บทที่ 1
ฝันประหลาด
"เ้าจะไปไหน!" เสียงะโของบุรุษพาให้ใจของ จางเหมยฮวา สั่นสะท้าน ดวงหน้าแสนหวานชื้นไปด้วยเหงื่อกาฬอีกทั้งเนื้อตัวยังสั่นเทาไม่ต่างจากนกน้อยที่กำลังปีกหัก สองเท้าวิ่งสุดชีวิตหมายจะให้รอดพ้นจากมือบุรุษที่ถือดาบตรงมายังนาง
ดวงตาลูกกวางคู่หวานคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากหยักก็ขบเม้มเข้าหากันอย่างหนักแน่น ทั้งชีวิตนี้ของจางเหมยฮวาไม่เคยต้องมาหนีตายแบบนี้มาก่อน ยิ่งคิดนางยิ่งไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด 'สามี' ผู้พิการของนางถึงได้กลายไปเป็ท่านหัวหน้าแม่ทัพหวังผู้ยิ่งใหญ่เสียได้
อีกทั้งในตอนนี้เขาเองก็กำลังพยายามตามมาฆ่านางด้วยคมดาบสีเงินสะท้อนเงาดวงหน้าคมคายของบุรุษ ปลายดาบประดับด้วยพู่สีแดงงดงามเล่มนั้น แม้จะดูงดงามมากขนาดไหนแต่มันกลับแฝงไปด้วยความอันตรายมากล้นเสียเหลือเกิน
ในขณะที่สองเท้ากำลังวิ่งไปเพื่อหาหนทางรอดให้แก่ตัวเอง แม้มันจะดูลิบหลี่อยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ว่าจางเหมยฮวาจะหมดหนทางรอดไปเสียทีเดียว เมื่อเบื้องหน้าเส้นทางที่นางกำลังวิ่งไปนั้น ปรากฏเป็บุรุษอีกคนที่มีอายุน้อยกว่าใบหน้าหล่อเหลา เกลี้ยงเกลา และดูดุดัน
เหมยฮวาเลยรับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าของนางคือบุตรชายคนโต หวังเฟยฉี ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบางเบาเพราะนางคิดเอาไว้ว่าจะใช้บุตรชายคนนี้เนี่ยแหละเป็ที่พึ่งสุดท้าย จากนั้นสอง้ข่าของนางก็ทรุดตัวลงกับพื้นดิน เหมยฮวาเขยิบตัวคลานเข่าเข้าไปหาผู้เป็บุตรชาย ดวงตาลูกกวางคู่หวานก็แสดงความเว้าวอนขอความช่วยเหลือ อีกทั้งสองมือพยายามจับปลายเสื้อของเฟยฉี แต่ในท้ายที่สุดแล้วบุตรชายคนโตของเหมยฮวากลับขยับตัวหนีแทน
"ฟะ เฟย...เฟยฉี" เสียงของเหมยฮวาสั่นเครือเล็กน้อยยามที่เอ่ยเรียกชื่อบุตรชาย
"ลูก...แม่ ช่วยแม่ด้วยเถอะนะ"
ใบหน้าหวานเหยเก ดวงตาคู่สวยก็ลอบมองด้านหลังเป็พัก ๆ เพราะเกรงกลัวว่าสามีของตนจะเดินเข้ามาใกล้นางพร้อมคมดาบเล่มนั้น
"หึ" หวังเฟยฉีเค้นเสียงหัวเราะ เขามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม ภาพในอดีตอันเยาว์วัยแสนโหดร้ายแล่นเข้ามาในหัวของเขาในทันที อดีตที่นางกระทำกับตนแม้จะตั้งใจหรือไม่ก็ตามล้วนน่าขันหมดทั้งสิ้น
นาง สตรีตรงหน้าเฟยฉี สตรีที่ได้ชื่อว่าเป็มารดา เป็แม่เพียงคนเดียวของเขาทุบตีตนสารพัดอย่างกล่าวหาว่าเขาเป็ตัวซวยที่ทำให้ชีวิตของนางต้องพังพินาศ แต่ตอนนี้กลับมาร้องขอความช่วยเหลือจากเขา เหอะ น่าขันสิ้นดี
