6 | จงไปเรียนยูโดซะเถอะ!
ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานนักในความรู้สึกของนักการตลาดอย่างทอรุ้ง หลังเลิกประชุมทีมก็ต้องสรุปรายงานความคืบหน้าโพรเจกต์ส่งเ้านาย ทั้งยังต้องเตรียมแผนมาร์เกตติงส่งให้ลูกค้าอีก กว่าจะถอนร่างลุกจากเก้าอี้ทำงานที่บริษัทได้จึงเฉียดสามทุ่ม ขับรถกลับถึงบ้านที่กาญจนบุรีก็ปาเข้าไปห้าทุ่มเศษ หญิงสาวโถมร่างเหนื่อยอ่อนซุกกอดสวัสดีพ่อกับแม่ แล้วสะโหลสะเหลเซมาทิ้งร่างแผ่หลาลงบนเตียงในห้องนอนอย่างหมดสภาพ
ทีแรกนึกว่าตัวเองจะหลับเป็ตายคาชุดทำงานเสียแล้ว แต่กลับพบว่าไม่อาจหลับลงได้เสียอย่างนั้น เธอคิดถึงแววตาจริงใจแบบจ๋อย ๆ แล้วยังน้ำเสียงหงอย ๆ นั่นอีก ไม่รู้ป่านนี้เพลงพนัสจะเป็ยังไงบ้าง
ทอรุ้งลุกขึ้นไปเปิดตู้หนังสือชั้นล่าง ค้นอยู่ครู่ก็หยิบได้อัลบัมรูปเล่มเก่าออกมาเปิดกางดูเล่น เมื่อสมัยเรียนมัธยมปลาย ลูกไม้เป็นักวอลเลย์บอลตำแหน่งมือเซตมือหนึ่งของโรงเรียน ทั้งคล่องแคล่ว ว่องไว เซตได้นิ่ง นิ่ม และแม่นยำ ส่งลูกสวย ๆ เข้ามือเธอผู้เป็มือตบจนสามารถโจมตีคู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้าม คว้าแชมป์ด้วยกันมาหลายต่อหลายรายการ
ลูกไม้ในวันนี้ก็ไม่ต่างจากวัยเยาว์นัก ถ้าไม่นับใบหน้าสะสวยกับรูปร่างเพรียวบางกลายเป็หญิงสาวเต็มตัวแล้ว สิ่งอื่นยังแทบเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็ความจริงใจใสซื่อ ไม่มีพิษมีภัยกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งความบ้ายอบ้ายุที่เป็ต้นทุนมาั้แ่เด็ก
ทอรุ้งยิ้มขำเมื่อนึกถึงเื่เก่าก่อน ตัวเธอเองเชื่อถือในเื่ความเป็ไปได้ จึงชอบคิดแบบฉีกทุกกรอบ แหกทุกกฎ พังมันทุกอุปสรรค ส่วนลูกไม้นั้นแม้ขี้กลัวก็จริง แต่ความซื่อของเ้าหล่อนกลับทำให้เป็คนบ้ายุ เธอยุให้ทำอะไรก็ทำตามหมด ทั้งสองจึงร่วมสร้างวีรกรรมมาด้วยกันไม่รู้เท่าไร
ส่วนเื่คุณพรหมลิขิตหรือผู้ชายที่ชื่อชัชแสนย์นั่น เธอไม่เห็นว่าจะมีอะไรยากหรือเป็ไปไม่ได้ตรงไหน เพื่อนเธอตั้งสเปกไว้แล้วจะได้แฟนตรงใจตามสเปก นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องและควรจะเป็ที่สุดต่างหาก
คุณแสนย์เป็วิศวกรบริษัทใหญ่ และมีธุรกิจส่วนตัวทำโรงเรียนสอนยูโด ฐานะร่ำรวย
ลูกไม้เป็นักกีฏวิทยา ฐานะปานกลาง...
แล้วไง เพื่อนเธอรู้จักใช้สอยอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ มีเงินเก็บ และส่งเงินให้พ่อแม่ทุกเดือนด้วย นี่ไม่ใช่เหรอที่น่าชื่นชม
คุณแสนย์มีชาติตระกูลดี เป็ลูกชายเศรษฐี มีบ้าน มีคอนโดใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน แล้วยังมีรถหรูขับอีก
ส่วนลูกไม้เป็ลูกสาวครูบ้านนอก...
