียงเสียงจั๊กจั่นที่กำลังโต้วาทีกันกระมั้งที่กำลังจ้อกเเจ้ก ในห้องขังที่มืดเย็นเยียบ ภายในห้องนั้นขังนายเนเมียวไว้อย่างเเน่นหนา เเละอนาคตภายภาคหน้าเขาจำต้องประสบพบความลำบากอย่างมากเนื่องจากนายเนเมียวเป็หัวหน้าในการนำทัพตีอโยธยา
เเต่ทว่านายเนเมียวยังคงหัวเราะไม่หยุดราวกับผีเข้า จนเวรยามรักษาการ์ณ2คนเริ่มรู้สึกรำคาญ พวกเขาไม่อยากให้ขุนพลหนวดเขี้ยวเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อย ถ้าหากที่นี้เกิดเหตุอะไรไม่ชอบมาพากล พวกเขาอาจจะต้องโดนโทษสถานหนัก
"เนเมียว หากมึงไม่เงียบพวกเราอาจจะต้องใช้ความรุนเเรงเพื่อสยบเสียงของมึง"เสียงทุ้มเเละหนักหน่วงเปล่งออกมาจากลำคอ ประโยคที่เรียบง่ายของเขาเเสดงให้เห็นถึงจิตที่มั่นคง ดูท่าว่าชายคนนี้คงจะเป็ทหารเวรยามชั้นเยี่ยมที่ถูกฝึกปรือมาอย่างเเข็งขัน
เนเมียวได้ยินก็เข้าทาง เขาเป็คนช่างพูด
"จะดีเล้อ รอคอยข้าศึกบุกอยู่เเบบนี้?"
"อย่ามาเล่นลิ้น"
"อีกไม่นาน พวกชาวบ้านอาจจะวิ่งมาทางนี้กันเยอะ ข้านับเวลาเเล้วน่าจะใช้เวลาอีกสักบาทนึงได้"
"หึ"
ในขณะที่นายหนวดเขี้ยวที่ดื่มดำกับอาหารเลิศรสบนเเคร่ ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยสัญชาติญาณสัตว์ป่าจ้องไปที่เชลยศึกทุกนายที่ต้องทำการปลดอาวุธเครื่องเกราะ เขากำลังถือเครื่องเบญรงค์สีเขียวสลักลายเทพพนมเพื่อดื่มน้ำเเต่ท่วายังมิทันได้ดื่ม
โพล๊ะ
เครื่องถ้วยร้าวออกมาให้เห็นเเละเเตกลงสู่พื้น เสียงครื่นๆของอัศนีคำรามดังขึ้นมาเป็ละลอกเล็กละลอกน้อย นายหนวดเขี้ยวมองขึ้นท้องนภา เเละคิดคำนึงอยู่ในใจอย่างเสียดาย
"เกิดอันใดขึ้นรือ?"ชายร่างใหญ่วัยทองที่ร่างกายมีเเผลเป็เต็มตัวมากกว่าร้อยเเห่ง ผมหยิกขาวยาวหยักศกเดินเข้ามา"คราวนี้ ดูท่าจะเกิดเื่เเล้ว ชาวเมืองเเถววังหลังวิ่งเตลิดออกมาชุลมุนไปหมด"
"พ่อ"นายหนวดเขี้ยวมองลงไปที่เครื่องถ้วยเเตกลงพื้น ใบหน้าดุดันของเขาเเม้ตอนนี้ก็เเสดงออกถึงความประหลาดใจได้ไม่มากก็น้อย พ่อของนายหนวดเขี้ยวมองสบตากับนายหนวดเขี้ยวได้เพียงเเว๊บเดียว พ่อของเขาก็กำชับเเละควงสากเหล็กในมืออย่างคล่องเเคล้วเเละเหลือกตามองนายหนวดเขี้ยว"ท่าจะได้ใช้มันอีกครั้ง"
"ลางร้าย"
ฝั่งจันขาว
กลิ่นดินโคลนเฉอะเเฉะเสียดจมูกราวอบอวลกลับกลิ่นอาหารหมักดองในเกวียนสินค้าทำให้กลิ่นมันไม่นาพอใจเท่าไหร่ เสียงของจั๊กจั่นในทุ่งเเปลงเเละผู้คนกับชาวเมืองชุลมุนพลวัลกับการเก็บข้าวของ พวกเขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีการทำาในยามวิกาลเชกเช่นนี้ หากว่าประตูเมืองที่กระทุ้งจนเเหลกสลายขึ้นในค่ำคืนนี้ พวกเขาอาจจะตายไม่รู้ตัว
