“ผ้าหนาเจ็ดพับผ้าบางสองพับ ผ้าทอลูกไม้หนึ่งผืน แล้วยังมีผ้าคลุมขนสัตว์อีกหนึ่งผืน ทั้งหมดนี้สองร้อยตำลึงเงินขอรับฮูหยิน”
เถ้าแก่ร้านผ้าชางฝูซึ่งตั้งอยู่ในย่านตลาดใหญ่ของเมืองต้าเฉิง...เอ่ยกับสตรีงามนางหนึ่งด้วยน้ำเสียงที่มากมารยาทเพราะถือคติที่ว่าลูกค้าคือผู้มีเกียรติคำพูดของเถ้าแก่สูงวัยจึงค่อนข้างโอนอ่อนผ่อนตามและนบนอบอยู่พอตัว
“คงต้องรบกวนเถ้าแก่ชางช่วยตัดชุดให้บ่าวไพร่ในจวนของข้าอีกแล้ว ไว้เสร็จเมื่อไหร่ค่อยให้คนนำไปส่งที่จวนสกุลเหวยก็แล้วกัน วันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อน”
หลินซูเฟย หรือ สตรีงามในนามเหวยฮูหยิน กล่าวกับเถ้าแก่ชางด้วยรอยยิ้มหวานชื่นทว่าเป็รอยยิ้มที่ค่อนข้างฝืนธรรมชาติ ซึ่งสอดรับไปกับสีหน้าของนางที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่าสุขภาพไม่ค่อยจะดีนักครั้นบอกลาและจ่ายค่ามัดจำไว้แล้วส่วนหนึ่ง หลินซูเฟยจึงปลีกตัวออกมาด้านนอกหมายจะนั่งรถม้ากลับไปพักผ่อนที่จวนให้เร็วที่สุด
“อากาศเริ่มหนาวแล้วคุณหนูร่างกายบอบบางปานฉะนี้ อาจเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติไยต้องออกมาตากลมตากหมอกเช่นนี้ด้วยเล่า กับเื่ซื้อผ้าและสั่งตัดชุดวานให้ผู้อื่นทำแทนมิดีกว่าหรือเ้าคะคุณหนู”
อาเหยา คือสาวใช้คนสนิทที่ตามคุณหนูหลินซูเฟยมาจากจวนสกุลหลินครั้นเห็นสีหน้ามิค่อยสู้ดีของเ้านายสาว อาเหยาก็อดทำปากยื่นมิได้ ครั้นว่าไปพลางๆ อาเหยาก็มิลืมจับเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่มาห่มให้คุณหนูจนมิดชิดจรดลำคอแล้วหนึ่งเ้านายสาว หนึ่งสาวใช้ก็พากันเดินข้ามธรณีประตูออกไปจากร้านผ้าชางฝูอย่างสง่างาม...
แต่เดี๋ยวก่อน!เหตุไฉนด้านนอกดูครึกครื้นนัก?
“หล่อเหลา!!!หล่อเหลายิ่งนัก แล้วข้าต้องเกิดและตายอีกกี่ชาติกัน ถึงจะได้บุรุษผู้นี้”
"ว่าแต่คุณชายผู้นั้นเป็ใครกันรู้สึกไม่คุ้นหน้าค่าตาเอาเสียเลย เหมือนว่าจะไม่ใช่คนที่นี่"
"คงเป็ขุนนางใหม่ที่ย้ายมาประจำการแทนขุนนางแซ่เหวยกระมังรายนั้นเพิ่งย้ายเข้ามาประจำการที่เมืองต้าเฉิงได้ไม่เท่าไหร่แท้ ๆสุดท้ายก็ต้องมาตายตกทั้งที่ยังหนุ่มยังแน่น จะน่าสงสารก็แต่ฮูหยินของเขาที่อยู่ดีไม่ว่าดีก็กลายเป็หม้ายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว"
“ไอ๊โย้ ~ คนก็ตายไปแล้ว เพราะงั้นก็ช่างหัวขุนนางแซ่เหวยไปเถอะมิสู้พวกเราลุกขึ้นมาแต่งตัวงาม ๆ แล้วคอยลอยหน้าลอยตาอยู่เช่นนี้ไปวัน ๆไม่แน่ว่า...อาจจะวาสนาดีดันไปเตะตาต้องใจท่านขุนนางรูปงามผู้นั้นเข้าก็ได้หากเป็เช่นนั้นขึ้นมาจริง ๆก็ไม่เท่ากับว่า...คนอย่างข้าจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายไปทั้งปีทั้งชาติหรอกหรือ”
