บทที่ 28 ดาวนำโชคทำงานอีกครั้ง
บรรยากาศไม่เย็นไม่ร้อนทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ลำบากนัก รถม้าที่ภายในตกแต่งมาอย่างดี ทำให้การเดินทางครั้งนี้สะดวกสบาย และ่เวลาพักม้าก็เป็่เวลาทองให้นางได้เก็บของป่าติดตัวไปด้วย แม้จะยังไม่พบอะไรที่รู้สึกว่าล้ำค่าอะไรแต่นางก็คิดว่าก่อนถึงจวนหนิงอ๋องรถม้าคงเต็มไปด้วยของให้นางและเปาเปาได้ใช้เล่นสนุกมากมาย
ตู้เปาหลงแม้จะยังเล็กนักแต่เพราะการอบรมที่เข้มงวดให้เหมาะสมกับฐานะของเ้าตัวที่ได้รับมาั้แ่ก่อนพบกับนาง ทำให้เปาเปาน้อยไม่งอแงเท่าที่นางคาดไว้ ทั้งยังดูเพลิดเพลินกับการเล่นแป้งนวดแบบที่เด็กๆ ในภพเดิมของนางเล่นกัน
“นี่ๆ ดูเปาเปาปั้น” เด็กน้อยนำสัตว์ประหลาดสีเขียวมายื่นไว้ตรงหน้านาง
เสิ่นลี่อิงมองดูแป้งปั้นยาวสีเขียวตามลำตัวมีรอยเกล็ดที่ทำขึ้นด้วยการจิกเล็บเข้าไปในตัวแป้ง “ตัวอะไรหรือเปาเปา
“ัไงขอรับ พี่สาวไม่รู้ได้อย่างไร”
ลี่อิงอมยิ้มขำให้กับท่าทางหัวเสียที่เด็กน้อยแสดงออกมาเมื่อเห็นว่านางดูไม่ออก สำหรับนางัที่คุ้นเคยไม่ใช่ัแบบจีนความคิดของนางจึงไม่ได้คิดว่าสัตว์ตัวยาวมีเกล็ดและหนวดนี้คือัั้แ่แรก “ข้าก็แกล้งไม่รู้จะได้ให้เ้าบอกอย่างไรเล่า”
เปาหลงเล่นต่อสักครู่รถม้าก็หยุดลงพร้อมบ่าวที่เดินมาแจ้งว่าถึงเวลาพักม้าและกินข้าว “ท่านหมอหญิงลี่ เราจะพักม้า 1 ชั่วยามเ้าค่ะ”
“ลงกันเปาเปา” เมื่อเท้าแตะพื้นเปาหลงก็วิ่งไปหาองค์รักษ์ที่เล่นฟันดาบกับเขาตลอด 3 วันที่ผ่านมาให้เล่นกับเขาระหว่างรอทานอาหารทันที เสิ่นลี่อิงถึงกับส่ายหัวให้กับความติดเล่นของเด็กน้อย
เมื่อเห็นว่าเปาหลงกำลังออกลวดลายสนุกสนานแล้วนางก็ไปยังบริเวณที่จะใช้เตรียมอาหารทันที
วันนี้เสิ่นลี่อิงเตรียมขนมปังที่ใช้สำหรับทำเบอร์เกอร์ไว้จำนวนมาก เพราะคิดจะทำอาหารฟาสฟู้ดแบบในภพเก่าให้ทุกคนได้ลองทาน คนเหล่านี้มาส่งนางเพราะคำสั่งของเ้านายตนก็จริง แต่หากมีอะไรที่นางสามารถทำให้การเดินทางไกลครั้งนี้น่าอภิรมย์ขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยนางก็ยินดี
“ท่านหมอหญิงวันนี้จะทำอะไรหรือเ้าคะ”
เสิ่นลี่อิงเริ่มชินกับการถูกเรียกว่าท่านหมอหญิงหรือท่านหมอบ้างแล้ว การแสดงหากจะให้แเีนางเองก็ต้องยอมเล่นด้วย แม้กระทั่งองค์รักษ์ที่รู้ว่านางคือญาติผู้น้องของเสียนอ๋องก็ยังเรียกนางด้วยฐานะใหม่ด้วยยิ่งทำให้นางเคยชินได้เร็วขึ้น
หญิงสาวยืนคิดไปเพลินๆ ก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรอคำตอบอยู่จึงรีบพูดขึ้น “วันนี้ข้าจะแป้งประกบเนื้อ เมื่อวานเหล่าองค์รักษ์ล่าหมูป่ามาได้หลายตัวนักเอามาทำน่าจะดี”
