บทที่ 8 แก้มน้อย ๆ ถูกบีบจนช้ำอีกแล้ว
ถังโย่วโย่วกำลังกินองุ่นรสเปรี้ยวหวาน เท้าเล็ก ๆ แกว่งไปมาบนเก้าอี้ ท่าทางนี้น่ารักมาก
"ป้าคะ อร่อยจังเลย!"
"อร่อยใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นป้าจะแกะให้เธออีกสักหน่อย แต่ก็อย่ากินเยอะนะ เดี๋ยวต้องกินข้าวอีก"
"พูดถึงเื่นี้..." หลิวชิงนึกอะไรขึ้นมาได้ทันใด เธอหันไปพูดกับชางโหยว "ตอนนี้บ้านเรามีโย่วโย่วอยู่ด้วย เธอเป็ดาวนำโชค จะกลัวอะไรอีกล่ะ"
"......" ชางจื่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พวกเขาได้ยินหลิวชิงชมถังโย่วโย่วแบบนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ จึงพูดขึ้นว่า "แม่ครับ ผมก็สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเสิ้งซื่อสวี่ได้เหมือนกันนะ"
"ใช่ ๆ ๆ ลูกสองคนของเราล้วนนำโชคดีมาสู่ครอบครัวของเรา!" หลิวชิงรีบประจบเอาใจ
ทันทีที่เธอพูดจบ ประตูห้องส่วนตัวก็เปิดออก พนักงานเสิร์ฟหลายคนถือจานอาหารหลากหลายเข้ามาในห้อง อาหารวางบนโต๊ะจนแน่นขนัดชวนให้ถังโย่วโย่วน้ำลายสอ
เธอรีบหยิบตะเกียบเล็ก ๆ ของตัวเองขึ้นมาเพื่อจะคีบอาหาร แต่น่าเสียดายที่แขนของเธอสั้นเกินไป จึงคีบอาหารไม่ถึง
ดวงตากลมโตของเธอเหลือบมองไปทางชางจื่อ ถังโย่วโย่วอ้าปากน้อย ๆ พูดว่า "พี่ชาย ช่วยคีบอาหารให้หนูหน่อย หนูอยากกินเนื้อ! อยากกินเนื้อ!"
"...ตัวกลมน้อยนี่รู้จักใช้คนเป็แล้วนะ" ถึงปากจะบ่นแต่ตะเกียบในมือของชางจื่อก็ยื่นออกไปแล้ว เขาคีบเนื้อปูใส่ชามให้ถังโย่วโย่วพร้อมกับเตือนว่า "ค่อย ๆ กิน ระวังสำลักด้วย"
ดูเหมือนว่าพี่ชายคนนี้จะรักและปกป้องฉันมากเลยนะ
ถังโย่วโย่วรู้สึกพอใจมาก!
แต่การเปลี่ยนแปลงคนยังไม่สำเร็จ ต้องพยายามต่อไป!
ถังโย่วโย่วใช้ตะเกียบคีบเนื้อปูเข้าปากตัวเอง ปากน้อย ๆ อ้าออกกว้างจนสามารถกินเนื้อก้อนใหญ่เข้าไปได้ เคี้ยวไปเคี้ยวมาก็เปล่งเสียงอุทานออกมาว่า "อร่อยมาก ๆ เลย!"
"พี่ชาย หนูอยากกินอีก!"
"ได้ ๆ ๆ พี่ชายจะคีบให้"
ตอนอยู่ที่บ้านหลิวชิงเป็คนคอยป้อนข้าวถังโย่วโย่วมาตลอด แต่ตอนนี้หน้าที่สำคัญนี้ตกมาอยู่ที่ชางจื่อ เขารู้สึกว่าการที่มีเด็กน้อยตัวกลม ๆ มาพึ่งพาแบบนี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว
ไม่นานเขาก็เริ่มค้นพบความสนุกจากการอยู่กับถังโย่วโย่ว
สองชั่วโมงต่อมา
หลังจากทานอาหาร ท้องน้อย ๆ ของถังโย่วโย่วก็อิ่มแน่นและทั้งหมดที่กินไปก็เป็เนื้อ ช่วยไม่ได้ เมื่อก่อนตอนที่เธออยู่กับถังฮุ่ยหลานด้วยความยากจน ไม่มีเงินจะซื้อเนื้อ ดังนั้นตอนนี้มีให้กินแล้วก็ต้องกินเยอะ ๆ หน่อย
หลังกินข้าวเสร็จ ตอนหลิวชิงอุ้มถังโย่วโย่วก็อดอุทานไม่ได้ "โย่วโย่ว ทำไมจู่ ๆ ถึงหนักขึ้นล่ะ ฮ่า ๆ ๆ"
"แม่ก็ดูสิว่าเธอกินไปเท่าไหร่"
"..."