เสียงโฮเฮยังดังขึ้นเป็พักๆ เหล่าทหารเเละชาวบ้านรวมถึงเด็กๆมาช่วยกันยกดันเกวียนขึ้นจากเเอ่งโคลน เเต่ทว่าปีนี้ฤดูน้ำหลากเข้ามาไวกว่าปีก่อนหลายเดือน ทำให้ดินเริ่มอ่อนยวบ เมื่อออกเเรงดันเกวียนสินค้าเเทนที่จะสามารถดันเกวียนไปได้กลับเกิดเเรงสะท้อนกลับ เท้าของพวกทหารเเละชาวบ้านจมลงดินซะเอง
จันทร์ขาวเดินไปมา ความสงบของเขาเริ่มสั่นคลอน ตลอดสองร้อยกว่าปีมานี้ ทั้งชาวบ้านทหารต่างตายใจเพราะปราการที่เเข็งเเกร่งยิ่งทำให้พวกเราอ่อนเเอ กลับกันปราการที่อ่อนเเอจะส่งเสริมให้ชาวเมืองเเข็งเเกร่งขึ้น นี้คือดาบสองคมดีๆนี้เอง ในขณะที่จันขาวกำลังรำพึงรำพัน ท่ามกลางฝูงเมฆาที่เข้าเขมือบเเสงจันทร์
เเหมะ...เเหมะ
เเหมะ..เเหมะ..เเหมะ
ซ่าาาาาา
เสียงฝนคล้อยเรียงร้อยน้ำให้ตกลงมาเป็เส้นสายผ่านฝ่ามือขาวนวลของจันขาวที่กำลังรั้งรอน้ำฝนที่กระหน่ำลงมา
'นั้น ดินปืนเเละอาวุธที่นำเข้าในนามของสมุหกลาโหม? ทำไมมาอยู่ที่นี้หล่ะ?ควรจะเเจกจ่ายให้ประชาชนนี่นา'
'รึว่านี้คือเกวียนของพระยาตากที่ต้องรีบนำเข้าพระคลัง หมายความว่ามีคนอยู่เื้ังั้นรึ? จันขาวรีบเดินเข้าไปใกล้เเละเเอบเปิดผ้าคลุมเกวียนออกเเละเห็นะเิจำนวนมาก รวมทั้งดินปืน น้ำมัน กลิ่นอาหารดองที่ได้กลิ่นนี้เป็เพียงสิ่งที่
จันขาวไม่รั้งรออีกต่อไปเขาทิ้งมาเเละทิ้งเกวียนวิ่งกลับไปยังถนนป่ามะพร้าวราวกับว่านึกอะไรขึ้นออก พร้อมสัั่งทหารในอาณัติของตนสละม้าเเละให้นำคำพูดของเขาไปทูลกับพระเ้าเอกทัศน์
"พระเ้าเอกทัศน์ขอรับ เกรงว่าการศึกครั้งนี้ศัตรูเป็คนใน ขอให้ท่านรีบออกจากประตูบูรพาโดยด่วนขอรับ"
ประตูผี
ใกล้วังหลัง
"เเฮ่กๆๆ นี้มันเื่ใหญ่เเล้ว! ข้าศึกบุกทางทิศบูรพา" หมื่นสรวงเศวษตรพูดพลางหอบหายใจเหนื่อยล้า เขารีบวิ่งผลีผลามออกมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือจนขาข้างขวาโดนกิ่งไม้เเทงจนเป็เเผลลึก
"ท่านหมื่น!"
"เ้าก็เห็นใช่ไหม? คนหลายหมื่นๆ!"
ไอ้โย่งพยักหน้างึกๆ เเละเเสดงอาการเลิ่กลั่ก"ป..เป็ไปไม่ได้"ไอ้โย่งตกอยู่ในภวังค์ของตนเองเเละพูดคำซ้ำเดิมๆวนไปจนกระทั่งหมื่นสรวงกระเเทกเเสงด้วยความโกรธ
"โย่งงง! มึงตั้งสติ"หมื่นสรวงพูดหน้าดำครำเครียด"เเกต้องขโมยม้าที่วังหลังเเละรีบควบไปบอกข่าวนี้กับเเม่ทัพหนวดเขี้ยว!หมื่นสรวงจับข้อมือของโย่งเเน่น เเต่โย่งยังคงนิ่งอยู่"เเต่.."
"รีบไป!"
