ตอนที่10 พื้นที่เล่ยกู่
“ท่านพี่”เสียงะโก้องที่ทำเอาสายตาหลายคู่หันมาจับจ้องผู้ที่ถูกเรียกถึงเบิกั์ตาด้วยความใกับอาคันตุกะที่เหนือความคาดหมาย
อ้ายซินพุ่งลงจากหลังม้าเข้าสู่อ้อมแขนอันแข็งแกร่งของพี่ชายซึ่งรับเธอไว้ได้ทัน
“ข้ากำลังคิดอยู่เลยว่าจะส่งจดหมายบอกเ้าอย่างไรดีตอนที่รู้ว่าเ้าไม่ได้ร่วมเดินทางมากับแม่ทัพหวนฉี”
“ข้าคิดอยู่แล้วค่ะว่าท่าน้าข้า”เด็กสาวยิ้มแป้นทำเอาผู้เป็พี่อยากจะหยิกแก้มกลมๆ นั้นเสียเหลือเกิน
“อ้าย!”
“อ๊ะท่านพี่ซุนเซียน”อ้ายซินผละจากอ้อมกอดของถิงเซียวและโผเข้าหาซุนเซียนที่มีท่าทางเก้อกระดากเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้เ้าหล่อนกอดโดยดี
“แม่ทัพหวนฉีรู้รึเปล่าว่าเ้ามาที่นี่”คำถามของเขาทำให้เด็กสาวสะดุดกึก ดวงตาเลิกลั่กน้อยๆ มีลับลมคมใน
“จำเป็ต้องบอกด้วยเหรอคะ”เธอว่าเสียงแ่อย่างคนสำนึกผิดเพียงครึ่งเดียว ซุนเซียนมองพิจารณาเธอก่อนจะถอนหายใจแ่เบา
“ไม่มีส่วนไหนขาดหายไปสินะ”นี่ต่างหากคือสิ่งที่เขากังวลเป็ที่สุด ว่าเ้าหล่อนจะกลับมาในสภาพไม่สมประกอบทั้งที่เขาค้านหัวชนฝาเื่แต่งงานแต่เธอก็ยังคงยืนกรานคำตอบเดิมแม้จะไม่พอใจสักแค่ไหนแต่ความรักและห่วงใยน้องสาวตัวน้อยก็ยังคงก้าวผ่านทิฐิของตนเอง
“เอ่อถ้าไม่มีชิ้นส่วนใดส่งมาถึงทางนี้ก็คงแปลว่าร่างกายข้ายังอยู่ครบทุกส่วนแหละค่ะ”เธอพูดติดตลกแต่อีกฝ่ายไม่หัวเราะตาม
“ข้าอยากจะฟังว่าเ้าเป็อยู่อย่างไรเ้าต้องเล่ามาให้หมดนะ” ซุนเซียนยืนกอดอกมองเ้าหล่อนด้วยสีหน้าถมึงทึงอ้ายซินอมยิ้มกับท่าทางที่ไม่ได้เห็นมานาน ช่างน่าคิดถึงเสียเหลือเกิน
“ข้าจะส่งจดหมายไปบอกแม่ทัพหวนฉีทีหลังแล้วกันว่าเ้าอยู่กับข้า”ถิงเซียวเปรยหยั่งเชิง เป็ไปตามคาดเมื่ออีกฝ่ายส่งเสียงประท้วงพัลวัน
“ไม่ค่ะไม่มีทาง ท่านพี่ห้ามบอกนะ อย่าให้เค้ารู้เด็ดขาดเลยนะ”
“แล้วเ้าบอกคนของทางนั้นว่าอย่างไรตอนที่ออกมา”
“ข้าบอกว่าจะออกมาที่เมืองหลวงสักพักไม่นานก็กลับค่ะ” เธอตอบไม่เต็มเสียงในเมื่อเมืองหลวงไม่ไกลกับพื้นที่ของหวนฉีเท่าไหร่การจะหายไปเป็เดือนจึงค่อนข้างจะมีพิรุธมากทีเดียวแน่นอนว่าหญิงสาวเตรียมคำตอบรับมือไว้มากมายขึ้นอยู่กับสถานการณ์
“ศึกครั้งนี้ท่าจะนานถึงเวลาที่เหมาะสมเ้าก็ควรจะรีบกลับไปก่อนที่ทัพหวนฉีจะกลับถึงว่าแต่...ห่างหายไปนานหวังว่าฝีมือของเ้าคงไม่ทื่อลงหรอกนะ”
