หนูน้อยผู้เป็นที่รักของเหล่าจอมโจรแห่งขุนเขา

    บทที่ 32 พี่น้องจอมแอบอ้างบารมี

    บทที่ 32 พี่น้องจอมแอบอ้างบารมี


    ซูจือจือยืนรับโทษอยู่หน้าประตูหอเถาหลี่ ในขณะที่หอเหวินเต้าก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเช่นกัน


    หอเหวินเต้าตั้งอยู่ติดกับสระน้ำตื้น ๆ ที่ริมสระปลูกต้นหลิวไว้มากมาย


    เมื่อลมพัดมากิ่งก้านอ่อนของต้นหลิวก็พลิ้วไหวเข้ามาในหน้าต่างหอเหวินเต้า ยิ่งขับให้สีหน้าของอาจารย์ใหญ่หลิ่วดูเคร่งขรึมมากขึ้น


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วนั่งอยู่ด้านหน้าสุด ข้างมือของเขามีบทความสองฉบับวางอยู่


    แม้ลายมือทั้งสองฉบับจะต่างกัน แต่เนื้อหากลับเหมือนกันทุกตัวอักษร


    ในยามที่อาจารย์ใหญ่หลิ่วไม่ยิ้มจะดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง


    "เหยียนเชา เซวียเช่อ เหตุใดบทความของพวกเจ้าจึงเหมือนกันทุกประการ?"


    เหยียนเชาเอ่ยปากก่อน


    "ท่านอาจารย์ เมื่อวานข้าเขียนบทความเสร็จแล้วลืมทิ้งไว้ที่โรงเรียน เมื่อกลับมาเอาข้าเห็นเซวียเช่ออยู่ในโรงเรียนคนเดียวขอรับ"


    เขาไม่ได้กล่าวโดยตรงว่าเซวียเช่อลอกเลียน แต่ทุกคำพูดล้วนบ่งชี้เป็นนัย ๆ


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วหันไปมองเซวียเช่อ


    "เซวียเช่อ เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?"


    เซวียเช่อมองด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึก "ท่านอาจารย์ เมื่อวานข้าเขียนบทความเสร็จในโรงเรียนแล้วจึงออกไป ข้าออกช้ากว่าเพื่อนร่วมชั้นทุกคนขอรับ"


    ทุกคนที่อยู่ด้านล่างพากันซุบซิบ มองไปที่เซวียเช่อด้วยสายตาที่ซับซ้อน


    "เช่นนั้นก็หมายความว่าเซวียเช่อลอกบทความของเหยียนเชาสินะ?"


    "เขาไม่ใช่คนเก่งกาจหรอกหรือ? ทำไมต้องลอกของผู้อื่นด้วย?"


    "..."


    ในหมู่นักเรียน หลี่จางเสิ้งถือตำราอยู่ด้านล่าง มองดูเซวียเช่อด้วยความสะใจ


    เมื่อวานตอนเซวียเช่อเพิ่งมาถึง ทุกคนต่างแปลกใจว่าเหตุใดเขาที่อายุน้อยกว่าถึงสองปีจึงสามารถเข้าเรียนที่หอเหวินเต้าได้


    แต่ภายหลังเมื่อท่านอาจารย์ถามปัญหาในชั้นเรียน ให้นักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับหลักคำสอน เซวียเช่อกลับสามารถตอบได้ทั้งหมด


    ก่อนหน้านี้ ผู้ที่เรียนเก่งที่สุดในหอเหวินเต้าคือหลี่จางเสิ้งเสมอมา


    หลี่จางเสิ้งเป็นบุตรชายคนโตของหัวหน้าเสมียนแห่งเมืองสวินโจวและยังเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของหลี่เสาเอ๋อร์อีกด้วย


