ตึง !! เสียงนาฬิกาคุณปู่ดังกังวานไปทั่วห้องโถงใหญ่ด้านล่างของคฤหาสน์ “ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ดาวินก้มลงมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนแพง ผู้เป็พ่อเริ่มรู้สึกเครียดเมื่อลูกชายเดินเชิดร่างตรงออกไปจากห้องทำงาน “มันจะยอมรับหรือเปล่า มาถึงตอนนี้ มันจะเข้าใจไหม ว่าเราสูญเสียคนไม่พอ สมบัติพวกนี้อาจจะต้องยกให้พวกเขาไปด้วย” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ร่างของปาริกาผู้เป็มารดารีบเข้ามาในห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ปาริกาห่อร่างด้วยผ้าไหมงามคลุมศีรษะ “ลูกตกลงไหมคะ คุณ” ดาวินส่ายหน้าไปมา “ยังไม่ให้คำตอบ เขาคงไปนั่งคิด เื่นี้มันเื่ใหญ่ คุณลุกขึ้นมาทำไม เดียวลูกไปเยี่ยมคุณไม่เจอ จะพาลหนีไปทำไง”
“ไม่หนีหรอกค่ะ คุณพ่อ คราวนี้ ไปไหนไม่ได้ นี่ค่ะ กระเป๋าเอกสาร หนังสือเดินทาง กระเป๋าเงินของพี่อนูป และกุญแจรถยนต์ทุกคนในบ้าน หนูยึดไว้หมดแล้ว” มีรา ก้าวเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ดาวินส่ายหน้าไปมาในความรอบคอบ มีราวางกระเป๋าเดินทางใบเล็กบนโต๊ะทำงานของพ่อ หญิงสาวก้าวมาโอบร่างของพ่อและแม่ไว้แน่น “ใครบอกให้ลูกทำแบบนั้น อนูปไม่ใช่ พี่อรุณ รายนี้อาละวาดขึ้นมาใครจะรับมือได้ เอาไปวางคืน ถ้าเขาจะหนีไป ปล่อยเขาไปเหอะ” มือไม้ของพ่อโบกให้ลูกสาวนำกระเป๋าเดินทางใบนั้นไปคืนพี่ชาย “ถ้าพี่อาละวาด คนที่จะรับมือคือ พี่อารีน่าค่ะ พ่อ..หนูรับรองว่า พี่ไม่หนี พี่ชายของหนูมีเหตุผลเสมอ และพี่อรุณจะได้รับรู้ด้วยว่า พี่อนูปรักพี่อรุณมากแค่ไหน” ดวงตากลมโตมองไปที่ภาพของพี่ชายคนโต ปาริกาจับใบหน้าของลูกสาวหันกลับมาหาตน “เล่าให้แม่ฟังมาเร็วๆ พี่เขาพูดอะไรกับลูก ทำไมเรามั่นใจในตัวพี่ชายมากขนาดนี้”
ทางทิศใต้ของคฤหาสน์
ร่างของอนูปก้าวเดินอย่างช้าๆ เสียงหัวเราะของพี่ชายในวัยเด็กเริ่มดังก้องขึ้นในสมอง “อนูป มาทางนี้เร็ว เครื่องบินกระดาษปลิ้วขึ้นบนนั้น” อนูปหยุดยืนมองหลังคาคฤหาสน์ที่ต่อเติมใหม่ ชายหนุ่มเงยหน้ามองต้นไม้ด้วยความประหลาดใจ เหตุใดเต็มไปด้วยนกกระจิบบินมาเกาะเต็มไปหมด “พายุฝนคงจะมา” เขาพรึมพรำกับตนเอง เดินต่อมาถึงทางลาดลงเล็กน้อย หยุดที่หน้าห้องนอนของเขา สายตาจ้องที่ลูกบิดประตูสีทองบนบานประตูไม้สักทอง ความงดงามของลายไม้ทำให้อนูปเริ่มลูบไล้บานประตูไปมา นึกถึงบทสนทนาก่อนเขาจะเดินทางกลับจากสหรัฐฯ “พี่ชอบลายไม้สัก พี่เคยไปเที่ยวประเทศพม่า บานประตูของนายเริ่มเก่า พี่จะสั่งบานใหม่ให้ รับรองถูกใจนายแน่นอน”
อนูปหมุนลูกบิดอย่างเร็ว พาร่างของตนเข้าไปในห้องโดยไม่บอกกล่าวหรือเคาะประตูแต่อย่างไร กวาดสายตาคมกริบมองหาร่างของอารีน่า เขาพบว่าเธอกำลังนอนหลับสนิทบนเก้าอี้นวม ข้างกายของเธอมีถาดเครื่องดื่ม นมสดในแก้วบาง และอาหารว่าง อนูปมองใบหน้าอันงดงามดังดวงจันทร์ในเตรียมพร้อมจะฉายแสงในค่ำคืนนี้ ความงามของอารีน่าที่เคยหัวใจของเขาไว้ในสมัยเป็นักศึกษาปริญญาโท ชายหนุ่มหันกายไปที่ประตูเสื้อผ้า เปิดประตูเสื้อผ้า เลื่อนไม้แขวนเพื่อเลือกชุดใส่เล่นในค่ำนี้ เสียงไม้เเขวนเสื้อกระทบกันทำให้อารีน่ารู้สึกตัว “อนูป !!!” หญิงสาวรีบลุกขึ้นก้าวเดินออกมาแต่ปลายผ้าส่าหรีเกี่ยวกับขาเก้าอี้นวม ร่างของเธอเซล้มลงบนพื้น “ช่วยด้วย” อนูปก้าวเข้าไปพยุงร่างของพี่สะใภ้ในชุดส่าหรีสีขาว ดวงตาของทั้งคู่สบตากัน แววตาที่สับสันของอนูปทำให้ร่างของอารีน่าหยุดนิ่ง “ปล่อยฉันเถอะ ค่ะ เดียวใครมาเห็นมันไม่ดี”
“คุณเข้ามานอนในห้องนอนของผมทำไม ห้องนอนของคุณอยู่มุมด้านซ้าย” อนูปยิงคำถามเื่ห้องนอนแทนการทักทาย หรือ แสดงความโศกเศร้าตามประเพณี คิ้วของอารีน่าขมวดเข้าหากันด้วยอาการเสียใจ “คุณจะไม่ทักทาย หรือ ถามว่าฉันเป็อย่างไร มองไม่เห็นหรือค่ะว่าฉันอยู่ในสภาพไหน” อนูปปล่อยร่างของเธอทันที เขาเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า คว้าชุดที่วางไว้ก่อนหน้านี้ก้าวตรงหยุดที่หน้าประตูบานเลื่อนของห้องน้ำ “กลับไปที่ห้องนอนของคุณ หลังจากอาหารค่ำคืนนี้ ผมจะไปพบคุณที่ห้องนอนของคุณ เรามีเื่ต้องคุยกัน”
ห้องอาหารใหญ่ของคฤหาสน์
นาฬิกาลูกตุ้มของคุณปู่ส่งเสียงกังวานอีกครั้ง 2ทุ่มตรง ร่างของสมาชิกในครอบครัวเริ่มทยอยลงมานั่งที่โต็ะอาหาร ดาวินเดินจูงมือของภรรยา มีราเดินลงมาจากบันไดพร้อมน้าสาวซึ่งเป็ใบ้ สามีของน้าสาวก้าวออกมาจากห้องหนังสือ อนูปยืนมองสวนดอกไม้ด้านทิศตะวันตก ก้าวเดินเข้าในห้องอาหาร ใบหน้าของเขาเคร่งครึมไร้รอยยิ้ม ชายหนุ่มตรงเข้าไปก้มลงแตะปลายเท้าของมารดาที่นั่งลงใกล้น้องสาวคนเล็ก “ผมขอโทษครับที่ไม่ได้เข้าไปหาแม่ครับ” ปลายนิ้วเท้าของเขาถูกแม่ดึงมือไว้ “กอดแม่หน่อยลูก”
ร่างของแม่อยู่ในอ้อมกอดของเขาทันที ภาพของสองแม่ลูกอยู่ในสายตาของอารีน่าที่ยืนมองด้วยความน้อยใจในความรักที่อนูปแสดงออกมาต่อแม่ของเขา หญิงสาวก้าวออกมาอย่างช้าๆ แม่ครัวและแม่บ้านเริ่มลำเลียงจานอาหารอย่างมีระเบียบ “นานี ไปไหนครับ” แม่บ้านคู่ใจของอนูปเดินทางกลับไปต่างจังหวัดหลายวัน “ไปเยี่ยมบ้านจ๊ะลูก อีก สองวันคงจะกลับมา” อนูปยิ้มที่มุมปาก แต่สายตาของเขาเหลือบมองร่างของหญิงสาวในชุดสีขาวที่กล้าๆกลัวๆไม่ยอมเดินเข้ามานั่งทางอาหารร่วมโต๊ะด้วยกัน “อารีน่า คุณเข้ามานั่งซิครับ” คำเชิญของเขาทำให้ทุกคนหันมาไปมองร่างของแม่หม้ายสาวทันที “นั่งร่วมได้ที่ไหนลูก อาหารของเธออยู่ที่นั่น” ปลายนิ้วของแม่ปาริกาชี้ไปที่โต็ะอาหารเล็กแยกตั้งต่างหาก “เธอทานอาหารคนละอย่างกับพวกเรา คือ แม่หม้าย ลูกต้องเข้าใจ...”
