บทที่ 9 จะให้ขังเธอไว้? ชวนเข้ามายุ่งยากกว่าจะไล่ออกไปเสียอีก!
ถงฮั่วไปที่ร้านรับซื้อของเก่าสี่แห่ง เมื่อเธอกำลังจะยอมแพ้ ในที่สุดก็เห็นแท่งเหล็กที่คล้ายกับสิ่งที่เธอกำลังตามหาอยู่ข้าง ๆ ขาของคุณลุงที่นั่งตรงประตูทางเข้า
ดูเหมือนว่าแท่งเหล็กนี้จะเป็เครื่องมือที่เขาใช้เขี่ยสิ่งของในชีวิตประจำวัน
ถงฮั่วเลือกหนังสือและหนังสือพิมพ์บางส่วน หนังสือพิมพ์สามารถใช้ปิดผนังหรือจุดไฟได้ ส่วนหนังสือนั้น อีกสองปีข้างหน้าการสอบเกาเข่าจะกลับมาอีกครั้ง เธอคงจะได้ใช้มันแน่นอน
"คุณลุงคะ ฉันอยากเลือกดูของอีกสักหน่อย ขอยืมอันนี้ไปใช้หน่อยได้ไหม?" ถงฮั่วชี้ไปที่แท่งเหล็กข้างตัวเขา
"เอาไปเถอะ" คุณลุงมองถงฮั่วและหนังสือข้างตัวเธอ
ถงฮั่วถือแท่งเหล็กขึ้นมา ตรวจสอบน้ำหนักแล้วใช้เล็บแกะ ๆ พบว่าขูดสีดำ ๆ บนนั้นออกมาไม่ได้
เธอไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งที่ตนเองกำลังตามหาหรือไม่ แต่มันดูคล้ายมาก
ถงฮั่วถือแท่งเหล็กค้นหาในของเก่า หนังสือบางเล่มเป็ 'หนังสือต้องห้าม' เธอฉวยโอกาสตอนที่ลุงคนนั้นไม่ทันสังเกต แอบนำมันเข้าไปในพื้นที่มิติทันที
ส่วนของอย่างอื่น เธอไม่ได้พบอะไรที่มีประโยชน์
ตอนนี้มีคนที่มีสภาพความเป็อยู่ที่ไม่ดีอยู่มาก คนที่มาเลือกของจากร้านรับซื้อของเก่าเพื่อนำกลับไปใช้ก็มีไม่น้อย ของดี ๆ ถ้าไม่ถูกคนของร้านรับซื้อของเก่าคัดเลือกไปก่อน ก็จะถูกคนแถวนั้นเลือกไปหมด
"คุณลุง ฉันเลือกเสร็จแล้ว" ถงฮั่วหยิบหนังสือมาจำนวนหนึ่ง พร้อมกับหนังสือพิมพ์เก่า ๆ สองม้วนใหญ่
ในขณะที่ลุงเ้าของร้านขายของเก่ากำลังชั่งน้ำหนัก ถงฮั่วก็พูดขึ้นว่า "ลุงคะ ขายแท่งเหล็กนี้ให้ฉันได้ไหม? ฉันเห็นว่ามันถือถนัดมือดี ถ้าถือมันไว้ตอนเลิกทำงานกะดึกคงจะปลอดภัยมากขึ้นแน่"
เหตุผลนี้ฟังดูดี ลุงเ้าของร้านไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย "เอาสิ!"
