เมื่อถึงวันแต่งงาน
ขบวนรับตัวเ้าสาวซึ่งมีแม่ทัพจื่อที่นั่งบนหลังม้ามาพร้อมกับเกี้ยวเ้าสาวสีแดงสดถูกเคลื่อนไปที่บ้านของตระกูลหลินในทันที
ชาวบ้านที่รู้ว่าคุณหนูตระกูลหลิน หลินเซียงเซียงจะได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพจื่อมู่หยางก็ต่างพากันออกมาดูด้วยความตื่นตาตื่นใจกับขบวนรับเ้าสาวที่ใหญ่โต
ครั้นเมื่อเ้าสาวขึ้นไปนั่งเกี้ยวขบวนก็เคลื่อนออกจากบ้านเ้าสาวเพื่อไปยังจวนของแม่ทัพจื่อเพื่อประกอบพิธีในทันที ระหว่างทางที่ขบวนเกี้ยวเ้าสาวเคลื่อนออกเดินทางไปยังจวนแม่ทัพจื่อชาวบ้านต่างพากันมายืนมุงดูความใหญ่โตของขบวน
“นี่ข้าว่าคุณหนูหลินเซียงเซียงเหมาะสมกับท่านแม่ทัพจื่อมู่หยางเป็อย่างมาก เพราะนางทั้งงดงามและยังมีจิตใจดีอีกต่างหาก”
“ใช่ข้าก็ว่าอย่างเ้าท่านแม่ทัพจื่อทั้งหล่อเหลาอีกทั้งยังเป็เป็คนดีและเก่งกล้า ส่วนคุณหนูหลินก็งดงามทั้งกายและจิตใจช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก”
หญิงชาวบ้านที่มายืนดูขบวนต่างพูดคุยกันและกล่าวชื่นชมทั้งคู่
จางหลินหลางที่แอบมาดูขบวนเช่นกันเมื่อได้ยินที่หญิงชาวบ้านพูดนางก็รู้สึกเจ็บแน่นในอกอย่างบอกไม่ถูก นางมองดูขบวนที่กำลังค่อยๆเคลื่อนไปยังจวนของแม่ทัพจื่อ จู่ๆน้ำตาของนางก็ไหลออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจที่ชายคนรักต้องแต่งงานกับหญิงอื่น
นางมองดูแม่ทัพจื่อที่นั่งอยู่บนหลังม้าด้วยสายตาที่เศร้าโศก สายตาของแม่ทัพจื่อก็หันมามองสบตากับนางอย่างบังเอิญทั้งคู่ต่างมองตากันด้วยความรู้สึกเ็ปหัวใจเป็อย่างมาก แม้การแต่งงานในครั้งนี้จะเป็การแต่งงานที่ไม่ได้เต็มใจแต่เมื่อเป็พระบัญชาของฮ่องเต้ผู้ใดก็ขัดไม่ได้
จางหลินหลางเมื่อได้เห็นแม่ทัพจื่อยิ่งทำให้นางยิ่งทนไม่ไหว ความอัดอั้นภายในจิตใจต่างพรั่งพรูออกมาเป็น้ำตาที่ไหลอาบเต็มสองแก้มอันขาวนวลของนาง
“คุณหนูเ้าคะ กลับจวนกันเถอะเ้าค่ะ”เมื่อสาวใช้เห็นจางหลินหลางร้องไห้อย่างน่าสงสารก็ทนดูไม่ได้จึงชวนนางให้กลับจวน
จางหลินหลางพยักหน้าให้สาวใช้ก่อนจะปาดน้ำตาและรีบเดินกลับจวนด้วยหัวใจที่บอบช้ำ
เมื่อขบวนเ้าสาวมาถึงจวนแม่ทัพจื่อ แม่สื่อก็พาเ้าสาวเดินเข้าไปทำพิธีในทันที
แม่ทัพจื่อมองดูเ้าสาวของเขาด้วยสายตาที่เ็าราวกับคนไร้หัวใจ ทั้งคู่ต่างเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินเพื่อให้พิธีแต่งงานในครั้งนี้ลุล่วงผ่านพ้นไป
ครั้นพิธีเสร็จสิ้นลงหลินเซียงเซียงก็ถูกพาเข้ามาในห้องหอของแม่ทัพจื่อมู่หยาง
ร่างเล็กนั่งอยู่บนเตียงอย่างเรียบร้อยแม้มืออันเย็นเฉียบบีบเค้นกันไปมาด้วยความตื่นเต้น
ไม่นานนักแม่ทัพจื่อมู่หยางก็เดินเข้ามาในห้องหอ เขามองดูหญิงสาวในชุดเ้าสาวสีแดงสดที่นั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าถูกปิดคลุมไว้ด้วยผ้าสีแดง เขาเดินมาใกล้ๆนางก่อนจะใช้มือดึงผ้าคลุมหน้านั้นออก
มองดูใบหน้าเล็กๆที่งดงามของหลินเซียงเซียงก่อนจะหันหน้าและเดินไปที่โต๊ะของว่างกลางห้องหอก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้สักพร้อมกับรินเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าเพื่อให้ลืมความทุกข์ภายในจิตใจ
