ไม่มีทางแล้วแน่ๆ
ผมอยู่บนกองซากโลหะ
เสียงน้ำยังตกลงจาก้าเพดาน พื้นด้านล่างเปียก
ถึงจะยิงพาสม่าให้พวกหุ่นต่างๆ หยุดได้หมดแล้ว แต่หุ่นแมงมุมยังไม่สิ้นฤทธิ์ มันฉีกแขนตัวเองข้างหนึ่งออก เพื่อจะใช้เป็อาวุธโยนในการโจมตีระยะไกล
ผมต้องยิงซ้ำเพื่อเผด็จศึก
แต่พลาสม่าต้องอาศัยการคูลดาวน์
เสียงร้องบอกว่าต้องมีอีก ห้าวินาที…
“ไม่ทันแน่…” ผมรู้ได้ทันที
ไม่มีทางที่ผมจะหลบได้ทัน ไม่มีเวลาคูลดาวให้ยิงก่อนที่มันจะขว้างแขนของตัวเอง
ผมจะโดนไอ้ดาบั์นั่นอัดกระแทกจนกระดูกหักทั้งตัว หรือไม่ก็ถูกมันฉีกครึ่งก่อนทันยิง
หรือควรจะหนีออกจากตรงนี้
ผมมองไปรอบๆ น้ำกำลังท่วม
ถ้าจะหลบมีทางเดียวคือลงไปในน้ำ
แต่ถ้าตัวของผมเปียก พลาสม่าจะต้องฆ่าผมก่อนพวกหุ่นยนต์นั้นแน่ๆ
ถ้าเปียกเมื่อไหร่ ก็บอกลาการใช้พลาสม่าไปได้เลย
ตายแน่…
ทำยังไงดี ควรจะหลบ หรือควรจะวิ่งหนี
แต่ก่อนที่ผมจะขยับตัว หรือจะยกแขนกันด้วยซ้ำ…
“…เชื่อใจฉันค่ะ มาสเตอร์”
โนบอกผม เสียงยังมั่นคง
หนึ่งวินาที…
ผมตัดสินใจที่จะเชื่อเธอ
เ้าแมงมุมเหวี่ยงแขนของตัวเองด้วยความเร็วสูง
ดาบเหล็กบินพุ่งตรงมาอย่างแม่นยำ ฉีกอากาศจนเกิดเสียงหวีดเหมือนจานบิน มุ่งเข้ามาที่ผมราวกับลูกะุใหญ่!
โนกระโจนเข้ามาแทบจะในเสี้ยววินาที เธอเรียกอาวุธสีเงินของเธอให้ขยายออกกลายเป็เหมือนโล่ และใช้ร่างของตัวเองรับโล่ที่พุ่งเข้ามานั้นเต็มแรง!
โครมมมม!
เสียงโล่กระแทกบางอย่างอย่างแรงจนเกิดเสียงโลหะปะทะกันอย่างโหดร้าย
น้ำกระเซ็นขึ้นสูง ร่างของโนกระเด็นถอยหลังแต่ไม่ล้ม เธอใช้ขาสองข้างยันพื้นอย่างมั่นคง
[พร้อมยิง]
ผมไม่ต้องคิดอีก
“Shoot!!”
เปรี้ยง!!!
อีกครั้ง พลาสม่าลูกที่สองพุ่งซ้ำร่างของมันอย่างแม่นยำ คราวนี้ยิงเข้าใต้ท้องตรงจุดอ่อนที่สุด — ร่างของแมงมุมเหล็กะเิเปลวไฟออกมาจากด้านล่าง มันผงะ สะบัดขาอย่างบ้าคลั่งก่อนทรุดตัวลง
ขาของมันสั่นระริกเหมือนแมลงที่ถูกตีด้วยไม้แข็ง
จากนั้น…
โครมมม!
มันล้มลงในแอ่งน้ำ ส่งคลื่นกระแทกสาดขึ้นกระทบพวกเราจนต้องยกแขนกันละอองสกปรกที่กระเด็นมา
ผมยืนหอบ ใจเต้นรัว เสียงระบบ S.O.U.L. ประกาศว่า
[เป้าหมายหลักถูกทำลาย]
“เราทำได้แล้ว…” ผมหอบหายใจ ร่างกายเบาโหวงเหมือนถูกยกออกจากฝันร้าย
ละอองน้ำยังคงกระเซ็นอยู่ในอากาศ กลิ่นไหม้จากโลหะและวงจรไฟฟ้ายังคละคลุ้ง เสียงน้ำหยดจากซากแมงมุมั์ที่ล้มตึงลงยังดังก้องในใจ
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ผมเอาชนะเครื่องจักรได้ ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีรางวัล มีแค่ผมกับโนที่รู้เื่นี้
ผมหันไปมองโน — เธอยังคงยืนอยู่ แต่สภาพของเธอไม่เหมือนเดิม
แขนข้างซ้ายของเธอหลุดหายไป ั้แ่ไหล่ กลไกใต้ิัเผยให้เห็นโครงโลหะสีเงินที่ไหม้เกรียม สายเคเบิลที่เหมือนกล้ามเนื้อโผล่ออกมาขาดวิ่น รอยช้ำใต้ผิวสังเคราะห์ ของเหลวสำน้ำเงินทะลักออกมา
แต่เธอก็ยังยืนอยู่ — ยืนอย่างมั่นคงเหมือนตอนก่อนการต่อสู้ไม่มีผิด
โนเดินเข้ามาหาผม ขาที่ยังสั่นเล็กน้อยเหมือนมีข้อขัดข้อง แต่สายตาของเธอยังเหมือนเดิม
“…ไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ มาสเตอร์”
น้ำเสียงนั้นยังเรียบ เสถียร และเ็าแบบเดิม — แต่คราวนี้ ผมรู้สึกถึง “ความอ่อนโยน” ในการออกเสียง
“ฉันน่ะเหรอ… ฉันไม่เป็อะไร” ผมตอบ แล้วหันไปมองแผลบนแขนของเธอ “แต่เธอน่ะสิ…”
“ฉันไม่เป็ไรค่ะ ยังสามารถฟังก์ชันได้ 80%” โนบอก
“ไม่เป็ไรก็บ้าแล้ว!”
ผมมองไปรอบๆ จากที่ระบบ Soul บอก เราต้องรออีกสักพักน้ำถึงจะถูกระบายออกจากห้องนี้
ระหว่างนั้นผมพยายามทำสิ่งที่เหมือนกับการปฐมพยาบาลเธอ
ผมหาแขนอีกข้างของเธอไม่เจอ บางทีมันคงจะแหลกเป็เศษไปแล้ว
ผมฉีดสเปรย์ซึ่งโนเคยใช้ ที่ผมเก็บมาจากห้องพยาบาล มันทำให้ของเหลวสีน้ำเงินที่ไหล่ของเธอหยุดไหล
เมื่อผมพยายามพันผ้ารอบตัวของเธอเบา ๆ ก็ััความร้อนที่แผ่ออกมาจากภายใน ราวกับเธอยังมีชีพจร
“มันเจ็บมั้ย…” ผมถาม
“ดัชนีความเ็ป อยู่ที่ 7.2 ค่ะ”
“แล้วมันเจ็บขนาดไหนล่ะนั่น!”
“ประมาณถูกมดกัด 100 ตัวมั่งคะ”
ฟังดูโหดร้ายน่าดู
เมื่อวิกฤติผ่านพ้นไป ก็เหมือนขาของผมหมดแรงไปเฉยๆ ผมจึงผมนั่งลงบนซากปูนเพื่อรอน้ำลด
โนมองดูผมนิ่งๆ ด้วยสภาพแชนข้างเดียว ที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล
“มาสเตอร์คะ มีสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ”
“อะไรเหรอ?”
“ฉันลองประเมินย้อนข้อมูลการต่อสู้เมื่อครู่นี้ และพบว่าเพราะการขยับขาของหุ่นแมงมุมในตอนที่คุณยิงพลาสม่าครั้งแรกอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้ส่วนที่บอบบางต่อไฟฟ้าอยู่ใต้น้ำพอดีจึงเป็เหตุให้เราชนะ แต่จากความสูงของน้ำ และพื้นมีโอกาสถึง 80% ที่มันจะถูกยิงในรูปแบบที่ไม่ทำให้เครื่องเสียหายจนเดินไม่ได้”
“เธอกำลังจะบอกว่าเราชนะเพราะดวงดีเหรอ”
“ค่ะ… มาสเตอร์ประเมินความเสี่ยงไว้แล้วเหรอคะ”
“ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความเป็ไปได้เท่าไหร่”
“...”
“แล้วเธอล่ะ… ประเมินความเสี่ยงไว้ก่อนที่จะช่วยผมหรือเปล่า? ทำไมเธอต้องช่วยผมขนาดนี้…”
โนเอียงคอ เหมือนจะพยายามคิด
“การช่วยคนต้องมีเหตุผลด้วยเหรอคะ” เธอตอบ
ผมชะงัก… คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่น
นั่นสินะ หลายเื่ก็ไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้
น้ำลดลงจนพอจะเดินได้แล้ว
โนยื่นมือขวาของเธอมาช้าๆ
ผมลังเลเล็กน้อย… ก่อนจะยื่นมือของตัวเองไปจับไว้
มือของเธอยังอบอุ่น — อบอุ่นเกินกว่าที่ควรเป็สำหรับหุ่นยนต์
แรงกดจากปลายนิ้วของเธออ่อนโยน และมั่นคง
เธอกระชับมือแน่นเล็กน้อย
ไม่ใช่เพื่อพยุงผม — แต่เพื่อบอกว่า “ฉันยังอยู่ตรงนี้”
“ขอบคุณนะ โน”
คราวนี้ผมพูดมันออกไปด้วยความรู้สึกจริงที่สุด
โนพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องกลับมา ราวกับเธอกำลังบันทึกความรู้สึกนี้ไว้ในที่ลึกที่สุดของระบบ
…บางที
ไม่จำเป็ต้องมีหัวใจ ก็ “เข้าใจความรู้สึก” ได้ก็ได้
แล้วเราสองคนก็เดินออกจากห้อง — ร่างเปียกปอน ฝ่าแสงไฟกะพริบ ร่างกายสะบักสะบอม และหัวใจที่ยังเต้นอยู่
แต่นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
เรา “ยังมีชีวิตอยู่” — และยัง “เดินไปต่อได้”
ผมพยุงโน เดินกลับไปยังห้องควบคุมกลาง
คราวนี้ประตู และแสงไฟสลัวเปิดต้อนรับเราราวกับกลับบ้าน
‘ระบบขึ้นสู่ผิวดินปลดล็อก’
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ลิฟต์ก็มาถึงชั้นบนสุด
ประตูของลิฟต์เปิดออกพร้อมกับเผยให้เห็นสภาพ้าของโลกตอนนี้
เราออกมาเหมือนโถงล็อบบี้ของโรงแรม
้าสะอาดราวกับเหมือนใหม่ แต่ไม่มีคนเลยสักคนเดียว
ผมพยุงโน เดินออกไปด้านหน้า
“นี่มันอะไรวะเนี่ยยยยย”
เบื้องหน้าของผมคือ ตึกดูไม่เหมือนกรุงเทพ เพราะมันเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งอย่างสวยงาม แทรกไปกับตึก
บนถนนมีร่องรอยแตก พังยับ
รถยนต์ถูกทิ้งไว้ระเกะระกะ พวกป้ายรถเมล์ ผนังก็หมดสภาพไปทั้งหมด
และสำคัญกว่านั้นคือ ระบบ Soul ที่เตือนผมอย่างบ้าคลั่ง
เรากำลังถูกล้อมไปด้วยศัตรู
้านี้มีแมงมุมเหล็ก
ไม่ใช่แค่ตัวเดียว
แต่เป็สิบ!!
พวกมันยืนเรียงรายอยู่บนตึกสูง ซ่อนตัวตามซอกเงา และบางตัวก็ไต่ตามผนังในแนวดิ่งอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีแดงเรืองขึ้นทีละคู่เหมือนแสงจากไฟสัญญาณที่ไม่มีใครควบคุม
ระบบ S.O.U.L. ส่งเสียง “Ping! Ping! Ping!” ถี่ขึ้นเหมือนสัญญาณเตือนภัยแตกตื่น ทุกการเคลื่อนไหวถูกตรวจจับ และมันบอกกับผมอย่างไม่มีเยื่อใยว่า — เรากำลังถูกล็อกเป้า
โนยังคงอยู่ในอ้อมแขนของผม แขนเดียวของเธอเกาะบ่าไว้แน่น สายตาของเธอมองตรงไปไม่สะทกสะท้าน
สายลมเหนือพื้นดินพัดผมเปียก ๆ ให้แห้งช้า ๆ พร้อมกับพัดพาเสียงกลไกจากเบื้องบนลงมาถึงพื้น
เสียงของโลหะเสียดสีกับตึก เสียงคลิกของข้อต่อ เสียงคำรามต่ำในลำตัวของพวกมัน — เสียงเ่าั้กำลังบอกผมว่า…
…เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น