ยามนี้หญิงสาววัยขบเผาะในเมืองต้าเฉิงต่างแซ่ซ้องถึงความหล่อเหลาของคุณชายท่านนั้นซึ่งขณะนี้เขากำลังนั่งเชิดหยิ่งอยู่บนอานอาชาขาวอย่างถือตัวแต่ถึงจะเป็อย่างนั้นก็ไม่มีสตรีคนไหนคิดถือสาคงเป็เพราะความหล่อเหลาบังตากระมัง
ชายปริศนาบนอาชาขาวไม่เพียงดูหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ทว่าท่วงท่าการทรงตัวตลอดจนรูปร่างที่ดูสันทัดนั้นยังโดดเด่นเป็สง่าอีกด้วยชวนให้ผู้พบเห็นต้องน้ำลายหกน้ำลายสอไปตาม ๆ กันหญิงสาวกว่าครึ่งค่อนเมืองต่างก็ต้องบอกเป็เสียงเดียวกันว่า...สักครั้งหนึ่งในชีวิต!หากได้มีวาสนาตกไปเป็สตรีบำเรอตัณหาราคะให้บุรุษที่รูปงามเช่นนี้คงจะนับว่าไม่เสียทีที่ได้เกิดมา
และแน่นอนว่าการปรากฏตัวของเขาสะกดให้เหล่าสตรีนางเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ในวัยฝันเฟื่อง ไม่อาจละสายตาไปไหนได้แต่ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมา พวกนางก็จำต้องสะดุ้งโหยงจนิญญาแทบหลุดออกจากร่างเมื่อมีเสียงตวาดลั่นของหญิงวัยกลางคนดังแทรกขึ้นมา
“พวกเ้าเลิกเพ้อเจ้อ!แล้วกลับเข้ามาช่วยข้าหั่นปลาได้แล้ว”
เ้าของร้านเขียงปลาที่อยู่ใกล้ๆ กับร้านผ้าชางฝู จู่ ๆ ก็โผล่หัวออกมาจากบานหน้าต่างพร้อมกับอ้าปากเรียกคนของตัวเองด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดชวนให้สตรีสามคนซึ่งมีสถานะเป็ลูกจ้างของร้านเขียงปลาถึงกับร้อนรนหลุดออกจากมโนจินตนาการอย่างอุตลุด แล้วพวกนางก็รีบกลับเข้าไปทำงานต่ออย่างจำใจ แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นจำนวนหญิงสาวที่มามุงดูบุรุษรูปงามก็หาได้เบาบางลงแต่อย่างใด
เรียกได้ว่าบนถนนที่เคยพลุกพล่านด้วยการสัญจรของชาวเมืองม้า วัว และลา่เวลานี้กลับกลายเป็เบียดเสียดด้วยฝูงชนที่มารุมล้อมเพื่อรอดูความงดงามและองอาจของชายปริศนาผู้นี้โดยเฉพาะซึ่งต่างไปจากหลินซูเฟยที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะไป...หรือใครจะมา...
“คะ…คุณหนู”
อาเหยาสะกิดเ้านายสาวหลัดๆ เมื่อเห็นว่าคุณหนูของนางไม่แม้แต่จะเงี่ยหูฟังหรือชายหางตาไปมองบุคคลที่กำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และถูกพูดถึงจนโจษจันอยู่ใน่เวลานี้ช่างน่าแปลกใจเหลือเกิน ที่คุณหนูของนางเลือกเบียดเสียดและพยายามเอาร่างเล็ก ๆของตนมุดออกจากฝูงชนอย่างกระตือรือร้น
"คุณหนูรีบร้อนอยากกลับจวนเพราะสุขภาพไม่ค่อยดีอันนี้พอเข้าใจได้ แต่ว่า...คุณหนูจะไม่สนใจชายผู้นั้นหน่อยหรือเ้าคะได้ยินว่าเป็ขุนนางที่มาใหม่"
'นี่อาเหยาก็เป็ไปกับเขาด้วยงั้นหรือ?ชายผู้นั้นไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนดูตาเดียวก็รู้...ว่าเป็บุรุษที่ไม่น่าคบหา มีดีแค่หน้าตาแล้วอย่างไรกับท่าทางเย่อหยิ่งที่เขาแสดงออก แค่นี้ก็น่าจะพอเดาได้บ้าง ว่าคนผู้นี้เข้าถึงตัวได้ยากยิ่งเผลอ ๆ อาจจะไม่ใช่ขุนนางน้ำดีที่ชาวบ้านชาวเมืองพึ่งพาได้เสียด้วยซ้ำดังนั้นยิ่งไม่จำเป็ต้องเสียเวลาเข้าไปประจบสอพลอ'