    พี่น้องทั้งสองคนนี้เคยชินกับการเป็นที่หนึ่งในสำนักศึกษาหมิงเต๋อมาตลอด


    คำถามที่เขาตอบได้ คนอื่นอาจตอบไม่ได้


    หากเขาตอบไม่ได้ คนอื่นก็ต้องตอบไม่ได้เช่นกัน หรือพูดอีกอย่างคือไม่สมควรตอบ


    หลี่จางเสิ้งต้องการเป็นที่หนึ่ง ทุกคนจึงต้องหลีกทางให้เขา


    แต่ตอนนี้กลับมีเด็กอายุน้อยกว่าพวกเขาสองสามปีอย่างเซวียเช่อ ได้ยินว่ามาจากในเขาแต่กลับทำให้พวกเขาต้องอับอายขายหน้า


    ที่น่าโมโหยิ่งกว่านั้นคือ เจ้าเด็กคนนี้ทำท่าไม่สนใจผู้ใด แม้แต่ตอนที่หลี่จางเสิ้งเข้าไปคุยด้วยเขาก็ยังทำเป็นไม่ใส่ใจ


    หลี่จางเสิ้งจึงตัดสินใจสั่งสอนเซวียเช่อ


    ให้เขารู้เสียบ้างว่าใครกันแน่ที่มีอำนาจในหอเหวินเต้า


    เมื่อวานตอนที่เซวียเช่อไปกินอาหาร หลี่จางเสิ้งสั่งให้เหยียนเชาขโมยบทความของเซวียเช่อออกมา


    แต่เดิมทั้งสองคนตั้งใจจะเผาบทความของเซวียเช่อทิ้ง ให้เขาต้องเขียนใหม่


    แต่พอพวกเขาได้อ่านบทความที่เซวียเช่อเขียน ก็รู้สึกไม่สบายใจ


    เซวียเช่อเขียนได้ดี ดีกว่าที่พวกเขาเขียนเสียอีก


    ความอิจฉาและความไม่ยอมรับพลุ่งพล่านขึ้นมา หลี่จางเสิ้งจึงคิดแผนขึ้น สั่งให้เหยียนเชาคัดลอกบทความของเซวียเช่อ


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วทำหน้าเคร่งมองเหยียนเชาและเซวียเช่อ


    "พวกเจ้าสองคน ใครคัดลอกงานของใครกันแน่? หากยอมรับสารภาพแต่โดยดี โทษอาจเบาลงได้"


    เหยียนเชายืดอกอย่างผึ่งผาย "ท่านอาจารย์ใหญ่ ข้าสามารถเขียนบทความเมื่อวานนี้ได้อีกครั้ง"


    เขามีความจำดี หลังจากอ่านบทความนี้หลายรอบ จึงมั่นใจว่าสามารถเขียนได้เจ็ดถึงแปดส่วน


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วมองไปที่เซวียเช่อ "เซวียเช่อ เจ้าทำได้หรือไม่?"


    เซวียเช่อ "ขอรับ"


    ดังนั้นอาจารย์ใหญ่หลิ่วจึงมอบกระดาษและพู่กันให้ทั้งสองคน แล้วให้พวกเขาย้ายโต๊ะออกไปข้างนอก เพื่อแยกไปเขียนบทความตามความจำ


    เมื่อใกล้จะหมดเวลาเรียน อาจารย์ใหญ่หลิ่วก็เรียกเหยียนเชาและเซวียเช่อกลับเข้ามาเพื่อตรวจงานที่พวกเขาเขียน


    เหยียนเชาเขียนได้ดีจริง ๆ ยกเว้นบางจุดที่ใช้คำต่างกัน โดยรวมแล้วตรงกับต้นฉบับ


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วพยักหน้าเบา ๆ


    เหยียนเชามองท้าทายไปที่เซวียเช่อ


    แต่เซวียเช่อกลับไม่มองเขาเลยแม้แต่แวบเดียว


    ทันใดนั้น อาจารย์ใหญ่หลิ่วก็ตบโต๊ะพลางเอ่ยว่า


    "ดีมาก!"


