ตอนที่ 6 ทำความสะอาดหลุมศพ (1)
การสืบเสาะครั้งนี้ ทำเอากลุ่มสะใภ้ตื่นตระหนกใอย่างสุดขีด
โดยปกติแล้ว พวกเธอก็คือกำลังหลักของข่าวลือที่แพร่ต่อกันไปภายในหมู่บ้าน แต่ครั้งนี้กลับไม่มีใครกล้าพูดอะไร แม้แต่สวีจินเฟิ่งที่มาด้วยจุดประสงค์อื่นยังนิ่งอึ้งไป เพราะภาพที่เธอเห็นนั้นชวนใเกินไปจริงๆ
เด็กๆ ในหมู่บ้านถูกเลี้ยงแบบปล่อยปละ ไม่ได้ถูกทะนุถนอมเท่าไรนัก ปกติพวกเขามักจะจับลูกหมู อุ้มเป็ดไก่ ไล่กวดแมวและสุนัขอะไรทำนองนั้นกันอยู่แล้ว หากแต่นึกไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่เด็กน้อยบ้านโจวมู่กำลังอุ้มอยู่นั้นคือเสือ และกำลังเล่นอยู่กับงู...
ผู้ใหญ่ของแต่ละครอบครัวล้วนพากันกอดลูกหลานของตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้ไปเข้าใกล้บ้านโทรมหลังเก่าท้ายหมู่บ้าน
บ้านเก่าหลังโทรมที่โจวมู่พักอาศัยอยู่กับชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้านจึงดูราวกับโลกสองใบที่ห่างกันด้วยระยะทางแสนไกล
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวจือจือค่อยๆ เติบโตขึ้นภายในบ้านหลังเก่าที่แทบจะแยกตัวปลีกวิเวกออกจากหมู่บ้านเล็กๆ
ตัวเธอในตอนนี้สามารถวิ่งและจับงูสามเหลี่ยมมาสะบัดเป็แส้ สามารถรังแกเอ้อร์หู่ตัวนั้นที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเธอ ทั้งยังสามารถขี่และตีบั้นท้ายบังคับให้วิ่งได้ และใช่ ความสามารถในข้อสุดท้ายนี้ เธอทำมันได้ดีที่สุด
“คุณพ่อขา ขอจอบเล็กๆ ให้หนูด้วยได้ไหมคะ หนูก็อยากไปขุดหญ้าให้คุณปู่คุณย่าด้วย” เสี่ยวจือจือมองไปยังวงกลมที่ถูกวาดไว้บนปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนังของบ้าน เธอจำได้นานแล้วว่าวันนี้เป็วันที่เธอต้องไปทำความสะอาดหลุมศพ
วันนี้เป็วันที่โจวมู่ถูกปล่อยตัวออกมาจากคุก
ในวันนี้ของทุกปี โจวมู่จะไปทำความสะอาดหลุมศพให้คุณพ่อคุณแม่ของเขา
ในปัจจุบันนี้แม้เขาจะมีนิสัยชอบปลีกวิเวกไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับใครเหมือนเช่นในอดีต แต่เมื่อชาวบ้านพบเจอเขากลับยังยิ้มให้อย่างจริงใจ
เพราะว่าโจวมู่ก่อตั้งบริษัทขนส่งของตัวเองขึ้นมา โดยถือสัมปทานูเาหินทรายภายใต้ชื่อของเขาด้วยส่วนหนึ่ง ูเาที่ไม่สามารถปลูกต้นไม้หรือผักใดๆ ได้เลย แต่ทรายและหินเ่าั้เป็วัสดุอย่างดีสำหรับการก่อสร้าง เดิมทีโจวมู่ก็ขับรถเป็อยู่แล้ว โดยเริ่มจากการช่วยคนอื่นขนส่งทรายและหิน ก่อนจะค่อยๆ เริ่มซื้อรถเป็ของตัวเอง จนกระทั่งตอนนี้เขามีรถขนส่งขนาดใหญ่หลายสิบคันไว้ในแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านหลี่ฉางเกิงเสียดายเป็อย่างมาก อยากจะไดู้เากลับคืนมา สูญเสียไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนสุดท้ายก็ยอมรับความจริงได้
เขานับเป็คนที่มีพร์คนหนึ่ง ปรับตัวยืดหยุ่นได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านอีกแล้ว เขามาทำงานกับโจวมู่ จัดการเื่ลำดับการขนส่งแทน
ส่วนลุงสี่ของหลี่ฉางเกิงยังประสบอุบัติเหตุขาหักเมื่อครั้งไปทำงานที่นาอีกด้วย ตอนนี้เมื่อเขาเดิน ขาข้างขวาของเขาจะกะเผลก เป๋ไปเป๋มา จนผู้คนต่างพากันตั้งฉายาให้เขาว่าหลี่เป๋
โจวมู่ถือเป็คนที่ค่อนข้างลึกลับในสายตาของผู้คนในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่นับเป็อุปสรรคในการที่ทุกคนมาแย่งกันทำงานกับโจวมู่ เพราะโจวมู่ให้เงินรวดเร็วและไม่เคยคดโกงใครเลย
ชาวบ้านทุกคนต่างรู้ดี ว่าไม่ควรไปเพิ่มความหงุดหงิดใจต่อหน้าโจวมู่ในวันนี้
หรือจะพูดอย่างหยาบคายขึ้นอีกก็คือ พ่อและแม่ของโจวมู่ล้วนตายจากการก่นด่าของผู้คนทั่วทั้งหมู่บ้านก็ว่าได้ ไม่ว่าใครก็ล้วนมีส่วนในการตายของพวกท่าน
เสี่ยวจือจือไม่ได้มารับรู้เื่ยุ่งยากมากมายพวกนี้ด้วย หากแต่ก็สามารถััได้ว่าเมื่อถึงวันนี้ คุณพ่อของเธอจะไม่มีความสุข ดังนั้นเธอจึงพยายามอย่างหนักเพื่อให้คุณพ่อของเธอกลับมามีความสุข
“ได้ เดี๋ยวพ่อไปเตรียมจอบเล็กๆ ให้แล้วกัน” โจวมู่มองหนูน้อย ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ดวงตากลมโต แขนขาเล็กๆ อ้วนป้อม มองแล้วน่ารักน่ามันเขี้ยว
พวกสวีจินเฟิ่งแอบตราหน้าไปแล้วว่าโจวมู่ต้องเลี้ยงเ้าหนูน้อยคนนี้ไม่รอดแน่นอน แต่กลับไม่คิดว่าหนูน้อยจะเติบโตได้อย่างดีและน่ารักขึ้นเรื่อยๆ ซ้ำยังแข็งแรงอย่างมากด้วย