ตอนที่13:ไร้พลัง ไร้ทางป้องกัน
“แล้วเราจะทำยังไงดีหล่ะ?!!!”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน….”
“จบสิ้นแล้วแบบนี้…”
ขนาดเอลฟ์ยังสู้มาได้ฉันก็คงเป็แค่ฝุ่นเล็กแค่นั้นเองสินะ แต่ถึงอย่างนั้นเ้าคนที่อยู่หลังันั่นเท่ๆชมัดที่ัได้ด้วย!!!!
“หืม?… แปลกแห๊ะ”
“อะไรงั้นหรอ?”
“เ้าันี่มันไม่โจมตีมาเลยนี่?”
“หมายความว่าไง?”
เซียร์ยืนมองไคน์ที่นั้งเข่าทรุดอยู่ข้างๆก่อนที่จะคิดอะไรแปลกๆ
ฟิ้ว!!!!! เซียร์โยนไคน์เข้าไปหาเ้าั
“ทำบ้าอะไรเนี่ย!!!!!!!”
“เป็งั้นจริงด้วยแห๊ะ…..”
“อะไรหนะ?!!!”
ัที่ถูกโยนไคน์ใส่ก็บินถอยหลังไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ
“หึ……”
เซียร์ยิ้มออกมาก่อนที่จะจับไคน์วิ่งไล่ัตัวนั้น
อะไรเนี่ย?!!! ฉันกลายเป็พระไล่ผีไปแล้วเร๊อะ คุณเจ๊เธอไม่ไม่บอกเหตุผลอะไรเลยด้วยนะ
“ใจเย็นก่อนซารัค!!!”
เสียงของชายอยู่อยู่บนหลังั
“หืม…..”
“นี่แกเป็ตัวอะไรเนี่ยถึงขนาดัยังกลัวเลยเนี่ยนะ?!!!”
“นั่นสินะจะยอมแพ้ไหมหล่ะ?”
เซียร์เห็นโอกาสจึงถามถ่วงเวลาเพราะกำลังหาวิธีหลอกล่ออยู่
“หน๋อย!!!!”
“ัหนะเป็สัตว์ทรงภูมปัญญานะ ถ้าถึงขันที่ัยังกลัวหละก็แค่ถล่มพวกเ้าหหนะเป็เื่ง่ายๆเลยนะ?”
“ฉันจะโยนนายเข้าไปหาเ้าันั่น หลังจากนั้นเ้าก็ดูดพลังเวทย์มันมาให้เยอะที่สุดนะ”
เซียร์กระซิบแผนให้ไคน์ฟัง
“เอ๊ะแต่มัน!!!!”
“ไปโล้ดด!!!!!”
“อ๊ากกกกฉันยังไม่ได้ตั้งตัวเลยนะ!!!!!!!”
“ถ้านายตั้งตัวเดียวศัตรูก็เดาทางได้หรอกไอ่โง่เอ้ย!!!”
เอาไงก็เอาวะนี่มันอาจจะเป็ทางเลือกสุดท้ายที่จะสู้มันได้ก็ได้ มาเลยเ้าัเป็หนูทดลองวิขาให้ฉันซะเถอะ!!!!!!
หมับ!!!! ไคน์เกาะคอัอย่างแน่น
“เอาล่ะนะ!!!!”
วูม วูม วูม วูม
“อะไรหน่ะ?!!!!”
หลังจากที่ไคน์ดูดพลังเวทย์ของมักรอย่างรวดเร็วมันก็ล้มลงในเวลาไม่ช้า
“สำเร็จ!!!!”
“นี่แกทำอะไรลงไปเนี่ย?”
“นี่คืออาวุธลับของไอเด็กนั่นยังไงหล่ะ”
“ห้ะ?!!!!”
“ที่นี่แกจะทำอะไรต่อได้หละห้ะ ผู้ควบคุมสัตว์เวทย์?”
“นี่แกรู้อยู่แล้วงั้นหรอ?”