“ท่านหมอทำอาหารอร่อย ทั้งยังใจดีสอนพวกบ่าว วันนี้ก็เป็ชื่ออาหารที่ไม่เคยได้ยินอีก ความรู้ที่ท่านให้ช่างล้ำค่านัก อยากให้เดินทางไปนานๆ เหลือเกินเ้าค่ะ”
แววตาเลื่อมใสทำให้นางวางตัวลำบางเล็กน้อย
“จะเดินทางนานๆ เลยหรือ ไม่ดีหรอก เท่านี้ข้าก็ปวดตัวจะแย่แล้ว” นางยิ้มระรื่นกับบ่าวหญิงที่มากับขบวน ก่อนจะสั่งให้แต่ละคนแบ่งงานกันล้างและปอกเปลือกพืชหัวที่ตัวนางขนติดมาด้วย
ทุกมื้อนางแอบหยดน้ำกลิ่นจันทร์ลงไปในขั้นตอนการทำอาหารเสมอ การเดินทางไกลเช่นนี้แม้จะได้รับการฝึกฝนมาแต่ร่างกายก็คงทนไม่ได้นาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของขบวนนางจึงต้องบำรุงพวกเขาด้วย
เสิ่นลี่อิงสั่งให้บ่าวหญิงหั่นพืชหัวเป็เส้นยาวๆ ไว้ จะคนภพใดแต่นางก็เชื่อว่าเฟรนช์ฟรายส์ก็จะสามารถครองใจทุกคนได้ แต่นางเลือกผสมกับมันชนิดอื่นไปด้วยให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับทุกคน
“ใช่แล้วหั่นยาวๆ เช่นนั้น แช่ล้างน้ำสักครู่ นำออกแล้วก็ใช้ผ้าซับน้ำให้แห้งด้วยเล่า มิเช่นนั้นเมื่อนำไปทอดจะไม่กรอบเอา”
“เ้าค่ะท่านหมอ”
เมื่อฝั่งที่รับผิดชอบเครื่องเคียงเข้าที่แล้ว เสิ่นลี่อิงก็มารับหมูป่าที่ทหารชำแหละแยกส่วนให้แล้วแสร็จ “อืมเก็บเืหมูไว้ให้ข้าด้วยหรือไม่”
“เก็บไว้ขอรับ ท่านหมอหญิงจะนำไปทำยาหรือ” นายทหารที่ชำแหละหมูนำถังใส่เืหมูยกมาให้นางดู
“ยาอะไรกัน ข้าจะเอาไว้ทำอาหารพรุ่งนี้”
นายทหารผู้นั้นหน้าถอดสีเปล่งเสียงตะกุกตะกักออกมา “ท..ท่านหมอหญิง จะให้พวกเราทานเลือกสดๆ หรือ”
‘มาเป็องค์รักษ์ได้ไงเนี่ยไม่มีมาดเลยน้องเอ๊ย’
“เ้าเสียสติแล้วหรือไม่ หมูเป็สัตว์ที่ต้องกินสุก ห้ามกินดิบเด็ดขาดถึงตายเชียวนะ รักษาไม่ได้ด้วย ข้าจะนำมานึ่งเป็เืก้อนใส่น้ำแกง”
“ท่านหมอลี่กลั่นแกล้งคนของข้าอยู่หรือ” เสียนอ๋องเดินเข้ามาหานางที่กำลังคุยกับองค์รักษ์ของตนอยู่ด้วยสีหน้าเบิกบานใจ เป็เพราะสารจากนกพิราบเป็เื่ดีจึงทำให้ญาติผู้พี่ของเสิ่นลี่อิงอารมณ์แจ่มใสเช่นนี้
“กลั่นแกล้งเสียที่ใด คนของท่านตีโพยตีพายว่าข้าจะให้กินเืสด”
“เ้าอย่าใอันใดไปเลย เท่านี้ก็น่าจะพอรู้แล้วว่าท่านหมอมากความสามารถ นางทำสิ่งใดก็กลืนลงไปเถอะไม่ต้องถามมาก”
เสิ่นลี่อิงส่ายหน้าให้กับตู้เสียนเฉิงและองค์รักษ์ที่ผันตัวมาเป็ลูกมือนางหลังจากถูกยกโทษให้ั้แ่คราวเกิดเื่ในป่า ญาติผู้พี่ก็ดูจะใส่ใจคนผู้นี้ไม่น้อยเขาอาจกลายเป็แขนขาที่สำคัญในอนาคต เพราะแม้จะตื่นใง่ายแต่หน่วยก้านใช้ได้ดูฉลาดเฉลียว ขาดเพียงการจัดการอารมณ์ให้ดูนิ่ง ตัวนางที่เชื่อมสัมพันธ์ไว้ก่อนเขาเป็คนสำคัญแล้วเช่นนี้ย่อมได้ประโยชน์ในอนาคต
“เอานี่ เ้าขยำใบตะไคร้กับเืให้ครบสองเค่อแล้วมาแจ้งข้า ทำให้ครบเล่า หากไม่ครบแล้วเืคาวครานี้ข้าจะไม่ยกโทษให้แล้ว” นางยื่นใบตะไคร้ที่อาศัยจังหวะการพูดคุยเนียนหยิบออกมาคล้ายว่านางซ่อนไว้ในแขนเสื้อแล้วก็ให้บ่าวหญิงยกหมูไปแยกมันและเนื้อออกจากกันแทนนาง