"ท่านหล่ะ? ถ้าท่านตายเเล้วใครจะจ่ายข้าที่พนันเอาไว้"ไอ้โย่งเริ่มน้ำตาคลอเขาพูดลิ้นจุกปากฟังไม่เป็คำ 'ท่านหมื่นเป็คนที่ซื้อตัวเขาที่เป็เบี้ยล่างจากขุนมูลนายที่นิสัยหยาบช้าเเละปฏิบัติกับเขาดีเสมอมา โย่งไม่อยากให้หมื่นสรวงตายเเต่เขารู้ว่าหมื่นสรวงรักชาติยิ่งกว่าชีวิตตนเองจึงเเกล้งทำเป็หวังเงิน'
"..."ไม่มีเสียงตอบรับจากหมื่นสรวงเขาเพิ่งเเค่ยิ้มอ่อนๆ เเววตาของเขาเจาะเข้าไปในจิตใจของไอ้โย่งด้วยความอ่อนโยน"ฝากลูกเมียข้าด้วย ข้า..ไม่รอดเเล้ว" พวกเขาทั้งสองมองดูขาข้างขวาที่น่าอนาถมันเหวอะเเละเละ
ไอ้โยงได้เเต่กำมือจนเืออกง่ามนิ้วทั้ง5เเละรีบวิ่งไปจนสุดฝีเท้าไปที่วังหลังเพื่อไปเเจ้งข่าวเเก่นายหนวดเขี้ยว
ณ ประตูผี
ประตูที่ถูกทิ้งร่างมานานจนคนในเมืองหลงลืมกันไปเนินนานบัดนี้มันได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทว่าความมีชีวิตชีวานั้นไม่ใช่เื่น่ายินดี เหล่าข้าศึกที่มีความเคียเเค้นต่ออโยธยามาหลายศตวรรษโฮ่ร้องสุดเสียงเเบกท่อนไม้ั์ถลุงประตูที่ผุกรอบใกล้หักเต็มทีกระเด็นออกในทันใด เหล่าทหารหลายหมื่นล้นทะลักเข้ามาในเมืองไม่ขาดสาย เวลานั้นฝนตกกระหน่ำนักเเละมีฟ้าคำรามน่ากลัวนัก
เเม้คบเพลิงในมือของทหารข้าศึกจะมอดดับ เเต่ความคมของอาวุธยังคงสามารถฟาดฟันคร่าชีวิตคนในหมู่บ้านได้ ในขณะเดียวกันพระเ้าเอกทัศมองข้าศึกผ่านเลนส์กล้อง ไม่เห็นข้าศึกที่อยู่ด้านหน้าประตูบูรพาบุกเข้ามาเสียทีจึงสังเกตุการ์ณดูรอบๆเเละพบว่าประตูที่1ทิศบูรพา หรือประตูผีถูกทลายเป็รูโบ่วใหญ่ พร้อมกับเสียงกองทัพบุกเข้ามาภายในเมือง สายฟ้าสามสายผ่าเเละคำรามก้องท่ามกลางสายฝนในเวลาเดียวกัน
เขาเย็นสันหลังวาบโดยไม่รู้ตัว เเต่ว่าเมื่อความหวังของเขาใกล้ดับสูญลงก็กลับมีเเสงสะท้อนจากฟ้าผ่าเป็เเสงสะท้อนที่ผมคุ้นตานัก มันคือกระเป๋าเป้เดินทางสีม่วงอย่างดีที่เก็บตำราเทคโนโลยีเเห่งอนาคตเเละปืนM16อันเกรียงไกรที่จะสามารถพลิกาครั้งนี้ได้
ไม่สิ!..าครั้งไหนๆก็ตาม
"ขนมต้ม"
"พระองค์ อย่าบอกนะว่าพระองค์จะทรงไปต่อกรกับข้าศึกในเพลานี้?"
"เ้าใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งบาทในการไปเอากิ่งไม้สีดำนั้นได้ไหม?"
"อ่อ ที่อยู่ข้างๆหีบสีม่วงพิลึกๆนั้นพะย่ะค่ะ?"นายขนมต้มเริ่มตามีประกายขึ้นมา ดูเหมือนเขาดีใจที่พระเ้าเอกทัศไม่คิดผลีผลามไปทำศึกกับศัตรูนับหมื่นด้วยตัวคนเดียว"มันใจข้าพเ้าได้เลย เเบบนี้ข้าพเ้าใช้วิชาอาคมต์ก้าวพริบตาเพียงเเค่2วินาทีพระองค์ก็ได้มันมาอยู่ในมือเเล้ว"
"ดีมาก"
ฟึบ!
"นี้พะย่ะค่ะ!"พระเ้าเอกทัศหยิบM16จากมือของขนมต้มมาในทันทีเเละรีบลงบันไดไปเอาม้า ขนมต้มมองพระเ้าเอกทัศอย่างภูมิใจ"อย่างน้อยท่านก็ยังรักตัวกลัวตายบ้าง"เเต่คิ้วทั้งสองข้างของเขาก็ต้องขมวดบี้กันมากขึ้นเมื่อเห็นพระเ้าเอกทัศควบม้าไปที่ถนนป่ามะพร้าวที่มีข้าศึกหลายหมื่นกำลังบุกทำลาย
"ฉิบหาย พระองค์มิทรงสามารถควบอาชา!"