ก็สมควรแล้วที่ท่านพ่อ้าจะฆ่านางทิ้งไป ท่านพ่อรักนางเสียยิ่งกว่าอะไร ยอมทุกอย่างก็เพราะรักนางมากมาย แต่นางกลับสวมหมวกเขียวให้ท่านพ่อเสียได้
"แปลกใจ ท่านไม่เคยเรียกข้าว่าลูก" เฟยฉีแสยะยิ้ม
สิ้นคำจากบุตรชายคนโตเหมยฮวาก็พอจะรับรู้ชะตาชีวิตของตัวเอง ลูกชายของนางที่นางเองไม่เคยดูแลเอาใจใส่ เลี้ยงดูเลย อีกทั้งสามีที่นางไม่เคยแม้แต่จะเหลียวแลจบสิ้นแล้ว ชีวิตของนางจบสิ้นแล้วแน่ๆ หยดน้ำตาสีใสหยาดคลอไปทั่วดวงหน้าหวานราวกับสายลำธารก็ไม่ปาน ความรู้สึกหวาดกลัวตีตื้นขึ้นมาในใจ ไม่รอดแล้ว เหมยฮวาไม่รอดแล้วจริง ๆ
ผู้เป็สามีเดินตามมาหยุดอยู่ด้านหลังของนาง สีหน้าแห่งความโกรธแค้นฉายชัดผ่านแววตาด้วยเช่นกัน เขาคงอดทนกับนางมามากพอแล้วจวบจนตอนนี้นางเองก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่เช่นกัน นึกแล้วก็ขันตัวเองพอบทจะสำนึกก็มาสำนึกเอาใน่เวลาสุดท้ายของชีวิต แล้วก่อนหน้านั้นทำไมนางถึงได้โง่เง่าไม่คิดอะไรเลยล่ะ
"ข้าขอโทษ" สิ้นเสียงของนาง ดาบคู่คมสีเงินก็ฟันฉับลงมาบนคอระหงของนางพร้อมด้วยเืสีแดงที่สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ...จบสิ้นแล้วชีวิตของหญิงที่ชื่อว่าเป็ภรรยาแลมารดา
ซะที่ไหนกันเล่า...
ดวงตาหวานเบิกกว้างตื่นขึ้นมาในยามดึก ดวงหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อกาฬพร้อมด้วยก้อนเนื้อในอกที่ยังคงเต้นรัวเร็ว 'ฝัน' ช่างเสมือนจริง เสมือนจริงจนเหมยฮวาคิดว่าตนเองอาจจะตายไปแล้วก็ได้
เหมยฮวาครุ่นคิดคิ้วบางก็ขมวดเข้าหากันเป็ปม เื่ที่นางฝันก็ดูคล้ายว่าจะเป็ไปได้หลายส่วน ยกเว้นแต่เื่ที่สามีของนางหรือ หวังจางิ่ จะลุกขึ้นมาเดินได้ ก็เขานั้นพิการมาราวๆ สองเดือนแล้ว เพราะอุบัติเหตุในขณะที่กำลังเดินทางไปสอบเข้ารับราชการ เลยทำให้เขาเป็บุรุษพิการขาสองข้างใช้การไม่ได้
ใบหน้าหวานเหยเกเล็กน้อยสายตาก็สอดส่องหากระโถนที่วางอยู่ไม่ไกลนักขึ้นมา นางรู้สึกพะอืดพะอมเล็กน้อย เพราะก่อนที่เ้าบ้าจางิ่จะไปสอบ เขาได้ฝากเ้าก้อนแป้งเอาไว้ในท้องของนาง ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษน้ำเมาพวกนั้นที่ทำให้นางต้องมาอุ้มลูกของจางิ่เป็ครั้งที่สอง
นึกแล้วก็โกรธเคืองไม่น้อย เพราะก่อนที่นางจะเข้ามาเป็สะใภ้ตระกูลหวังนั้น ด้วยความที่หน้าตาของเหมยฮวาค่อนข้างงดงามเรียกได้ว่าเป็ที่หนึ่งในหมู่บ้านก็ว่าได้
ทำให้บุรุษหลายคนชื่นชอบส่งจดหมายมาสู่ขอกันตามระเบียบ แต่เพราะนางมีบุรุษที่หมายปองเอาไว้เป็คุณชายตระกูลหลินจากเมืองใหญ่ ก็ทำให้นางปฏิเสธทุกจดหมายสู่ขอในทันทีเพื่อรอเพียงเขาคนนั้นตามสัญญาที่เคยให้เอาไว้ด้วยกัน
