“เ้าอ่านอะไรอยู่?”
หลี่เหวินโหรวถามเสียงอ่อนระโหยโรยแรงขณะนอนเอกเขนกบนเตียงเช่นเคยโดยมีหลิวเฟยเซียนนั่งอ่านตำราอยู่ไม่ไกล นับว่าเขาอาการดีขึ้นมากั้แ่ได้ยาบำรุงของนาง ทว่าก็ยังคงสามวันดีสี่วันไข้ ดีได้ครู่เดี๋ยวก็กลับไปนอนซมอีก เคราะห์ยังดีที่มีหลิวเฟยเซียนผู้สกิลหมอเทวดาของนางเอกทำให้เขายังพอมีหวังจะหายจากอาการแปลกๆได้บ้าง
ทุกวันนี้ทั้งคู่ตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋ทำให้นางสนมเกิดอาการอิจฉาริษยาเป็จำนวนมาก แต่หลิวเฟยเซียนเป็นางเอกไง ตัวประกอบยังไงก็ทำอันตรายปลายเล็บของนางเอกผู้มีสกิลดุจเทพเ้าไม่ได้หรอก
เกิดมาเป็นางเอกก็ดีแบบนี้แหละ!
“ศึกษาอาการของเ้าไง”
หญิงงามผู้โชคสามชั้นตอบพลางสะบัดมือเรียวขาวดั่งหยกเพื่อเปิดกระดาษหน้าถัดไป
“ขอข้าดูหน่อยสิ นะๆ”
“มะ ไม่”
โฉมงามปฏิเสธโดยพลันแม้จะรู้สึกเ็ปเมื่อเห็นแววตาหงอยๆของอีกฝ่ายก็ตามที เพราะหากหลี่เหวินโหรวเห็นหน้าปก ‘ว่าด้วยการตั้งครรภ์ของปีศาจ’ ความคงแตกพอดี นางจึงแถต่อว่า
“เ้าอ่านไม่ออกหรอก มันเป็ภาษาโบราณ”
“แล้วทำไมเ้าอ่านออก”
เขายู่ปากด้วยท่าทางน่ารักน่าหยิก
“สกิลนางเอก”
หญิงสาวยกยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกสวยเมื่อเห็นคนบนเตียงพึมพำภาษาประหลาดเพราะอารมณ์หงุดหงิดที่ตัวเองดันหล่นมาอยู่ในร่างตัวร้ายเลยไม่มีสกิลดีๆเหมือนคนอื่นเขาบ้าง
ว่ากันตามตรง…่นี้หลี่เหวินโหรวเอาแต่นอนทั้งวัน ขี้เซาจนนางนึกกังวล ถึงกระนั้นร่างกายของเขายังคงปกติรวมถึงเ้าก้อนแป้งในท้องนั่นด้วย นางไม่ได้ยินเสียงหลานในอนาคตอีก คาดว่าเขาคงกำลังสร้างเนื้อกายจากมนตราของหลี่เหวินโหรว
ก็อย่างที่ตำราว่า…การให้กำเนิดทายาทของจอมมารเป็เื่อันตรายมากแม้กระทั่งในหมู่ปีศาจัาด้วยกัน เพราะต้องใช้ทั้งมนตราและพลังจำนวนมหาศาลเพื่อรองรับการถือกำเนิดทายาทเผ่าพันธุ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้า โดยปกติแล้วเผ่าพันธุ์อื่นไม่สามารถให้กำเนิดทายาทแก่จอมมารได้ ทว่าหลี่เหวินโหรวกลับแหกกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติข้อที่ยากที่สุดของโลกนี้ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ได้แต่หวังว่าสกิลอันค่าล้ำค่าของตัวร้ายจะทำงานอย่างหนักหน่วงจนถึงวันคลอดบุตร
ใช่
หลี่เหวินโหรวก็มีสกิลที่ตัวเองไม่รู้
ก็ไอ้สกิลตายยาก ที่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย เจออะไรก็ยังรอดประดุจแมลงสาบ ยกเว้นโดนพระเอกฆ่าทิ้งน่ะนะ
หลิวเฟยเซียนลอบมองคนที่กำลังอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังโดยไม่รู้ตัว นางแค่หลอกว่าให้หัดเล่านิทานไว้ก่อนล่วงหน้า เ้าตัวก็เชื่อแล้วฝึกเล่ามันทุกวัน แถมยังขอตำราการเลี้ยงดูบุตรเบื้องต้นไปด้วยอีกต่างหาก โฉมงามละสายตาจากทรราชน้อยแล้วขะมักเขม้นอ่านตำราต่อ น่าเสียดายที่สกิลหมอเทวดาไม่ได้ครอบคลุมเื่การตั้งครรภ์ทายาทจอมมารด้วย
เออ นางี้เีอ่านนั่นแหละ คนเรามันก็ต้องมีี้เีกันบ้างรีเปล่า?
