3 วันต่อมา
ใน่เวลานี้อี้ชิงได้ใช้เวลาไปกับการสอนสั่งและชี้แนะสองสาวใช้ของเขา เขามอบเคล็ดบ่มเพาะรวมปราณซึ่งเป็เคล็ดบ่มเพาะพื้นฐานและวิชายุทธ์ที่เขาดัดแปลงมาจากวิชาของตนให้พวกนางฝึกฝน
อาศัยโอสถสมาธิ ระดับมนุษย์ขั้นสุดยอดที่ช่วยเพิ่มสมาธิ และศิลาจิตกระจ่าง ระดับเหลืองขั้นต่ำ ที่ฝังเอาไว้ใต้ลานเรือนที่ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง
การเรียนรู้และฝึกฝนของพวกนางทั้งสองก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วดุจติดปีก!
ปัง! ปัง! ปัง!
หุ่นไม้เนื้อแข็งถูกฝ่ามือของป้าเฉียงตบจนบุบเข้าไปครึ่งนิ้วรอยแตกร้าวแผ่กระจายไปรอบตัวของหุ่นราวกับใยแมงมุม หากมันถูกโจมตีเช่นนี้อีกสัก5-6 ครั้ง คาดว่าคงกลายเป็กองไม้เศษซากอย่างไม่ต้องสงสัย
นี่คือวิชาฝ่ามือสามกระทบที่เลียนแบบวิชาหมัดเก้ากระทบของชายหนุ่มเพียงแต่ระดับของวิชานั้นหล่นตกจากระดับมนุษย์ขั้นสุดยอดเป็ระดับมนุษย์ขั้นต่ำ มันถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็ว
ประสิทธิภาพอาจจะด้อยไปบ้าง
แต่ก็เป็วิชายุทธ์ที่เอาไว้ใช้ป้องกันตัวได้ดีในยามวิกฤต
อีกทั้งระดับความเชี่ยวชาญของวิชาของพวกนางก็บรรลุถึงขั้น 3 แล้ว มันเป็ระดับพื้นฐานและใกล้ทะลวงสู่ระดับสุดยอดในไม่ช้า
“พลังกายของพวกนางดีขึ้นมากหลังจากที่ได้กินโอสถและน้ำนมดิน” แววตาของอี้ชิงวูบไหวจ้องมองการเปลี่ยนแปลงตลอด 2-3 วันที่ผ่านมาของสองสาวอยู่เสมอเขาอดไม่ได้ที่จะทึ่งและภาคภูมิใจ
ผลของการสนับสนุนพวกนางช่างยอดเยี่ยมมันให้ความรู้สึกราวกับพ่อแม่ที่ได้เห็นลูกๆของตนเองประสบความสำเร็จในวิชาการงานกลายเป็เ้าคนนายคน เป็อะไรที่ยากจะบรรยาย มีแต่ความอิ่มเอมในใจ
“เป็อย่างไรบ้าง?เริ่มคุ้นชินกับวิชายุทธ์นี้แล้วหรือยัง?” ชายหนุ่มเดินเข้าไปถาม
“นายน้อยข้าและลูกสาวเข้าใจพื้นฐานหมดแล้วเ้าค่ะ อีกไม่ช้าก็น่าจะสามารถบรรลุความเชี่ยวชาญขั้นถัดไปของวิชาได้ ทั้งหมดนี้เป็เพราะโอสถสมาธิของท่านที่ทำให้พวกเราสามารถจดจ่อกับหลักของวิชา”
เห็นนายน้อยเดินเข้ามา
ป้าเฉียงพลันอมยิ้มบางๆประดับบนดวงหน้าระเรื่อหลังจากที่ผลัดกายเปลี่ยนเส้นเอ็นและชำระล้างไขกระดูก แล้วกลายเป็ผู้ฝึกตนไปผิวพรรณของนางก็เนียนนุ่มและละเอียดอ่อนมากขึ้น ดูสมบูรณ์และมีเสน่ห์
ทำให้เค้าโครงหน้าดูสวยและงามแตกต่างไปจากป้าเฉียงคนเดิมที่อี้ชิงรู้จัก
นางดูสวยไม่น้อยทีเดียว
“นายน้อย ข้า...ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเ้าค่ะ!ข้าจะเร่งบ่มเพาะและฝึกฝนตัวเอง ไม่ให้ท่านและนายหญิงต้องผิดหวัง!” หงเหมาเอ่ย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุข ตื่นเต้น และขอบคุณนางรู้สึกดีมากๆที่ได้บ่มเพาะและฝึกวิชา
อี้ชิงส่ายหน้าเบาๆใช้มือหยิกแก้มน้อยๆของนางอย่างเอ็นดูและรักใคร่ “อย่าได้เร่งร้อนใจนัก พวกเ้าต้องปรับสมดุลปราณิญญาให้มั่นคงและทำความคุ้นเคยกับพลังซะก่อนมิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบถึงรากฐานได้”
“กินของร้อนๆระวังลวกปากเอานะ น้องเสี่ยวเหมา”
“เ้าค่ะ ขอบคุณนายน้อยที่ตักเตือน...♥”
“อา...♥ อย่าบีบสิเ้าค่ะ...♥”
“อื้อห์~♥ ๆๆ...”
