เฉินรุ่ยวิ่งเข้าไปหารถของคาร์ล เขาได้กลิ่นน้ำมัน แบบนี้ไม่ดีแน่ สภาพรถพังยับกระจกด้านหน้าแตกละเอียด เฉินรุ่ยมองเข้าไปเห็นคาร์ลที่เือาบหน้าในสภาพกลับหัวเพราะการพลิกหงายของรถ เขาพยายามเปิดประตูรถแต่ก็ทำไม่ได้
คนโง่! ไหนใครบอกว่าจะป้องกันเต็มที่หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น แล้วนี่เขาอยู่ในรถเพียงคนเดียว ซ้ำยังอยู่ในตำแหน่งคนขับ เฉินรุ่ยยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ยิ่งคิดยิ่งโมโห เขาคิดหาวิธีดึงประตูนี่ออกไม่ได้ด้วยซ้ำ ได้แต่ร้อนรนกระชากมันอยู่อย่างนั้น
“ฉันเอง”
ฮ่าวกงดันเฉินรุ่ยออก แล้วทุบกระจกจนแหลก เข็มขัดนิรภัยล็อกติดแน่น ตัวถุงลมรองรับส่วนบนของคาร์ลไว้
คาร์ลอยู่ในสภาพหมดสติ ฮ่าวกงค่อยๆ ดึงร่างเขาออกมาจากรถอย่างทุลักทุเล เฉินรุ่ยรีบเอามือประคองศีรษะคนหมดสติเอาไว้ ไม่แน่ใจเลยว่าอีกฝ่ายได้รับาเ็ตรงไหนบ้าง พอวางร่างหนาลงเฉินรุ่ยก็เข้าไปแตะชีพจรบริเวณคอ เขายังมีชีวิต เท่านี้ก็เพียงพอแล้วในตอนนี้
“เราต้องพาเขาออกจากตรงนี้” เฉินรุ่ยบอก เขาคิดว่าน้ำมันกำลังรั่ว ความเสี่ยงที่จะติดไฟค่อนข้างสูง ถ้าเป็แบบนั้นพวกเราจะตายกันหมด
“ถ้าเธอคิดว่าแบบนั้น ก็หลีกก่อน ฉันจะพาเขาออกไป”
เฉินรุ่ยหลีกทางให้ฮ่าวกง คนที่ตัวโตกว่าเขาพละกำลังมากกว่าย่อมดีกว่า เขาช่วยประคองร่างคาร์ลขึ้นมา ให้ฮ่าวกงซ้อนด้านหลังโดยใช้มือสอดลอดใต้วงแขนคนหมดสติแล้วพยุงขึ้น พวกเขาพาคาร์ลออกห่างจากรถคันนั้น
พอวางคาร์ลลงเฉินรุ่ยก็มองสำรวจอีกครั้งว่าเขาาเ็ร้ายแรงที่ส่วนใดอีกหรือไม่ หากมีจะได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น คาร์ลเริ่มขยับ เฉินรุ่ยจับมือเขาเอาไว้
“คุณอย่าเพิ่งขยับ” คาร์ลหยุดนิ่ง เขากะพริบตาถี่ อาจเพราะเืทำให้สายตาพร่าเบลอ หรืออาจเพราะยังไม่มีสติดี เป็ไปได้ทั้งนั้น เฉินรุ่ยคิด
เขาถอดเสื้อเชิ้ตทีมของเมิ่งเซียนเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย เหลือแต่เสื้อยืดตัวใน คาร์ลขบกรามแน่นแต่ไม่ร้องออกมา เฉินรุ่ยสังเกตเห็นว่าลมหายใจอีกคนไม่ปกติ
“คุณเจ็บตรงไหน” คาร์ลไม่ได้ตอบ เฉินรุ่ยขมวดคิ้วเขาเริ่มกังวลขึ้นมา คงไม่ได้าเ็ทางระบบประสาทหรอกใช่ไหม สมองกระทบกระเทือนหรือเปล่า
“คุณประสบอุบัติเหตุ คุณได้ยินผมไหม ชื่ออะไรยังจำได้อยู่ไหม”
“คาร์ล” เสียงนั้นกลั่นออกมาอย่างยากเย็น เฉินรุ่ยถอนหายใจโล่งไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยก็มีการตอบสนองทางคำพูด
“เฉินรุ่ย” คาร์ลเรียก
“ใช่ผมเอง รถพยาบาลกำลังจะมา คุณอดทนสักหน่อย” อีกฝ่ายบีบมือเขา เฉินรุ่ยบีบมือเขากลับไป การตอบสนองด้านการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายยังโอเค แต่สายตาไม่โฟกัสที่คน
“ฉันมองไม่เห็นเธอ” คาร์ลบอก
