ความรุนแรงของลมทำให้รถแข่งถูกพัดไหวไปมาฝุ่นทรายปกคลุมไปทั่วทัศนวิสัยทำให้การมองเห็นแทบจะเป็นศูนย์ นักแข่งต้องใช้ความชำนาญในการควบคุมรถให้มั่นคงในทุกการเคลื่อนไหวและหลบหลีกเนินทรายและก้อนหินที่ถูกพายุพัดมาอยู่ตลอด
เสียงลมหอนดังลั่นท่ามกลางพายุทราย เริ่มมีรถแข่งที่ถูกพายุหอบลอยขึ้นสู่ฟากฟ้าเพราะทนทานความรุนแรงของกระแสลมไม่ได้
นาฟเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง รถแข่งคู่ใจของเขาพุ่งทะยานผ่านกระแสลมที่หนักหน่วงฝุ่นทรายปกคลุมร่างกายของเขาจนแทบมองไม่เห็นสีแดงของรถแข่ง นาฟที่หลับตาอยู่ภายใต้หมวกโลหะไม่มีใครรู้ว่าเขาทำสิ่งใดอยู่
นาฟเปิดประสาทสัมผัสแห่งห่วงเวลาอย่างต่อเนื่องสิ่งที่เขาคิดมาตลอดล้วนแล้วแต่เป็นความจริง
“ธาตุแห่งชีวิต”ที่แตกตัวก่อเกิดใหม่ วิ่งตามเขามาตั้งแต่อยู่ที่ป่าเรืองแสงแล้วยิ่งใช้สัมผัสแห่งห่วงเวลา ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าจะเอายังไงกับเจ้าดีนะ!” จู่ๆนาฟก็มีความคิดที่จะเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับความรู้สึกของธาตุแห่งชีวิตตัวนี้ว่ามันต้องการอะไร
นาฟที่กำลังกางแขนซ้ายออกไปแต่
“เอ๊ะ!”
นาฟหุบแขนกลับมาทันทีสัมผัสได้ว่ามีคนเฝ้ามองตนจากเบื้องบน
หนึ่งในสามชายชรา ผู้เป็นนักปราชญ์ที่ควบคุมโลกมิติแห่งนี้ถึงกับหันกลับมาจ้องมองที่นักแข่งในชุดแดงแล้วแสดงสีหน้าบางอย่าง
อยู่ๆ ก็มีเสียงในห่วงคำนึงจากนักปราชญ์อีกคนดังเข้ามา
“น้องสามเจ้าเป็นอะไรรึเปล่าข้าสัมผัสได้ถึงสมาธิที่ปั่นป่วนของเจ้า!”
นักปราชญ์คนดังกล่าวยังแสดงสีหน้าที่แปลกใจแล้วเอ่ยขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ใหญ่ ข้าแค่รู้สึกว่ามีหนึ่งในนักแข่งคนใดคนหนึ่ง สามารถรับรู้ตัวตนของข้าได้”
“จะเป็นไปได้ยังไงน้องสาม! ในเมื่อคนที่มีขั้นพลังเกินกว่าระดับ 5 ไม่สามารถเข้ามาในโลกแห่งนี้ได้แล้วอาจารย์ก็เป็นคนสร้างกฏเกณฑ์นี้ขึ้นมาด้วยตัวเองนะ”
“นั้นสิพี่ใหญ่ หรือข้าคงเข้าใจอะไรผิดไป”
นักปราชญ์คนดังกล่างถึงจะเอ่ยไปอย่างนั้นแต่ก็ยังไม่ละสายตาจากนาฟ เหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่างจากเด็กคนนี้
ม่านปราการพายุทะเลทรายที่พัดโหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดราวกับเป็นกำแพงอุปสรรคขัดขวางการข้ามผ่าน
เสียงลมพัดโหมกระหน่ำดังราวกับจะทำลายทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้
“ตูม!”ๆ “เปรี้ยง!”ๆ
แสงสีเหลืองที่ วาววับไปทั่วตำแหน่งหน้ากำแพงของฝุ่นทรายเป็นการใช้พลังพิเศษโจมตีและป้องกัน ของนักแข่งแต่ละคนที่พยายามหาช่องว่างเพื่อข้ามผ่าน ม่านปราการทรายเบื้องหน้าให้ได้
พวกเขาต่างใช้พลังและทักษะทั้งหมดที่มีให้หลุดออกจากพายุทะเลทรายแห่งนี้