หนังสือไม่กี่เล่มบวกกับหนังสือพิมพ์และแท่งเหล็ก รวมเป็เงินแปดเหมา
นอกจากนั้น บนโต๊ะยังมีเงินชดเชยห้าหยวนวางอยู่
หลังจากออกไปแล้ว ถงฮั่วหาที่ที่ไม่มีคนอยู่แล้วเก็บของเข้าไปในพื้นที่มิติ
ถงฮั่วมีเงินอยู่ในมือ แต่ไม่มีคูปองสักใบ เงินช่วยเหลือจากโรงงาน เธอก็ส่งมอบให้ครอบครัวทั้งหมด
หาก้าซื้อของในตอนนี้ ก็สามารถไปได้แค่ตลาดมืดเท่านั้น
ราคาของในตลาดมืดนั้นสูงอยู่แล้ว และยิ่งไม่มีคูปอง ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก
แต่สิ่งที่ต้องใช้จ่ายก็ยังคงต้องใช้จ่าย
คนจากสำนักงานชนบทได้เตือนเธอแล้วว่าก่อนจะไปชนบท ผ้าห่มจะต้องหนาเท่าที่สามารถทำให้หนาได้ เพราะทางเหนือนั้นสามารถทำให้คนหนาวตายได้จริง ๆ และในเมืองมีการกำหนดราคาตามลำดับ ส่วนในชนบทมีราคาตามปกติ มีความแตกต่างกัน
หลังจากถงฮั่วออกมาจากตลาดมืด เธอเดินวนไปมาหลายรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา แล้วจึงนำของไปเก็บไว้ในพื้นที่มิติ
เมื่อฟ้ามืด ถงฮั่วก็ไม่ออกไปไหน เธอนั่งอยู่ในห้องน้ำ ใช้หินที่เก็บมาขัดแท่งเหล็ก จนกระทั่งขัดสีดำด้านนอกออกไปทีละน้อย เผยให้เห็นสีของด้านใน… มันไม่ใช่สีทองเหลือง แต่ข้างในมีส่วนประกอบของทองคำอย่างแน่นอน!
ถงฮั่วถอนหายใจออกมา ดวงตาเผยความยินดี ความคิดของเธอไม่สูญเปล่า
แม้ว่าจะแย่งของของครอบครัวนั้นมา แต่ก็ถือว่าได้ช่วยรักษาชีวิตของพวกเขาทั้งบ้านไว้ทางอ้อม
ในตอนนี้ถงฮั่วกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น ส่วนตระกูลถงกลับโกรธจนแทบจะะเิเพราะหาตัวเธอไม่เจอ
ถงชุนชู่ใช้เวลาทั้งวันออกไปถามหาร่องรอยของถงฮั่วจนเท้าแทบพัง "เธอขายตำแหน่งงานไปแล้ว ไม่ใช่ว่าเอาเงินพวกนั้นหนีไปหรอกนะ?"
ถงต้าไหลพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า "ผมไปถามที่โรงงานและสำนักงานเขตแล้ว เธอไม่ได้ไปขอจดหมายแนะนำ"
หากไม่มีจดหมายแนะนำ เธอไม่เพียงออกจากเมืองหลวงไม่ได้ แม้แต่จะพักที่โรงแรมก็ยังไม่ได้
"เธอคงมีคนคอยช่วยลับหลัง พี่จินเยว่หรือเปล่า? ไม่อย่างนั้นทำไมเมื่อวานเธอไม่กลับมา วันนี้ก็ยังไม่กลับมาอีก เธอจะไปไหนได้?" ถงชุนชู่คาดเดาอย่างไม่เป็มิตร
ถงต้าไหลสูบบุหรี่หนึ่งมวนแล้วพูดอย่างหงุดหงิด "แกแน่ใจนะว่าเธอไม่ได้อยู่ที่บ้านมี่เสวี่ย?"
หวังฟางพูดเสียงดุดัน "เธอไม่ได้อยู่ที่บ้านมี่เสวี่ย ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ใจกล้าบ้าบิ่นเสียจริง! รอให้เธอกลับมาก่อนเถอะ ฉันจะหักขาเธอให้ได้!"
ถงชุนชู่คิดวิธีที่ดีขึ้นมาได้ "พ่อ ไปแจ้งความกับตำรวจดีไหม บอกว่าเธอขโมยเงินในบ้านแล้วหนีไป ให้ตำรวจไปจับตัวมา!"
ถงต้าไหลพูดว่า "ถ้าแจ้งความก็จะเกี่ยวพันไปถึงตระกูลกู้ ตระกูลกู้จะเสียหน้าไม่ได้"
หวังฟางฟังความหมายของเขาออก จึงเยาะเย้ยว่า "หรือว่าคุณยังหวังว่าหลังจากที่เธอหลอกเอาเงินตระกูลกู้ไปห้าพันหยวนแล้ว เธอยังจะแต่งเข้าตระกูลกู้อีก?"
ถงต้าไหลสูดควันบุหรี่เข้าปอดลึก ๆ ผู้จัดการกู้และภรรยาคงไม่เต็มใจ แต่เมื่อเขาดูท่าทีของกู้จินเยว่ กลับดูว่ายังมีโอกาส
สามวันต่อมา ตระกูลถงยังหาถงฮั่วไม่พบ ถงต้าไหลก็ยิ่งนั่งไม่ติดแล้ว
ถงฮั่วรู้ขีดจำกัดของตระกูลถง หลังจากหายตัวไปสี่วัน เธอก็กลับบ้าน
ถ้าไม่กลับไป ถงต้าไหลถึงแม้จะรักหน้าตาแค่ไหนก็คงต้องแจ้งตำรวจตามหาคน เมื่อถึงตอนนั้นการที่เื่ลุกลามไปถึงกู้ซือก็ไม่ใช่ความตั้งใจของเธอแล้ว
ถงฮั่วมีกุญแจบ้าน เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านก็ไม่มีใครอยู่ เธอจึงไขกุญแจเข้าไป
ภายในบ้านที่รกรุงรัง พื้นไม่ได้ถูกกวาด โต๊ะไม่ได้เก็บ แม้แต่เสื้อผ้าสกปรกก็กองทิ้งไว้
ตอนอยู่บ้านงานพวกนี้เธอเป็คนทำทั้งหมด เมื่อเธอไม่อยู่บ้านก็ไม่มีใครทำเป็ธรรมดา
หวังฟางสุขสบายมาสิบกว่าปีแล้ว จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะขยันขึ้นมาในเวลาแค่ไม่กี่วัน
ข่าวที่ถงฮั่วหนีออกจากบ้าน เพื่อนบ้านก็รู้กันหมด พอเธอกลับมาจึงมีคนไปหาหวังฟาง ไม่นานนักทุกคนในครอบครัวก็กลับมา
"แกยังรู้จักกลับมานะ!"
ทั้งสามคนจ้องมองถงฮั่วด้วยสายตาดุดัน
"ฉันอารมณ์ไม่ดี เลยไปพักที่บ้านเพื่อนในชานเมืองมาสองสามวัน" ถงฮั่วให้คำอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ
ถงต้าไหลขมวดคิ้ว ไม่น่าแปลกใจที่คนในเมืองซึ่งรู้จักถงฮั่วต่างตามหาเธอไปทั่วแต่ก็ไม่พบร่องรอย ที่แท้เธอก็หนีออกไปชานเมือง
หวังฟางเพิ่งก้าวเข้าประตูมา สายตาของเธอก็กวาดมองถงฮั่วั้แ่หัวจรดเท้าราวกับจะถลกหนัง "เงินล่ะ?"
ถงฮั่วมีเงินติดตัวอยู่แปดพันหยวน เธอออกไปตามหาคนทุกวัน ส่วนใหญ่ก็เพราะเงินก้อนนี้ที่ถงฮั่วพกติดตัวอยู่!
หวังฟางเพิ่งพูดจบ ดวงตาของถงชุนชู่ก็สว่างวาบขึ้นมาทันที เงินตั้งแปดพันหยวนเชียวนะ!