หลังสั่งการเสร็จก็เดินแยกออกมากับญาติผู้พี่ “ท่านมีอะไรจะพูดหรือจึงได้เดินมาตาม”
“เยว่กุ้ยยิ้มแล้ว เจียเออร์ส่งสารมาบอกข้า”
‘เอ่อ…แค่นี้?! เรียกข้ามาเพื่อบอกแค่นี้! เห่อลูกมากคุณพี่’
“ท่านคงคิดถึงนาง” เสิ่นลี่อิงกลืนคำก่นด่าที่อยากเอ่ยลงไปในลำคอรู้สึกขบขันที่คนตรงหน้ามาขัดจังหวะการทำอาหารเลี้ยงคนทั้งขบวนเพราะเื่นี้
“คิดถึง แต่สัญญาว่าจะส่งเ้าให้ถึงจวนหนิงอ๋องต้องทำ”
“ท่านไปเล่นกับเปาหลงแก้เบื่อเถิดข้ากลับไปทำอาหารดีกว่า” นางเดินหนีออกมาทำอาหารต่อไม่นานนักเนื้อหมูสับที่หมักเครื่องเทศก็พร้อมลงทอด เพราะไม่มีเตาแบนใหญ่แบบในภพเก่านางจึงทำเป็ตัวอย่างแก่บ่าวหญิงไว้ แล้วให้ทุกคนนำเนื้อลงจี่ในเตาตนเอง
“วางลงไปเช่นนี้รอให้สุกแล้วพลิกด้านวางนมแข็งเค็มลงไปรอให้สุกแล้ววางลงบนแป้งบีบน้ำจิ้มมะเขือเทศใส่ผักที่เตรียมไว้ปิดด้วยแป้ง และให้กินคู่กับสารพัดมันทอดโรยเกลือ”
“หอมมากเ้าค่ะ นมแข็งเค็มทำมาจากสิ่งใดหรือเ้าคะ”
“ทำมาจากนมน่ะ แถบไหนเลี้ยงสัตว์ที่ให้น้ำนมไว้มากมักจะมี เป็วิธีเก็บรักษานมให้ทานได้นานขึ้น” นางอธิบายเพียงคร่าวๆ ว่าชีสคือสิ่งใดมิได้ลงรายละเอียดมากนัก แล้วก็นำชิ้นแรกที่ทำเป็ตัวอย่างมากัดทานเป็คนแรก ไม่นานนักทุกคนที่มากับขบวนก็ถือเบอร์เกอร์ชิ้นโตที่นางให้ชื่อว่าแป้งประกบเนื้อกินอย่างพึงพอใจไปตามๆ กัน
นางอิ่นก่อนใคร เลยตัดสินใจไปดูเืที่สั่งให้นายทหารตั้งทิ้งไว้หลังขยำเสร็จเพื่อให้ฟองอากาศคลายตัว เมื่อไปถึงก็พบว่ายังมีฟองเหลือนางจึงกรองออกด้วยผ้าขาวบาง 3 รอบ ผสมน้ำลงไปกึ่งหนึ่ง แล้วจึงนำถาดทาน้ำมัน เทเืลงไปแล้วนึ่งทิ้งไว้ด้วยไฟอ่อน สั่งให้บ่าวที่กินหมดแล้วมาคอยเตานึ่งดูหากสุกแล้วให้นำลงมาแช่น้ำและหั่นเป็ก้อนรอไว้
.
.
.
“เปาหลงอย่าวิ่ง” เปาเปาน้อยที่รับแป้งประกบเนื้อกำลังเดินกึ่งวิ่งมาทางนาง “เ้าไม่เล่นกับพี่องค์รักษ์แล้วหรือ”
“ท่านองครักษ์กินอยู่”
“อืม เก่งมาเด็กดีของพี่ เช่นนั้นไปเดินเล่นกันดีหรือไม่ เราอาจะเจอของมีค่าอีก”
ตู้เปาหลงเงียบลงเล็กน้อยใจเขาก็ยังอยากเล่นต่อหลัวจากกินอิ่ม แต่เมื่อคิดถึงของมีค่าก็มีภาพเงินอีแปะเงินตำลึงลอยเข้ามาในหัวเล็กๆ นั้น เปาเปาจึงก้าวเท้านำทางนางไปอย่างแข็งขันไปหยุดที่ด้านหน้าแนวต้นไม้รกทึบ
ทันใดนั้นสายลมโอนอ่อนก็พัดพาปุยสีขาวคล้ายสำลีมาตกอยู่ในมือนาง
“มาจากไหนเนี่ย”
“พี่สาวคุยกับข้าหรือ”
“ไม่ใช่หรอก รีบกินเถอะ จะได้ไปตามหาของกัน” นางส่งรอยยิ้มกระจ่างแจ้งไปที่เปาเปาตัวน้อย ถ้ามากับเขาทีไร นางได้ของดีกลับไปทุกที
‘เยี่ยมจริงๆ ดาวนำโชคของพี่สาว’