“อาเหยาข้าเป็สตรีที่แต่งงานแล้ว ข้าย่อมไม่สนใจบุรุษอื่นแม้สามีที่ข้าแต่งด้วยจะเป็แค่ผีตนหนึ่งก็ตาม”
หลินซูเฟยหันมาดุอาเหยาเล็กน้อยก่อนจะััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ทำให้ซูเฟยขนลุกวูบวาบไปทั้งตัวโดยหาสาเหตุไม่ได้เช่นนั้นสาเหตุเดียวที่พอจะนำมาอ้างอิงได้และพอจะนึกออกคงเป็เพราะซูเฟยเผลอกล่าวถึงสามีผู้ล่วงลับที่ในขณะนี้ล้วนนอนแห้งเหี่ยวอยู่ในหลุมฝังศพเพียงลำพัง
ใช่แล้วล่ะ นางเป็ฮูหยินหม้ายสามีตายและไม่ใช่แค่ตายธรรมดา แต่ตายในวันแต่งงานของนางอีกต่างหาก แม้แต่โฉมหน้าของเขานางยังไม่เคยเห็น เช่นนั้นหลินซูเฟยจะไม่นับว่าเป็สตรีที่น่าเห็นใจได้อย่างไร
ใคร ๆก็บอกว่านางนั้นน่าสงสาร ทนอยู่ในสภาพนั้นไปได้อย่างไร ทั้งที่ตัวนางงดงามหยาดหยดถึงขนาดได้รับฉายาเป็โฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งต้าเฉิงแท้ ๆแต่กลับต้องเป็หม้ายทั้งที่ยังสาว น่าเสียดาย ช่างน่าเสียดาย…
ฮรี่ ~ ยู้วววว!!
คนงามไม่ทันได้ตั้งตัวแต่อย่างใดเมื่อจู่ ๆ ก็มีเสียงอาชาร้องโหยมาจากทางด้านหลังด้วยสัญชาตญาณขั้นพื้นฐานของคนทั่วไปหลินซูเฟยจึงหมุนตัวกลับไปหาต้นเสียงอย่างไม่ลังเลแล้วนางก็พบว่าฝูงชนที่แต่เดิมแน่นเสียด บัดนี้ได้แหวกออกเป็สองข้างทางแต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าอื่นใด นั่นก็คือ!การที่บุรุษผู้นั้นคุมบังเหียนพาม้างามสีมุกที่ตนควบขี่อย่างสง่าเอามาหยุดยืนอยู่ต่อหน้านาง แล้วยังทำทีคล้ายมีบางสิ่งอยากจะพูดทั้งยังจ้องมองมาที่ซูเฟยจนไม่วางตา
แต่ซูเฟยก็หาได้สำคัญตัวเอง!เพราะสายตาที่เขาจดจ้องมาหานาง หาใช่สายตาของความหลงใหลแต่กลับกลายเป็สายตาที่ดุดัน ทั้งถมึงทึงขึงขังดั่งว่านางไปเหยียบหางของเขาเข้า
“เ้าเองสินะที่เป็ฮูหยินของข้า?”
วินาทีนี้ภายในหัวของหลินซูเฟยขาวโพลนไปหมดต่อให้นางจะเคยชินที่ถูกบุรุษอื่นแวะเวียนเข้ามาเสนอตัวขอเป็สามีของนางอยู่บ่อย ๆแต่นางก็อดตั้งคำถามและอดประหลาดใจไม่ได้อยู่ดี ว่าชายผู้นี้ไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกันถึงได้กล้าพ่นคำพูดไร้แก่นสารประโยคนั้นออกมานี่ยังไม่นับรวมกับการที่เขากล้าใช้สายตามองสำรวจร่างกายของนางั้แ่หัวจรดปลายเท้าดั่งกำลังดูถูกดูแคลน
ช่างไร้มารยาทสิ้นดี!
พฤติกรรมไม่ให้เกียรติสตรีเพศแม่ของชายผู้นี้ชวนให้ซูเฟยเกลียดชังเขาั้แ่ครั้งแรกที่พานพบ คงไม่ใช่ว่านางกับเขาเป็เ้ากรรมนายเวรกันมาั้แ่ชาติปางก่อนกระมังแล้วนางก็มั่นใจเหลือเกินว่าไม่เคยเกี่ยวข้องอันใดกับเขามาก่อนยิ่งมาบอกว่านางเป็ฮูหยินของเขา ก็ยิ่งแล้วใหญ่แล้วสามีของนางจะเป็เขาไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อเหวยจื่อเหวินตายไปตั้งนานแล้ว