แสงสีของเมืองหลวงในยามโพล้เพล้ช่างแตกต่างจากย่านสลัมที่จากมาตึกสูงระฟ้าตั้งตระหง่านเบียดเสียดกันราวกับจะแข่งกันขึ้นไปแตะขอบฟ้า มู่หลันจูงมืออาเฟยลงจากรถทัวร์ด้วยความรู้สึกประหม่าลึกๆ ในใจลึกๆ เธอยังจำไม่ได้ว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหนในเมืองใหญ่แห่งนี้ รู้เพียงแค่ว่า 'ต้องมาที่นี่' ตามเสียงเรียกในหัวใจ
"แม่ครับ... เฟยเอ๋อหิวจนไส้จะกิ่วแล้ว พยาธิในพุงเริ่มประท้วงแล้วเนี่ย" อาเฟยลูบท้องพรางทำหน้าละห้อย ท่าทางเหมือนเด็กหิวโซทั่วไป แต่ดวงตากลับกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจ 'ชัยภูมิ' ของเมืองหลวง
"จ้ะๆ รอก่อนนะลูก แม่เห็นร้านข้าวตรงนั้นคนเยอะดี ท่าทางจะอร่อย" มู่หลันพาเดินไปที่ร้านอาหารตามสั่งริมทางที่มีควันพวยพุ่งและกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวเตะจมูก
ทว่าเมื่อไปถึง โต๊ะในร้านกลับเต็มทุกที่นั่ง มู่หลันจึงหันมาบอกลูกชาย "อาเฟย นั่งรอแม่ตรงเก้าอี้หินอ่อนหน้าร้านนะลูก เดี๋ยวแม่เข้าไปสั่งแบบกล่องให้ จะได้เอาไปกินที่ที่พักกัน"
"ได้ครับแม่ เฟยเอ๋อจะนั่งนิ่งๆ เป็เด็กดีเลย" เขาฉีกยิ้มหวานจนตาหยี แต่พอแม่เดินลับตาเข้าร้านไป อาเฟยก็เปลี่ยนมานั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางกวนประสาทเหมือนเฒ่าทารกในคราบเด็กน้อย
เขามองดูความวุ่นวายบนท้องถนน รถราวิ่งขวักไขว่แข่งกับเวลา กลิ่นควันท่อไอเสียช่างเป็มลพิษต่อปอดของเซียนน้อยเสียจริง ในขณะที่เขากำลังเบื่อหน่ายอยู่นั้นเอง... 'ัั์' ของเขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
อาเฟยเพ่งมองไปที่ถนนฝั่งตรงข้าม ชายชราคนหนึ่งในชุดผ้าไหมดูภูมิฐานแต่ใบหน้าซูบเศร้า กำลังเดินข้ามถนนอย่างช้าๆ โดยมีไม้เท้าคอยพยุง ร่างของชายชราคนนั้นแผ่รังสี 'บุญบารมี' สีทองจางๆ ออกมา ซึ่งปกติจะมีเฉพาะในหมู่ผู้ทรงศีลหรือผู้มีพระคุณต่อแผ่นดินเท่านั้น
เอี๊ยดดดดดดด!
เสียงยางรถยนต์บดขยี้พื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว รถบรรทุกส่งของคันหนึ่งเสียหลักพุ่งตรงมาจากสี่แยกด้วยความเร็วสูง ควันโขมงออกมาจากล้อที่พยายามเบรกแต่ไร้ผล "เบรกแตก! หลบไป! ใครก็ได้หลบไป!" เสียงคนขับะโลั่นด้วยความตื่นตระหนก
ชายชราที่อยู่กลางถนนใจนตัวแข็งทื่อ ไม้เท้าในมือร่วงหล่น เขาไม่มีทางหลบพ้นแน่ๆ เพราะรถพุ่งมาหาเขาในระยะไม่ถึงสิบเมตร!
'บัดซบ! ถ้าปล่อยไว้ ตาแก่คนนี้ิญญาสลายแน่!'
อาเฟยไม่ได้คิดนาน เขาดีดตัวออกจากเก้าอี้หินอ่อนราวกับสปริง พลังปราณเซียนที่เขาสะสมไว้ถูกเรียกมาใช้ที่ขาในชั่วพริบตา ร่างของเด็ก 5 ขวบกลายเป็เงาสีฟ้าพุ่งทะยานผ่านฝูงชนที่กำลังกรีดร้อง
"วิชาเคลื่อนย้ายดารา!"
เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เหล็กกล้านับตันจะบดขยี้ร่างชายชรา อาเฟยก็พุ่งไปถึงตัวเขา เด็กน้อยใช้ไหล่เล็กลูกหนูชนเข้าที่เอวของชายชราอย่างนิ่มนวลแต่ทรงพลัง พร้อมกับม้วนตัวพาชายชราลอยคว้างข้ามขอบฟุตบาทไปตกลงบนกองกระสอบนุ่มๆ หน้าประตูร้านสะดวกซื้ออย่างปลอดภัย
โครมมมมม!
รถบรรทุกพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนหักโค่นและไถลไปหยุดอยู่ที่ตึกแถวถัดไป ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ผู้คนพากันวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความแตกตื่น
อาเฟยรีบลุกขึ้นนั่ง พยายามจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ แล้วรีบซ่อนกลิ่นอายเซียนให้เร็วที่สุด ก่อนจะทำท่าทางเหมือนเด็กใ "ตาแก่ ตาเป็อะไรไหม ใแทบแย่!"
ชายชราที่ยังงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเด็กชายที่อยู่ข้างๆ เขาจำได้แม่นว่าก่อนที่รถจะถึงตัว มีแรงมหาศาลพุ่งมาคว้าเขาไว้... แต่มันจะเป็ไปได้ยังไงที่เด็กตัวแค่นี้จะมีความเร็วขนาดนั้น?
"ไอ้หนู... เ้า... เ้าช่วยชีวิตตาไว้เหรอ?" ชายชราถามเสียงสั่น พลางมองสำรวจเด็กน้อยที่มีท่าทางขวัญเสีย (แบบแสร้งทำ)
"ผมแค่เห็นรถวิ่งมา เลยวิ่งไปดึงมือตาครับ ไม่รู้เหมือนกันว่ารอดมาได้ไง " อาเฟยทำตัวให้ปกติให้มากที่สุด
ในจังหวะนั้นเอง ชายชราคนนั้นสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คอของอาเฟย... มันคือปานแดงรูปเมฆาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อ สิ่งนั้นทำให้ดวงตาของชายชราเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"ปานนั่น... หรือว่าเ้าคือ..."
อาเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง 'ชิบหายแล้ว ปานเ้าของร่างเดิมดันโผล่ออกมา ตาแก่นี่เป็ใครกันแน่?'