“นี่”
คนบนเตียงเริ่มส่งเสียงเรียกทำลายความเงียบ
“ท้องข้ามันบวมขึ้นมานิดหน่อยแล้ว จะเป็อันใดหรือไม่”
‘อ่อ เ้าแค่ท้องสี่เดือน ไม่ต้องกังวลนะ อีกแปดเดือนพ่อเด็กก็ออกจากการบำเพ็ญเพียรแล้ว ลูกเ้ามีพ่อแน่นอน’
ก็อยากจะตอบแบบนั้นอยู่หรอก แต่พ่อตัวร้ายคนนี้เหมือนชาวบ้านชาวช่องซะที่ไหน ไอ้นิสัยมโนเก่ง กระต่ายตื่นตูมเป็ที่หนึ่ง แถมร่างกายตัวร้ายก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ยกเว้นเื่ตายยาก ถ้าบอกไปก็กลัวหลี่เหวินโหรวใจนลูกหลุด หลานเธอก็ได้ซวยกันพอดี สุดท้ายก็ได้แต่กลั้นใจตอบว่า
“บวมน้ำน่ะ แต่ไม่ต้องกังวล อีกแปดเดือนก็หายแล้ว”
“หา! แปดเดือนเลยเหรอ?”
ทรราชน้อยเลิกคิ้ว พลางใช้สมองอันน้อยนิดคิดประมวลผล
“ใช่”
ก็เ้าต้องตั้งครรภ์หนึ่งปี ถ้าอิงจากตำราปีศาจล่ะก็นะ
ทำไมนักเขียนถึงไม่เขียนฉากตอนตั้งครรภ์ทายาทจอมมารของนางเอกด้วยนะ หยุด! ไม่ใช่นาง นางแค่อยากรู้ว่าต้องดูแลพ่อตัวร้ายที่เปลี่ยนบทบาทไปเป็แม่ของลูกจอมมารยังไงก็เท่านั้นเอง ถ้าให้ตั้งท้องแล้วมีสภาพแบบหลี่เหวินโหรวล่ะก็…นางคงกัดลิ้นตาย นางไม่มีจิติญญาความเป็แม่สูงส่งขนาดนั้น!
ขนาดนอนเป็ผัก หมอนี่ยังไม่ละความพยายามที่จะหัดเล่านิทาน ถักเสื้อผ้า ประดิษฐ์ของเล่นให้ลูกในอนาคตที่เ้าตัวไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือเปล่าเสียด้วยซ้ำ สุดยอดไปเลยจริงๆ
“แล้ว…มีนางสนมคนใดตั้งครรภ์บ้างหรือไม่?”
นี่ยังไม่เลิกหวังเื่นี้อีกเรอะ!!
หลิวเฟยเซียนรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆขึ้นมากะทันหัน นางได้ยินคำถามนี้สามเวลาหลังอาหารจนขี้คร้านจะตอบแล้ว
“ไม่มีนะ”
ถ้ามีก็มีแต่เ้านั่นแหละ!
ครานี้หลี่เหวินโหรวเงียบเสียงไปราวหนึ่งก้านธูป สมองน้อยๆของเขาประเมินผลบางอย่างมาสักพักใหญ่แล้ว ถึงเขาจะหน้าตาหน้าโง่แต่ก็ไม่ได้โง่เหมือนหน้าตาเสียหน่อย
อย่างน้อยเขาก็พอจะรู้ว่าถ้าบวมน้ำจริงๆ ท้องคงไม่ดิ้นขลุกขลักเหมือนมีอะไรอยู่ข้างในแบบนี้หรอก
“เฟยเซียน” เขาสบตานางนิ่งคล้ายจะคาดคั้น ก่อนจะเริ่มพูดบางอย่างด้วยน้ำเสียงจริงจังจนหลิวเซียนเฟยรู้จักร้อนๆหนาวๆ
“เ้าก้อนแป้งของข้าน่ะ เขาอยู่ในท้องของข้าใช่หรือไม่”
.