กินมากเกินไปแล้ว
เฮือก!
หลังจากออกมาจากโรงแรมหรูตี้ห่าว คนทั้งหมดก็ขึ้นรถกลับไปคฤหาสน์
ตอนกลางคืน
ห้องนั่งเล่น
หลิวชิงนั่งอยู่บนโซฟา สาวใช้ประจำตัวคนหนึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้นคอยทาเล็บให้เธอ เธอหลับตาพิงโซฟาพักผ่อนพร้อมกับแผ่นมาส์กหน้าอย่างสงบ ส่วนชางโหยวขึ้นไปชั้นบนเพื่อจัดการกับงานเอกสาร
ขณะเดียวกัน เด็กสองคนเกือบจะทะเลาะกันเพราะแย่งดูโทรทัศน์
"พี่ชาย ให้หนูเถอะ หนูอยากดูวันพีซ"
"เธอจะดูวันพีซทำไม ฉันจะดูข่าว"
"หนู...หนูจะดูวันพีซ"
ถังโย่วโย่วเห็นแบบนั้นก็รีบเข้าไปใกล้ชางจื่อแล้วทำท่าออดอ้อนน่ารัก พอชางจื่อเห็นท่าทางของเธอก็อดยื่นมือไปบีบแก้มเล็ก ๆ ของเธอไม่ได้ ์เท่านั้นที่รู้ว่าแก้มเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่วนั้นนุ่มนิ่มขนาดไหน
นุ่มนิ่มราวกับก้อนแป้ง
เมื่อถูกชางจื่อบีบแบบนั้น รอยช้ำบนหน้าของถังโย่วโย่วที่หายดีแล้วก็กลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง
ความเ็ปทำให้ถังโย่วโย่วต้องสูดหายใจ
จากนั้นก็ร้องไห้ออกมา "ฮือ"
เมื่อชางจื่อเห็นถังโย่วโย่วร้องไห้เขาก็ใรีบเอามือปิดปากเธอไว้ แต่ถึงจะทำแบบนั้น หลิวชิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ยังได้ยินเสียงร้องไห้ของถังโย่วโย่วแล้ว
เธอลุกพรวดขึ้นจากโซฟา พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นภาพ "พี่ชายรังแกน้องสาว" ชัดเจน ในฐานะคนที่รักลูกสาวมากขนาดนี้ หลิวชิงจะทนได้หรือ?
เธอเดินเข้าไปตบหัวชางจื่อทันที
ชางจื่อรู้สึกเจ็บ รีบเอามือกุมหัวแล้วหันกลับมา ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็โดนหลิวชิงดุเสียงดัง "เ้าเด็กบ้านี่ กล้าแกล้งน้องสาวต่อหน้าแม่เลยเหรอ ลูกคิดว่าแม่ตายไปแล้วหรือไง?"
"แม่ครับ ผมไม่ได้ทำนะ!"
"แม่เห็นทุกอย่างแล้ว ลูกยังกล้าแก้ตัวอีกเหรอ"
"...ผม...ผมอยากดูข่าว!"
หลิวชิงเท้าสะเอว "เด็กอายุเก้าขวบอย่างลูกจะดูข่าวอะไร? ยังจะแย่งรีโมตกับน้องสาวอีก ไม่อายบ้างเหรอ? รีบขึ้นไปดูในห้องตัวเองเลยนะ!"
"หึ!"
ชางจื่อถูกหลิวชิงพูดแบบนี้จึงส่งเสียงในลำคอแล้วรีบวิ่งขึ้นบันได
หลิวชิงเข้าข้างถังโย่วโย่วมากเกินไป ทำให้ชางจื่อเริ่มไม่พอใจถังโย่วโย่ว แต่ตอนนี้หลิวชิงไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ฟ้าจะถล่มแผ่นดินจะทลายก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ถังโย่วโย่วร้องไห้
เธอรีบเข้าไปกอดถังโย่วโย่วแล้วปลอบว่า "โย่วโย่ว? เกิดอะไรขึ้นกับเด็กน้อยของเราหรือ พี่ชายใจร้ายโดนป้าไล่ไปแล้วนะ ไม่ร้องนะ ๆ"
"ฮือ ๆ ๆ"
ถังโย่วโย่วเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำ บนหน้าของเธอยังมีรอยช้ำที่ถูกชางจื่อบีบทิ้งไว้ หลิวชิงเห็นรอยช้ำบนหน้าของเธอก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า "ให้ตายสิ! ทำไมถูกทำให้ช้ำอีกแล้ว เ้าเด็กบ้าคนนั้น อย่าร้องไห้นะโย่วโย่ว เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปจัดการเขาเอง!"