“แล้วท่านจะได้เห็นเองว่าฝีมือของข้าทื่อลงหรือไม่แล้ว...พวกเขาล่ะ”
“ถ้ารู้ว่าเ้ามาถึงก็คงจะดีใจจนเนื้อเต้นและเตรียมตัวพร้อมกันเรียบร้อย”
“เห้ย! ถิง นี่เ้าจะไม่ให้นางพักผ่อนก่อนเลยหรือ นางพึ่งมาถึงเองนะ”
“หือ เซียนเ้าโง่หรือเปล่า ข้าบอกตอนไหนว่าจะให้นางเริ่มเลย” ถิงเซียวลอยหน้าลอยตาพูด ซุนเซียนมองเขาตาแทบถลนออกจากเบ้าไม่ชอบใจกับความกวนประสาทของอีกฝ่ายจนอยากสวนหมักสักทีสองที
การทะเลาะกัน(เื่ปกติ)ของแม่ทัพและรองผู้ซึ่งมีนิสัยต่างขั้วเป็สิ่งที่ห่างหายไปนานสำหรับเธอ อยากจะหยุด่เวลาดีๆ เหล่านี้ไว้เสียเหลือเกินเวลาแห่งความฝันนี้มันช่างสั้นจนแทบไม่อยากจะลืมตาตื่น
“ท่านพี่อ้าย”เสียงแหลมจากด้านหลังทำให้อ้ายซินหันกลับไปมองแทบจะทันทีฮุ่ยหลิงยืนส่งยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือน้อยๆ ให้อ้ายวิ่งเข้าไปหาน้องสาวและโผเข้าหาเธอจนอีกฝ่ายเกือบจะเสียหลักล้มลง “เบาๆ พี่เดี๋ยวได้ไปนอนให้เค้าปฐมพยาบาลคู่กันพอดี”
“นี่เ้าก็มากับเขาด้วยเหรอเนี่ย”
“เพื่อการเรียนรู้น่ะตอนแรกท่านพ่อก็ไม่ยอมหรอก แต่แม่ทัพถิงเซียวขอไว้เลยได้มา”หันไปขยิบตาส่งให้ถิงเซียวโดยเมินเฉยผู้เป็พ่อที่ยืนทำหน้าหงุดอยู่
แม้ฮุ่ยหลิงจะไม่ถนัดการใช้ดาบหรือาวุธระยะประชิดเธอกลับยิงธนูแม่นจนน่าเหลือเชื่อพอที่จะเป็แนวหลังเข้าร่วมทัพได้(กำลังศึกษาดูงาน)
“ข้าขอยืมตัวท่านพี่ก่อนนะคะพอดีอยากจะคุยเื่ระหว่างผู้หญิงด้วยกัน”รอยยิ้มของฮุ่ยหลิงเต็มไปด้วยเลศนัยจนคนมองััได้เธอไม่รีรอให้ใครอนุญาตก็รีบลากอ้ายให้ออกเดินไปด้วยกันทันที
“พี่เอส เม้าส์มาเดี๋ยวนี้”เด็กสาวอ่อนวัยกว่ายืนกลั้นยิ้ม แทบจะเก็บอาการอยากรู้อยากเห็นไม่อยู่
“อะไร” เอสทำหน้ามุ่ยไม่ชอบใจกับท่าทางของเธอเอาเสียเลย
“ถามจริง โล้สำเภากันยัง”คำถามต่อมาทำเอาเอสเกือบหน้าคะมำลงไปกับพื้นใบหน้าบิดเบี้ยวแดงราวลูกตำลึงถบทคำหยาบมากมายออกมา “อาการแบบนี้คงยังสินะ”เบียร์แสดงสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน นึกว่าจะได้ยินเื่รักๆ ใคร่ๆอันแสนเร้าใจของผู้เป็พี่สาว
“แค่ฉันมีอวัยวะครบ 32ได้นี่ก็บุญแค่ไหนแล้ว!” เธอแหวเสียงดังเมื่อเห็นว่าภายในบริเวณนั้นไม่มีใครอยู่“นี่แน่ะ ฉันจะเล่าให้เธอฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง!”