ครั้นเมื่อดื่มเหล้าจนได้ที่เขาก็ลุกขึ้นและเดินมาหาหลินเซียงเซียงที่นั่งอยู่บนเตียงในทันทีแววตาแสนเ็าจ้องมองมายังนางราวกับกล่าวโทษ
“ทำไมข้าต้องมาแต่งงานกับเ้า ในค่ำคืนนี้หญิงสาวที่ข้าอยากให้มาอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เ้าเลยซักนิด ”เสียงแม่ทัพจื่อที่พูดกับหลินเซียงเซียงมันช่างเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง สายตาที่เขามองมาที่นางมันชั่งเ็าราวกับว่าการแต่งงานในครั้งนี้เป็ความผิดของนาง
หลินเซียงเซียงมองหน้าแม่ทัพจื่ออย่างเคือง
“ข้าไม่รู้หรอกว่าการแต่งงานในครั้งนี้จะเป็เช่นไร เพราะข้าก็ไม่ได้เป็คนเลือกการแต่งงานในครั้งนี้เอง ข้าเมื่อแต่งงานเข้ามาแล้วก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าทีฮูหยินผู้หนึ่งจะทำได้ และข้าก็ไม่รู้อีกเช่นกันว่าข้าได้ทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือเกียจชังแต่เมื่อข้าถูกแต่งเข้ามาเป็ฮูหยินของท่านแล้วข้าก็จะทำหน้าที่ของข้าให้สมกับการเป็ภรรยาของท่าน”หลินเซียงเซียงพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่ภายในจิตใจของนางกับเต็มไปด้วยความเ็ปจากสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็สามี
“งั้นเ้าจงจำเอาไว้ถึงแม้เ้าจะแต่งงานกับข้า แต่ข้าจื่อมู่หยางจะไม่มีวันรักเ้า เ้าจะไม่มีวันได้ใจของข้า”เมื่อแม่ทัพจื่อพูดจบก็เดินออกจากห้องในทันที
สาวใช้ในจวนแม่ทัพจื่อเมื่อได้เห็นแม่ทัพจื่อเดินออกมาจากในห้องด้วยท่าทีที่โมโห พวกนางต่างก็พากันซุบซิบนินทาหลินเซียงเซียงอย่างสนุกปาก
“ข้าว่าคืนนี้คุณหนูตระกูลหลินคงต้องนอนห้องหอเพียงลำพังอย่างแน่นอน”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ใครๆก็รู้ว่าท่านแม่ทัพรักคุณหนูจางหลินหลางแค่ไหนจู่ๆต้องมาแต่งงานกับคุณหนูตระกูลหลินข้าว่าท่านแม่ทัพไม่มีทางทำใจได้เด็ดขาด”
“นี่อย่าพูดดังไปสิเดี๋ยวคุณหนูหลินก็มาได้ยินเข้าหรอก”
“55555ได้ยินแล้วจะทำไมขนาดเ้าบ่าวยังหนีออกจากห้องหอในคืนแรกเลย”
“ใช่ๆน่าสงสารนางจริงๆเป็ถึงหญิงงามบุตรสาวตระกูลเศรษฐีกับต้องมาแต่งงานกับชายที่มีคนรักแล้วน่าเห็นใจจริงๆ”
เมื่อสาวใช้พากันพูดจบก็เดินออกจากตรงนั้นในทันที
หลินเซียงเซียงที่ได้ยินเื่ราวทั้งหมดทำให้นางเข้าใจว่าเหตุแม่ทัพจื่อถึงได้เ็าและเหมือนรังเกียจนางนัก
นางค่อยๆล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนของแม่ทัพจื่อ นางมองดูเทียนสีแดงที่ค่อยๆถูกเผาไหม้ลงไปที่ละนิด ทีละนิดไม่นานนักแสงไฟก็ค่อยๆมืดดับลง
ดวงตากลมโตค่อยๆข่มตาให้หลับแม้ภายในจิตใจของนางในตอนนี้จะรู้สึกเสียใจและเ็ปก็ตาม
"ท่านพ่อ ท่านแม่เ้าคะ ตอนนี้ข้าช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน น้ำตาของนางค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ
แกร็ก…..เสียงประตูถูกเปิดออก
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในห้องหอ หลินเซียงเซียงสะดุ้งด้วยความใก่อนจะลืมตาขึ้นและมองไปตามเสียงนั้นในทันที
แสงไฟภายในห้องมืดดับลงเหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องทำให้พอมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้น