แล้วไง พ่อครูแม่ครูแบบนี้สิดี แม่คุณถึงได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีมาั้แ่เด็ก คุณแสนย์จะหากุลสตรีดีงามทั้งกิริยา วาจา...งามทั้งกายและใจแบบนี้ได้ที่ไหนอีก เพื่อนเธออุตส่าห์ปรากฏตัวให้รู้จัก นับว่าเป็บุญของเขาแล้วต่างหาก
คุณแสนย์ใช้ชีวิตหรูหราสุดไฮโซอยู่ในกรุงเทพฯ จบปริญญาโทเมืองนอก
ลูกไม้ก็จบปริญญาโท เป็ ‘เด็กนอก’ เหมือนกัน ทว่า ไม่ใช่ ‘เมืองนอก’ แต่เป็ ‘บ้านนอก’ แถมยัง ‘นอกเมือง’ อีกต่างหาก เพราะไม่ใช่แค่อยู่ต่างจังหวัดธรรมดา ยังเป็อำเภอไกลโพ้น ขึ้นไปบนเขาโน่น...
แล้วไงเล่า ยุคนี้สมัยนี้ใคร ๆ ก็อยากััชีวิตเรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติกันทั้งนั้น แล้วเด็กนอกไฮโซอย่างคุณแสนย์จะกล้าไปอยู่บนเขาลำบาก ๆ ห่างไกลความเจริญเหมือนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างลูกไม้หรือเปล่า อดทนต่อดิน ฝุ่น แดด ฝน ได้อย่างเพื่อนเธอหรือเปล่า
และถ้าคุณแสนย์จะไม่กล้าคบกับลูกไม้เพราะปัญหาเื่ระยะทางละก็ ขอบอกเลยว่าอายเพื่อนเธอจริง ๆ ผู้หญิงอย่างลูกไม้ยังกล้ารักเลย ให้ขับรถลงเขามาเจอกันที่กรุงเทพฯ บ่อย ๆ ยายนั่นก็ทำได้ เชื่อไหมเล่า
ส่วนเื่หน้าตาน่ะเหรอ...คุณแสนย์หล่อ เท่ สมาร์ต สาว ๆ เป็ต้องเหลียวมองจนคอเคล็ด
ฝั่งลูกไม้ แม้จะไม่ได้สวยสะดุดตา แต่น่ารักสะดุดใจ อยู่ใกล้ไม่มีใครไม่หลงรัก ขอแค่คุณแสนย์มารู้จัก รับรองว่าต้องชอบแน่ ๆ
โอเค เธอยอมรับแบบไม่เข้าข้างเพื่อนก็ได้ว่า ลูกไม้มันเป็แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่แล้วไงล่ะ ถ้าคุณแสนย์จะไม่ยอมเปิดใจมารู้จักเพียงเพราะนางไม่ได้สวยดึงดูดจนอยากจะเดินตามก้นละก็ ขออัญเชิญให้หลีกไปไกล ๆ เถอะ เพราะคนอย่างเพื่อนเธอสมควรได้ผู้ชายที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ผู้ชายที่วัดค่าผู้หญิงแค่ที่ไซซ์ยกทรงกับบั้นท้าย
ไม่ว่าจะคิดอีกกี่ตลบ ทอรุ้งก็ยังได้ข้อสรุปเดิมว่า ลูกไม้สมควรจะได้ผู้ชายที่นางอยากได้
และที่สำคัญ ต้องได้! โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้นด้วย
แต่วิธีที่จะนำมาซึ่งตัวเป็ ๆ ของนายชัชแสนย์นั้น ทอรุ้งคิดแล้วคิดอีกก็เห็นจะมีทางเดียวคือ ลูกไม้ต้องไปสมัครเรียนยูโดที่โรงเรียนของคุณแสนย์ จะมีวิธีไหนอีกเล่า ให้ลาออกจากศูนย์วิจัยไปสมัครงานใหม่ในบริษัทพลังงานที่เดียวกับชายหนุ่มก็ใช่ที่
“งั้นแกก็จงไปเรียนยูโดซะเถอะ ลูกไม้”
ว่าแล้วทอรุ้งก็กางเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อดูคอร์สเรียนให้เพื่อน หน้าเพจของโรงเรียนยูโดซันเป็โทนสีขาวแดง เช่นเดียวกับโลโก้โรงเรียนกรอบวงกลมรูปดวงอาทิตย์สาดแสง เธอคลิกเข้าไปดูประวัติโคชผู้สอนก่อนอย่างอื่น
โคชของที่นี่มีอยู่ห้าคน ดูรูปผ่าน ๆ ก็ดูแข็งแรง น่าเชื่อถือ และน่าเกรงขามทั้งนั้น ทอรุ้งเลื่อนหน้าเพจไปเรื่อย ๆ มองหาโคชหนุ่มหน้าคมเ้าของโรงเรียนผู้มีนามว่า ชัชแสนย์
“นักกีฬายูโด เคยเป็ตัวแทนประเทศไทยไปแข่งระดับนานาชาติ ชนะเลิศ คว้าเหรียญทองมาแล้วหลายรายการ” ทอรุ้งอ่านคำบรรยายใต้ภาพ พยักหน้ากระหยิ่มใจ “ไม่ธรรมดาแฮะ เพื่อนเขยของเรา”
“ตารางสอนของโคชแสนย์ วันจันทร์ อังคาร สอนเด็กน้อย วันพุธกับศุกร์สอนคลาสยูโดเบื้องต้น อ้าว พฤหัสฯ ล่ะ อ้อ...วันพฤหัสฯ เป็วันหยุดประจำสัปดาห์”
หญิงสาวนึกจินตนาการว่า เพลงพนัสผู้เป็นักเรียนหน้าใหม่ใสกิ๊ง เข้าเรียนคลาสยูโดเบื้องต้นในวันพุธ แล้ววันพฤหัสบดีซึ่งเป็วันหยุดก็ไปออกเดตกับโคชแสนย์ และมาเรียนอีกในวันศุกร์ เท่ากับว่าในหนึ่งสัปดาห์เพื่อนของเธอจะได้เจอคุณแสนย์ตั้งสามวันเลยสินะ
ไวเท่าความคิด มือเอื้อมไปตะปบโทรศัพท์มือถือหมับ เตรียมโทร. หาคุณเพื่อนแล้วเชียว หากสายตาไม่กวาดไปเห็นอีกช่องในตารางสอนเสียก่อน
“วันเสาร์่เช้าเทรนนักกีฬา ่บ่ายเป็คลาส ‘Private’ ” เธอเอียงคอ ยกนิ้วแตะริมฝีปาก “คืออะไรกันนะ คลาสไพรเวต อืม...หรือว่าจะเป็การสอนแบบตัวต่อตัว”
ทอรุ้งดีดนิ้วดังเป๊าะ ไม่ต้องลงเรียนคลาสเบื้องต้นแล้ว จะบุกทั้งทีลงคลาสตัวต่อตัวให้รู้กันไปเลยดีกว่า เพราะเท่ากับว่า...เพื่อนของเธอกับคุณโคชสุดหล่อจะได้ใกล้ชิดสนิทสนม อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ทุ่มกันไปทุ่มกันมาให้หวานหยาดเยิ้มไปเลย
ทอรุ้งคลิกเข้าไปในคลาสไพรเวต ซึ่งลิงก์ต่อไปยังหน้ารายละเอียดการสอนและโพรโมชันต่าง ๆ มีตัวหนังสือสีแดงกะพริบสะดุดตา หญิงสาวร้องอุ๊ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเมื่อพบว่าคอร์สนี้กำลังลดราคาพอดี
“โอ้โฮ ์เชียร์แกนี่หว่าลูกไม้”
แต่เมื่อเลื่อนสายตาลงมา ก็พบกับตัวหนังสือสีแดงที่ตัวใหญ่กว่า กะพริบถี่กว่า และถ้อยคำที่ประกาศอยู่นั้นก็ทำเอาทอรุ้งนิ่งอึ้งไป
ด่วน! จำนวนจำกัด ภายใน 30 พฤศจิกายนนี้
“เอ๊ะ วันนี้วันที่เท่าไหร่นะ” เธอหันขวับหาปฏิทินข้างฝา แล้วก็ต้องอุทานว่า “เฮ้ย! แย่แล้ว”
ช่องในปฏิทินบอกว่า วันนี้วันที่ 30 พฤศจิกายนพอดี และตอนนี้ก็เป็เวลาห้าทุ่มห้าสิบนาทีแล้วด้วย ทอรุ้งลนลานคว้าโทรศัพท์มากดหาเพลงพนัสโดยด่วน ภาวนาขอให้เพื่อนยังไม่เข้านอน หรือถ้าเข้านอนไปแล้วก็ขอให้เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ หรือถ้าปิดเสียงก็ขอให้ได้ยินเสียงสั่นครืด ๆ จนตื่นมารับสายหน่อยเถอะ
แต่แล้วเ้าโทรศัพท์กลับส่งเสียงตอบว่า ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
ปิดเครื่อง? จริงสิ แม่เ้าประคุณเข้าป่าไปเก็บตัวอย่างแมลง คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยบอกไว้อย่างนั้น นี่คงอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณตามเคย
มีเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีแล้วตอนนี้ ถ้าพลาดการสมัครครั้งนี้ อาจต้องรออีกเกือบสองเดือนกว่าจะเปิดรับสมัครรอบใหม่
ตั้งสองเดือนเชียว? นี่ยายลูกไม้จะต้องนั่งรอ ต่อให้ผู้หญิงคนอื่นนำล่วงหน้าไปก่อนนานขนาดนั้นเลยเหรอ ผู้ชายได้โดนงาบไปก่อนพอดีสิ เธอยอมให้เป็อย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด
ทอรุ้งตัดสินใจแล้วว่าจะสวมโหมดผู้ปกครองลงสมัครเรียนให้ลูกไม้เอง คลิกเปิดหน้าสมัครออนไลน์ขึ้นมาทันใดแล้วพิมพ์กรอกข้อมูลอย่างแคล่วคล่อง ค่าสมัครคลาสไพรเวตแพงหน่อยก็จริง แต่ถ้ามันจะช่วยให้เพื่อนได้มีสามีที่ถูกใจ เธอก็จะยอมจ่าย
จะว่าไป ไม่รู้ว่าสมัครไปแล้ว ลูกไม้ซึ่งกลัวความรุนแรงทุกรูปแบบจะยอมไปเรียนหรือเปล่า หรือจะว่าเธอจุ้นจ้านเกินไปไหม ทอรุ้งคิดว่าหากแย่ที่สุดคือลูกไม้ไม่ไปเรียน เธอก็แค่เสียเงินฟรีและโดนด่าเท่านั้น มันคงดีกว่าให้เธอนั่งมองทุกอย่างผ่านเลยไปตามยถากรรมโดยไม่ทำอะไรเลยทั้งที่พอมองออกว่ามีทางทำได้ และลึก ๆ ทอรุ้งมั่นใจว่า ถึงลูกไม้จะด่าก็คงไม่ถึงกับโกรธ คงรู้ว่าที่เธอทำไปทั้งหมดเป็เพราะความหวังดี
หญิงสาวรัวแป้นพิมพ์แข่งกับเวลา ก่อนจะพบว่าเจอตอใหญ่เบิ้มเข้าแล้ว นั่นคือให้แนบไฟล์บัตรประจำตัวประชาชนซึ่งเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
“ตายหะ...” หญิงสาวกร่อนเสียงตัวเองได้ทันก่อนที่มันจะกลายเป็คำหยาบ
23.57 น.
ไม่มีเวลาให้คิดหาทางอื่นอีกแล้ว ทอรุ้งตัดสินใจในวินาทีนั้น แก้ไขใบสมัครทั้งหมด แล้วเปลี่ยนเป็ข้อมูลของตัวเอง
หญิงสาวกรอกข้อมูลเร่งด่วนชนิดแป้นพิมพ์แทบลุกเป็ไฟ สุดท้ายก็กดปุ่มส่งข้อมูล สมัครเรียนได้ทันก่อนข้ามคืนอย่างฉิวเฉียดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
ทอรุ้งทิ้งกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน แล้วจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ ถามตัวเองว่า
“กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย อีรุ้ง”
ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าตัวเองจะบ้าระห่ำถึงขั้นไปลงสมัครเรียนยูโดเพื่อเป็แม่สื่อแม่ชักให้เพื่อน แต่ยังไงเธอก็ทำไปแล้ว หญิงสาวยกมือไหว้ท่วมหัว ร้องเสียงดังฟังชัดว่า
“เ้าประคู้น...ขอให้บุญกุศลที่ลูกได้ช่วยเพื่อนหาสามีในครั้งนี้ ส่งผลให้ลูกได้ของลูกด้วยอีกคนเถิด สาธุ!”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
กลายเป็ว่า นักเรียนใหม่ถูกสับเปลี่ยนตัวกะทันหันเอาห้านาทีสุดท้าย 555 เดี๋ยวไปดูกันค่ะว่า รุ้งเข้าไปจะไปช่วยเพื่อนหรือไปช่วยป่วนกันแน่ ฮ่าา