เมื่อเถียนฮวนเดินมาถึงหน้าครัว ก็เห็นถังหรูอี้กำลังกระซิบกระซาบอยู่กับหวังซื่อมารดาของนาง
เมื่อมีแม่เป็ที่พึ่ง ถังหรูอี้ก็ยิ่งได้ใจ พอเห็นเถียนฮวนเดินเข้ามา นางก็รีบมองตาเขม็งทันที
เถียนฮวนยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน “ท่านป้าสะใภ้กับอี้เจี่ยเอ๋อร์ก็อยู่ด้วยหรือเ้าคะจะช่วยข้าทำกับข้าวงั้นหรือ”
ถังหรูอี้สีหน้าเปลี่ยนในพริบตา “วันนี้ข้าเพิ่งใส่ชุดใหม่เป็วันแรก ในครัวมีทั้งควันทั้งน้ำมันถ้าชุดข้าเลอะขึ้นมาจะทำอย่างไร”
พูดจบก็รีบหมุนตัวหนีไปทันที
หวังซื่อหัวเราะแห้งๆ สองครั้ง “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ วันนี้เ้าจะทำอะไรเล่า ให้ข้าช่วยก็ได้นะเ้ากลับมาวันนี้ก็เป็แขกคนสำคัญ ข้าไม่กล้าปล่อยให้เ้าลงมือทำอาหารคนเดียวหรอก!”
คำพูดคำจาราวกับให้เกียรตินางยิ่งนัก ทว่าเถียนฮวนกลับไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายให้เกียรติตนแม้แต่น้อย
ตอนนี้ก็ถึงเวลาอาหารแล้ว นางเองก็หิว จึงไม่อยากมีเื่อีก เพียงพยักหน้า จากนั้นก็หยิบไก่ป่าสองตัวขึ้นมาถอนขนผ่าท้อง ล้างน้ำให้สะอาดหมดจด
นางหยิบไก่ตัวหนึ่งขึ้นมา กรีดหนังด้วยมีดสองสามครั้ง แล้วเอาเกลือหยาบมาทาให้ทั่วทั้งตัวจากนั้นก็หยิบเกลืออีกหยิบมือใส่เข้าไปในท้องไก่ เขย่าเบาๆ ให้เกลือกระจายทั่วถึงแล้วจึงวางลง
หญิงสาวนำไก่วางไว้บนโต๊ะเตา ก่อนหยิบขิงแก่ปอกเปลือกหั่นฝอย ต้นหอมหนึ่งกำมือผูกเป็มัดยัดใส่ท้องไก่ หมักทิ้งไว้
พอจัดการไก่ตัวแรกเสร็จ ก็หันมาจัดการกับไก่อีกตัว ตัดเล็บทิ้งแล้วใส่ลงในหม้อน้ำร้อนเพื่อลวกหนึ่งรอบก่อนจะช้อนมันออก
ลวกเสร็จก็นำขึ้นใส่ในหม้อดิน เติมน้ำสะอาดให้ท่วมตัวไก่ ใส่เห็ดหอมแห้งที่แช่น้ำไว้กับพุทราแดงสองสามลูกเคี่ยวด้วยไฟจนเดือด จากนั้นก็ลดไฟลงเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน
พอลดไฟเรียบร้อย ไก่ที่วางบนโต๊ะก็หมักได้ที่แล้ว
เถียนฮวนนำไก่ตัวนั้นใส่ลงในซึ้ง เตรียมทำไก่นึ่งโดยใช้ไอน้ำ
จัดการกับไก่ทั้งสองตัวเสร็จ นางจึงเดินไปยังแปลงผัก ถอนผักสดใส่มาหนึ่งตะกร้าล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำ
จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน แล้วเอาไขมันไก่ที่เลาะมาจากตัวไก่สองตัวเมื่อครู่ใส่ลงไปเมื่อโดนความร้อน ไขมันไก่ก็ละลายกลายเป็น้ำมันไก่ส่งกลิ่นหอมฉุย
หญิงสาวเทผักลงไป ผักสดดูดซึมกลิ่นหอมของน้ำมันไก่ ผสานกับความหวานจากผัก กลิ่นที่ลอยขึ้นมาช่างยั่วยวน
เมื่อผัดผักสองจานใหญ่เสร็จ ไก่ในซึ้งก็สุกพอดี
เถียนฮวนนำไก่ตุ๋นออกมา แล้วรีบลอกหนังไก่ออกขณะที่ยังร้อนอยู่ พร้อมกับะโออกไปด้านนอก
“อี้เจี่ยเอ๋อร์! จัดโต๊ะได้แล้ว!”