เอสเริ่มเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นั้แ่วันแต่งงานจนถึงวันที่เธอมาถึงอย่างละเอียดยิบเบียร์เป็ผู้ฟังที่ดีในการนิ่งเงียบไม่ถามอะไร แต่สะกดกั้นความสนุกจนแทบจะปกปิดสีหน้าไม่มิดมีเพียงเื่ที่ถูกชายหนุ่มหอมแก้มเท่านั้นซึ่งเอสเลือกจะเก็บเงียบไว้
“เท่านี้เหรอ”
“เท่านี้แหละ จะให้มีอะไรอีก”
“เบียร์ก็นึกว่าจะมีฉากอีโรติกกุ๊กกิ๊กอย่างแม่ทัพหวนฉีใช้กำลังบังคับจูบพี่อะไรแบบนี้”
“ถ้ายังขืนพูดอีกฉันนี่แหละจะใช้กำลังจับเธอให้นอนเล่นเป็เพื่อนคุณก้อนหินบนพื้น”เอสยิ้มกว้างชวนสยอง เบียร์มีสีหน้าเหยเกแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะจับพิรุธอีกฝ่าย “เอาตรงๆนะ ฉันคิดถึงบ้าน คิดถึงทุกคน ที่นั่นมันอยู่แล้วอึดอัดไม่ปลอดภัยและไม่มีความสุขเอาเสียเลย” เอสหน้าเศร้าลงอย่างชัดเจนจนเบียร์ค่อนข้างรู้สึกผิดที่สนุกไปกับเื่ของเธอ
“ว่าแต่ พี่บอกว่าเลี้ยงเหยี่ยวดำในกรงบนหลังม้านั่นปะ”
“ลืมไปเลย! มัวแต่ดีใจที่ได้เจอทุกคน ต้องหาอาหารให้อวิ๋นด้วย”
“เข้าใจตั้งชื่อนะพี่ อวิ๋นจากปู้จิงหวิ๋น คู่กับเนี่ยฟงของพี่พอดี” เบียร์พูดไพล่ไปถึงบางสิ่ง ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นก็อยู่ในทัพครั้งนี้เช่นกัน
“จริงสิ เ้านั่นเป็ยังไงบ้าง”
“อย่างที่พี่คิดเพราะพี่ไม่อยู่เลยค่อนข้างหงุดหงิดและอาละวาดในบางทีครั้งนี้ท่านแม่ทัพถิงเซียวพามาด้วยคงหวังว่าพี่จะมาแน่นอน ของๆพี่ที่จำเป็ทั้งหมดด้วย”
“คาดการณ์ได้แม่นเสมอเลยคนๆ นั้นสมกับเป็คนติดตามของท่านพ่อ”เอสพูดอย่างภูมิใจในตัวพี่ชายราวกับเป็เื่ของตัวเอง
“นี่พี่เอสแล้วพี่จะหย่ากับแม่ทัพหวนฉีเมื่อไหร่พี่คิดไว้หรือยัง”เบียร์เอียงคอมองอย่างสงสัย เธอคิดว่าพี่สาวลืมเื่นี้ไปเสียแล้วทว่าเอสมีสีหน้าปุเลี่ยนๆ ครั้นนึกถึงเหตุผลที่จะทำการหย่าได้
“เบียร์รู้เื่การหย่าในสมัยจีนโบราณมั้ยนิยายเื่นี้ออกแนวจีนโบราณถูกมั้ย การหย่ามันก็เลยคล้ายกัน”เอสกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดคออย่างยากลำบาก เธอถอนหายใจยาวจนผู้เป็น้องสงสัย
“มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอพี่”
“จะว่าไงดี ต้องบอกว่ายุ่งยากน่ะสิคือมันจะมีกำหนดเงื่อนไขการหย่าได้ลักษณะใหญ่ๆ 3 อย่างน่ะ”