“เล่นขี่ัสะขนาดนั้นต่อให้เด็กพึ่งเกิดก็รู้เถอะ”
ไคน์รู้สึกเจ็บนิดๆหลังจากได้ยินเซียร์พูดอย่างนั้น
“เ้าไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอกนะ ถึงเ้าจะโง่ไม่ได้เื่และสติไม่ค่อยดีแต่เ้าไม่ได้ผิดหรอกนะ”
ไคน์น้ำตาไหลเป็สายน้ำหลังจากได้รับพลังบวกเชิงลบมากมานที่เซียร์กล่าวออกมา
“ทำไมแกถึงมาโจมตีที่นี่กัน?”
“ใครจะไปบอกหล่ะ!!!”
“ต่อให้ตายฉันก็ไม่มีทางพูดหรอกนะ”
“โอ้ งั้นหรอ?”
“อีกไม่ช้ากองทัพขนาดใหญ่ก็จะบุกโจมตีที่นี่อยู่ดีพวกแกยังไงก็ต้องแพ้”
“กองทัพที่ว่าใช่พวกที่นอนสลบเหือกอยู่ตรงนั้นไหม?”
เซียร์พูดพร้อมกับชี้ไปทางกองคนนับร้อยที่กำลังนอนสลบอยู่
“เอ๊ะ?……”
“พวกที่เหลือก็หนีเอาตัวรอดไปกันหมดแล้วทิ้งพวกแกไว้แล้วเอาตัวรอดไปหมดแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ก็ไปถามพวกนั้นดูสิ”
เหล่าคนที่ปราบศัตรูนับร้อยค่อยๆเดินเข้ามาเหล่าอัศวินทั้งสามของอณาจักรไร้าแใดๆ
“ท่านเซียร์คะ!!!!”
“ไงคาเรนไม่ได้เจอกันนานดูโตขึ้นเยอะเลยนะ”
คาเรนอัศวินสาวเผ่าลูกครึ่งเอลฟ์ที่อดีตเคยอยู่อาศัยกับเซียร์เธอมีนิสัยร่าเริงขี้เล่นแต่ก็มักเอาจริงเอาจังพึ่งพาได้
“ว้าว… ท่านนี่ล้มเ้าัได้เลยหรอเนี่ยสุดยอดจริงๆนะครับ”
โอเกอร์อัศวินชายหนุ่มเขามีนิสัยสุมขุมดุดันและเอาจริงเอาจังกับหน้าที่
“ไม่ใช่ข้าสักหน่อยไอหนูที่นั้งอยู่ตรงนั้นต่างหาก”
“นี่โกหกกันอยู่ใช่ไหมครับเนี่ย”
ไดมาสอัศวินสูงวัยมีนิสัยเ็าเดาทางได้ยากแต่มากด้วยประสบการณ์
“ไครอสหรอ?”
“เอ่อ…คือ”
“ไม่ใช่หรอกเขาไม่ใช่ไครอสอะไรนั่นหรอก”
“อ๊ะ…..จริงด้วยสินะไครอสตายไปแล้วนี่นะ แต่กลับมานั่งอยู่ตรงนี้สะงั้น? ตลกจัง”
“เดี๋ยวเถอะคาเรนพูดแบบนั้นไม่มีเลยนะ”
“ก็มันเป็ความจริงนี่นานายไม่คิดงั้นหรอโอเกอร์?”
“ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอก มันออกจะน่าขนลุกสะมากกว่า”
“พวกเ้าสองคนหยุดได้แล้วเ้าตัวจะรู้สึกแย่เอานะ แต่ก็ดูพิลึกอยู่เหมือนกันนะ”
“พอ…เถอะครับ”
อะไรเนี่ยคนพวกนี้อยู่ก็มาว่าร้ายกันไม่หยุดเลย ฉันไม่ใช้ภูตผีสักหน่อยนะ
“แต่ก็สุดยอดไปเลยแห๊ะถึงกับจัดการเ้าัได้เลยหรอเนี่ย?”
“พวกเ้ากลับมากันแล้วสินะ”
“ท่านาาพวกเรากลับมาแล้วค่า….”
