กระแสลมพายุที่เกิดจากการะเิทำลายคุก์เก้าชั้นเริ่มสงบลง ทว่าความตึงเครียดกลับทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุด หลินเฟิงในชุดคลุมสีดำทมิฬยังคงลอยตัวเด่นอยู่กลางเวหา แผ่นหลังของเขารองรับร่างอันซูบผอมของหลินเทียนห่าว บิดาผู้ผ่านการถูกทรมานมาสิบหกปี แม้ว่าผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวงทั้งแปดจะดับสูญกลายเป็เถ้าถ่านไปแล้ว แต่กลิ่นอายแห่งความตายรอบนครหลวงตี้ตูกลับไม่จางหายไป มีแต่จะเข้มข้นขึ้นตามสายฝนที่เทกระหน่ำ
"เฟิงเอ๋อร์... ช้าก่อน" หลินเทียนห่าวเอ่ยกระซิบเสียงแ่ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด รอยแผลเป็สีดำคล้ำที่แผ่ขยายจากจุดตันเถียนเริ่มลุกลามขึ้นสู่ลำคอ "พิษที่พวกมันใช้สะกดพ่อ... ไม่ใช่เพียงพิษเย็นของสระน้ำแข็งพันปี ทว่ามันคือ 'พิษกลืนิญญาเก้าลักษณ์' ของสำนักแพทย์โอสถดำ..."
หลินเฟิงขมวดคิ้วภายใต้หน้ากากเหล็ก เขารีบกางม่านพลังิญญาสีทองล้อมรอบร่างของบิดาเพื่อกันสายฝนและลมหนาว จากนั้นส่งผ่านกระแสปราณอุ่นจากกายาัจักรพรรดิเข้าไปตรวจสอบในร่างของบิดาอีกครั้ง ทว่าทันทีที่ปราณสีทองััถูกเส้นชีพจรหลัก เขากลับต้องพบกับแรงต้านทานอันแปลกประหลาด มันเป็รอยอักขระสีดำดั่งฝูงหนอนนับหมื่นที่กำลังกัดกินรากฐานิญญาของบิดาอย่างบ้าคลั่ง
*‘เ้าหนู... พิษนี้ร้ายกาจนัก’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องในจิตสำนึก แฝงความจริงจัง *‘มันไม่ใช่พิษธรรมดา ทว่ามันคือการผสมผสานระหว่างศาสตร์อักขระคำสาปและวิชาโอสถนอกรีต หากเ้าใช้พลังปราณดิบกระแทกมันเข้าไปทำลาย พิษนี้จะะเิออกและทำลายทะเลิญญาของพ่อเ้าทันที เ้าต้องใช้ "ศาสตร์แพทย์มรรคาโอสถ" ที่ข้าเคยถ่ายทอดให้ ขัดเกลาสมุนไพรสดิญญาสด ๆ กลางเวหายามนี้เพื่อถอนพิษ!’*
หลินเฟิงสูดหายใจเข้าลึก แววตาสีทองฉายประกายเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อพวกมันใช้วิชาโอสถต่ำช้า ข้าก็จะใช้ศาสตร์โอสถแห่งมรรคาภพสั่งสอนพวกมันให้รู้สำนึก!"
แม้จะอยู่ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพหลวงนับหมื่นและสายตาของยอดฝีมือที่จับจ้องมาจากทั่วทุกสารทิศ หลินเฟิงกลับสะบัดมือซ้ายเรียกเอา **"หม้อสามภพหลอมอนัตตา"** หม้อโอสถสัมฤทธิ์ขนาดสลักลายโบราณขนาดหนึ่งคืบออกมาลอยอยู่เบื้องหน้า จากนั้นเขาสะบัดมือขวาเรียกสมุนไพริญญาระดับปฐีห้าชนิดที่เขาเคยเก็บรวบรวมมาจากเทือกเขาชายแดน—หญ้าัทอง, บัวหิมะเก้าลักษณ์, และแก่นตะวันเพลิง—ลอยล้อมรอบหม้อโอสถ
ภาพที่เด็กหนุ่มหน้ากากเหล็กกำลังจะกลั่นโอสถกลางเวหา ท่ามกลางสายฝนและประกายสายฟ้า ทำให้ทหารกองทัพหลวงและแม่ทัพใหญู่มู่หรงไห่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
"มันคิดจะทำอะไร?! กลั่นโอสถรักษาโรคยามนี้งั้นรึ? ช่างดูถูกพวกเรากองทัพหลวงนัก!" มู่หรงไห่คำรามลั่น "หน่วยพลธนูล่าิญญา! ยิง 'ศรทลายค่ายกลสัมฤทธิ์' ออกไป บดขยี้หม้อโอสถของมันซะ!"
*ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!*
ศรเหล็กกล้าขนาดั์หนานับสามนิ้ว สลักอักขระะเินับร้อยดอกพุ่งพวยพุ่งออกจากหน้าไม้กลขนาดั์บนกำแพงเมือง ตรงดิ่งเข้าหาหม้อโอสถของหลินเฟิงด้วยความเร็วฉีกกระชากอากาศ เสียงหวีดหวิวของศระเิดังก้องฟ้า
หลินเฟิงไม่แสร้งหันมอง แววตาของเขายังคงจดจ่ออยู่กับการควบคุมอุณหภูมิไฟ "วิชาโอสถเพลิงมรรคา: ขัดเกลาสุญญตา!"
*พรึ่บ!*
เปลวไฟสีทองแดงะเิออกจากฝ่ามือซ้ายของหลินเฟิง เข้าห่อหุ้มหม้อโอสถและสมุนไพรทั้งหมดไว้ ทันทีที่ศระเินับร้อยดอกพุ่งเข้ามาในรัศมีสามวา พลังงานความร้อนขั้นสูงสุดจากเพลิงมรรคากลับแผ่ซ่านออกไปแผดเผาศรเหล็กกล้าิญญาเ่าั้จนละลายกลายเป็ของเหลวสีแดงร่วงหล่นลงสู่พื้นดินดั่งสายฝนโลหะ โดยไม่อาจสร้างแรงสั่นะเืให้แก่หม้อโอสถได้แม้แต่น้อย!
ในขณะที่หลินเฟิงกำลังจดจ่อกับการแยกแยะสิ่งเจือปนในสมุนไพร เบื้องล่างบนพื้นดิน เงาร่างสายหนึ่งพลันเคลื่อนไหวอย่างลึกลับ บุรุษในชุดคลุมสีเทาผู้มีใบหน้าซูบผอมดั่งซากศพก้าวออกมาจากเงามืดของกำแพงวัง มันคือ **"ผู้าุโเก้าแห่งสำนักโอสถดำ" (มู่หรงยิน)** ผู้ที่วางยาพิษหลินเทียนห่าวในอดีต
"หลินเฟิง... เ้าคิดว่าศาสตร์โอสถของมรรคาภพจะไร้เทียมทานงั้นรึ? ลองลิ้มรสอักขระกลืนิญญาไร้ลักษณ์ของข้าหน่อยเป็ไร!" มู่หรงยินยิ้มเหี้ยม มันไม่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีตรง ๆ ทว่าสะบัดนิ้วมือที่เต็มไปด้วยเข็มพิษสีดำนับร้อยเล่มลงสู่ผืนดิน
"ค่ายกลเงาอักขระ: หมื่นเข็มต้านตะวัน!"
เข็มพิษเ่าั้ไม่ได้พุ่งขึ้นฟ้า ทว่าพวกมันจมหายไปในรอยแยกของเงาบนพื้นดิน จากนั้น เงาของหอคอย คุก์ และทหารนับหมื่นรอบตัวหลินเฟิงพลันยืดขยายตัวออกและเปลี่ยนทิศทาง พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็เงาสายสีดำนับพันสายที่แฝงไปด้วยอักขระคำสาปกัดกินิญญา ค่ายกลรูปแบบนี้มีความหลากหลายและพิสดารยิ่งนัก เพราะมันไม่ได้ใช้พลังงานปราณที่ััได้ ทว่าใช้ "เงา" และดวงจิตด้านมืดในการจู่โจมศัตรู
เงาสีดำเ่าั้พุ่งเข้าเกาะกุมรอบตัวหลินเฟิงและหลินเทียนห่าวอย่างรวดเร็ว เสียงกระซิบของิญญาร้ายดังก้องอยู่ในหัวของสองพ่อลูก หมายจะดึงรั้งจิติญญาให้ดิ่งลงสู่ความบ้าคลั่ง
"โอ้? วิชาอักขระเงาเงียบงั้นรึ?" หลินเฟิงแค่นเสียงเย็น แววตาสีทองมองทะลุเงามืดเ่าั้ "ศาสตร์ต่ำต้อยเช่นนี้ กล้าดีอย่างไรมาแสดงต่อหน้าเนตรมรรคาไร้ลักษณ์!"
ดวงตาสีทองของหลินเฟิงส่องประกายแสงสีทองจ้าดั่งดวงตะวันขนาดั์จุติลงมากลางเวหา **"เนตรมรรคาภพ: รัศมีสัจธรรมขจัดมาร!"**
*วาบ!*
แสงสีทองอันบริสุทธิ์และหนาแน่นะเิออกจากดวงตาของเขา แผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้วในรัศมีหนึ่งลี้ แสงสว่างนี้ทรงพลังและไร้สิ่งเจือปนจนทำให้เงาคำสาปสีดำเ่าั้ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน *ฟู่ ฟู่* ก่อนจะละลายหายไปในอากาศดั่งหิมะต้องแสงแดด มู่หรงยินที่หลบซ่อนอยู่ในเงากำแพงวังหลวงถูกแสงสีทองสะท้อนกลับกระแทกเข้าที่ดวงตาจนเืสดไหลทะลัก ร่างของมันกระเด็นล้มกลิ้งไปกับพื้นดินร้องลั่นด้วยความทรมาน
"อ๊ากกกกกก! ดวงตาของข้า! พลังิญญาของมันบริสุทธิ์เกินไปแล้ว! นี่มันไม่ใช่พลังของผู้ฝึกตนระดับมนุษย์!" มู่หรงยินร้องคร่ำครวญ ยามนี้ทะเลิญญาของมันถูกแสงสัจธรรมของหลินเฟิงแผดเผาจนกลายเป็ซากปรักหักพังไปแล้วสิ้นเชิง
ท่ามกลางความโกลาหล หลินเฟิงสะบัดมือซ้ายเรียกหม้อโอสถกลับคืนมา ฝาหม้อสัมฤทธิ์เปิดออก เผยให้เห็นเม็ดโอสถสีทองบริสุทธิ์สามเม็ดที่ลอยเด่นอยู่กลางเวหา แผ่กลิ่นอายหอมละมุนของสมุนไพริญญาที่สามารถขับไล่ไอเย็นและคำสาปทั้งมวล นี่คือ **"โอสถเพลิงมรรคาเก้าสัจจะ"** โอสถระดับปฐีขั้นสูงสุดที่หลินเฟิงใช้เวลาขัดเกลาเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยอึดใจ!
"ท่านพ่อ... กลืนโอสถนี้ลงไปซะขอรับ" หลินเฟิงป้อนเม็ดโอสถเข้าปากบิดาอย่างนุ่มนวล
ทันทีที่โอสถละลายในปากของหลินเทียนห่าว พลังงานความร้อนอันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยสัจธรรมแห่งมรรคาภพพลันพุ่งทะลักเข้าสู่จุดตันเถียน รอยอักขระพิษสีดำหนอนนับหมื่นที่เคยกัดกินเส้นชีพจรหลักของเขา พลันถูกเพลิงโอสถแผดเผาทำลายและขับออกมาทางรูขุมขนกลายเป็ของเหลวสีดำกลิ่นเหม็นคาวร่วงหล่นลงพื้น
"อึก... ฮ่าห์!" หลินเทียนห่าวสูดหายใจเข้าลึก ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มมีเืฝาดสีแดงปรากฏขึ้น แววตาของอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรกลับมาทอประกายองอาจอีกครั้ง พลังปราณที่เคยถูกแช่แข็งและสะกดไว้เริ่มไหลเวียนดั่งสายน้ำหลาก แม้จะยังไม่กลับคืนสู่ระดับนภาขั้นสูงสุดในทันที แต่วิกฤตชีวิตยามนี้ได้ถูกแก้ไขลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว!
"เฟิงเอ๋อร์... ขอบใจเ้ามาก" หลินเทียนห่าวเอ่ยด้วยความตื้นตันใจ พลังโอสถของลูกชายช่างเหนือชั้นกว่าหมอโอสถหลวงในวังนับร้อยเท่า
หลินเฟิงเก็บหม้อโอสถเข้าแหวนมิติ แววตาสีทองเื้ัหน้ากากเหล็กกลับมาเยือกเย็นและดุดันอีกครั้ง เขากระชับกระบี่เพลิงมรรคาในมือขวา ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังแม่ทัพใหญู่มู่หรงไห่และทหารนับหมื่นที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูวังหลวง
"พวกเ้า... สำนักโอสถดำ ตระกูลมู่หรงสายรอง และสุนัขรับใช้ราชสำนักทั้งหลาย" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบทว่าดังกังวานกึกก้องไปทั่วทั้งนครหลวงตี้ตู "ศาสตร์ค่ายกลต่ำต้อย อักขระลวงตา หรือพิษโอสถชั้นต่ำของพวกเ้า... ล้มเหลวหมดแล้ว ยามนี้... ถึงเวลาที่พวกเ้าต้องใช้ชีวิตทั้งหมดมาชดใช้หนี้เืสิบหกปีให้แก่ตระกูลหลินของข้า!"
*บรึ้มมมมมม!*
รังสีฆ่าฟันอันหนาแน่นควบแน่นกลายเป็พายุหมุนสีทองแดงะเิออกจากร่างของหลินเฟิง กดขี่จนผืนดินและกำแพงวังหลวงเริ่มปรากฏรอยร้าวลึก พญาัคลั่งหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวงแล้ว และก้าวต่อไปของเขา... คือการเหยียบย่ำศพของศัตรูนับหมื่นเพื่อเปิดประตูวังหลวงและทวงคืนคว
ามยุติธรรมด้วยโลหิต!