ชายหนุ่มโอบกอดนัวเนียและหยอกล้อกับสองสาวใช้ที่น่ารักน่าล่อของตนอีกสักพักก่อนที่พวกนางจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ เพราะนี่ก็ใกล้ถึงยามกลางวันแล้ว ใกล้ได้เวลาสำหรับอาหารของเ้านาย
ยามบ่าย อี้ชิงเองก็มีธุระเช่นกัน
เขามีนัดดื่มน้ำชากับมารดาคนงามของเขาซึ่งเพิ่งออกมาจากการเก็บตัว
ฟิ้วว... ฟิ้วว...
สายลมเย็นพัดผ่านแมกไม้ใบหญ้ามัจฉาสีสวยสดใสแหวกว่ายในสระน้ำ ต้นหลิวใบยาวแผ่กิ่งก้านสาขา ห้อยตกลงมาจากต้นสูงพัดเอากลิ่นอายของใบไม้และความสดชื่นน่าอภิรมย์ให้คล้อยเคลิ้มตาม
ณ ศาลาต้นหลิว
บนโต๊ะหินสีขาว กาถ้วยชาถูกต้มเตรียมไว้คอยแล้ว
เรือนกายทรงเสน่ห์ในชุดอาภรณ์สีขาวฟ้าอ่อนเอนกายอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้หินเนื้ออาภรณ์ของนางนั้นช่างบางเบาบางจนสามารถมองเห็นสัดส่วนที่เว้าโค้งและอวบอิ่มของนางได้อย่างชัดเจนถนัดตา
มองเห็นสองยอดปทุมถันชูชันได้รางๆ
ช่างเย้ายวนและเต่งตึงชูช่อเด่นชัดบนสองเต้าใหญ่ดุจูเาหิมะแฝด
เรียวขางามไขว่พาดโชว์เผยต้นขาอ่อนอวบและขาวนวลงาม ทุกครั้งทุกคราที่ขยับบิดเอวพลิกกายเป็ต้องเห็นส่วนวับๆแวมๆของพุ่มขนหมอยดกๆดำๆและเนินโหนกหีอูมๆนูนอย่างเป็กลีบๆได้อย่างยั่วยวนอย่างกระตุ้นปลุกอารมณ์กามฉิบ!
‘อ่า... บัดซบ!!’ชายหนุ่มกัดฟันแน่น นิ้วมือจิกเข้าต้นขาใต้โต๊ะ พยายามดึงสายตารั้งสติกลับมาจากภาพที่แสนสุดมากตัณหานั่นของแม่หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่มีหยุดจนแทบะเิกระดอนจากทรวงอก!
มารดาคนงามของเขาไม่ระมัดระวังตัวอีกแล้ว!?
ไฉนจึงกล้าสวมชุดบางๆและเชิดนมบิดหีไปมาเยี่ยงนี้!? นางไม่เห็นเขาผู้เป็ลูกชายอยู่ในสายตาเลยใช่ไหม!?
แต่จะพูดอะไรก็ไม่ได้เพราะที่แห่งนี้คือจวนตระกูลอี้ เป็บ้านของเขาและนางดังนั้นนางจะแต่งเนื้อแต่งตัวล่อแหลมล่อCวย(ลูก?)อย่างไงก็ไม่ผิด?
