เชนเม่ยอิง

    ตอนที่ 10 บีบหัวใจคนเป็นเมีย

            เชนเม่ยอิงเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ เห็นน้องชายพยายามที่จะเข้าไปช่วยแม่แต่ก็โดนพ่อผลักออกมา เธอจึงเข้าไปช่วยแม่อีกแรง แต่ก็โดนผลักออกมาอีก เชนเม่ยอิงจึงกัดเข้าที่แขนของพ่อ ได้ผลพ่อปล่อยไหล่แม่ แล้วก็ชี้หน้าต่อว่าแม่


            “นี่เธอสอนลูกให้เกลียดฉันใช่ไหม ไม่เคยคิดเลยว่า คนที่ไม่พูดเงียบๆ เหมือนเธอจะร้ายลึกขนาดนี้” พูดเสร็จเชนอันยูก็เดินเข้าห้องไป เยว่เฟยหลิงก้มลงดูลูกทั้งสองถามว่าเจ็บตรงไหนบ้าง


            “พวกหนูไม่เป็๲อะไรค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วง” เชนเม่ยอิงพูดและหันไปมองหมานลี่ฮุยที่แง้มประตูออกมาแอบมอง เชนเม่ยอิงทำท่าจะเดินเข้าไปหา หมานลี่ฮุยจึงรีบปิดและล็อกประตูทันที

            

            สามแม่ลูกเข้านอนแล้ว แต่หมานผิงได้เดินไปเคาะประตูห้องของพ่อ เชนอันยูลุกขึ้นมาเปิดประตูเมื่อเห็นว่าเป็๲หมานผิง


            “คุณมีธุระอะไร”


            “ขอฉันเข้าไปได้ไหมคะ” เชนอันยูไม่ตอบแต่หันหลังเดินกลับไปนั่งที่เตียงเหมือนเดิม


            หมานผิงปิดประตูแต่ไม่สนิท เธอเดินเข้าไปโอบศีรษะของเชนอันยู ใช้มือลูบหัวของเขาเบาๆ เพื่อให้เขาผ่อนคลาย เธอไม่พูดอะไร แต่ร่างกายของเธอพูดแทน เชนอันยูที่มองหาที่พึ่งทางใจเพราะความเครียดที่สะสมทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เขาจึงปล่อยให้หมานผิงจับและลูบคลำศีรษะและนวดที่ลำคอของเขาเบาๆ


            ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เธอจงใจให้ใบหน้าของเขาอยู่ระหว่างเต้านมของเธอ เมื่อรู้สึกว่าเชนอันยูนั้นเริ่มจะขยับใบหน้าและปากของเขาเล่นกับเต้าของเธอ หมานผิงก็ยิ้มออกมา แต่เพื่อความมั่นใจว่าคืนนี้เชนอันยูต้องหลงและเผลอตัวมีอะไรกับเธออีกครั้ง หมานผิงจึงค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าระหว่างขาของเขา เธอใช้มือลูบไล้ขาและ ถอดกางเกงนอนของเขาออก ก่อนที่จะเริ่มหยอกล้อท่อนเอ็นของเขาด้วยลิ้นก่อนที่จะครอบงำลำใหญ่ยาวนั้นจนมิด


            สองมือของเชนอันยูกุมหัวของหมานผิง แก่นกายตื่นตัวขึ้นเรื่อย เขาจึงค่อยๆ เอนกายลงนอนหงายให้หมานผิง๦๱๵๤๦๱๵๹เขาอย่างเต็มที่ หมานผิงก็ถลกชุดนอนของตัวเองขึ้นและคร่อมลำใหญ่ขย่มทันที


            หมานผิงเองก็อยากปลดปล่อยอารมณ์มาหลายวันแล้วเช่นกัน เสียงครางของเธอทำให้เยว่เฟยหลิงตื่น เยว่เฟยหลิงพยายามปิดหูและข่มตาของตัวเองแต่เสียงนั้นยังดังก้องอยู่ในหู ชายหญิงสองคนนั่นช่างไร้ยางอายจริงๆ


            เยว่เฟยหลิงตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกไปดู มิน่าเสียงถึงดังขนาดนี้เพราะประตูไม่มิดนี่เอง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เสียงก็ยิ่งดัง ภาพชายหญิงสองคนขยับสะโพกเข้าออกช่องทางรักของกันและกัน มันช่างบีบหัวใจของคนเป็๲เมียนัก สามีของเธอนอกจากจะไม่สำนึกแล้วยังทำผิดซ้ำอีก ไม่สนว่าเธอและลูกอยู่ในบ้าน เยว่เฟยหลิงไม่อยากเห็นหรือได้ยินอะไรอีกแล้ว เธอจึงเดินออกจากบ้านไป

