การแต่งกายของเฉินเซี่ยงดูธรรมดา ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งออกจากอ้อมอกมารดาแต่ด้วยเสียงคำรามของเขาเพียงอย่างเดียว มันย่อมแจ่มชัดต่อผู้คุ้มกันแล้วว่าเฉินเซี่ยงทรงพลังเพียงใดนั่นทำให้พวกมันไม่กล้าเข้าปะทะกับเฉินเซี่ยง
“เ้าคือผู้จัดการร้านที่นี่งั้นรึ?”
เมื่อได้ยินคำกล่าวเฉินเซี่ยง เหล่าผู้คุ้มกันและผู้คนที่อยู่ภายในต่างพากันะเิเสียงหัวเราะออกมา
“เ้ายังไม่รู้จักแม้แต่ผู้จัดการร้าน แต่กระนั้นยังกล้ามาสร้างปัญหาที่นี่?” หนึ่งในผู้คุ้มกันกล่าวพลางหัวเราะ
“เ้าไม่เคยได้ยินชื่อผู้จัดการร้าน ‘ฮว๋า’ หรอกรึ? เ้าสมควรได้ยินนายน้อยลำดับ3 ของเมือง! ผู้จัดการร้านฮว๋าของเราคือบุตรชายลำดับที่ 3 ของท่านเ้าเมือง เ้าพยายามยั่วยุผู้จัดการร้านฮว๋าก็เท่ากับเ้ารนหาที่ตาย!”ผู้คุ้มกันอีกคนกล่าวเยาะเย้ย
หลังจากที่ชายผู้หนึ่งผู้สวมใส่ชุดจีนโบราณได้ยินผู้คนเอ่ยถึงชื่อมันใบหน้าของมันพลันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ มันพยักหน้าพร้อมกล่าว “ข้าคือผู้จัดการร้านที่นี่‘ฮว๋าซิ่น’ เ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด?”
* ถุ้ย! *
เฉินเซี่ยงหัวเราะพลางกล่าว “ข้าไม่สน!ถ้าเ้ามีความสามารถจริงๆ เ้าคงไม่ได้เป็ผู้จัดการร้านที่นี้ด้วยอำนาจของบิดาเ้าเมื่อเ้าได้เป็ผู้จัดการร้านแห่งนี้...เ้ารู้หรือไม่ ในสายตาบิดาเ้า เ้าย่อมทำให้เขาสิ้นหวังไปแล้ว!”
ด้วยคำกล่าวนี้ล้วนทำให้ผู้คนใ พวกเขาไม่คิดว่าเฉินเซี่ยงจะกล้าพูดจาเช่นนี้ต่อหน้ามัน!ท่าทางของฮว๋าซิ่นเปลี่ยนเป็น่าเกลียดอย่างมาก คำกล่าวของเฉินเซี่ยงไม่ได้เกินจริงไปมากนักบุตรชายของคนที่โดดเด่นและทรงอิทธิพลในภูมิภาคนี้ ได้เข้ามาดูแลกิจการใหญ่โตเช่นนี้ย่อมไม่มีอะไรที่น่าภาคภูมิใจนั่นเป็เพราะสถานะที่สูงศักดิ์ของมัน มันย่อมได้รับความช่วยเหลือจากบิดา
“ข้าจะถามเ้าอีกครั้ง ร้านของข้าถูกทำลายเพราะเ้าและคนของเ้าใช่หรือไม่?” ท่าทางของเฉินเซี่ยงกลายเป็เ็า
“แล้วจะทำไม!” หนึ่งในผู้คุ้มกันกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ “ถูกแล้วผู้จัดการร้านฮว๋าพาพวกเราไปถล่มที่นั่น!”
กล้ามเนื้อใบหน้าของฮว๋าซิ่นบิดกระตุก “กลายเป็ว่าเ้ามาที่นี่เพื่อแก้แค้น!เป็ข้าเองที่นำคนไปที่ร้านนั่น”
เหล่าผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านหลังฮว๋าซิ่นเริ่มะโเกี่ยวกับวิธีการต่างๆที่พวกเขาทำลายร้าน
เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเ็า “พวกเ้าเป็เพียงกลุ่มสุนัขรับใช้ถ้าเ้านายพวกเ้า้า มันสามารถขายพวกเ้าออกเยี่ยงทาส เช่นนั้น..พวกเ้ายังมีความสุขอีกรึ? พวกเ้ายังดีใจที่ได้เ้านายดีๆเช่นนี้รึ?!”
“ชาติชั่ว!! รนหาที่ตาย!” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งก่นด่าด้วยความโกรธเกรี้ยวพร้อมพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยงขณะเดียวกัน ในมือของเฉินเซี่ยงพลันปรากฏเปลวเพลิงร้อนแรง
*เพี้ยะ! * เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังก้อง
แส้ยาวที่เกิดจากการควบแน่นปราณแท้จริงฟาดเข้าไปที่หน้าของผู้คุ้มกันคนนั้นส่งร่างมันลอยออกไป! รอยไหม้สีดำถูกทิ้งไว้บนใบหน้าของมัน
เมื่อเห็นดังนั้น แม้ว่ากลุ่มผู้คุ้มกันจะใแต่พวกมันยังพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยง พวกมันมีจำนวนหลายคนผิดกับศัตรูที่มีเพียงคนเดียว
เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเ็า “เมื่อพวกเ้าเลือกที่จะทำเช่นนี้ข้าก็จะไม่ใช้คำว่าอภัยแก่พวกเ้า!”
