เมื่อถึงโรงแยก
ขยะภานุวัฒน์ก็ได้เจอเฮียเพ้งอีกแล้ว
คราวนี้เฮียเพ้งก็ยังสู้อุตส่าห์มีความพยายามอยากจะกดราคากันอย่างไม่ลดละเป็เพราะของเก่าที่เอามาขายในวันนี้เป็ของเล็ก ๆ น้อย ๆอย่างกระป๋องอะลูมิเนียมและขวดพลาสติกถึงแม้ว่ากระดาษแยกขาวจากโรงพิมพ์จะน่าสนใจอยู่มากแต่เฮียเพ้งก็ยังฉวยโอกาสกดราคากับสิ่งของอื่น ๆ ได้อยู่จนไตเติ้ลเริ่มจะทนไม่ไหว
"เปิดอกพูดกันอย่างตรง ๆ เลยนะเฮียที่ผมมาขายของให้โรงแยกของเฮียไม่ใช่ว่าผมไม่มีทางเลือกนะผมแค่เห็นว่าถึงแม้เฮียจะหน้าเืแต่เฮียก็เลือกซื้อของที่ไม่ใช่ของโจรกับพวกของอันตรายอย่างสายไฟทองแดงที่ไม่มีที่มาที่ไป ถังแก๊สเก่า ๆที่ไม่รู้ว่าคนขายไปอุ้มมาจากไหน หรือพวกเหล็กโลหะที่ไปลักลอบเอามาจากไหนก็ไม่รู้แบบนั้นถึงจะหน้าเืแต่เฮียก็มีคุณธรรมของเฮียผมถึงได้เลือกทำธุรกิจด้วยแม้รายได้จะน้อยกว่าอีกเ้าเล็กน้อยแต่มันก็ยังสบายใจแต่ถ้ากดกันจนรายได้ลดลงมาก ๆ เห็นทีผมก็คงจะไม่ไหว”
“ลู้แล้ว ๆ ลื้อก็ย้ำแต่หน้าเื ๆ อยู่ล่ายนี่เหงว่าเปงคงลี ไม่คาโมยของไคมาขายล๊อกน้า อั๊วจะยอมไม่กดราคาลื้อก็ล่าย”
เฮียเพ้งโวยวายตัดบทแก้เก้อแต่ในใจตอนนี้กลับกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี
เื่ที่หน้าเืเฮียเพ้งโดนคนด่ามาเยอะจนชินแล้วเวลาคนเอาเขาไปด่าหรือไปพูดลับหลังก็จะนินทาแต่ว่าขี้โกง หน้าเืด่ายับจนไม่มีชิ้นดีอย่างกับว่าเขาไปโกงพ่อโกงแม่มันมาอย่างนั้นแต่ไอ้เ้าคุงภานุวัฒน์นี่เป็คนแรกเลยที่ดูออกว่าเฮียเพ้งก็มีคุณธรรมของเฮียเพ้งที่ยึดถืออยู่เหมือนกันนะ!ถึงจะหน้าเื งกเงิน แต่พวกของโจร ของผิดกฎหมาย ของที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง พวกนั้นเฮียเพ้งจะไม่แตะต้องให้เดือดร้อนตัวเองเป็อันขาด
“มา ๆ เฉพาะลื้อเลยน้า อั๊วจะให้ราคาเท่า ๆกับที่อื่นเลย ไม่กดไม่ก่งราคามันแล้ว คงลี ๆ หยั่งเน้อั๊วเอาปิบไม่ลง” เฮียเพ้งว่า
แล้วพอถึงตอนที่ชั่งน้ำหนักคิดราคากันจริง ๆแล้วเฮียเพ้งก็ไม่มีต่อรองขอลดหรือกดราคาอะไรกับภานุวัฒน์อีกทั้งยังสั่งลูกน้องของตัวเองเอาไว้ด้วยว่าต่อไปหากเฮียวัฒน์คนนี้เอาของมาขายตอนที่เถ้าแก่ไม่อยู่ก็ให้ทุกคนดูบิลเดิมแล้วรับซื้อราคาตามนั้นไปห้ามกดราคาเฮียวัฒน์คนนี้โดยเด็ดขาด
ที่ย้ำลูกน้องหนักหนานั่นน่ะเพราะไม่อยากกดราคาคุงภานุวัฒน์คงนี้อีกแล้วก็ส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งก็คือคุงภานุวัฒน์คนนี้เอาของดี ๆ มาขายให้ทั้งนั้น แถมฉลาดเป็กรดไม่ง้อคนซื้อด้วย แบบนี้ต่อไปถ้าเอาของมาขายแล้วเฮียเพ้งไม่อยู่คุมไปเจอลูกน้องคนไหนกดราคาจนคุยกันไม่รู้เื่แล้วอาคุงภานุวัฒน์เกิดไม่พอใจย้ายที่ขายประจำแบบนั้นล่ะแย่เลย
คนดีก็เื่หนึ่งแต่คนที่อุตส่าห์มองเห็นคุณธรรมข้อดีของคนอื่นได้นี่ก็อีกเื่หนึ่ง แต่คนที่มีของดีๆ ทำกำไรได้ เอามาขายให้ต่อกำไรได้งาม ๆ แบบนี้มันโคตรจะมีค่าสุด ๆต้องยกให้เป็เื่หลักเลยเชียวล่ะ คนแบบนี้นาน ๆ ได้พบเจอทีก็ต้องอนุรักษ์เอาไว้ให้ยืนยงจะปล่อยให้นอกใจไปหาโรงแยกที่อื่นไม่ได้เด็ดขาด!
วันนี้รายได้จากการขายของเก่ามีไม่มากเท่าไหร่แต่ก็ได้มาถึงเจ็ดพันห้าร้อยบาทเป็จำนวนเงินเกินกว่าครึ่งหมื่นซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยถ้าเทียบกับว่าคนอื่นต้องเดินหาเก็บขวดพลาสติกทั้งวันกว่าจะได้มาขายเป็เงินหลักร้อยทิดวัฒน์ที่ได้รับของบริจาคมาจากที่ต่าง ๆ โดยไม่ต้องไล่ล่าออกหาทั้งยังใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันก็ได้เงินมาถึงเจ็ดพันกว่าบาทมันก็ช่างเป็รายได้ที่เยอะมากจริง ๆ
แต่อย่างไรเสียครั้งต่อไปก็จะต้องเจรจากับเฮียฮั้วเพื่อขอซื้อเพลทให้ได้เลยเชียวจะเที่ยวเอาของจากคนอื่นมาขายฟรี ๆ แบบนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาดถึงแม้คราวนี้ไตเติ้ลจะลอบไปจ่ายเงินให้กับฝ่ายการเงินแล้วก็ตามทีแต่ก็ไม่แน่ว่าถ้าเจอหน้ากันอีกทีเฮียฮั้วจะบังคับเอาเงินมาคืนเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้
วันนี้งานเสร็จเร็วั้แ่ก่อนเที่ยงก็ยังพอมีเวลาเหลืออยู่เยอะมากไตเติ้ลจึงจับเ้าลูกชายใส่กระบะพ่วงข้างแล้วขี่รถเลียบถนนตระเวนหาดูโรงพิมพ์ต่างๆ ในละแวกแถวบ้าน
นอกจากโรงพิมพ์ของเฮียฮั้วแล้วถัดไปอีกสองสามซอยก็ยังมีโรงพิมพ์ที่รับพิมพ์หนังสืออีกสามสี่เ้าเขาเข้าไปติดต่อขอซื้อเพลทและกระดาษตัดขอบจากโรงพิมพ์พวกนั้น พอบอกว่าให้กิโลกรัมละสิบสองบาทและมารับซื้อเองถึงที่แต่ละโรงพิมพ์ก็ยินดีต้อนรับเป็อย่างดี
โดยส่วนใหญ่แล้วโรงพิมพ์มักจะงานยุ่งมากหากเขาไปขอซื้อเพลทและกระดาษแบบนี้ เบื้องต้นโรงพิมพ์ก็จะขนกระดาษมาขายให้เขาก่อนในส่วนของเพลทแต่ละโรงพิมพ์ก็จะนัดวันให้ภานุวัฒน์เข้าไปรับซื้อทีหลัง ไตเติ้ลจึงนัดโรงพิมพ์ให้คิวหลั่นกันไปในแต่ละอาทิตย์เพื่อที่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของวัดจะได้มีวันพักไม่ต้องรับภาระที่หนักมากจนเกินไป