ถังหรูอี้ยังนั่งกลุ้มอยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงเรียกก็กัดฟันสบถเสียงเบาๆ
“แต่งออกไปแล้วแท้ๆ จะอะไรนักหนา ยังมีหน้ามาสั่งข้าอีก! เดี๋ยวข้าได้เป็ภรรยาซิ่วไฉเมื่อไหร่ข้าจะให้เ้าเป็คนวิ่งวุ่นให้ข้าบ้าง!”
ปากพร่ำบ่น แต่ก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นออกไปเถียงกลับ
อย่างไรวันนี้ก็เป็วันกลับบ้านเดิมของเถียนฮวน หากมีเื่กันขึ้นมา ต่อให้ไม่ผิดคนผิดก็ต้องเป็นางอยู่ดี
ยิ่งกว่านั้น เถียนฮวนขึ้นชื่อว่าเป็คนปากกล้าฝีมือถึง แถมยังมีสามีแบบนั้นอีก...
ถึงจะเจอกับกู้ฉางสุ่ยแค่สองครั้ง แต่นางก็รู้สึกว่าแค่สายตาของเขาก็ทำให้ขนลุกจนตัวสั่นแล้ว
ครั้งแรกยังพอว่า ชายคนนั้นแค่มองนางแวบเดียวแล้วก็หันหน้าหนี
แต่ครั้งที่สอง ก็คือตอนที่พวกเขาเพิ่งมาถึงบ้านตระกูลถังในวันนี้ เขากลับทำเหมือนนางเป็อากาศธาตุ
แม้ถังหรูอี้จะพยายามเข้าไปใกล้ก่อน แต่แววตาที่อีกฝ่ายมองมากลับเต็มไปด้วยความรำคาญอย่างชัดเจนราวกับเข็มเล็กๆ แทงเข้าไปกลางใจ ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ตอนที่นางต่อว่าเถียนฮวน แววตาของเขายิ่งเย็นเยียบราวกับคมกระบี่ จ้องจนนางหวาดผวา
ตอนนั้นถังหรูอี้คิดจริงๆ ว่า หากตนยังกล้าพูดอะไรต่ออีก เขาคงจะลงมือกับนาง!
นางกลัวเขา!
เพราะอย่างนั้น แม้ในใจจะไม่ยินดีเลยสักนิด นางก็ยังต้องออกมาจัดโต๊ะอาหารให้เรียบร้อย
เวลานั้นเอง เถียนฮวนก็ยกอาหารร้อนๆ ขึ้นโต๊ะ นางยกไก่นึ่งกับผัดผักวางไว้บนโต๊ะแล้วจึงกลับเข้าไปในครัว หยิบผักดองกรอบอร่อยหนึ่งถ้วยใหญ่มาอีก
ต่อจากนั้นก็ยกหม้อไก่ตุ๋นออกมา พอเปิดฝาหม้อดิน กลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยคลุ้งไปทั่วจนคนที่ได้กลิ่นถึงกับน้ำลายสอ
แม้แต่ถังหรูอี้ที่ทำหน้าหยิ่งยโส พอได้กลิ่นก็ยังกลืนน้ำลายอึกแล้วอึกเล่า
พอวางหม้อลงบนโต๊ะ เถียนฮวนก็เดินไปหาท่านตา “ท่านตาเ้าคะ อาหารพร้อมแล้วเ้าค่ะ!”
“ดีเลย เดี๋ยวข้าออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!” ผู้เฒ่าถังรีบตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกับกู้ฉางสุ่ยไว้บ้าง ตอนนี้บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มเปี่ยมสุขดวงตาก็สดใส มีชีวิตชีวาขึ้นมาไม่น้อย
เขาหัวเราะพลางหันไปพูดกับกู้ฉางสุ่ยว่า “แต่งกับหลานสาวข้าไป เ้าก็โชคดีไปทั้งชาติแล้วนางทำกับข้าวเก่งมาก ครึ่งชีวิตหลังเ้าคงโดนเลี้ยงจนอ้วนแน่ๆ!”
“ข้ารู้แล้วขอรับ นางบอกข้าไว้แล้ว ว่าจะทำอาหารอร่อยๆ ให้กินตลอด ข้าก็เตรียมใจไว้หมดแล้ว”กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ยิ้มเ้าเล่ห์ส่งสายตาให้เถียนฮวน
คนบ้า! กล้ามายักคิ้วหลิ่วตาใส่นางต่อหน้าท่านตาได้อย่างไร!