“โชคดีจริงๆที่พวกเ้ามาได้เวลาพอดี”
“มันเป็หน้าที่อยู่แล้วขอรับ มันน่าเศร้าใจมากกว่าที่พวกเราไม่มาให้เร็วกว่านี้”
“เอาหน่าๆพวกเ้าคงจะเหนื่อยแย่อยู่แล้วไปพักสักหน่อยเถอะ”
“ไคน์เ้าเองก็เช่นกัน”
“โอ้วว…ชื่อไคน์สินะ?”
คาเรนะโควงแขนไคน์อย่างแนบชิดก่อนที่จะแหย่ไคน์เล่นๆ
“พวกเรามาคุยกันสักหน่อยไหม?”
“เอ่อคือ…ใกล้ไปแล้วครับ”
“ไม่เห็นจะเป็อะไรเลยนี่?”
ไอรีนที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกโกรธเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปดึงตัวไคน์ออกมา
“เอ๋… ท่านไอรีนมีอะไรงั้นหรอคะ?”
“ปะ… เปล่าสักหน่อย”
“หืม…งั้นหรอ”
คาเรนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่ปล่อยตัวไคน์แล้วเดินจากไป
“ไอรีน….”
“ขะ…ขอโทษที”
เธอจะเป็ตลอดเลยหรทอไงเนี่ย? ยังไม่ยอมตัดใจจากไครอสสักทีนะ เห้อ….
“เห้ยนี่ต่อให้ตายแกก็ยอมใช่ไหม?”
“ดวงิญญาแกก็คงไม่เคียดแค้นกันหรอกนะเพราะแกพูดมาเองหนิ?”
เซียร์ยังคงขู่ไม่หยุด
หลังจากนั้น
“ผมมีชื่อว่ากาเลา เป็เทมเมอร์ที่สามารถควบคุมสัตว์ได้”
“ถึงขั้นที่ควบคุมัได้เนี่ยไม่ชาเล่นๆเลยนะเนี่ย”
“ผมทำตามคำสั่งของท่านนาโมเพียส ที่ให้ผมทำเื่เลวร้ายกับผู้คนอยู่ตลอด”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะเขาสัญญากับผมว่าถ้าหากทำตามคำสั่งเขาจะช่วยรักษาอาการของพี่สาวให้”
“อาการ? าเ็งั้นหรอ”
“พี่สาวผมล้มป่วยด้วยโรคบางอย่างที่ยังหาทางรักษาไม่ได้หนะครับ”
“นี่แกโง่หรทอบ้ากันเนี่ย โรคที่ยังหาทางรักษาไม่ได้กับคนพรรณนั้นจะไปช่วยได้ยัฃไง?”
“………..”
“กับกันต้องคอยไปกวาดล้างอณาจักรอื่นๆทั้งๆที่ตัวนายเองก็ไม่ชอบด้วยซ้ำเนี่ยนะ”
“ก็มันไม่มีวิธีหนิ!!!!”
“?!!!!!”
เซียร์ใกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของกาเลา
“ต่อให้ฉันมีพลังมากแค่ไหน แต่มันก็ช่วยอะไรพี่สาวไม่ได้สักนิด”
“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ถ้าหากว่ามันมีสักวิธีที่จะช่วยพี่ได้ฉันก็พร้อมที่จะเสี่ยงเหมือนกัน”
“ต่อให้มันจะเป็เื่ที่ผิดก็เถอะ….”
กาเลาทนความเศร้าไม่ไหวจนน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด
“ถ้านายพูดอย่างนั้น…แล้วถ้าฉันจะเป็คนช่วยพี่ของนายให้หล่ะ?”
“เอ๊ะ?…..”
“แน่นอนว่าฉันไม่ทำให้ฟรีๆหรอกนะ?”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงหล่ะ?”
“ก็แค่คอยปกป้องอณาจักนนี้ยังไงหล่ะ”
“จะให้ผมทำมันก็ได้อยู่หรอก แต่ผู้คนที่นี่เขาจะยอมรับมันได้หรอ?”
“เื่นั้นฉันไม่สนใจ… จะเป็ยังไงก็ช่างแต่นายต้องคอยปกป้องที่นี่เอาไว้อย่างสุกชีวิต”
“ถ้านายยอมทำ ฉันสัญญาว่าฉันจะช่วยพี่สาวนายให้ได้”
“………..”