จนนางอายุจะย่างเข้ายี่สิบก็ยังไม่มีวี่แววของเขาเลย อีกอย่างก็มีข่าวลือหนาหูว่าคุณชายตระกูลหลินจากเมืองใหญ่ได้แต่งงานกับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ก็ทำให้เหมยฮวาหัวใจห่อเหี่ยว
นางไม่รอช้ารีบออกจากเรือนไปยังร้านเหล้าเพื่อร่ำสุราั้แ่หัวค่ำ จนเมามายไม่ได้สติแล้วก็คว้าบุรุษที่ไหนไม่รู้ไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเสียจนเลยเถิด
พอตื่นเช้าขึ้นมาดวงตาหวานก็เบิกกว้างร้องไห้ระห่มเพราะบุรุษที่นางคว้าก็ไม่ใช่คนที่นางรู้จักเลย ผ่านไปหลายวันเหมยฮวาก็มีท่าทีไม่สู้ดีนัก ทั้งพะอืดพะอม นอนเยอะกว่าปกติ และบางครั้งอาหารที่นางชอบกลับเหม็นจนทานไม่ลง
ท่านพ่อท่านแม่ของเหมยฮวาเห็นลูกสาวมีอาการประหลาดก็รีบพาไปที่โรงหมอเพื่อตรวจดูอาการ กลับกลายเป็ว่านางตั้งครรภ์อ่อนๆ ในท้องของนางนั้นมีเ้าก้อนแป้งอยู่
สุดท้ายเพื่อไม่ให้เป็ที่โจษจัน ว่าลูกสาวยังไม่ทันได้ออกเรือนก็ท้องป่องเสียแล้ว ตระกูลจางเลยต้องไปสืบหาว่าใครเป็พ่อของเด็กในท้องแล้วให้มันรับผิดชอบเสีย
ปรากฏว่าเป็ หวังจางิ่ บุตรชายคนโตของตระกูลหวังอายุยี่สิบเช่นเดียวกันที่ฐานะไม่ค่อยดี ก็ยิ่งทำให้ผู้เป็บิดาเครียดหนักกว่าเดิม เหมยฮวาก็อาละวาดเพราะไม่อยากออกเรือน ตระกูลก็จะเสื่อมเสีย อีกฝ่ายยังเป็คนจนๆ อีก
สุดท้ายแล้วเหมยฮวาก็ต้องจำใจแต่งเข้าไปอยู่ในเรือนไม้ซอมซ่อของจางิ่ เพราะนอกจากชื่อเสียงของตระกูลแล้วยังมีชื่อเสียงของนางอีก
ถึงแม้ทุกอย่างจะคลี่คลายไปหลายส่วน แต่เหมยฮวากลับรู้สึกอับอายเป็อย่างมากเพราะผู้เป็สามีถึงจะรูปงามและดูแลปรนนิบัตินางดีขนาดไหน แต่เขาก็เป็แค่คนจนๆ ที่ลำพังตัวเองก็ยังไม่รอด
เหมยฮวาเลยเกลียดเขามากที่สุด เกลียดจนไม่อยากจะอยู่ใกล้ ยิ่งพอคลอดเ้าก้อนแป้งออกมา เหมยฮวายิ่งไม่ชอบหน้า เพราะเด็กคนนี้เลยทำให้นางต้องมาแต่งกับตระกูลที่ไม่มีอะไรเลย เพราะเด็กคนนี้ทำให้นางต้องกลายเป็หญิงที่โชคร้ายที่สุด เพราะเด็กคนนี้ทำให้นางต้องสูญเสียทุกอย่าง
นางไม่ได้ทุบตีเด็กน้อยแต่นางกลับไม่สนใจไยดี ไม่เลี้ยงดู ไม่ดูแล นางจะให้ดื่มนมจากอกของนางก็ต่อเมื่อยามที่เ้าก้อนแป้งน้อย้าจริงๆ จนกระทั่งตอนนี้เด็กน้อยอายุปาเข้าไปราวๆ เกือบจะสองขวบได้ ตามร่างกายก็ซูบผอมไปหมด ผู้เป็สามีอย่างจางิ่ก็ได้แต่ดูแลปลอบประโลมเด็กน้อยแทนเหมยฮวา
จนกระทั่งตอนนี้ที่นางรู้สึกสำนึกผิดไปหลายส่วนเพราะความฝันที่เหมือนจริง เหมือนจริงจนนางััได้ว่าอนาคตของนางจะต้องตายเพราะน้ำมือของสามีและบุตรชายของตัวเองแน่นอน เพราะฉะนั้นนางควรจะทำยังไงให้รอดพ้นความตายจากมือของสามีตัวเอง