บรรยากาศเงียบลงไป เฉินรุ่ยจับมือคาร์ลเอาไว้ ขณะเดียวกันเสียงรถพยาบาลก็ดังใกล้เข้ามา เขาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่ารถตำรวจตามหลังมาด้วยเมิ่งเซียนที่อยู่บนรถก็เปิดประตูลงมา เธอวิ่งมาทางเฉินรุ่ย นั่งลงข้างเขา และหันกลับไปมองทีมพยาบาล ทางนั้นกำลังเอาเปลลงมา
“บอสคะนี่ฉันเอง เมิ่งเซียน” เธอพูดกับคาร์ลก่อนจะเงยหน้ามอง
เฉินรุ่ย
“เฉินรุ่ยฟังพี่ เธอไปกับรถพยาบาล ทางนี้พี่จะรับหน้าตำรวจ” เมิ่งเซียนหันไปมองตำรวจที่กำลังลงจากรถ
เธอยังไม่รู้ว่าเฉินรุ่ยรู้เื่ตำแหน่งของคาร์ลได้อย่างไร แต่ผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก อยู่ในเวลาที่เหมาะเจาะ แถมในบัตรประชาชนยังระบุว่ามาจาก ZG0 กันเฉินรุ่ยออกไปจากสถานที่เกิดเหตุก่อนย่อมดีที่สุด เปลพยาบาลมาถึงทุกคนต่างก็หลีกทางให้ทีมช่วยเหลือ เฉินรุ่ยแกะมือของคาร์ลออก
“ผมจะไปกับคุณ” เขาบอก
คาร์ลถูกตรวจเบื้องต้นก่อนจะถูกนำตัวขึ้นเปล เฉินรุ่ยเดินตามทีมพยาบาลไป เขาสวนทางกับตำรวจที่กำลังกั้นสถานที่เกิดเหตุ คาร์ลถูกนำขึ้นรถพยาบาล เฉินรุ่ยขึ้นไปนั่งด้านข้าง จับมือหนาไว้ เขาจะไม่เป็อะไร บอกกับตัวเอง เมื่อผู้ป่วยขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว รถพยาบาลก็ออกจากสถานที่เกิดเหตุ เวลานั้นเองเ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินเข้าไปพูดคุยกับเมิ่งเซียนถึงข้อมูลบางส่วนเพื่อเก็บพยานหลักฐานต่อไป
เมื่อถึงโรงพยาบาลคาร์ลถูกพาเข้าไปในแผนกฉุกเฉินทันที เฉินรุ่ยนั่งรออยู่ด้านหน้า ไม่นานก็มีเ้าหน้าที่มาแจ้งเขาว่าคาร์ลจะถูกย้ายไปยังห้องผ่าตัด เฉินรุ่ยตามไปนั่งรออยู่หน้าห้อง พอเป็ที่นี่ใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ได้แต่นั่งก้มหน้า ไม่มีเสียงใดหลุดรอดเข้ามาในโสตประสาท นอกจากความคิดของตัวเอง เขาไม่รู้อาการของอีกฝ่ายแน่ชัดว่าร้ายแรงแค่ไหน การมองเห็นสามารถเกี่ยวพันได้ทั้งตัวดวงตาเองหรือระบบประสาท นอกจากนั้นเขาไม่แน่ใจว่าแพทย์จะพบอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ลมหายใจคาร์ลไม่ปกติ เป็ไปได้ว่าเกิดจากความเ็ปหรืออวัยวะในระบบทางเดินหายใจมีปัญหา กว่าสองชั่วโมง เมิ่งเซียนตามมาในที่สุด เธอเข้ามานั่งข้างเฉินรุ่ย และคาร์ลยังคงไม่ออกมา
“พี่โทรตามครอบครัวของเขาแล้วอีกไม่นานพวกเขาจะมาที่นี่”
“แต่ที่พี่อยากรู้ เธอรู้ได้อย่างไร”
“ผมตามติดสัญญาณโทรศัพท์เขา” เฉินรุ่ยตอบออกมาตามตรง ทุกคนตรงนั้นต่างเงียบ
“มันผิดกฎหมาย” ฮ่าวกงพูดเสียงเข้ม เมิ่งเซียนดึงแขนของอีกฝ่าย
“ผมรู้”
“ทำไมถึงทำแบบนั้น” เมิ่งเซียนถามต่อ
“ก่อนหน้านี้มีเื่ที่ผมไม่ได้บอกพี่ หลายเดือนก่อนที่ขับรถให้เขา พวกเราพบคนร้ายที่พยายามทำให้เราเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ให้ผมไปขับรถให้เขาอีก” คาร์ลกันเด็กคนนี้ออกมา
“นั่นไม่พอเป็เหตุผลให้เธอทำผิดกฎหมายนะเฉินรุ่ย” เมิ่งเซียนว่า
“พี่ก็รู้ผมมาจากที่ไหน ผมพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอย่างไร เพียงแต่ว่าผมไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถทำอะไรเพื่อช่วยเขาได้ นอกจากวิธีนี้ ผมคิดวิธีอื่นไม่ออกแล้ว”