"พ่อบ้าน รีบเอายาที่เคยทาให้โย่วโย่วครั้งที่แล้วมาเร็ว"
หลิวชิงะโเสียงดัง พ่อบ้านรีบวิ่งไปหยิบยายื่นมาให้ทันที
หลังจากทาครีมเย็น ๆ ลงบนใบหน้าแล้ว ถังโย่วโย่วถึงหยุดร้องไห้
เธอไม่ใช่คนที่เื่มากอะไร แค่เพราะมันเจ็บเกินไปถึงได้ร้องไห้ออกมา แถมชางจื่อก็ลงมือแรงเกินไปหน่อย น้ำตาเธอจึงไหลออกมาเองโดยไม่ตั้งใจ
หลังจากหลิวชิงกอดปลอบอยู่พักหนึ่ง ถังโย่วโย่วก็ก้มหน้าพลางคิดว่า แย่แล้ว คราวนี้าาปีศาจตัวน้อยโดนด่าอีกแล้ว เขาต้องโทษเธอแน่ ๆ จะทำยังไงดีล่ะ?
พอเห็นว่าถังโย่วโย่วไม่ร้องไห้แล้ว หลิวชิงจึงปล่อยเธอลงและสั่งให้ห้องครัวทำของว่างหวาน ๆ สำหรับมื้อดึก
เด็ก ๆ ย่อยอาหารได้ดี ถังโย่วโย่วไม่มีปัญหาเื่การย่อยอาหาร หลังจากกินมื้อเย็นไปไม่นาน ท้องน้อย ๆ ก็พร้อมจะกินอะไรได้อีก
น้ำกะทิใส่เม็ดสาคูหอมหวานและเค้กชิ้นเล็ก ๆ ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้าถังโย่วโย่ว นี่เป็ของที่หลิวชิงใช้มาปลอบเธอ
แต่เมื่อมองขนมหวานสองอย่างนี้ สมองน้อย ๆ ของถังโย่วโย่วก็พลันนึกวิธีขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน
หลังจากคิดวิธีได้แล้ว ถังโย่วโย่วก็ยิ้มกว้างออกมา
ถึงยังไงเธอก็เป็ผู้หญิงที่โตแล้วและอาศัยอยู่ในศตวรรษที่ 21 ถึงแม้ว่า...ร่างกายจะเป็เด็กน้อย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะรับมือกับเด็กอายุเก้าขวบไม่ได้
คิดได้แบบนั้นถังโย่วโย่วก็รู้สึกเจริญอาหารขึ้นมาทันที หยิบช้อนขึ้นมาตักของหวานเข้าปาก ไม่นานก็กินของหวานหมดเกลี้ยง
เธอลูบท้องแล้วพูดกับหลิวชิงว่า "ป้าคะ หนูอิ่มแล้ว"
"อยากนอนจังเลย"
"ได้ ๆ ๆ ป้าจะอุ้มหนูไปนอนนะ"
"ไม่เอา หนูไปเองได้" ถังโย่วโย่วโบกมือน้อย ๆ บอกว่าเธอสามารถปีนขึ้นบันไดไปเองได้
เมื่อเห็นถังโย่วโย่วอาสาจะไปเอง หลิวชิงก็ไม่ได้ดื้อดึงอีก เพราะเธอเองก็ยังทาเล็บไม่เสร็จ ถ้าถูกขัดจังหวะแบบนี้ก็ต้องเริ่มทำเล็บใหม่ทั้งหมด
"ได้ โย่วโย่วจะระวังตัวนะ"
"อื้ม"
ถังโย่วโย่วะโลงจากโซฟา ในมือถือขนมเค้กชิ้นเล็กก้าวเดินด้วยขาสั้น ๆ มุ่งหน้าไปที่ห้องอาหาร เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีวางขนมเค้กชิ้นนั้นลงบนโต๊ะ จากนั้นก็สั่งกำชับเป็พิเศษกับพ่อบ้าน