อนูปหันหน้ามองอาหารในถาดหลุมวางพร้อมแก้วน้ำใสใบหนึ่ง “ถาดอาหารอันนั้นหรือครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นไปหยิบถาดอาหารขึ้นมาดู “แกงถั่วเหลืองน้ำใส ข้าวหนึ่งทัพพี แค่นี้ มันพอหรือครับ สำหรับคนท้อง” ร่างของอารีน่าเริ่มชาเมื่อได้ยินสิ่งที่อนูปถามมารดาของตน “มันคือประเพณีลูกจนกว่า ออกทุกข์เธอก็ทานได้ตามปกติ” ชายหนุ่มนำถาดอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะอาหารเช่นเดิม “ไว้ทุกข์ถึงเมื่อไร ครับแม่”
“45 วัน อีกหนึ่งเดือนเต็ม” ปาริกาเริ่มตักอาหารให้ลูกชายและผายมือให้ทุกคนเริ่มรับประทานอาหาร อนูปมองร่างของพี่สะใภ้และหันหน้ากลับไปที่เทวรูปองค์ใหญ่ของพระรามและนางสีดากลางบ้าน เขาเดินตรงเข้าไปในฐานเทวรูป หยิบของสิ่งหนึ่งเดินกลับตรงมาที่ร่างของอารีน่า นิ้วมือของเขาเปิดตลับผงซินทู เสียงลูกตุ้มดังอีกครั้งหนึ่งบอกว่า 2ทุ่มครึ่งตรง อนูปแต้มผงซินทูที่หน้าผากของเธอ อารีน่ายืนตะลึงในการกระทำของเขา “อนูป” เสียงของแม่ร้องออกมาฝ่ามือทั้งสองปิดริมฝีปากด้วยความใ “ลูกทำอะไรของลูก”
“เธอไม่ใช่แม่หม้ายแล้วครับ เชิญเธอให้นั่งทานอาหารกับพวกเราได้แล้ว” อนูปจูงมือของอารีน่าให้เดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร เลื่อนเก้าอี้ออกให้หญิงสาวนั่งลงข้างๆที่นั่งของเขา มือเรียวงามของอารีน่าคว้ามือของเขาไว้แต่ไม่ทัน เขาไม่ยอมให้เธอเเตะต้องตัวของเขา "คุณทำแบบนี้ทำไมค่ะ" ไร้คำตอบเมื่อร่างของเธอนั่งบนเก้าอี้ "คนท้องควรทานอาหารให้ครบหมู่ ผมเรียนรู้มาแค่นี้ ส่วนประเพณีอะไรพวกนี้ผมไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินมาก่อน"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไม่กี่นาทีสร้างความใให้ทุกคนในครอบครัว อนูปไม่กล่าวอะไรออกมาอีก ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ดาวินนั่งมองใบหน้าของลูกชายด้วยสายตาที่สับสน พูดไม่ออก ลูกชายคนนี้จะทำอะไรอีกต่อจากนี้ พ่อได้แต่ก้มหน้ามองอาหารในจานของตนเอง
อารีน่านั่งนิ่งเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง ทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวเงยหน้าส่องกระจกเงาตรงข้าม ร่างของสตรีในชุดสีขาว แต้มผงซินทูสีแดงสดที่กลางหน้าผาก เธอหันหน้ามองใบหน้าของชายหนุ่มที่นั่งข้างๆเธอ อารีน่ารู้อยู่แก่ใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือ การกระทำของเขา เพียงเพื่อหลานในครรภ์เท่านั้นเอง ในหัวใจของเขาไม่มีเธอเเม้แต่นิดเดียว