‘เ้าก้อนแป้งของข้าน่ะ เขาอยู่ในท้องของข้าใช่หรือไม่’
‘เ้าก้อนแป้งของข้าน่ะ เขาอยู่ในท้องของข้าใช่หรือไม่’
ราวกับเสียงสะท้อนก้องกังวาลในหัวของหลิวเฟยเซียน โฉมสะคราญเม้มปากแน่นก่อนจะเริ่มพยักหน้าช้าๆ และรอรับปฏิกิริยาอันคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ไม่รู้นางควรดีใจที่หลี่เหวินโหรวไม่โง่ หรือควรหวาดผวาล่วงหน้ากับการตอบสนองที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนดี
“…”
“…”
“ดีจัง”
“ข้าจะได้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด”
เฮ้ย! เ้าช่วยใพอเป็พิธีหน่อยได้หรือไม่? ไอ้ท่าทางดีใจ ลูบท้อง แถมยังพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับเ้าก้อนแป้งนั่นมันอะไร!!
สกิลความเป็แม่นี่มันเป็สิทธิพิเศษของตัวร้ายด้วยหรือไงกัน?
“นี่เ้าจะไม่ใ โวยวาย หรือกรีดร้องหน่อยเรอะ”
โฉมงามกลอกตามองบน อยากจะปาตำรา ‘วิธีพูดคุยเื่สำคัญกับสตรีมีครรภ์ที่กำลังอ่อนไหว’ ทิ้งออกไปทางหน้าต่างนัก นี่นางจะกังวลบ้าบอไปเพื่ออันใดกัน
“ก็…เดี๋ยวลูกข้าใ”
หลี่เหวินโหรวตอบตาใสจนหลิวเฟยเซียนแทบจะหมดคำพูด นางนั่งลงข้างเตียงแล้วสบตาตัวร้ายที่กำลังอุ้มท้องลูกของพระเอกด้วยสีหน้าความมึนงง
“ปฏิกิริยาของเ้านี่เหนือความคาดหมายจริงๆ ข้าล่ะกลัวเ้าใจนหลานข้าหลุดแทบแย่”
คุณนางเอกยกมือขึ้นทาบอกแล้วถอนหายใจยาวเหยียด ความกังวลทั้งหลายมลายไปในพริบตาเดียว
“ข้ารู้สึกมาสักพักแล้วล่ะ ั้แ่วันที่เ้าบอกว่าข้าทำนางสนมตั้งครรภ์ไม่ได้หรอกนั่นแหละ” เขาอธิบายพร้อมหัวเราะร่า มือขาวราวหิมะแตะนิ่งบริเวณหน้าท้อง “ไม่รู้สิ ข้าว่าจู่ๆข้าก็ใจเย็นขึ้น ขยับตัวได้น้อยลง เหมือนกับว่าต้องดูแลอีกคนในนี้ล่ะมั้ง”
แต่ในหัวของหลิวเฟยเซียนกลับเป็…
อ่อ นั่นเ้าแพ้ท้องจนไม่มีแรงต่างหาก! เ้ายังขี้มโนและโวยวายเก่งอยู่เลยเหอะ
“เ้าต้องทนไปอีกแปดเดือนเลยนะ ไหนจะตอนคลอดอีก เจ็บปางตายเลยนา” นางพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลูบศีรษะทรราชน้อยเบาๆอย่างเอ็นดู ทว่าหลี่เหวินโหรวกลับคลี่ยิ้มกว้างอย่างไร้ซึ่งความกังวลใดๆ
“ข้าทนได้น่า นี่ลูกข้านะ”
อ่า สัญชาตญาณความเป็แม่ช่างสูงส่งจริงๆ นางขอซูฮก
นับั้แ่นั้น…มารดามือใหม่ก็เฝ้าทะนุถนอมลูกในครรภ์เป็อย่างดี ทำทุกอย่างเท่าที่สังขารอันไร้เรี่ยวแรงจะทำไหว กระทั่งหลิวเฟยเซียนอดค่อนขอดในใจไม่ได้ สหายของเธอแพ้ท้องปางตาย แล้วจอมมารหายหัวไปไหนกัน?!
