
หลังจากแม่และเฝิงหวงอี้เปิดร้านอาหารซึ่งส่วนประกอบหลักคือ บะหมี่ ซึ่งหลากหลายสี น่าทานมากทีเดียว เปิดไม่กี่วันก็มีลูกค้าหลั่งไหลเข้าร้านเป็จำนวนมาก บางครั้งทำแทบไม่ทัน รสชาติอาหารทุกเมนู เลิศรส บะหมี่หลากสีดลากหลายแปลกตา ดึงดูดผู้คนเข้ามามากมาย กลายเป็ร้านอาหารดังร้านหนึ่งในเมืองหลวง ซึ่งทั้งชาวบ้านธรรมาดา ก็เข้ามาทานได้ ไม่แพงรสชาติเลิศรสทีเดียว
จนเหล่าขุนนางต่างพากันมาลองชิมดูและข่าวก็เข้าไปถึงในราชวัง ซึ่งฮ่องเต้ลี่ต้าเว่ยเองก็เคยกินบะหมี่หลากสี ที่แม่และแม่นางเฝิงหวงอี้เคยทำให้กินตอนเจอกันครั้งแรก ในตอนนั้น จึง นึกขึ้นได้ว่านางชื่อเฝิงหวงอี้ บะหมี่เฝิ่งหวง คงเป็นางหรือว่าไม่ใช่นาง
ฮ่องเต้ลี่ต้าเว่ย กับองค์รักษ์ จึงได้ปลอมตัวใส่ชุดชาวบ้านธรรมาดาไป ร้านบะหมี่เฝิ่งหวง และพอไปถึง คนแน่นร้าน ต้องนั่งรอนาน 1 ชั่วยาม ก็ถึงได้กิน พอกินเสร็จ ก็ได้ถาม เสี่ยวเอ้อ ว่า เถ้าแก่ในร้าน คือใคร เสี่ยวเอ้อจึงบอกไปว่า เฝิงหวงอี้ ลี่ต้าเว่ยได้ยิน จึงได้ถามอีกว่า ข้าอยากเจอนาง
เถ้าแก่ข้าไม่พบใครทั้งนั้น ลี่ต้าเว่ยจึง ท่องบทกลอน ในตอนนั้นที่ให้เสี่ยวเอ่อไปฝากบอก เฝิงหวงอี้ พอพูดเสร็จ เฝิงหวงอี้จึงได้บอก เสี่ยวเอ้อ ข้าฝากบอกเขาทีว่า อีก 3 วัน เจอกันที่ ริมสระ สะพานไท่หยาง ยาวเหม่า คือ ่เวลา 5โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม พอพูดจบเสี่ยวเอ้อมาบอกเสร็จ ฮ่องเต้ลี่ต้าเว่ย ก็ตั้งตารอ อย่างคิดถึงและใจร้อนรน