ภาพหน้าจอที่แสดงให้เหล่าผู้ชมได้เห็นก็ปรับเปลี่ยนไปแสดงภาพอยู่ตำแหน่ง หลังกำแพงพายุทะเลทราย เพื่อให้ผู้ชมทุกคนได้ลุ้นไปด้วยกันว่าใครจะหลุดออกมาจากเส้นทางดังกล่าวเป็นคันแรก
เหล่านักแข่งต่างพยายามอย่างเต็มกำลังใช้พลังพิเศษควบคู่กับการขับขี่ได้อย่างสอดรับกันเพื่อพิชิตอุปสรรคเบื้องหน้าโดยที่ไม่มีใครรู้เลย ว่าเด็กหนุ่มในรถแข่งคันสีแดงเริ่มขยับเข้ามาใกล้พวกเขาขึ้นเรื่อยๆ
นาฟไม่เสียแรงกับการใช้พลังพิเศษเลยแม้แต่น้อยมีแต่สมาธิและสัมผัสเท่านั้นที่นำทางเขาอยู่
ผู้ชมก็เฝ้าดูจอภาพอย่างใจจดใจจ่อจนสุดท้ายรถแข่งคันแรกก็พุ่งผ่านออกมา สร้างเสียงเชียร์จากผู้ชมดังก้องไปทั่วสนามแข่งขันแม้จะอยู่ห่างไกลแต่ทุกคนต่างรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความดุเดือดของเส้นทางหฤโหดนี้
และผู้ที่ขับขี่รถผ่านเส้นทางทะเลทรายวิบากได้เป็นคันแรกเป็นนักแข่งหญิงเพียงคันเดียวในรอบนี้และเป็นน้องสาวของผู้ชนะการแข่งขันเมื่อสองปีที่แล้ว ผู้ที่ทำเวลามาเป็นอันดับ 5 ในรอบคัดเลือก “เคทีนี่ วิลสัน” กับรถแข่งสีส้มของนาง
ผู้ชมทุกคนต่างจ้องมองไปที่ภาพในจอที่ชัดเจนขึ้นพอพ้นจากฝุ่นทะเลทรายที่บดบังแล้วแสดงให้เห็นถึงความสะบักสะบอมที่เกิดขึ้นกับนักแข่งและตัวรถอย่างเห็นได้ชัด
รถแข่งของ เคทีนี่ วิลสัน อุปกรณ์ประกอบในตัวรถหลายชิ้นแตกออกจากกัน
สีสันสดใสของตัวรถแข่งเมื่อยามออกตัวจากจุดเริ่มต้นในคราแรกล้วนแตกต่างจากสภาพที่เห็นในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
ไม่นานก็มีนักแข่งขับผ่านตามออกมาอีก 2 คันด้วยกันทุกคนต่างส่งเสียงเชียร์สลับเสียงก่นด่า เพราะ 2 คันที่ว่านี้คือทีมนักแข่งของสมาคมมิดการ์ด นามสกายวัน และสกายทูนักแข่งทั้งสองหลังจากใช้แผนการสกัดกั้นความเร็วของพายุโลหิตแล้วยังข้ามผ่านเส้นทางหฤโหดมาด้วยกันตลอดโดยใช้เทคนิคการขับขี่แบบสลับกันเป็นผู้นำ
เสียงผู้ชมดังมาอย่างต่อเนื่อง
“นั้นไง คันที่สี่ ผ่านมาแล้ว!”
เป็นนักแข่งในรถสีน้ำเงิน ที่ทำเวลามาเป็นอันดับ 8 ในรอบคัดเลือกนาม “ประกายแสง”
ทั้งสี่คันต่างข้ามผ่านเส้นทางทะเลทรายวิบากมาในเวลาใกล้เคียงกันแต่สภาพรถแข่งของแต่ละคนล้วนไม่แตกต่างกันเท่าไหร่มีความเสียหายจากภายนอกเต็มไปหมด แต่ความเร็วของรถยังคงไม่ลดลง ทำให้เห็นถึงศักยภาพของช่างเครื่องของนักแข่งแต่ละคนว่าเก่งกาจแค่ไหน
แล้วคันที่ 5 และ 6 ก็หลุดออกมาเป็นนักแข่งฝาแฝดจากอาณานิคมในผู้เชี่ยวชาญการขับขี่ในทุกเส้นทาง
ไม่นานเสียงฮือฮา ก็ดังขึ้นไปทั่วทั้งสนามเพราะรถแข่งคันที่ 7 ที่หลุดออกมาจากเส้นทางทรายวิบากคือ มฤตยูดำกับรถแข่งสีดำคันใหญ่ที่สภาพรถยังคงสมบูรณ์ ไม่เสียหายสักเท่าไหร่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมงานสร้างรถแข่งนี้ว่าต้องรวบรวมหัวกะทิ นักประดิษฐ์ที่เก่งขนาดไหนถึงสร้างรถแข่งได้แข็งแกร่งขนาดนี้
คันที่ 8…9…10 ที่ตามมาล้วนแต่เป็นนักแข่งที่ทำเวลาในรอบคัดเลือกอยู่ในอันดับต้นๆทั้งสิ้น