“ว่าไง?”
“ได้ผมตกลง”
หลังจากนั้นกาเลาก็ได้ย้ายมาอยู่อาศัยที่อณาจักรโดยต้องคอยดูแลปกป้องอณาจักรแต่แน่นอนประชาชนไม่เห็นด้วยกับเื่นั้น
“ใครมันจะไปยอมรับกันห้ะ!!!”
“ไสหัวไปสะ!!!!”
“เราเกือบตายเพราะแกนั่นแหละ!!!”
ฉันเตรียมใจที่จะโดนด่าทอกันอยู่แล้วมันคงเป็ผลของการกระทำที่สิ้นคิดของผมเอง ผมจะยอมรับผิดทุกอย่างแต่ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นเพราะพี่สาวผมกำลังจะมีชีวิตใหม่
“ครั้งแรกหรอ?”
ไคน์ที่ยืนข้างๆพูดถามขึ้นมาด้วยสีหน้ากวนบาทา
“อะไรของนาย?”
“นายยังน้อยไปลองดูนี่นะ”
ไคน์ยืดอกชูแขนสองข้างขึ้นทำท่าดีใจให้ทุกคนเห็น
“ทำบ้าอะไรของแกวะอนรก!!!”
“ตลกนักหรือไงห้ะไอ้ฏ!!!!”
“อย่ามาใกล้เมียตูนะโว้ย!!!!”
“รีบๆไปนอนอืดตายในคุกไป!!!”
“แกไอตัวน่ารังเกียจ!!!!!”
ไคน์หันมายิ้มอย่างปลื้มอกปลื้อใจให้กาเลาเห็น
อะไรของเ้านี่เนี่ย… ภูมใจเื่แบบนี้เนี่ยนะ สติยังดีอยู่หรือเปล่า?
เงียบ!!!!!! เสียงพระาาโตโกนดังลั่นไปทั่วลาน
“ข้ามีเื่ที่จะบอกทุกคน”
“ในตอนนี้ทุกคนเห็นผู้ที่ยื่นอยู่ตรงหน้านี่ทั้งหมดแล้วชาไหม?”
“ข้าจะขอประกาศยกความดีความชอบให้กับเหล่าผู้ที่ถวายตนปกป้องอณาจักร”
“แต่ฉันแค่ถูกลากตัวออกไปเฉยๆเองนะ?”
“ก่อนอื่นต้องขอบคุณทหารทุกนายที่คอยปกป้องประชาชนอย่างสุดกำลัง”
“และเหล่าอัศวินทั้งสามที่ช่วยปราบศัตรูจำนวนมาก”
“และกาเลาคนถึงแม้เขาจะเคยเป็ศัตรูแต่ตอนนี้เขาคทอพันธมิตรของเรา”
“ข้าไม่เอาด้วยหรอก!!!”
“ใช่….กับคนที่คิดจะฆ่าพวกเราเนี่ยนะ!!!”
หุบปาก!!!!! เสียงพระาาะโลั่น
“ถึงแม้เขาจะทำลายอณาจักรไปไม่น้อยแต่เขาก็ไม่ได้ลงมือสังหารใครไปแม้แต่คนเดียว!!!!”
“เขามีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้นและข้าเข้าใจเขาดี”
“เพราะอย่างนั้นข้าจะยกโทษให้กับเขา”
กาเลารู้สึกปลื้มใจกับคำพูดของพระาาถุงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“และคนสุดท้ายไครอสเขาคือคนที่ปราบัลงได้”
“เห็นไหมมันปคาบัเลยนะ!!!!”
“จะให้คนอันตรายแบบนั้นอยู่ใกล้ๆไม่ได้แล้ว!!!”
“ช่วยปะามันสักทีสิ!!!!!”