"ก็คงมีเพียงวิธีเดียว....ต้องรักเขาและเด็กคนนั้น" เหมยฮวาใบหน้าชื้นเหงื่อ กัดเล็บตัวเองแล้วจึงค่อยๆ คิดหาวิธีแสดงความรักให้เขาประทับใจและไม่ลงมือฆ่านางในภายภาคหน้า
ยามเช้าแสงแดดแสงส่องมาทั่วบริเวณ นี้เป็ครั้งแรกที่เหมยฮวาตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะทุกครั้งกว่านางจะตื่นก็ราวๆ เที่ยงวันแล้ว แต่เพราะความฝันนั้นเลยทำให้นางนอนไม่หลับ
เหมยฮวาลุกขึ้นยืนสำรวจในครัวดูว่าพอจะมีอะไรนำมาทำเป็อาหารเช้าให้สามีของตัวเองทานได้บ้างปรากฏว่าไม่มีอะไรเลย ทั้งครัวช่างว่างเปล่าแม้แต่ของที่หาง่ายๆ อย่างผัก สมุนไพรก็ไม่มี
นางเองก็ไม่ทันได้สังเกตเพราะปกติทุกวัน ไม่ว่าจะเป็เช้า กลางวัน หรือเย็น นางก็จะไปทานอาหารที่เรือนของตระกูลจาง แผนการทำอาหารเอาใจก็คงต้องพับเก็บเอาไว้ก่อน
ในขณะที่นางกำลังง่วนอยู่ในครัว ก็มีเสียงของบุรุษะโดังเข้ามา
"พี่ใหญ่ข้านำอาหารมาให้ท่านแล้ว" เสียงประตูรั้วถูกเปิดออก บุรุษผู้เป็น้องชายคนเดียวของหวังจางิ่ หวังจางเหว่ย แต่สองเท้าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นพี่สะใภ้เหมยฮวายืนอยู่ด้านหน้าประตู
เขาค่อนข้างเกลียดพี่สะใภ้เพราะนอกจากจะไม่รักพี่ชายของเขาแล้วยังไม่ดูแลเ้าก้อนแป้งน้อยๆ อีก เหมยฮวากลืนน้ำลายลงคออย่างรู้สึกผิดเพราะด้วยสายตาที่มองมานั้นเหมยฮวาก็พอจะเดาออกว่าหมายความว่าอะไร
"อะ...เอาอาหารมาให้ข้า" เหมยฮวากล่าวออกไป
นี้ตระกูลจางไม่มีอาหารกินหรืออย่างไรถึงจะมาปล้นอาหารของตระกูลอื่นไป
"ข้าไม่ให้ท่านหรอก" อย่างน้อยน้องสามีก็ยังให้เกียรติเรียกนางดีๆ
เหมยฮวาสาวเท้าเดินเข้าไปไกลจางเหว่ย พร้อมกับใช้สายตาดุดันมองไปยังตัวของเขา
"ข้าจะเอาไปป้อน สะ...สามีข้าเอง"
จางเหว่ยอ้าปากพะงาบแปลกใจเล็กน้อยกับสรรพนามใหม่ ปกตินางจะไม่เรียกพี่ใหญ่ว่าสามี นางจะเรียกว่า เ้าบ้า ไม่ก็เ้าคนทึ่ม ประมาณนั้น
เมื่อเห็นใบหน้าอึ้งนิ่งของผู้เป็น้องสามี เหมยฮวาเลยกลอกตาไปมานึกรำคาญแล้วจึงใช้สองมือดึงจานข้าวในมือมาไว้กับตัวเอง จางเหว่ยเห็นว่าโดนแย่งอาหารก็ทำท่าว่าจะแย่งคืน แต่กลับได้รับสายตาดุๆ จากผู้เป็พี่สะใภ้ใหญ่แทน
"กลับไปได้แล้ว ไม่ต้องห่วงพี่เ้าหรอกนะ เ้าทึ่มนั้นไม่ตายง่ายๆ หรอก"
ก็นึกว่าจะเปลี่ยนไปแต่ไฉนกลับเหมือนเดิม จางเหว่ยได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ ไปมา คงไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองได้เพียงคืนเดียวหรอกกระมัง แต่เมื่อยามที่จางเหว่ยจะสาวเท้าก้าวเดินตามพี่สะใภ้ใหญ่ กลับได้รับสายตาดุดันจากเหมยฮวาออกมาแทนจนสองขาก็ได้แต่หยุดนิ่งและเดินหันหลังกลับไป