     

            

            เช้าวันรุ่งขึ้นเชนเม่ยอิงตื่นไม่เห็นแม่จึงเดินไปที่ครัว แต่ก็ไม่เจอคิดว่าแม่อาจจะอยู่ในห้องน้ำจึงนั่งรออยู่สักพักก็ไม่เห็นมีใครออกมา จึงเดินไปเปิดประตูออกดูก็ไม่มีใคร แต่เมื่อหันไปมองประตูห้องนอนของพ่อก็เห็นหมานผิงเดินออกมา ตอนนี้เธอเดินเชิดหน้าและกระตุกยิ้มก่อนที่จะเดินผ่านเด็กหญิงตัวน้อยเข้าไปในห้อง ซึ่งเคยเป็๞ห้องของเชนเม่ยอิง


            เชนเม่ยอิงมองก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูห้องของพ่อ ก็เห็นว่าพ่อยังนอนอยู่ท่อนบนเปลือยเปล่า ท่อนล่างมีผ้าห่มปกคลุมไว้ เชนเม่ยอิงมองไปรอบๆ ห้องก็ไม่เห็นแม่


            “พ่อคะ แม่อยู่ไหนคะ” เชนเม่ยอิงถามขึ้น


            เชนอันยู๻๷ใ๯เมื่อได้ยินเสียงลูกสาว “ปกติแล้วหนูอยู่กับแม่ไม่ใช่เหรอ”

     

            เมื่อเม่ยอิงได้ยินคำตอบก็เดินออกจากห้องของพ่อทันที เชนอันยูเห็นสีหน้าของลูกสาวที่เดินออกไป ก็รีบลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าและเดินตามออกมาทันที เขาเดินไปดูในห้องครัวห้องน้ำ ห้องลูกชาย ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่ห้องเดิมของลูกสาวที่ตอนนี้ชู้ของตน๳๹๪๢๳๹๪๫อยู่ จะเคาะหรือไม่เคาะดีนะ เมื่อเห็นสายตาของลูกสาวและลูกชาย เขาจึงตัดสินใจเคาะ


            “ก๊อก ก๊อก ก๊อก”


            หมานผิงเปิดประตูออกมา “มีอะไรเหรอคะ”


            “เอ่อ คุณเห็น เอ่อเฟยหลิงไหม”


            “ไม่เห็นค่ะ”


            เมื่อหมานผิงบอกว่าไม่เห็นเชนอันยูก็หันไปหาลูกทั้งสอง “ไม่แน่แม่อาจจะไปตลาดก็ได้”


            สองพี่น้องไม่พูดอะไรพากันไปนั่งรอแม่ที่โซฟา สายตาจ้องมองที่ประตูบ้านว่าเมื่อไหร่จะแม่จะมา แต่ว่ารอแล้วรอเล่าก็ไม่มา


            เมื่อเชนอันยูเห็นว่าใกล้จะ 8 โมงเช้าก็บอกให้ลูกๆ รีบอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน หมานผิงบอกลูกสาวไปอาบน้ำแต่งตัว ส่วนตัวเธอก็เข้าครัวเพื่อทำอาหารเช้าให้ทุกคน เธอทำผัดไข่ใส่มะเขือเทศ และอุ่นข้าวที่เหลือจากเมื่อวานให้ทุกคนกิน เชนเม่ยอิงและเชนอันเกาไม่กินไข่ผัดมะเขือเทศของเธอ เชนอันยูถามลูกว่าทำไม่กินข้าว


            “หนูจะรอจนกว่าแม่จะกลับมา”


            “แต่ลูกจะขาดเรียนไม่ได้” เชนอันยูบอกลูกทั้งสอง เด็กทั้งสองไม่ตอบ เชนอันยูเห็นสายตาของลูกสาวแล้วก็ไม่อยากทะเลาะด้วย วันนี้เขาจึงปล่อยให้ลูกทั้งสองหยุดเรียน ส่วนตัวเขาก็เปิดประตูจะเดินไปโรงเรียนพร้อมกับหมานลี่ฮุย


            “อันยูค่ะ จับมือลี่ฮุยด้วยนะคะ จะได้ปลอดภัย” หมานผิงพูดแล้วก็ก้มลงมาพูดกับลูกสาว


            “ลี่ฮุย เป็๞เด็กดีอย่าดื้อกับคุณลุงนะ เข้าใจไหม”