“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะให้เขาคอยปกป้องอณาจักรนี้”
“ข้าคิดเสมอว่าผู้คนในอณาจักรสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเสมอ สำคัญกว่าครอบครัวของข้าเสียอีก”
“มีคนมากมานในอณาจักรจึงมีาาได้ เพื่อชีวิตที่ทุกคนฝากฝั่งไว้กับข้า ข้าพยายามมาตลอด”
“แต่ตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่าการที่ข้าพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเอาใจทุกคนได้”
“เพราะอย่างนั้นข้าเห็นถึงจุดบอดในอณาจักรแห่งนี้ ข้าจึงตัดสินใจสร้างมันขึ้นมาใหม่”
“เพื่อเป็การไถ่โทษข้าจะมอบโอกาศการย้ายที่อยู่ให้กับคนที่ไม่พอใจกับวิธีการของข้า”
“ได้ย้ายออกไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ”
“อะไรของแกวะคิดว่าที่แกได้เป็าาเพราะใคร!!!”
“อยู่ๆก็คิดจะตัดถึงเลยเนี่ยนะ!!!”
“บลา บลา บลา ”
“………”
ข้าตัดสินใจที่จะทำแบบนี้ก็เพื่ออณาจักร การที่ข้าจามใจประชาชนเกินไปจนมันกลายเป็จุดอ่อนรูใหญ่ที่สามารถทำลายอณาจักรนนี้ได้ง่ายๆ อณาจักรที่ไม่มีเสียงเดียวกันยังไงก็ไปไม่รอดอยู่แล้ว ข้ามีแต่ต้องทำ….
“หัดเจียมกะลาหัวพวกแกมั้งเถอะ!!!!”
ไคน์ทนฟังไม่ไหวจนฟิวส์ขาดะโลั่นไปทั่วลานกว้าง
“คนเขาเหนื่อยแทบตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อพวกแกขนาดนี้ แต่จะทำยังไงพวกแก็ไม่พอใจสักที!!!”
“แล้วพวกแกจะมีาาไว้ทำซากอะไรวะ!!!!”
“พวกแกเก่งนักก็จัดการกันเองสะสิไอบัดสบ!!!!”
“ไม่มีใครเขาอยากเอาชีวิตที่มีค่าไปทิ้งเพื่อมาให้พวกแกด่าซ้ำหรอกไอ่พวกโง่!!!!”
“ทั้งๆที่พวกเขาเหนื่อยแทบตายจะหยุดพักก็ไม่ได้ ที่พวกแกมีทุกวันนี้คิดว่าเป็เพราะใครห้ะ!!!”
“าาทำได้ดีทุกอย่างตลอด แต่พวกแกที่โลภจะเอาแต่ได้ไม่มีพอใจอะไรเลย เอาแต่สนุกกับความทุกข์คนอื่นแบบนี้พวกแกยังเป็คนกันอยู่ไหม!!!”
“แต่พวกเราก็แค่หวาดกลัวพลังที่แข็งแกร่งนี่นา!!!!”
“ข้าเข้าใจพวกเ้าในเื่นั้นแต่ถ้าเราไม่มีพลังอะไรเลยเราก็ไม่สามารถปกป้องอณาจักรได้หรอกนะ”
“หรือถ้ามันเป็ภัยกับเราจริงป่านนี้พวกเ้าก็คงไม่ได้มีชีวิตมายื่นดูถูกคนอื่นแบบนี้อยาหรอกนะ”
“ใครที่คิดว่ามันเป็เื่ง่ายๆแค่ทำตามหน้าที่เฉยๆแค่นั้นก็ลองไปทำเองสะสิ?”
เสียงของชายชราที่พูดขึ้นมากลางลานกว้าง
“ข้าหนะไม่ว่าจะเป็ยังไงข้าก็จะติดตามท่านเสมอท่านกอร์รันเดล”
“เ้าหนูเ้าเองก็พูดโดนใจข้ามากจากนี้ข้าข้อฝากชีวิตข้าไว้กับเ้าจะได้ไหม?”
“อ่า….ไว้ใจผมได้เลย”
หลังจากนั้นประชาชนก็ต่างทำตามาาอย่างเป็เสียงเดียวกัน ก่อนหน้านี้ผู้คนที่มีผู้นำแต่ไม่รับฟังใช้ให้ทำอยู่ฝ่ายเดียวกำลังเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง