บทที่ 5 องค์หญิงตัวเล็ก
ชาวบ้านตางพากันเดินถอยห่าง และแม่ของเด็กหญิงก็ได้บอกกับฟางลี่เว่ย
"ข้าเองก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก เ้าเองก็ดูแลองค์หญิงให้ดีและอย่าพานางออกมาที่ตลาดอีก ข้าไม่อยากให้ลูกๆของข้าต้องมาเจ็บตัว" แม่นมวิ่งมาก็เห็นองค์หญิงหนิงเอ๋อกอดอยู่กับฟางลี่เว่ยสะอื้นไห้และสั่นกลัว
"เกิดอันใดขึ้น เหตุใดองค์หญิงถึงได้ร้องไห้ออกมาเช่นนี้"
"นางถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายของเด็กหญิงผู้นั้นเ้าค่ะ แถมองค์หญิงยังโดนทำร้ายอีกด้วยเราจะเอาอย่างไรกันดีเ้าคะ"
แม่นมกวาดตามองชาวบ้านที่ยืนมุงดูด้วยสายตาอาฆาตจนผู้คนกวาดกลัว
"ต่อจากนี้หากมีผู้ใดกล้าทำร้ายองค์หญิงอีกข้าจะให้ทหารจับผู้นั้นไปลงโทษถึงองค์หญิงถูกเลี้ยงอยู่นอกวังแต่อย่างไรนางก็มีเืเนื้อเชื้อไขของฮ่องเต้หากผู้ใดกล้าทำร้ายก็เปรียบเสมือนดูิ่เบื้องบนเช่นกัน" พูดจบแม่นมก็พยุงตัวขอหนิงเอ๋อลุกขึ้นเดินออกมาและกลับไปที่เรือนของตนอย่างโมโห
เมื่อมาถึงที่เรือนองค์หญิงเอาแต่นิ่งเงียบจากที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องเพียงลำพัง ทำให้แม่นมเป็ห่วงอย่างมาก นางจึงเดินเข้าไปพูดคุยกับองค์หญิง
องค์หญิงที่นั่งกอดเข่าอยู่ที่ริมหน้าต่างมองดูนกที่บินไปมาอย่างเหม่อลอย เฝ้าคอยคิดถึงคำพูดของชาวบ้านที่ต่อว่านางมาตลอด
"องค์หญิงเพคะ หม่อมฉันขอเข้าไปนะเพคะ" แม่นมได้เอ่ยถามแต่ก็ไร้เสียงที่ตอบกลับ
"องค์หญิงทรงคิดอันใดอยู่รึเพคะ วันนี้อยากออกไปเดินเล่นที่หลังสวนมั้ยเพคะหม่อมฉันจะพาไปเอง หรือว่าอยากจะวิ่งเล่นซ่อนแอบกับหม่อมฉันมั้ยเพคะ "
"แม่นมข้าไม่อยากทำอันใดทั้งนั้น แต่ข้าอยากรู้ว่าข้าคือใคร แล้วเหตุใดแม่นมกับท่านแม่ต้องโกหกข้าด้วย แล้วข้าไปทำอันใดให้ผู้ใดต้องตาย ข้าไม่เข้าใจเลย" หนิงเอ๋อพูดออกมาพร้อมสะอึกไห้ นางคิดว่าตนเองนั้นเป็บุตรสาวของฮองเฮามาตลอดจนกระทั่งได้รู้เื่จากการที่ไปตลาด ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกหลอกมาตลอด
"โธ่องค์หญิงท่านจะไปฟังคำพูดชาวบ้านพวกนั้นทำไมกันเ้าคะ พวกนั้นแค่ไม่หวังดีต่ององค์หญิงจึงพูดถ่อยคำที่ไม่น่าฟังออกมาองค์หญิงก็คือบุตรสาวที่ฮองเฮารักและหวงแหนที่สุดเยี่ยงไรเพคะ"
"ไม่จริง!!ข้าไม่เชื่อท่านหากแม่นมบอกว่าข้าเป็บุตรของฮองเฮาเหตุใดข้าถึงต้องออกมาอยู่นอกวังหลวงเช่นนี้ ท่านตอบข้าไม่ได้เพราะข้าเป็ตัวกาลกิณีใช่หรือไม่ " แม่นมมิอาจจะพูดอันใดออกไปตอนนี้เพราะเช่นไรองค์หญิงยังทรงพระเยาว์คงไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางได้แต่นิ่งเงียบและพยายามมาจับตัวองค์หญิงเพื่อปลอบใจ แต่ก็ถูกองค์หญิงปัดมือและวิ่งออกไปจากห้องของนาง
หนิงเอ๋อที่ยังเด็กนางไม่รู้เอาแต่โกรธว่าทุกคนต่างพากันโกหกนาง นางจึงวิ่งไปที่ป่าหลังเรือนของตนเพื่อแอบไม่ให้ผู้ใดตามมาเจอ
แม่นมก็วิ่งออกตามมาแต่ก็ตามนางไม่ทัน ไม่รู้ว่าตอนนี้องค์หญิงไปอยู่ที่ใด นางตาหาไปทั่วและให้คนใช้ในเรือนตามหาช่วยกัน
หนิงเอ๋อวิ่งมาในป่าลึกจนนึกขึ้นได้ว่าตนนั้นมาไกลเกิน แถมในป่าแห่งนี้ช่างไม่คุ้นตานางยิ่งนัก นางจึงได้รู้ตัวว่าตอนนี้นางได้หลงทางเข้าแล้ว หนิงเอ๋อนั่งลงบนรากไม้ของต้นไม้ใหญ่ พร้อมร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
"แม่นมท่านอยู่ไหน ข้าขอโทษตอนนี้ข้ากลัวเหลือเกินโปรดมารับข้าที ฮื้อ ฮื้อ"
แคร่กกๆๆ!!
เสียงฝีเท้าที่เดินเยียบใบไม้ที่แห้งเหี่ยวเข้ามาใกล้ๆหนิงเอ๋อนางกลัวมากใจสั่นระรัว นางก้มหน้าลงเพราะคิดว่าเป็สัตว์ป่า
."นี่เ้าเหตุใดถึงมาอยู่ในป่าลึกเช่นนี้ " มือน้อยๆแตะที่ไหล่ของหนิงเอ๋อที่หลับตาปี้จนนางสะดุ้งร้องไห้ออกมานึกว่าผู้ที่มาทักนั้นเป็ิญญาของผีเด็ก
"ข้ากลัวแล้ว อย่าทำอันใดข้าเลยเ้าเป็ผีก็อยู่ส่วนผีปล่อยข้าไปเสียเถอะ"
"นี่เ้าเพ้อเจ้ออันใดข้ามิใช่ผีเสียหน่อย ลืมตาดูสิ" เสียงน้อยๆได้ตอบกลับหนิงเอ๋อ ทำให้นางรวบรวมความกล้าลืมตามาดูต้นเสียงที่ยืนอยู่ด้านหน้าของนาง เด็กชายตัวกะเปี้ยกร่างกายมอมแมมใส่เสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ย
"เห็นมั้ยว่าข้าเป็มนุษย์มิใช่ผีป่าเสียหน่อยแล้วเ้าเป็ผู้ใดมาทำอันใดในป่าแห่งนี้ " หนิงเอ๋อโล่งอกทีเป็มนุษย์นางปาดน้ำตาและก็รีบตอบกลับทันที
"ข้าหลงเข้ามาในป่าแห่งนี้และหาทางกลับไม่ได้ แล้วเ้าเป็ผู้ใดถึงมาในป่าลึกโดยไร้ความกลัว "
"ข้ามาเอาฟืนให้ท่านแม่ของข้า ข้าได้ยินเสียงร้องของเ้าเลยเดินเข้ามาดู"
"งั้นหมายความว่าเ้าพาข้าออกจากป่านี้ได้ใช่หรือไม่"
หนิงเอ๋อตาเป็ประกายเมื่อรู้ว่าตนเองจะหาทางออกจากป่าได้