    เมื่อมองไปตามเสียง อาจารย์ใหญ่หลิ่วถือบทความของเซวียเช่อพลางมองด้วยสายตาชื่นชม


    "การที่สำนักศึกษาหมิงเต๋อของข้ามีศิษย์เช่นเจ้า นับเป็นโชคของสำนักศึกษาจริง ๆ"


    เซวียเช่อยังคงสงบนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายทั้งต่อคำชมและคำด่า "อาจารย์ใหญ่ชมเกินไปแล้ว"


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วหันไปมองเหยียนเชาแล้วตวาดเสียงกร้าว


    "เหยียนเชา! ข้าผิดหวังในตัวเจ้านัก!"


    เหยียนเชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์ใหญ่หลิ่วจึงตัดสินว่าเขาลอกเลียนงานอย่างกะทันหัน ศิษย์คนอื่น ๆ ก็งุนงงไม่แพ้กัน


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วยื่นกระดาษที่เซวียเช่อเขียนให้เหยียนเชา


    "เจ้าลองดูเองเถิด!"


    "เซวียเช่อ เจ้าจงบอกเพื่อนร่วมชั้นว่าเจ้าเขียนอะไรไป"


    เซวียเช่อตอบ "อาจารย์ใหญ่ ศิษย์เขียนบทความเมื่อวานจากความทรงจำก่อน แต่บทความนั้นศิษย์ยังไม่พอใจ ดังนั้นหลังจากเขียนจากความทรงจำเสร็จ ศิษย์จึงเขียนใหม่อีกหนึ่งบทความ"


    เหยียนเชาถือกระดาษคำตอบของเซวียเช่อดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ


    เป็นไปได้อย่างไร?


    เขาจะสามารถเขียนบทความใหม่ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ได้อย่างไร อีกทั้งยังเขียนได้ดีกว่าบทความเมื่อวานอีก!


    เหยียนเชาไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง


    แต่ความจริงปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า


    เซวียเช่อไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใดมายืนยัน


    บทความที่เขาเขียนขึ้นใหม่คือหลักฐานที่ดีที่สุด ความรู้ของเขาเหนือกว่าเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด


    กระดาษคำตอบในมือของเหยียนเชาถูกเพื่อนร่วมชั้นส่งต่อกันอ่านทีละคน


    ทุกคนที่ได้อ่านต่างพากันสูดลมหายใจเฮือก ทึ่งในความสามารถของเด็กชายที่อายุน้อยกว่าตน


    แม้แต่หลี่จางเสิ้งเมื่อได้อ่านบทความแล้ว ก็ไม่อาจพูดแก้ต่างให้เหยียนเชาได้แม้แต่คำเดียว


    "ท่านอาจารย์ใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจจะลอกบทความของเขา ข้าแค่ต้องการสั่งสอนเขาเท่านั้น...ท่านอาจารย์ใหญ่..."


    สีหน้าของเหยียนเชาซีดเผือดดั่งกระดาษ


    อาจารย์ใหญ่หลิ่วลุกขึ้นยืน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังดั่งก้อนหินหนักอึ้งทับถมลงบนตัวเหยียนเชา


    "สำนักศึกษาหมิงเต๋อของเราถือคุณธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่มีทางยอมรับเรื่องการลอกเลียนเด็ดขาด เจ้าจงเก็บข้าวของ ข้าจะส่งข่าวให้ทางบ้านมารับเจ้ากลับไปพินิจความผิด"


    เหยียนเชาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง


    จบสิ้นแล้ว


    หากบิดาของเขารู้ว่าเขาลอกการบ้านในสำนักศึกษา จะต้องโบยเขาจนตายเป็นแน่


    เหยียนเชาหันไปมองหลี่จางเสิ้ง หวังจะให้อีกฝ่ายช่วยพูดอะไรสักหน่อย ถึงอย่างไรความคิดบัดซบนี้ก็มาจากหลี่จางเสิ้ง


    หลี่จางเสิ้งจ้องเขาอย่างดุดัน เหยียนเชาจึงได้แต่จำใจหุบปากเงียบ


    เซวียเช่อยืนอยู่ข้างกายเหยียนเชาแต่สายตากลับจับจ้องไปทางหลี่จางเสิ้ง ไม่รู้ว่ากำลังพูดกับผู้ใด


    "เจ้าต้องการทำร้ายข้า แต่เจ้าขโมยของผิด"


    บางสิ่งไม่อาจขโมยได้


    อย่างเช่นพรสวรรค์ อย่างเช่นสติปัญญา


    สีหน้าของหลี่จางเสิ้งแข็งค้าง มือทั้งสองที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่น


    ...


    ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ คล้อยลับไปทางทิศตะวันตก


    วันอันแสนเหน็ดเหนื่อยอีกวันได้สิ้นสุดลงแล้ว


    ซูจือจือพาตัวกู้ชิงหนิงไปกินอาหารเย็นที่โรงครัวพร้อมกับเซวียเช่อ


    ตอนนี้กู้ชิงหนิงมองดูซูจือจือราวกับเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่เหยียบยืนอยู่บนเมฆมงคลห้าสี นางมอบน่องไก่ย่างในชามของตนให้ซูจือจือด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธา


    "จือจือ วันนี้เจ้าเก่งมาก กินเยอะ ๆ หน่อยนะ"


    "เจ้าตีคนล้มได้ด้วยมือเดียวเชียวนะ"


    "จือจือ เจ้าคือวีรบุรุษในดวงใจข้า!"


    ซูจือจือรู้สึกเขินอายที่ถูกกู้ชิงหนิงชมไม่หยุด นางคีบน่องไก่คืนให้กู้ชิงหนิง


    "เจ้าก็ต้องกินเยอะ ๆ ด้วย กินข้าวมาก ๆ ถึงจะมีแรงเหมือนข้า วันหน้าข้าจะพาเจ้าไปสู้กับพวกนางเอง"


    เซวียเช่อได้ฟังเรื่อง 'คดีสาดหมึก' ที่เกิดขึ้นที่หอเถาหลี่จากปากของเด็กหญิงทั้งสอง เขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่หอเหวินเต้าในวันนี้อย่างคร่าว ๆ ในสองสามประโยคเช่นกัน


    ซูจือจือกัดไก่ย่างคำหนึ่ง "พี่น้องพวกนั้นก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร แค่อาศัยอำนาจรังแกผู้อื่น แอบอ้างบารมีผู้อื่นเท่านั้นเอง"


    นางพบว่าหลังจากลงจากเขามา สำนวนโวหารมากมายที่เคยเรียนมาก็ได้ใช้ประโยชน์


    เซวียเช่อรู้สึกประหลาดใจ


    "หัวหน้าเสมียนแห่งเมืองสวินโจวเป็นขุนนางขั้นหก"


    เขาไม่แปลกใจที่มีคนอาศัยอำนาจรังแกผู้อื่น แต่กลับแปลกใจที่บุตรธิดาของขุนนางขั้นหกที่ต่ำต้อยถึงกับมีท่าทางยโสโอหังถึงเพียงนี้


    ซูจือจือรู้สึกว่าหลี่เสาเอ๋อร์กับพวกพ้องของนางช่างน่ารำคาญนัก แต่เมื่อนับวันดูแล้วยังต้องรออีกแปดวันจึงจะได้หยุดพักกลับบ้าน


    ผู้คนช่างประหลาดนัก ยามอยู่บ้านก็อยากออกมาเที่ยวเล่น แต่พอออกมาอยู่ข้างนอกก็กลับคิดถึงบ้าน


    ซูจือจือเพิ่งมาเรียนได้ไม่กี่วันก็คิดถึงบ้านเสียแล้ว


    "อาเช่อ วันนี้ข้าจะเขียนจดหมายส่งกลับบ้าน"

    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยผู้เป็นที่รักของเหล่าจอมโจรแห่งขุนเขา ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808