อี้ชิงได้แต่กล้ำกลืนฝืนอดทนอดกลั้นขณะที่ย่อกายงอหลังพยายามปกปิดส่วนที่แข็งตุงแน่นและยาวใหญ่ตรงหว่างขาของเขาเอาไว้ปกปิดและหลีกเลี่ยงมันจากสายตาอันเฉียบคมของมารดาของตน
“ท่านแม่รากฐานการบ่มเพาะของท่านเป็ยังไงบ้าง?” ชายหนุ่มเป็ต้องเอ่ยกล่าวถามไถ่เข้าประเด็นอย่างรวดเร็วเขาไม่อยากรั้งอยู่นาน เพราะเกรงว่าตบะของตนอาจจะแตกธาตุไฟเข้าแทรกแล้วตัวะเิตายได้!
ความงดงามโฉมสะคราญที่เพียงพอโค่นล้มอาณาจักรมนุษย์และล่อลวงเซียนนั้นมากมายมหาศาลเกินไป! ยิ่งตอนนี้ที่นางฟื้นคืนตบะบ่มเพาะได้จนเกือบสมบูรณ์ยิ่งทำให้ผิวพรรณและเรือนกายดูงามผุดผ่องมากขึ้นด้วยแล้ว...
ยิ่งทำให้นางมีเสน่ห์และแรงดึงดูดมากเกินเขาจะรับไหว!
“...” ชำเลืองมองดูสีหน้าท่าทางน่าตลกของบุตรชายตัวดีรอยยิ้มขบขำก็ม้วนเชิดขึ้นเล็กน้อยตรงกลีบปากอวบอิ่มดุจบุปผาผกาน้ำเสียงหวานน่าฟังและไพเราะพูดเอ่ยอย่างเนิบช้า “ข้ากลับคืนระดับรวมิญญา ขั้น 4 แล้ว ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณยาโอสถวิเศษและสิ่งของมากมายที่เ้ามอบให้ข้า”
เมื่อ 3 วันก่อนหลังจากที่ชายหนุ่มช่วยหงเฉียงและหงเหมาเปิดเส้นทางผู้ฝึกตนเขาก็ได้มาพบกับแม่ของเขา และมอบทรัพยากรปราณิญญาอันล้ำค่าให้กับนาง โดยเฉพาะน้ำนมดินที่มีส่วนช่วยมากที่สุด
มันได้ช่วยเสริมสร้างร่างกายและเพิ่มพละกำลังชำระล้างไขกระดูก ขัดเกลาเส้นเอ็น บำรุงเืแถมยังทำให้ปราณิญญาบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม! ด้วยเหตุนี้... ได้ทำให้แม่ของเขาะโข้ามขั้นย่อยได้อย่างว่องไว!
หวนคืนสู่ระดับรวมิญญาได้อย่างง่ายดาย!
“เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะขอรับการตอบแทนพระคุณของบิดามารดา นับเป็หน้าที่ของผู้เป็ลูกเห็นท่านแม่สุขภาพแข็งแรงดี ข้ายิ่งมีความสุขนัก หากพี่และน้องสาวกลับมาจวนคงดีใจเป็ล้นพ้นเป็แน่”
อี้ชิงยิ้มรับถ้วยชาจากนางมาแล้วจิบเล็กน้อย กลิ่นหอมของชาอบอวลอยู่ในช่องปากก่อนที่จะค่อยๆไหลลงคอไป แม้ไม่อาจบรรเทาอารมณ์ว้าวุ่นและร้อนรุ่มของเขาได้แต่ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้สักเล็กสักน้อยก็ดี
“อืม แต่เ้าเถอะ...ดูคล้ายจะทะลวงระดับใหญ่แล้วสินะ?” คราวนี้เป็ฝ่ายของหลิงรั่วซีเปิดปากกล่าวบ้างดวงเนตรคู่งามล้ำดุจดาราจับจ้อง สังเกตุเห็นกลิ่นอายปราณิญญาที่แข็งแกร่งจากลูกชาย
กลิ่นอายนี้... ไม่ผิดแน่...มันคือระดับรวมจิต!
หลิงรั่วซีตกตะลึงจนเผลออ้าปากน้อยๆอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อวันก่อน เ้าเด็กนี่ยังเพิ่งมอบน้ำนมดินอันแสนล้ำค่าให้กับนางนับสิบขวดมีโชคลาภวาสนามากมายมาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน...
มาวันนี้กลับทะลวงระดับใหญ่แล้วหรือ?
นางรู้ว่าด้วยทรัพยากรปราณิญญาอันล้ำค่ามากมายนี้มันก็สมควรแล้วที่จะทะลวงระดับขั้นได้อย่างสะดวกสบายไม่ยุ่งยาก
แต่... มันรวดเร็วเกินไปหรือเปล่า!?
ทั้งพลังปราณิญญายังหนาแน่นมั่นคง ราวกับปรับสมดุลมาอย่างดีแล้ว!?
“...ชิงเอ๋อห์”
“นี่คือจดหมายจากพี่สาวและน้องสาวเ้า”นางตระหนักว่าไม่ควรถามหรือซักไซร้ก็เงียบไว้ พูดเข้าเื่ที่นางเชิญเขามาจิบชาวันนี้พร้อมกับส่งจดหมายจากอี้หยานเอ๋อห์และอี้หยู่เอ๋อห์ให้เขา
“พี่หยานกับน้องหยู่?”ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกาย มันก็สักพักแล้วที่เขามิได้พบเจอกับพี่สาวและน้องสาวคนงามของเขาคนก็พลันอดคิดถึงและโหยหาในใจมิได้ เขารับจดหมายแต่ยังไม่เปิดอ่านทันที
คนใช้เวลาพูดคุยกับมารดาคนงามต่ออีกสักพักใหญ่ก่อนที่จะขอตัวกลับเรือนของตน
วางจดหมายสองฉบับไว้บนโต๊ะและเตรียมจะไปอาบน้ำ
แต่เขาไม่ได้ใช้ห้องน้ำในเรือนของตนแต่เป็ห้องน้ำกลางของจวนซึ่งเป็ห้องน้ำใหญ่แทน ที่เป็เช่นนี้ก็เนื่องจากวันก่อนเขาใช้งานอ่างไม้หนักเกิน จนน้ำยาสมุนไพรเริ่มกัดกร่อนเนื้อไม้จนผุชำรุด
ผลสุดท้าย ต้องมาอาศัยอ่างหินที่ห้องน้ำกลางแก้ขัดไปก่อน
จ๋อม...
ร่างกายแกร่งกำยำสมบุรุษหนุ่มของอี้ชิงย่อนลงในอ่างหิน
น้ำร้อนที่ผสมด้วยน้ำยาสมุนไพรและน้ำนมดินมันช่างหอมสดชื่นและวิเศษนัก ไม่เพียงช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จิตใจและขัดเกลาเสริมพลังเท่านั้น แต่ยังช่วยลดทอนอารมณ์ร้อนรุ่มในกายให้เย็นลงด้วย
แอ๊ด...
ตึก ตึก...
“...?” ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินไปกับการแช่น้ำนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูและเสียงเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ เสียงนั้นฟังดูหนักน่าจะเป็ป้าเฉียงที่คิดเข้ามาช่วยปรนนิบัติCวยของเขากระมัง?
“ป้าเฉียงหรือ?ท่านมาได้จังหวะพอดี... มาช่วยอาบน้ำและถ่างขาให้ข้าเย็ดหีสักหน่อยสิ?” อี้ชิงพูดไปแบบนั้นด้วยความเคยชิน โดยไม่หันกลับไปมองด้วยซ้ำว่าคือผู้ใดที่เข้ามาในห้องน้ำกลาง
“...” เรือนร่างปริศนาในอาภรณ์คลุมบางๆนั้นหยุดชะงักงัน สักพักก็กระตุกม้วนรอยยิ้มเ้าเล่ห์และสนุกสนานขึ้นแล้วเดินเชิดแอ่นนมเต้าเดินบิดนวดหีอูมเข้ามา ย่อนกายลงในอ่างหินข้างๆบุตรชายของนาง(?)...♥