"เงินเป็ของฉัน ฉันเก็บมันเอาไว้แล้ว" ถงฮั่วพูด เธอจะไม่มีทางเอาเงินนี้ออกมาแน่นอน
ดวงตาของหวังฟางลุกโชนไปด้วยความโกรธ ผู้หญิงน่ารังเกียจคนนี้กล้าไปเอาเงินกับตระกูลกู้ แถมยังได้มันไปจริง ๆ อีกต่างหาก!
ถงต้าไหลรู้สึกผิดหวังกับลูกสาวคนนี้มาก เขาพูดว่า "ขังเธอไว้สักสองสามวันก่อน"
หิวสักสองสามวันก็จะรู้จักดีชั่วเอง
ตอนเด็ก ๆ เวลาถงฮั่วไม่เชื่อฟัง หวังฟางจะขังเธอไว้ในห้อง ไม่ให้กินข้าวทั้งวัน
มีครั้งหนึ่งเธอถูกอดอาหารสามวัน ตอนนั้นเธอยังเด็กมาก รู้สึกหิวมาก หิวจนแทบจะตาย หลังจากนั้น สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการถูกลงโทษด้วยการอดอาหาร
ดังนั้นเธอจึงเชื่อฟังมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มรู้ความมากขึ้น
ในตอนนั้น เธอจะได้รับอนุญาตให้ออกมาจากห้องได้ก็ต่อเมื่อกู้จินเยว่มาเล่นที่บ้านเท่านั้น
กู้จินเยว่มักจะนำของอร่อย ๆ มาด้วยทุกครั้งที่มาเยี่ยม สำหรับเธอแล้ว กู้จินเยว่ในเวลานั้นเป็เหมือนเทพบุตร เพียงแค่เขามาเธอก็ไม่ต้องหิวอีกต่อไป
ในชาติก่อน ความรู้สึกของเธอที่มีต่อกู้จินเยว่ค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นเพราะแบบนี้
สำหรับเธอแล้ว กู้จินเยว่คือการไม่ต้องทนหิว เป็ความหวังที่จะได้กินอิ่ม…
คืนนั้น หวังฟางทำหมูตุ๋นเป็พิเศษ กลิ่นหอมของเนื้อลอยอบอวลไปทั่วบ้าน
ภายในห้อง ถงฮั่วก็กำลังทานอาหารอยู่เช่นกัน
ในพื้นที่มิตินั้น เวลาหยุดนิ่ง อาหารที่นำเข้าไปไม่เพียงยังสดใหม่แต่ยังอุ่นอยู่เสมอ
ตอนนี้พวกเขายังคิดจะปล่อยให้เธอหิวโหย แต่มันไม่ได้ผลแล้ว
กู้จินเยว่คอยติดตามสถานการณ์ของตระกูลถงอย่างใกล้ชิด เมื่อได้ยินจากข่งมี่เสวี่ยว่าถงฮั่วกลับบ้านแล้ว เขาเกือบจะพุ่งตัวไปที่บ้านตระกูลถงทันที
แต่หลังจากคิดทบทวนสักครู่ เขาก็ตัดสินใจไม่ไป
เขายังโกรธอยู่ เขาได้รู้จากข่งมี่เสวี่ยว่าในวันแต่งงาน ถงฮั่วไม่เพียงข่มขู่เอาเงินของพ่อแม่เขาไปห้าพันหยวน แต่ยังบังคับให้พ่อแม่ของเธอต้องให้เงินสองพันหยวนเป็สินสอดแก่เธอด้วย
ได้ยินมาว่าตอนนั้นถงฮว่าถือมีดข่มขู่พ่อแม่เพื่อเอาเงิน เธอทำให้ตระกูลถงหมดเนื้อหมดตัว
กู้จินเยว่รู้สึกผิดหวังมาก เขาไม่คิดว่าถงฮั่วจะเป็คนเห็นแก่ตัวแบบนี้ ในสายตาของเธอมีแต่เื่เงินเท่านั้นหรือไง?
การที่เธอแต่งงานกับเขาก็เพราะเขาเป็ลูกชายของผู้จัดการโรงงานด้วยใช่ไหม?