ทันใดนั้น ปรากฏปราณอันร้อนแรงพวยพุ่งออกจากร่างเฉินเซี่ยงเขาเริ่มตวัดแส้อย่างโเี้ แส้ที่ตวัดออกอย่างต่อเนื่อง รวดเร็วเกินกว่าที่สายตาของคนอื่นๆจะตามทัน เร็วจนกระทั่งทิ้งภาพติดตาไว้มากมาย ดูคล้ายกับว่าเฉินเซี่ยงถือแส้ไว้ในมือหลายเส้นในขณะที่กำลังฟาดพวกมันอยู่
แส้เพลิงดูราวกับอสรพิษเพลิงนับไม่ถ้วนเฆี่ยนตีใส่กลุ่มผู้คุ้มกัน!ฮว๋าซิ่นและพรรคพวกของมันไม่สามารถหลบหนีได้ เพียงพริบตาเดียว พวกมันก็ถูกแส้เพลิงเฆี่ยนนับครั้งไม่ถ้วน!แส้เพลิงยังคงเฆี่ยนตีพวกมันต่อไปอย่างบ้าคลั่ง เฆี่ยนลงไปยังทุกๆ ส่วนของร่างกาย จนทิ้งรอยไหม้ไว้มากมายแผดเผาลงไปจนถึงกระดูก ส่งผลให้พวกมันร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานหลังจากนั้น แส้ก็ได้หยุดลง พวกมันแต่ละคนอย่างน้อยๆจะมีรอยแส้เฆี่ยนอยู่ 3 แห่ง
ทุกคนต่างเห็นอย่างชัดเจนว่าเฉินเซี่ยงมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ6 ขอบเขตนักสู้ ปราณแท้จริงของเขารุนแรงและน่าหวาดกลัวราวกับลมหายใจแห่งเพลิงที่มาพร้อมกับอำนาจอันทรงพลังที่มองไม่เห็นเพลิงของเฉินเซี่ยงเกิดจากฝึกฝนทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งหงส์เพลิง หงส์เพลิงคือสัตว์ที่น่าเคารพบูชาบุคคลธรรมดาสามัญเมื่อเผชิญหน้ากับพวกมัน พวกเขาย่อมรู้สึกแรงกดดันและสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
ฮว๋าซิ่นรู้แล้วว่าเขาไม่ต่างคนที่เตะใส่กำแพงเหล็กโดยที่กำแพงเหล็กนั่นคือนักสู้ระดับ 6 ขอบเขตนักสู้ แต่เขาจำได้ว่าเมื่อเช้านี้ ในร้านมีเพียงชายชราโง่ๆคนหนึ่งที่ไม่รู้ที่มาที่ไป
“คฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงจะไม่ปล่อยให้เ้าหนีไป!จ้าวคฤหาสน์ของพวกเราทรงพลังอย่างมาก!” ฮว๋าซิ่นกล่าวพร้อมขบฟันแน่น แต่หลังจากที่เขาพูดจบแส้ไฟก็ได้ฟาดมาที่ปากของเขา
ด้วยเหตุนั้น ฮว๋าซิ่นต้องยอมรับว่านักสู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาแข็งแกร่งเป็อย่างมากภายในระยะเวลาอันสั้น เฉินเซี่ยงเฆี่ยนตีพวกมันจนไม่อาจป้องกันใดๆ ได้ นอกจากนี้ บนร่างกายของพวกมันยังมีเพลิงปราณหลงเหลืออยู่ถ้าพวกมันไม่รีบขจัดเพลิงปราณเ่าั้ออกไปจากร่างกาย มันย่อมส่งกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการฝึกฝนของพวกมันในอนาคต
“ไปบอกจ้าวคฤหาสน์ของเ้า ถ้ามัน้าแก้แค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้มันมาหาข้าที่ร้าน”
หลังจากกล่าวจบเฉินเซี่ยงก็จากไป แม้จะมีผู้คุ้มกันบางคนที่ไม่ได้รับาเ็ยืนอยู่นอกคฤหาสน์แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าหยุดเขา
หลังจากเห็นเฉินเซี่ยงจากไป ผู้คนภายนอกต่างพากันตื่นเต้นเล็กน้อยพวกเขาเริ่มกระจายข่าวของเื่ที่พวกเขาพบเห็นในวันนี้
ณ สนามหลังร้าน เฉินหลู่งซ่งกำลังหัวเราะพลางกล่าว“เ้าเด็กบ้าไม่เพียงเ้าจู่โจมคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยง แต่เ้ายังจู่โจมบุตรชายของเ้าเมืองโหวหวางอีกถ้าข้าเป็เ้า ป่านนี้ข้าเผ่นไปแล้ว...”
เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยท่าทางดูถูก “ท่านปู่ท่านทราบว่าไอ้ผู้จัดการร้านนั่นเป็บุตรชายของเ้าเมืองโหวหวาง? นอกจากนั้นเพียงพริบตาเดียวท่านก็เผ่นไปไหนไม่รู้”
เฉินหลู่ซ่งยิ้มพร้อมกล่าว “กระดูกผุๆของข้าไม่ได้เหมือนคนหนุ่มเช่นเ้า ข้าไม่สามารถทำอะไรห่ามๆ แบบนั้นได้หรอก นอกจากนี้เื่ราวต่างๆ ที่กำลังจะตามมา เ้าก็เป็คนแก้ไข! ส่วนข้า..จะรับผิดชอบแต่เื่ง่ายๆสบายๆ เท่านั้น….”
เฉินเซี่ยงใช้เวลามุ่งหน้ามาเมืองโหวหวางหลายวันตอนนี้เขาเหน็ดเหนื่อยมาก เขา้าพักผ่อน ไม่นานหลังจากนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับเ้าคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงและเ้าเมืองโหวหวาง
เฉินเซี่ยงมีแผนสำหรับตอบโต้พวกเขาแล้วนั่นเป็เหตุเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล้าทำร้ายบุตรชายของเ้าเมือง ในดินแดนแห่งนี้ อำนาจแห่งความมั่งคั่งย่อมทรงพลังแต่แน่นอนว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงย่อมทรงพลังมากกว่า
“เฉินเซี่ยง มีโอกาสอย่างมากที่คฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงจะเป็หนึ่งในสาขาของนิกายสักแห่ง” ซูเหม่ยเหยาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกล่าวกับเฉินเซี่ยง
ในตอนนั้นเฉินเซี่ยงกำลังแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำการปรากฏตัวขึ้นแบบฉับพลันของนางทำให้เฉินเซี่ยงใ ก่อนเขาจะกล่าว “พี่เหม่ยเหยาทำไมท่านไม่พูดให้เร็วกว่านี้?”
ขณะซูเหม่ยเหยากำลังมองไปยังมัดกล้ามที่เปิดเผยอยู่ของเฉินเซี่ยงนางยิ้มอย่างงดงาม “สบายใจได้‘ดันเซี่ยงเถาหยวน’ คือนิกายที่เป็มิตรพวกเขาแยกแยะระหว่างความดีและความชั่วอย่างชัดเจน ข้าเชื่อว่าจ้าวคฤหาสน์จะไม่ค้นหาและสร้างปัญหาให้แก่เ้า”
เฉินเซี่ยงถอนหายใจยาว เขายิ้มพลางกล่าว“พี่เหม่ยเหยาน้ำนี่ยังอุ่นๆ อยู่เลย มาอาบน้ำกับข้าสิ!”
“ข้าจะไปพาศิษย์พี่มาอยู่เป็เพื่อนเ้า! แม้ว่านางจะเ็าแต่นางก็ชอบอาบน้ำร้อนมากนะ” ซูเหม่ยเหยาหัวเราะขณะที่นางกล่าว
เฉินเซี่ยงกระแอมสองครั้งจึงถามต่อ “ดันเซี่ยงเถาหยวน..คือชื่อของนิกายใช่หรือไม่?”
เฉินเซี่ยงปรารถนาที่จะเข้าสู่นิกายเ่าั้อย่างมาก
ซูเหม่ยเหยาเดินมาข้างๆ อ่างอาบน้ำแล้วกล่าว“ในจำนวนนิกายทั้งแปดดันเซี่ยงเถาหยวนมีความเชี่ยวชาญเื่เม็ดยามากซะจนทำให้นิกายอื่นๆ ต้องอิจฉา”
“เช่นนั้น มันไม่ดีสำหรับข้าที่จะเข้าร่วมกับนิกายดันเซี่ยงเถาหยวนหรอกหรือ? ตัวนิกายเองก็เกี่ยวข้องกับการปรุงยา”
ซูเหม่ยเหยาส่ายหน้า “ข้าไม่แนะนำให้เ้าทำเช่นนั้นในเื่การปรุงยา ข้าสามารถสอนเ้าได้ เ้าควรจะเข้าร่วมกับ ‘นิกายยอดนักสู้’ มันคือจุดสูงสุดของนิกายทั้งแปดมันก่อตั้งได้หลายปีแล้ว จ้าวนิกายคนแรกของนิกายยอดนักสู้คือตัวตนที่เป็ตำนาน”
เพื่อที่จะเข้าร่วมกับนิกายเ่าั้ เฉินเซี่ยงต้องฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งเนื่องจากเขาต้องบรรลุความแข็งแกร่งระดับ 9 ขอบเขตนักสู้ ก่อนจะเริ่มการเดินทางที่แท้จริง
……………………..
ไท่หวู่เหมิน (太武门) = นิกายการต่อสู้อันรุนแรง= นิกายยอดนักสู้]