“ดูเยอะอะพี่มีข้อไหนดูเป็ไปได้มั้ย” เบียร์ถามอย่างมีความหวังเอสไม่รู้ว่าจะพยักหน้าหรือส่ายหัวดี
“คืองี้นะ อย่างแรกก็คือเจ็ดขับหรือก็คือสามีจะขับไล่ภรรยาออกจากบ้านถ้าไม่ปรนนิบัติพ่อแม่สามี ไม่มีบุตร คบชู้ อิจฉาริษยา มีโรคร้ายแรง พูดมากและลักขโมย เธอคิดว่ายังไงล่ะ ในเมื่อพ่อแม่ของหวนฉีเป็ใครนี่ก็ยังไม่รู้เลยเผลอๆ โดนเ้าตัวฆ่าล้างตระกูลไปแล้วมั้ง” เอสแค่นเสียงหัวเราะแห้งๆเบียร์ดูจะเห็นด้วยจนเผลอพยักหน้าตาม “ไม่มีลูกก็คงได้ เพราะไม่เคยนอนด้วยกันแต่คนแบบหมอนั่นสนใจเื่ลูกเหรอ และอิจฉาริษยาให้รู้สึกกับใครล่ะ มีโรคร้ายแรงนี่ฉันควรจะเป็โรคไหนหรือพิกลพิการก็คงไม่มีคงได้ตายก่อนพิการนั่นแหละ พูดมากนี่ก็พวกเื่ส่วนตัวเธอก็เห็น นี่Aloneจ้าไม่มีเพื่อนคบที่นั่นให้คุยกับใครและก็ลักขโมยกับคบชู้คิดว่าไม่จบแค่โดนขับไล่หรอก ได้ไปนอนคุยกับต้นถั่วงอกแน่นอน”เอสพรั่งพรูคำพูดรัวราวปืนกล เธอดูจะอัดอั้นจนอีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสาร
“แล้วลักษณะที่สองละพี่” เบียร์ถามอย่างมีความหวังอันริบหรี่เอสกระตุกยิ้มมุมปากแต่ดวงตาราบเรียบไม่ยิ้มตาม
“ประพฤติผิดคุณธรรมเช่น ฆ่าครอบครัวอีกฝ่าย ก็วกกลับมาที่เดิมว่าฝั่งนั้นมีเหรอ หรือไม่ก็เป็ชู้กับญาติอีกฝ่ายคงต้องให้หวนฉีเป็ชู้กับ...”เปรยถึงตรงนี้คนสูงวัยกว่าก็มีรอยยิ้มแห่งชัยชนะน้อยๆเมื่อได้เห็นสีหน้าบูดบึ้งของคนอ่อนวัยกว่าที่นั่งส่งสายตาเป็เชิงว่า อย่าแม้แต่จะคิด“ไม่ก็ภรรยาวางแผนคิดจะฆ่าสามี คิดว่าฉันกับหวนฉีใครจะได้ตั๋วเที่ยวเดียว Go to hell กันล่ะ”
“เออพี่แน่นอน” เบียร์ตอบอัตโนมัติโดยไม่ตริตรองใดๆ
“ส่วนลักษณะสุดท้ายคือสมัครใจหย่าฉันน่ะสมัครใจ แต่อีกฝ่ายล่ะ เฮ้อ” เอสลากเสียงถอนหายใจยาวจนแทบจะหมดลมไม่ว่าหนทางไหนก็ช่างมืดมนสำหรับเธอเสียเหลือเกิน
“น่าจะมีรีเซ็ตตายแล้วเกิดใหม่อีกสักหนเนอะพี่”
“ถ้าจะเป็แบบเดิมขอไม่เกิดเลยดีกว่า”
“จะไปก็อย่าไปคนเดียวนะพี่พาเบียร์ไปด้วยนะ”
คิดแล้วก็ปลงอนิจจาจะโทษใครได้ในเมื่อเธอเลือกทางเดินของตนเองไม่รู้ว่าผีห่าซาตานอะไรดลจิตดลใจให้ตอบตกลงการแต่งงานกับเขากันนะ การตัดสินใจด้วยตรรกะง่ายๆอย่างคนโง่ทำเอาชีวิตแทบจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายทุกวัน
“คร่ำครวญไปก็เท่านั้นหาวิธีรับมือและเอาตัวหน้างานก็แล้วกัน”