หัวใจของเถียนฮวนเต้นโครมคราม แทบไม่กล้ามองตอบ รีบเบือนหน้าหนีทันที “ข้าไปเรียกท่านแม่ก่อนนะเ้าคะ!”
เพิ่งก้าวขาออกไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากในห้อง
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นของผู้เฒ่าถัง “ฮ่าๆ เ้าก็ระวังหน่อย ไม่อย่างนั้นนางอาจโกรธได้!ฮวนเจี่ยเอ๋อร์อารมณ์ร้ายนะ!”
“ตอนนางโกรธก็ดูน่ารักดีเหมือนกันนะ” กู้ฉางสุ่ยเอ่ย
เถียนฮวนทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบหมุนตัววิ่งหนีออกไปทันที
ตอนที่ไปเรียกถังซื่อออกมากินข้าว ใบหน้าของนางยังแดงระเรื่อ แถมมุมปากยังยกยิ้มเล็กน้อย
ถังหรูอี้หันมาเห็นเข้าพอดี สีหน้าก็พลันเ็าขึ้นทันที ก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทางพร้อมกับแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์
เถียนฮวนรู้ตัว รีบเอามือปิดแก้ม สูดลมหายใจลึก พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
เวลานั้นเอง กู้ฉางสุ่ยก็พาผู้เฒ่าถังออกมาจากห้อง ส่วนเถียนฮวนก็จูงถังซื่อออกมาทั้งสี่คนมาถึงห้องโถง ก็เห็นบนโต๊ะอาหารกลางบ้านมีไก่นึ่งทั้งตัววางอยู่ตรงกลาง
รอบๆ มีผัดผักสองจาน ผักดองหนึ่งถ้วย และหม้อดินที่ยังมีไอน้ำลอยกรุ่น
สี่กับข้าวหนึ่งน้ำแกง มีทั้งเนื้อทั้งผัก สำหรับบ้านในชนบท นับว่าเป็มื้อที่หรูหรามากแล้ว
เวลานั้นถังซานก็เพิ่งกลับมาจากโรงสอนตำราตระกูลถังที่อยู่ด้านหน้าบ้าน เขาเห็นโต๊ะอาหารแล้วก็พยักหน้าด้วยความพอใจ“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ทำกับข้าวไม่เหมือนใครจริงๆ สามปีที่ผ่านมาข้ากินแต่อาหารที่เ้าทำพอไม่ได้กินแค่สองวันก็รู้สึกเหมือนกินอะไรไม่อร่อย”
แต่หวังซื่อกลับขมวดคิ้ว “เหตุใดอาหารจืดชืดเช่นนี้ แบบนี้จะกินกับข้าวได้อย่างไร”
“ถ้าป้าสะใภ้รู้สึกว่าอาหารไม่ถูกปาก ก็ไปทำเพิ่มเองได้เลยเ้าค่ะ ครัวอยู่นั่นข้าไม่ได้ลงกลอนประตูเสียหน่อย” เถียนฮวนพูดอย่างไม่เร่งรีบ พลางยกทัพพีขึ้นมาตักน้ำแกงไก่ตุ๋นในหม้อดิน
นางตักน้ำแกงออกมาสี่ถ้วย ส่งให้ผู้เฒ่าถัง ถังซื่อ และกู้ฉางสุ่ยอย่างละถ้วย
ถังซานเห็นดังนั้นก็เชิดหน้ารออย่างมั่นใจ คิดว่าอีกถ้วยจะต้องเป็ของเขาแน่
แต่ไม่คาดว่า หลังจากเถียนฮวนยื่นถ้วยที่สามให้กู้ฉางสุ่ยแล้ว ก็กลับยกถ้วยสุดท้ายไปวางตรงหน้าตัวเองแล้วก็นั่งลง!
พอมองเห็นแค่โต๊ะเปล่าๆ อยู่ตรงหน้า สีหน้าของถังซานก็มืดลงทันที
หวังซื่อก็หน้าตึงตามไปด้วย ถังหรูอี้เห็นดังนั้นก็รีบคว้าโอกาสร้องขึ้นว่า
“เถียนฮวน! เมื่อกี้ใครกันนะที่พร่ำบอกว่าต้องให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่? แต่ตอนนี้เ้าปฏิบัติต่อพ่อแม่ข้าแบบนี้น่ะหรือ”
เถียนฮวนเหลือบตามองนางด้วยสายตาเ็า “ลูกสาวแท้ๆ ของท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคนแล้วข้าที่เป็คนนอกจะรีบวิ่งไปประจบเพื่อสิ่งใด”
ถังหรูอี้ถึงกับพูดไม่ออก