เหมือนกับว่านางเอกจอเงินจะลืมเนื้อเื่หลักที่หลี่เหวินโหรวเป็ฮ่องเต้ทรราชตัวร้ายที่จ้องจะทำลายล้างอำนาจจอมมารและยึดครองดินแดนไปหมดสิ้นเพราะอยู่กับหลี่เหวินโหรวนานจนโดนรัศมีความเป็แม่ของเขาบดบังความจริงจนมิด ทับด้วยคอนกรีตและโบกลงหลุมไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเื่ราวระหว่างภรรยาผู้บอบบางน่าสงสารกับสามีไร้ความรับผิดชอบที่ไข่แล้วทิ้งฝังอยู่ในหัวของนางแทน
ความจริงคือหลี่เหวินโหรวน่ะ…
ตอแหล
เขาใจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่แล้วต่างหาก ทุกคนคิดดูนะ ถ้าจู่ๆต้องกระเด็นเข้าร่างตัวร้ายตายอนาถยังไม่พอ ยังตั้งท้องลูกพระเอกที่จะฆ่าเขาในอนาคตอีกต่างหาก
ลาตายเลยได้ไหม เขาอยากลาตาย~
ไม่ได้ๆ! เขาเป็ถึงอดีตผู้ชายที่สุดแสนจะสมบูรณ์แบบเชียวนะ แถม์อุตส่าห์ใจดีบันดาลให้เขามีลูกเป็ของตัวเองทดแทนชาติที่แล้วที่ต้องโดดเดี่ยวเดียวดายและคลายเหงาโดยการขโมยลูกชาวบ้านมาเลี้ยงเป็ระยะ อ่า นี่มันความหวังขั้นสูงสุดในชีวิตเขาเลยนะ! จะเป็พ่อหรือเป็แม่ก็ไม่สำคัญหรอก ขอแค่ได้เฝ้าเลี้ยงดูเ้าตัวน้อยให้เติบใหญ่เป็พอ ตอนนี้เขามีเ้าก้อนแป้งลูกรักอยู่ในท้อง เขาต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ถึงที่สุด จะจอมมงจอมมารบ้าบออะไรเขาก็ไม่ยกลูกให้หรอกนะ เขายึดแล้ว! และจะไม่คืนด้วย! แม้ว่าเนื้อเื่มันจะอีรุงตุงนังบ้าบอไปหมดก็ตามแต่ ตราบใดที่เขายังมีลูกให้เลี้ยงเขาจะไม่ยอมตายหรอก!
เขายอมเป็แม่ก็ได้ เพราะปกติเวลาขึ้นศาล แบ่งสิทธิเลี้ยงดูบุตร เปอร์เซ็นต์ที่ลูกจะอยู่กับแม่มันมีมากกว่านี่นา โลกนี้ก็น่าจะมีศาลถูกไหม?
หรือเขาควรจะแต่งตั้งตัวเองเป็พ่อแล้วหาแม่ใหม่สวยๆให้ลูกดี
ไม่ๆ ตอนนี้เขาต้องเลิกจินตนาการล้านแปดเสียก่อน ห้ามใ อย่าตื่นตูม เดี๋ยวจะกระเทือนถึงเ้าก้อนแป้ง ความเครียดและความกังวลนั้นเป็สิ่งที่ไม่ต่อเด็ก!