เหมยฮวาหันหลังเดินเข้าภายในบ้าน แต่ก่อนจะถึงตัวบ้านสายตาก็เหลือบไปเห็นเ้าก้อนแป้งตัวน้อยยืนเกาะขอบประตูอยู่ ดวงหน้าน้อยๆ ทำท่าคล้ายจะร้องไห้แต่ก็ยังอดทนเก็บน้ำตาเอาไว้ พอได้เห็นร่างกายที่ซูบผอม ดวงหน้าที่ไม่อิ่มเอิบก็นึกโกรธตัวเอง ต้องรอให้ลูกมาฆ่าก่อนหรืออย่างไรถึงจะมีสติว่าควรดูแลลูกให้ดีกว่านี้
เหมยฮวาสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ๆ เ้าก้อนแป้ง แต่เด็กน้อยกลับเขยิบตัวหนีเพราะความหวาดกลัว อันที่จริงเหมยฮวาก็นึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย พอจะทำดีด้วยก็กลับเดินหนีเฉย แต่นางจะทำอะไรได้ก็ไม่ได้ดูแลมาั้แ่แรกๆ สงสัยคงต้องใช้วิธีหลอกล่อเด็กน้อยเสียแล้ว
"อาฉีมาหา....มะ...แม่หน่อยลูก"
เ้าก้อนแป้งทำสายตาลุกลี้ลุกลน ทำท่าจะเดินเข้าไปหาแต่ก็ไม่ จนสุดท้ายเฟยฉีก็เดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ซึ่งเป็ห้องของผู้เป็บิดาหรือสามีของนาง เ้าก้อนแป้งคงกลัวนางมากๆ
จางเหมยฮวาถือจานข้าวเดินเข้าไป ก็พบกับร่างของผู้เป็สามีของนางนอนอ่านตำราอยู่ ใบหน้าของเขาแม้จะซูบผอมไปนิด แต่ก็ยังคงเค้าความงามเอาไว้
ข้างๆ กายของเขามีเ้าก้อนแป้งกำลังซุกซบอยู่ ช่างเป็ภาพที่น่ารักเสียจริง มันจะดีกว่านี้ถ้าคนเป็แม่และภรรยาไม่ใช่นาง นึกแล้วก็เสียใจเพราะอะไรทำไมคุณชายตระกูลหลินถึงไม่ยอมมาสู่ขอนางตามที่สัญญาเอาไว้เล่า
จางิ่วางตำราลงเมื่อเห็นภรรยากำลังเดินเข้ามาหา คิ้วหนาก็เลิกขึ้นแปลกใจเพราะอะไรทำไมภรรยาของเขาถึงได้ตื่นเช้า อีกทั้งในมือยังมีจานอาหารอีก เหมยฮวาหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงของจางิ่ แล้วจึงกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อขับความเคอะเขินออกไป
เพราะนี้เป็ครั้งแรกที่เขาจะปรนนิบัติสามีของตัวเองดีๆ เพื่อชะตาที่ไม่ขาดน่ะ ดวงตาหวานก็ช้อนมองไปที่คนข้างกาย จางิ่ได้มองสายตาของคนรักดวงตาของเขาก็วูบไหวเล็กน้อย
"ขะ...ข้ามาป้อนอาหารเ้า" เหมยฮวาเอ่ยออกไปเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย แต่คนฟังกับเบิกตากว้างตกตะลึง อะไรกันแค่นางทำดีด้วยก็ทำเป็ตกอกใ
"ขะ...ข้ากินเองได้" จางิ่ตอบออกไปดวงตาก็พลันกระตุกวูบไหวเล็กน้อย เหมยฮวาได้ยินแบบนั้นก็กลอกตาไปมาทันที เขาจะทานอาหารเองได้อย่างไรในเมื่อมือของเขามีแต่แผลจากการตกจากเตียงแล้วเผลอไปโดนของมีคมเข้าให้
"แผลเ้ายังไม่หายดี"
"แต่ข้ากินได้จริงๆ"
"มาให้ข้าป้อนเถอะ"
"ข้ากินเองได้"
"ไม่ต้องพูดแล้วก็อ้าปาก!"