            “เข้าใจค่ะ” แล้วหมานผิงก็หอมแก้มลูกสาวๆ ก็หอมแก้มแม่กลับ หมานผิงลุกขึ้นขยับหน้าเข้ามาใกล้กระซิบบอกเชนอันยู


            “ขอให้วันนี้เป็๞วันที่ดีของคุณนะคะ ที่รัก” เชนอันยูได้ยินก็หันไปมองหน้าลูกทั้งสองคนที่จ้องเขาและหมานผิงตาเขม็ง


            “อาอิงดูแลน้องให้ดีล่ะ พ่อไปทำงานแล้วนะ” เด็กทั้งสองไม่ตอบ เชนอันยูจึงจับมือหมานลี่ฮุยและเดินออกไป


            เมื่อพ่อของเชนเม่ยอิงไปแล้ว หมานผิงก็ปิดประตูพอหันกลับมาก็เห็นสายตาที่เธอไม่ชอบนักหนา นังเด็กนี่ดูจะเป็๞ปัญหากับเธอมากกว่าแม่ของมันอีก แต่ไม่มีวันที่แกจะทันเหลี่ยมฉัน


            “แกสองคนมองอะไร” ไม่มีเสียงใดๆ ออกมาจากปากของเด็กทั้งสอง หมานผิงเดินเข้าไปในครัวหยิบแตงกวามากัดกินแล้วก็เดินมานั่งดูทีวี เธอเลือกที่จะนั่งบนโซฟาที่เด็กสองคนนั่งอยู่


            “หลีกไป”


            เชนเม่ยอิงรีบจับแขนน้องให้ลุกขึ้น เสียงท้องของทั้งคู่ร้องออกมา เชนเม่ยอิงจึงเดินไปทอดไข่เจียวกินกับน้องชาย หมานผิงยิ้มที่มุมปาก

    กินเสร็จสองพี่น้องก็ล้างหน้าแปรงฟัน ใส่เสื้อผ้าพากันออกไปข้างนอก เม่ยอิงและอันเกาพากันเดินไปถามเพื่อนบ้านว่าเห็นคุณแม่ของพวกเธอหรือไม่


            “ป้าหลิน เห็นแม่ของหนูไหมคะ”


            “ไม่เห็น ทำไมเรอะ”


            “แม่ออกจากบ้าน๻ั้๹แ๻่เช้า ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลยค่ะ”


            พวกป้าๆ ลุงๆ ที่คุ้นเคยกับครอบครัวของเชนเม่ยอิงต่างก็แปลกใจเพราะเยว่เฟยหลิงแม่ของเด็กสองคนนี้ไม่เคยปล่อยลูกไว้ลำพัง หากว่ามีธุระจริงๆ เยว่เฟยหลิงก็จะมาฝากลูกไว้กับพวกเขา


            “เออ แปลกจริงๆ” ทุกคนช่วยกันเดินตามหาทุกที่ที่พวกเขาคิดว่าแม่ของเชนเม่ยอิงจะไป แต่ก็ไม่พบ


            “แล้วพ่อของพวกหนูไปแจ้งความหรือยัง” เชนเม่ยอิงและเชนอันเกาส่ายหน้า


            “ยังไม่ได้ไปแจ้ง” ป้าหลินพูดขึ้นเสียงสูง


            “หนูไม่รู้ค่ะ เพราะพ่อไปทำงาน”


            “เมียหายทั้งคนยังมีกะจิตกะใจไปทำงาน” ป้าหลินบ่น


            “เฮ้ยแกจะไปว่า อันยู อย่างนั้นก็ไม่ได้ เป็๲ถึงครูใหญ่ จู่ๆ จะหยุดเพราะเ๱ื่๵๹ส่วนตัวได้ยังไง” ลุงเหมาเอ่ยขึ้น


            “แล้วพวกเราจะทำยังไง จะรอจนกว่า อันยูจะเลิกงานหรือว่า พวกเราจะไปแจ้งกันเลย” ป้าๆ ลุงๆ ทั้งหลายนั่งคิด


            “ต้องรอให้ถึง 24 ชั่วโมงก่อนหรือเปล่าถึงจะแจ้งคนหายได้” ลุงอีกคนเอ่ยขึ้น


            “ไม่ลงไม่รอมันแล้ว ไม่เห็นเหรอว่ามันผิดปกติ เห็นเด็กสองคนนี่ไหมนั่งร้องได้มา๻ั้๹แ๻่เช้าแล้ว ไป ไป ไปโรงพักกัน” ป้าหลินเอ่ยขึ้น แล้วทุกคนก็พากันเดินไปโรงพัก