หลี่เหวินโหรวพยายามเลิกคิดเื่อื่นใดที่ส่งผลให้ขุ่นข้องหมองใจ แต่กระนั้นก็ยังไม่วายนึกกังวลเื่ชะตาชีวิตอันน่าอเนจอนาถของตนเองอยู่ดี แต่คิดเท่าไหร่สมองก็ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าเพราะสกิลตัวร้ายทำให้เขาโง่ลงหรือลูกแย่งสารอาหารจนพลังงานสมองไม่พอกันแน่? บางครั้งก็แอบอยากจะวิ่งไปหาจอมมารแล้วหาทางออกเื่นี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
เออ แต่กลัวตายไง ไม่มีแรงด้วย งั้นนอนต่อน่าจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
“เฟยเซียน”
เขาส่งเสียงเรียกคุณนางเอกที่กำลังนั่งวาดรูปเล่นในกระดาษอยู่ไม่ไกลนัก อ่า อย่างน้อยเขายังคงบุตรีแห่งโชคลาภผู้นี้เป็สหาย ชะตาตัวร้ายของเขาคงโดนมหาโชคสามชั้นของนางเอกฉุดขึ้นมาจากก้นบ่อบ้างกระมัง
“ว่า?”
หลิวเฟยเซียนถามกลับโดยไม่ได้ละความสนใจไปจากสิ่งที่ทำอยู่เบื้องหน้า นางกำลังวุ่นกับการวาดภาพประดับห้องให้หลานอยู่
“เ้าน่าจะรู้เนื้อเื่ละเอียดกว่าข้า ถูกไหม?”
เขาเกริ่น ทว่าโฉมงามหันขวับมามองด้วยสายตาประมาณว่า ‘แหงแหละ ข้าเป็นางเอก ข้าอ่านบทละครเป็ร้อยรอบก่อนเข้าฉากนะ เ้าตัวน่ารักหน้าโง่’
“เอ่อ เ้าพอจะจำได้ไหมว่าจอมมารจะออกจากหอคอยแห่งมนตราเมื่อใด”
“อีกตั้งแปดเดือน น่าจะราววันคลอดของเ้านั่นแหละ! ช่างเป็บุรุษไร้ความรับผิดชอบยิ่ง”
นางก่นด่าจอมมารอย่างหงุดหงิดเมื่อมองสภาพร่างเหลวเป็ผู้ป่วยติดเตียงของสหาย
“เ้าน่าจะเลือกผู้ชายที่ดีกว่านี้มาทำพันธุ์นะ”
ทรราชน้อยสำลักน้ำลาย
“เดี๋ยว…เฟยเซียน เขาเป็พระเอก ข้าเป็ตัวร้าย”
เขาพยายามย้ำบทบาทตัวละครให้นางใหม่ แต่ดูเหมือนว่าหลิวเฟยเซียนจะไม่สนใจฟังสักเท่าใดนัก
“อ่อ แต่เ้าอุ้มท้องลูกเขาอยู่ เขายังมีหน้าหายหัวไปบำเพ็ญเพียรไม่ยอมออกมาดูดำดูดี”
“เขาไม่รู้ไหมล่ะ อีกอย่างตามบทข้ามันคนโฉดชั่วนะ! ข้าไปหาเื่เขาก่อน”
“อ่อ เดี๋ยวนี้ เ้าหัดเถียงแทนสามีแล้ว?”
หลี่เหวินโหรวกุมขมับ รู้สึกไปไม่เป็อย่างที่สุด ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด
“นี่”
เขาเสียงดังขึ้นเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆเพราะแรงมีแค่นี้
“เขากับข้าไม่รู้จักกันนะ ไม่สิ เขาอาจจะรู้จักข้าในฐานะจักรพรรดิวายร้ายที่รุกรานดินแดนชาวบ้าน และข้าเพิ่งขโมยลูกเขามา จริงๆบทคือต้องทำอีกอย่าง แต่ข้าทำไม่ได้” ตัวร้ายจำเป็เบาเสียงลงที่ท้ายประโยคโดยเลี่ยงคำต้องห้ามอย่าง ‘ฆ่า’ หรือ ‘สังหาร’ ออกไป
เ้าก้อนแป้งในท้องห้ามได้ยินเื่บ้าบอพรรค์นั้นเป็อันขาด เขาจะเหยียบมันให้มิด!