ส่วนในวันนี้กระดาษที่รับซื้อมาได้เป็กระดาษตัดขอบที่ไม่ได้แยกกระดาษสีและกระดาษขาวไตเติ้ลจึงรับซื้อมาในราคาของกระดาษที่ไม่แยกสีตั้งใจว่าจะเอากลับบ้านให้ทัน่บ่ายก่อนพระอาทิตย์ตกดินยังพอมีเวลาเหลือให้แยกกระดาษสีออกจากกระดาษขาวไปพร้อม ๆกับการสอนหนังสือให้ลูกพลับไปด้วย
ตอนบ่ายก่อนกลับบ้านยังพอมีเวลาเหลืออยู่อีกเล็กน้อยทั้งทางกลับบ้านนั้นยังขับผ่านปากซอยที่มีบ้านร้างซึ่งชาวบ้านลือกันว่าผีดุหลังนั้นภานุวัฒน์จึงตั้งใจว่าจะขับผ่านไปดูลาดเลาเสียหน่อย
พกลูกชายมาด้วยอย่างนี้ไตเติ้ลคงไม่กล้าทำอะไรมากก็ได้แต่ขับรถผ่านไปให้เห็นหน้าตานั่นแหละว่าเป็บ้านหลังไหนกันแน่ เพราะเด็กเล็กอย่างลูกพลับแบบนี้มักจิตอ่อน[1]มักจะถูกผีตามรังควานได้ง่ายโดยเฉพาะเด็กที่มีจิตมารสิงอยู่ในตัวอย่างเ้าลูกพลับด้วยแล้วถ้าเข้าไปในสถานที่อาถรรพณ์อันมีพลังิญญาแรงกล้าแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบเกิดอะไรขึ้นตามมาหรือไม่
ในโลกเดิมที่ไตเติ้ลจากมาหรือก็คือโลกที่ไม่ใช่ในนวนิยายนั้นมันไม่มีจิตมาร… เออ เอาจริง ๆ มันก็มีอยู่หรอกแต่มักเป็พวกปอบ เปรต อสุรกาย ไสยศาสตร์ มนต์ดำที่ชอบมาขัดขวางคนทำบุญอะไรเทือกนั้น
แต่ไอ้จิตมารแบบในนิยายที่เป็ดวง ๆแล้วมาสิงในจิติญญาของคนอื่น คอยชักจูงให้คนทำความเลวแล้วก็ทำให้คน(และิญญา)มีพลังอำนาจเอาไว้ฆ่าคนอย่างในนิยายที่ลูกพลับโดนแบบนี้ในโลกจริง ๆ ไตเติ้ลไม่เคยเห็น
ในโลกเดิมของเขาเด็กเล็ก ๆ มักจะมีจิตอ่อนและถูกภูตผี ิญญาตามรังควานได้ง่าย บางคนถึงกับมีความเชื่อว่าห้ามพาเด็กเล็กไปงานศพเพราะจะถูกผีเข้าขนาดนั้นเลยล่ะ
ไตเติ้ลไม่ค่อยเชื่ออะไรที่ชาวบ้านเชื่อกันแบบงมงายนักหรอกเพราะเขาเป็คนที่มองเห็นและสื่อสารกับภูตผีได้จึงรู้ว่าพวกผีก็ใช่ว่าจะน่ากลัวไปเสียทั้งหมดเพราะก่อนจะเป็ผีมันก็เคยเป็คนมาก่อนนิสัยใจคอตอนอยู่กับตอนตายพวกนี้ก็ใช่ว่าจะแตกต่างกันสักเท่าไรนักเป็ต้นว่าถ้าเขาได้เจอกับผีไอ้เดชาก็เชื่อได้เลยว่ามันจะเป็ผีที่เลว นิสัยไม่ดีก่อความเดือดร้อนรำคาญจนต้องมีคนอัญเชิญหมอผีมาปราบอย่างแน่นอน
แต่สำหรับผีบ้านร้างที่ผู้คนลือกันไตเติ้ลไม่เคยพบเจอและพูดคุยด้วยมาก่อน ก็ไม่รู้หรอกว่านิสัยใจคอจะเป็อย่างไรหากเป็พวกผีแย่ ๆ นิสัยไม่ดีก็ควรกันลูกพลับให้อยู่ห่างเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า
