ในระหว่างทางกลับเมืองอสูรจันทรา หวังเหว่ยได้พบกับหญิงสาวนางหนึ่งที่ดูเหนื่อยล้าจากการเดินทาง กำลังพยายามเดินไปข้างหน้าไม่หยุด หวังเหว่ยจึงได้เข้าไปถามนางว่า “พี่สาวมีอะไรที่ข้าพอจะช่วยเหลือท่านได้หรือไม่ ?” หญิงสาวเมื่อได้ยินเสียงของหวังเหว่ยจึงได้หันหน้าไปมองหวังเหว่ยจากนั้นได้พูดขึ้นว่า “ได้โปรดช่วยแจ้งข่าวที่เมืองอสูรจันทรา ว่าหมู่บ้านอสูรสีขาวถูกกลุ่มโจรภูเขาปล้นและจับตัวหญิงสาวภายในหมู่บ้านไป ได้โปรดน้องชาย !” เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเหว่ยจึงได้ให้หญิงสาวขึ้นขี่สัตว์อสูรกวางขาวและออกเดินทางไปยังเมืองอสูรจันทราในทันที
เมืองอสูรจันทรา
เมื่อมาถึงยังเมืองอสูรจันทราหวังเหว่ยได้พาหญิงสาวไปที่คฤหาสน์องครักษ์เพื่อฝากนางให้จินฟางดูแล ในระหว่างทางหวังเหว่ยได้พูดคุยกับหญิงสาว จึงได้ทราบว่านางชื่อกุ้ยถิง อายุ 17ปี เป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านอสูรสีขาว ในขณะที่กลุ่มโจรภูเขาเข้ามาภายในหมู่บ้านกุ้ยถิงที่อยู่ระหว่างกลับจากการหาของป่าได้พบเห็นเหตุการณ์และแอบหลบซ่อนตัวเพื่อดูเหตุการณ์ หลังจากที่เห็นกลุ่มโจรภูเขาปล้นทรัพย์สินจากชาวบ้านในหมู่บ้านและจับตัวหญิงสาวภายในหมู่บ้านเอาไว้ กุ้ยถิงจึงได้ตัดสินใจไม่กลับเข้าไปในหมู่บ้าน แต่เลือกเดินทางไปยังเมืองอสูรจันทราเพื่อขอความช่วยเหลือ หวังเหว่ยได้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับกุ้ยถิงให้จินฟางฟัง หลังจากรับทราบเรื่องราวจินฟางรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก หวังเหว่ยเห็นดังนั้นจึงได้บอกกับจินฟางว่า “พี่สาวจินฟางข้าขอรบกวนฝากพี่สาวกุ้ยถิงให้ท่านดูแล ข้าจะไปยังจวนท่านเจ้าเมืองเพื่อแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านอสูรสีขาว” จินฟางที่ได้ยินดังนั้นจึงพากุ้ยถิงเข้าไปพักในห้องรับรองเพื่อรอฟังข่าวจากหวังเหว่ย หวังเหว่ยออกมาจากคฤหาสน์องครักษ์ เดินทางไปยังจวนเจ้าเมืองเมื่อมาถึงยังหน้าจวนเจ้าเมือง หวังเหว่ยได้เข้าไปพูดคุยกับทหารรักษาการของจวน เพื่อแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านอสูรสีขาว ทหารรักษาการของจวนหลังจากได้ฟังเรื่องราวที่หวังเหว่ยได้มาแจ้ง ก็ได้รีบเข้าไปภายในจวนเพื่อรายงาน จากนั้นไม่นานหัวหน้าทหารรักษาการของจวนได้ออกมาพบกับหวังเหว่ยเพื่อสอบถามเรื่องราวเพิ่มเติม หวังเหว่ยเมื่อถูกสอบถามจากหัวหน้าทหารรักษาการของจวนจึงได้ตอบไปว่า “ข้าน้อยไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดขอรับ มีแม่นางท่านหนึ่งที่เป็นชาวบ้านของหมู่บ้านอสูรสีขาว ขอให้ข้าช่วยแจ้งเรื่องนี้ให้ทางท่านเจ้าเมืองทราบ ตอนนี้แม่นางคนนั้นพักอยู่ที่คฤหาสน์ของข้าที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ขอรับ” เมื่อหัวหน้าทหารรักษาการของจวนได้ยินดังนั้น จึงได้เข้าไปรายงานให้เจ้าเมืองทราบถึงเรื่องราว เจ้าเมืองหลังจากที่ได้ทราบเรื่องราวก็ได้เดินออกมาจากภายในจวนและได้พูดกับหวังเหว่ยว่า “ข้าได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว เฮ้อ... แต่ขออภัยด้วยที่ข้าไม่สามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้” หลังจากพูดจบเจ้าเมืองได้หันหน้ามองไกลออกไปและพูดขึ้นว่า “กลุ่มโจรภูเขาที่ท่านพูดถึงน่าจะเป็นสาขาของกลุ่มโจรภูเขามารอสูร โจรกลุ่มนี้มีจำนวนรวมนับแสนคนกระจายอยู่โดยรอบบริเวณภูเขาที่อยู่นอกเมือง แต่เมืองแห่งนี้มีกำลังทหารไม่ถึงหมืนนาย ไม่มีกำลังมากพอจะต่อสู้กับกลุ่มโจรภูเขามารอสูรที่มีขนาดใหญ่ ในยุคสมัยปัจจุบันที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรากำลังตกต่ำลง มีกลุ่มโจรมากมายหลายกลุ่มอาศัยอยู่ภายในอาณาจักรแห่งนี้ กลุ่มโจรเหล่านั้นนับวันยิ่งมีความแข็งแกร่ง ทางอาณาจักรมนุษย์ไม่มีกำลังมากพอที่จะปราบปราม ตัวข้าอยากช่วยเหลือหมู่บ้านอสูรสีขาวแต่ถ้าข้าทำเช่นนั้นเมืองของเราก็จะไม่ปลอดภัย เมื่อคิดถึงชาวเมืองแล้วข้าทำได้แต่เพียงปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเท่านั้น ให้อภัยข้าด้วยสหายน้อย” หวังเหว่ยรับฟังเรื่องราวจากเจ้าเมืองด้วยความเงียบขรึม จากนั้นจึงได้ขอตัวกลับระหว่างทางหวังเหว่ยคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในอาณาจักรมนุษย์ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาและคิดกับตัวเองว่าในเวลานี้หาวิธีแก้ปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวก่อนดีกว่า จากนั้นหวังเหว่ยได้กลับไปยังคฤหาสน์องครักษ์ หญิงสาวทั้งสองเมื่อเห็นหวังเหว่ยกลับมาจึงได้ถามออกไปว่า “หวังเหว่ยเป็นอย่างไรบ้าง ท่านเจ้าเมืองจะส่งกำลังออกไปปราบปรามโจรภูเขาตอนไหนหรือ ?” หวังเหว่ยที่ได้ยินดังนั้นจึงบอกกับหญิงสาวทั้งสองว่า “ท่านเจ้าเมืองกำลังตัดสินใจเรื่องนี้อยู่ ให้เรารอฟังข่าวอยู่ที่นี่” จากนั้นหลังเหว่ยได้ขอตัวกลับไปพักที่ห้องของตนภายในคฤหาสน์ หลังจากกลับไปถึงห้อง หวังเหว่ยได้เข้าไปในมิติแดนอสูรและเรียกรวมตัวสัตว์อสูรทั้งหมดภายในมิติแดนอสูร จากนั้นหวังเหว่ยได้บอกกับสัตว์อสูรทั้งหมดว่าจะสอน "ทักษะล่องหน" และ "ทักษะซ่อนเร้นพลัง" สำหรับสัตว์อสูรให้ เมื่อได้ยินดังนั้นสัตว์อสูรทั้งหมดจึงรู้สึกตื่นเต้นดีใจ ที่จะได้เรียนรู้ทักษะใหม่ หวังเหว่ยได้เรียก 3พยัคฆ์อสูรและ 3ราชาสัตว์อสูรรวมถึงเลือกตัวแทนของเหล่าสัตว์อสูรทั้ง 3,000ตนออกมาอีก 100ตน เพื่อสอนวิธีใช้ "ทักษะล่องหน" และ "ทักษะซ่อนเร้นพลัง" สำหรับสัตว์อสูรให้ หลังจากที่หวังเหว่ยสอนทักษะเสร็จเรียบร้อย สัตว์อสูรทั้ง 100ตนก็ได้นำทักษะไปสอนต่อให้กับสัตว์อสูรทั้ง 3,000ตน เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หลังจากที่หวังเหว่ยจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หวังเหว่ยก็ได้กลับออกมาจากมิติแดนอสูร จากนั้นออกจากห้องพักเดินไปหาหญิงสาวทั้งสองเพื่อบอกกับทั้งสองว่ามีธุระต้องไปทำ ให้ทั้งสองพักอยู่ที่นี่รอฟังข่าวจากจวนเจ้าเมือง จากนั้นหวังเหว่ยได้เดินทางออกจากเมืองโดยใช้พาหนะสัตว์อสูรกวางขาวของสมาคมอัญเชิญอสูรเช่นเดิม
หมู่บ้านอสูรสีขาว
เวลาสองวันผ่านไป หวังเหว่ยได้เดินทางมาถึงยังหมู่บ้านอสูรสีขาวตามเส้นทางที่สอบถามมาจากพนักงานให้เช่าสัตว์อสูรของสมาคมอัญเชิญอสูร หลังจากมาถึงแล้วหวังเหว่ยได้สอบถามเรื่องราวจากชาวบ้านที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านจึงได้ทราบว่า พวกโจรภูเขาหลังจากที่ปล้นทรัพย์สินแล้วยังนำหญิงสาวภายในหมู่บ้านไปด้วย หลังจากเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด หวังเหว่ยได้ทราบเพิ่มเติมว่าโจรภูเขากลุ่มนี้ถ้าหมู่บ้านไหนขัดขืน ไม่ยอมนำทรัพย์สินออกมาหรือไม่ยอมให้พาหญิงสาวภายในหมู่บ้านไป โจรภูเขากลุ่มนี้ก็จะสังหารชาวบ้านบางส่วนภายในหมู่บ้านจนกว่าจะยอมแต่โดยดี ชาวบ้านภายในหมู่บ้านแห่งนี้ทราบเรื่องนี้มาจากหมู่บ้านอื่นใกล้เคียงจึงไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด พวกโจรจึงไม่ได้สังหารชาวบ้านในหมู่บ้าน จากนั้นหวังเหว่ยได้สอบถามถึงตำแหน่งที่กลุ่มโจรภูเขาอาศัยอยู่ ชาวบ้านจึงได้บอกว่า “หลังจากท่านเดินข้ามภูเขาทางนั้นไปสองลูกท่านก็จะเจอค่ายของโจรกลุ่มนี้” หลังจากได้ทราบถึงตำแหน่งที่ตั้งของค่ายโจรภูเขาจากชาวบ้าน หวังเหว่ยจึงได้บอกกับเหล่าชาวบ้านว่า “โจรภูเขากลุ่มนี้เป็นเพียงหนึ่งในสาขาของกลุ่มโจรภูเขามารอสูรเท่านั้น ยังมีกลุ่มโจรภูเขามารอสูร อยู่อีกหลายกลุ่มกระจายอยู่ในอาณาเขตโดยรอบภูเขานอกเขตเมือง ทุกท่านโปรดระมัดระวังตัวให้ดี เวลาได้พบเจอกับกลุ่มโจรภูเขามารอสูรกลุ่มนี้” เหล่าชาวบ้านเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้พยักหน้าตอบรับหวังเหว่ยในทันที สาเหตุที่หวังเหว่ยบอกเล่าเรื่องนี้ให้เหล่าชาวบ้านได้ทราบ เพราะต้องการเตือนเหล่าชาวบ้านทางอ้อมว่าไม่ควรไปสร้างปัญหากับกลุ่มโจรภูเขามารอสูรกลุ่มนี้โดยไม่จำเป็น ภายหลังจากการพูดคุยหวังเหว่ยได้ฝากสัตว์อสูรกวางขาวเอาไว้ที่คอกสัตว์อสูรของหมู่บ้าน และได้เข้าพักผ่อนที่โรงเตี้ยมภายในหมู่บ้านหนึ่งคืน จากนั้นจึงออกเดินทางในตอนเช้ามืดไปยังตำแหน่งที่ชาวบ้านได้บอกเอาไว้ว่ามีกลุ่มโจรภูเขามารอสูรอาศัยอยู่