“จริงด้วย”
หลิวเฟยเซียนพลันตระหนักได้ว่าจริงๆจอมมารก็แค่ยังไม่รู้เื่รู้ราวนี่หว่า นี่นางลืมเนื้อเื่หลักทั้งๆที่ท่องบทละครได้เกือบหมดเนี่ยนะ ให้ตายสิ! ต้องเป็เพราะความน่ารักของหลี่เหวินโหรวบังตาแน่ๆ นางถึงได้เกลียดขี้หน้าตัวละครที่ทำร้ายอีกฝ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมไปเสียหมด เอาเถิด หากจอมมารออกจากบำเพ็ญเพียรเมื่อใด เื่ทุกอย่างคงมีทางออกเอง
“ข้าลืม…ข้าเห็นสภาพเ้าแล้วอินไปหน่อย”
จักรพรรดิหนุ่มแค่นหัวเราะด้วยใบหน้าซีดเซียวพลางคิดในใจว่าสภาพเขามันแย่ปานนั้นเลยเหรอ?
อืม นอนติดเตียงอยู่แบบนี้…ก็คงแย่จริงๆนั่นแหละ
ถ้าหลี่หยางเจี้ยนมาเห็นมีหวังต้องสติแตกแน่นอน ไม่รู้ว่าญาติผู้พี่กับหลานๆของเขาจะเป็เยี่ยงไรบ้าง
“แต่ข้าว่ายังไงเขาก็ควรทำหน้าที่พ่อบ้างสิ”
หลิวเฟยเซียนยังคงบ่นพึมพำเบาๆโดยไม่ให้หลี่เหวินโหรวได้ยิน ครั้นจะออกไปตามหาจอมมารเองก็อดห่วงคนท้องที่นอนอืดอยู่แถวนี้ไม่ได้
ช่างอีรุตุงนังนัก…เห้อ นางเครียด ยังมีความรู้สึกเหมือนว่าลูกสาววัยใสถูกผู้ชายนิสัยบัดซบฟันแล้วทิ้งอยู่เลย
ท้องฟ้ายามค่ำคืนของแคว้นหลี่นั้นถูกปกคลุมด้วยสีดำทะมึน ประปรายไปด้วยเหล่าดวงดาราพร่างพรายประดับตกแต่งเป็ระยะ สายลมโชยผ่านหน้าต่างอย่างแ่เบาราวกับการกระซิบ ทว่าอุณหภูมิยังคงเย็นสบายเหมาะแก่การนอนฝันหวานเสียเหลือเกิน
หลี่เหวินโหรวนอนหลับสนิทบนเตียงกว้างเช่นเคย มีเตียงอีกหลังหนึ่งตั้งอยู่เคียงข้างย่อมเป็ของหลิวเฟยเซียนที่อดห่วงจนอาสามานอนเฝ้าไม่ได้ แม้ทุกวันนี้ทุกคนในวังจะเข้าใจว่านางเป็คนตั้งครรภ์ก็ตามที
เสียงรอบข้างที่เงียบสงัดจนผิดวิสัยวังหลวงทำให้นางเอกจอเงินรู้สึกถึงความผิดปกติ
สกิลสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนางเอกกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง จิตใต้สำนึกบอกนางว่ามีผู้บุกรุก แถมยังมีจิตสังหารแรงกล้าอีกต่างหาก
อ่า แต่นางเป็มนุษย์ใต้การคุ้มครองของเทพีแห่งโชคลาภนะ ส่วนพ่อตัวร้ายก็ตายยาก หากไม่ถูกพระเอกสังหาร เพราะฉะนั้น…ใจเย็นๆ อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป
หลิวเฟยเซียนใจเย็นมาก…
…เย็นจนเดินไปจุดเทียนตรงหัวเตียงเพื่อเพ่งมองหน้าคนร้ายเลยด้วยซ้ำไป
เพล้ง!
เสียงกริชเล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่แจกันโบราณอันแสนล้ำค่าให้แตกเป็เสี่ยงแทนร่างบอบบางของหลิวเฟยเซียนที่หลบได้เพราะโชคช่วย แต่มูลค่าของแจกันที่แตกไปก็ไม่ได้ทำให้โฉมงามโมโหเท่าใบหน้าชัดๆของเ้ามือสังหารที่สะท้อนแสงเทียนให้นางเห็นเต็มสองตาหรอก
“เหยียนเทียนเฟิง!!!”
ไอ้ลูกเต่าบัดซบนี่โผล่หัวมาอยู่แถวนี้ได้เยี่ยงไร!