เหมยฮวาทำเสียงดุใส่ จนคนฟังก็หงอยเงียบ เ้าก้อนแป้งได้ยินเสียงดังของหญิงสาวก็พลันร้องไห้ออกมาเพราะนึกว่าพ่อแม่ทะเลาะกัน
เหมยฮวาทำตัวไม่ถูกพอจะต้องมาดูแลเด็กน้อยจริงๆ ก็ลุกลี้ลุกลนไปหมด นางวางจานอาหารเอาไว้บนโต๊ะไม้ข้างเตียงแล้วลุกขึ้นยืนต่อว่าผู้เป็สามี
"ก็พ่อเ้ามัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ให้ข้าป้อนข้าว ถ้าจะโทษก็โทษพ่อเ้า!" นางอาละวาดอีกแล้ว
เ้าก้อนแป้งก็ร้องไห้หนักกว่าเดิมเพราะเสียงที่ดังของเหมยฮวานั้น ทำให้ใจของเด็กน้อยสั่นกลัว ไม่ได้ดั่งใจเลยจริงๆ! จางิ่เห็นท่าไม่ดีก็รีบยกมือขึ้นปลอบประโลมเด็กน้อยไม่ให้ร้องไห้หนักไปกว่านี้
"ไม่ต้องร้อง เด็กดีเ้าไม่ต้องร้อง" เ้าก้อนแป้งหันไปหาผู้เป็บิดาทันใดนั้นก็ซบหน้าลงบนอกแกร่งทันที อีกทั้งยังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วย เหอะ เหมยฮวาพยายามควบคุมสติและก็อารมณ์ตัวเองเอาไว้
'ใจเย็นๆ ถ้าไม่อยากโดนฆ่าก็ใจเย็นๆ ก่อนนะ'
นางหันไปมองจางิ่และจึงยกยิ้มให้อย่างอ่อนหวานถึงแม้จะเป็การฝืนยิ้มก็เถอะ จนจางิ่ก็ได้แต่ตกตะลึงเพราะนี้คือครั้งแรกที่ภรรยาที่เขารักยิ้มให้ ช่างงดงามเสียจริง
"เอาเถอะ มาให้ข้าป้อนข้าวเถอะนะ"
หวังจางิ่พยักหน้าให้ภรรยา เมื่อได้เห็นรอยยิ้มงดงามตรงหน้ายังไงเขาก็ยอมหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ ยกเว้นเื่เ้าก้อนแป้งอย่างเดียวที่เขาจะไม่ยอมให้ง่ายๆ เพราะท้ายที่สุดแล้ว
.....เขารักจางเหมยฮวาั้แ่แรกเห็น.....
Talk (◍•ᴗ•◍)✧*。
สวัสดีทุกคนที่เข้ามางานกันนะคะ เราอยากแต่งแนวนี้มานานแล้วววว แต่อาจจะยังแต่งได้ไม่ค่อยดีต้องขอโทษด้วยนะคะ ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่กดเข้าคลังหรือแวะมาอ่านกันมากๆ เลยนะคะ ปิ้วๆ (*˘︶˘*).。*♡