บ้านผีสิงหลังที่เล่าลือกันนั้นอยู่เข้าไปในซอยไม่ลึกเลยนับจากปากซอยเข้าไปแล้วน่าจะเป็หลังที่ห้าหรือหกได้นี่แหละ
ตอนที่พวกพนักงานเสิร์ฟของร้านข้าวต้มเล่าให้ฟังนั้นไตเติ้ลก็ไม่ได้ถามรายละเอียดมากมายเพราะคิดว่าหากเป็บ้านร้างที่มีผีสิงอยู่จริงแล้ว เพียงแค่มองไตเติ้ลก็จะรู้ได้ทันที และมันก็เป็ดังเช่นนั้นจริงๆ
ทีแรกเห็นพวกพนักงานคุยกันว่าคิดจะมาเช่าอยู่ก็เข้าใจว่าเป็บ้านหลังไม่ใหญ่มากน่าจะคล้าย ๆ บ้านไม้สองชั้นในเขตชุมชนแออัดแต่พอมาเห็นเข้ากับตาแล้วบ้านหลังนี้มีสองชั้นก็จริงแต่เป็บ้านเดี่ยวที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางทั้งหน้าบ้านยังมีการต่อหลังคาเป็โรงรถรอบบ้านก็ยังมีพื้นที่สำหรับสนามหญ้าและสวน นี่มัน…
บ้านลักษณะนี้ พื้นที่ขนาดนี้ หากเป็ในโลกเดิมปี 256X แล้ว ในเขตชานเมืองแถบ ๆทางปริมณฑลนอก กทม. ราคายังอยู่หลักไม่ต่ำกว่าสี่ล้าน แต่นี่อยู่ในเขตมหานครแม้จะเป็ในซอยที่ผู้คนไม่พลุกพล่านก็เถอะ แต่ราคาที่ติดอยู่หน้าบ้านคือสองล้านห้า?
หรือว่าเขาจะตาฝาดไปหว่า?
ชักสงสัยแฮะลองกลับรถวนมาดูอีกทีให้แน่ใจหน่อยแล้วกัน
…….
…..
ก็ยังคงเป็สองล้านห้าอยู่ดีถึงจะมีผีแถมอยู่ฝูงหนึ่งก็เถอะ แต่ราคาขายมันดูจะถูกเกินความจริงไปหน่อยแล้วนะ!
[1]เด็กจิตอ่อน อันนี้เื่จริงนะคะ เด็ก ๆส่วนใหญ่จิตอ่อน มักจะถูกรังควานได้ง่าย ส่วนใหญ่เด็ก 3-5 ขวบ ่นี้ต้องระวังให้หนักถ้าบ้านอยู่ในทำเลเดียวแบบน้องลูกพลับไรงี้ ต้องหาพระมาแขวนคอน้องป้องกันไรพวกนี้บ้าง เผื่อว่าน้องอาจจะสื่อกับสิ่งเหล่านี้อยู่โดยที่ผู้ใหญ่ไม่รู้เื่ค่ะ- ของไรต์ตอนสี่ห้าขวบก็คือเจอผู้หญิงแก่หน้าเหี่ยว ๆ ตาแดง ๆมายืนจ้องเราที่หน้าต่างทุกวัน (บ้านใต้ถุนสูง T^T) ตอนนั้นรู้สึกว่ายายคนนั้นน่ากลัวแต่เราตัวเล็กก็ปีนไปปิดหน้าต่างไม่ได้ จ้องหน้ากับยายไปทุกวันจนย้ายบ้านตอนป.2ตอนนั้นไม่รู้ว่ายายเป็ผีก็เลยไม่กลัวพอโตมาสักหน่อยก็คิดล่ะว่ายายคงจะเป็ผี แต่ย้ายบ้านมาแล้วก็...นะที่บ้านใหม่หลอนกว่าบ้านเก่า ก็เลยอดกลัวผีที่บ้านเก่าเลย^^ แล้วก็มารู้อีกหลายปีให้หลังตอนเรียนมหาวิทยาลัยยายตนนั้นมาสิงคุณย่าของไรต์ก็เลยเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่มาจ้องเราตอนนั้นเป็ผีที่เป็พี่สาวของคุณย่าเราแล้วก็เสียชีวิตในบ้านหลังนั้นค่ะ