ทุกคนต่างเงียบ เมิ่งเซียนนั้นเห็นทุกอย่าง คาร์ลตอนาเ็แต่ยังจับมือเด็กคนนี้ไว้แน่น ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเ้านายเธอตกหลุมเด็กคนนี้เข้าแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คาร์ลเพียงคนเดียว
“เธอห่วงเขา” เมิ่งเซียนสรุป เฉินรุ่ยพยักหน้า สำหรับเขาห่วงก็คือห่วง
เมิ่งเซียนมองเฉินรุ่ยที่นั่งก้มหน้านิ่ง ในใจเฉินรุ่ยไม่ได้กังวลเื่ตัวเองสักเท่าไหร่ว่าจะตกเป็ผู้ต้องสงสัยหรือไม่ แต่คาร์ลจะเป็อะไรไปไม่ได้ เมิ่งเซียนจับมือของคนอายุน้อยกว่าเอาไว้และบีบเบาๆ
“เื่ทุกอย่างฉันจัดการเอง”
ไม่นานนักคาร์ลก็ถูกย้ายออกมา พวกเขาตามไปยังห้องพักผู้ป่วยในวอร์ดพิเศษ คาร์ลถูกปิดตาทั้งสองข้างด้วยที่ครอบตา มีแผลเย็บประปราย ตามลำตัวปิดด้วยแผ่นแปะแผลสเตอร์ไรส์ ที่ศีรษะเย็บผูกก๊อซเพื่อกดปากแผลไว้ และสายท่อระบายต่อออกมาจากทรวงอก
“ขออนุญาตค่ะ” เมิ่งเซียนเคาะประตูก่อนจะเดินเข้าไป
คาร์ลยังคงนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่บนเตียงด้วยฤทธิ์ยาสลบ เขาจะได้สติและจดจำเื่ราวต่างๆ ได้จริงก็วันถัดไป เฉินรุ่ยยืนมองอยู่ห่างๆ ได้แต่ยืนมองนิ่งแบบนั้น พวกเขาต้องรอจนกว่าครอบครัวคาร์ลจะมาและจัดคนมารักษาความปลอดภัยให้เรียบร้อย
ประตูถูกกระชากเปิดเข้ามา เป็หญิงชายวัยเกษียณสองท่านท่าทางน่าเกรงขาม เมิ่งเซียนกล่าวทักทายพวกเขา พวกท่านเพียงพยักหน้าแล้วเดินตรงไปที่เตียง หญิงวัยกลางคนเดินตามเข้ามาทีหลัง เธอพยักหน้าให้เมิ่งเซียนก่อนจะกวาดสายตาไปเจอกับเฉินรุ่ย คนคนนั้นหยุดมองเขานิ่งก่อนจะเบนสายตากลับไปที่เตียง
“เดี๋ยวฉันไปตามหมอ” เธอว่า
“ฉันเองค่ะ” เมิ่งเซียนอาสา
ถึงตอนนี้เฉินรุ่ยก็เบาใจลงแล้ว อีกฝ่ายมีครอบครัวพร้อมหน้า ฮ่าวกงหันหน้าไปทางประตูเป็เชิงบอกให้พวกเราปลีกตัวออกไป เฉินรุ่ยจึงเดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องพักแขก อย่างไรเวลานี้ก็ควรให้เวลากับครอบครัวอีกฝ่ายมากที่สุด พวกเขายืนอยู่ด้านนอก มีเพียงความเงียบที่พาดผ่าน เมิ่งเซียนตามหมอมา เธอเข้าไปในห้องไม่นานก็กลับออกมาอีกครั้ง
“เราจำเป็ต้องกลับ พาเฉินรุ่ยไปส่งก่อนแล้วพวกเราค่อยเข้าบริษัท” เมิ่งเซียนพูดจากนั้นก็เดินนำไป
พวกเขากลับมาเก็บของที่รีสอร์ต ระหว่างทางที่ขับรถกลับนั้นเงียบมาก มีบางครั้งที่เมิ่งเซียนต้องติดต่อเพื่อปกปิดข้อมูลเื่อุบัติเหตุของคาร์ล หากมีข่าวรั่วไหลออกไปย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้น แม้ไม่อาจทำให้โกลเดนเบิร์กล้มในทีเดียวแต่ก็เป็การเปิดโอกาสให้ศัตรูอาศัยจังหวะโจมตี
⚖️
ฮ่าวกงส่งเฉินรุ่ยลงหน้าคอนโด เขามีเพียงเป้ใบเดียว ส่วนกระเป๋าของเมิ่งเซียนยังคงปล่อยทิ้งไว้บนรถ ทั้งคู่ขับรถออกไปหลังจากที่ส่งเฉินรุ่ยเสร็จ เขาเดินเข้าไปในลิฟต์ และทรุดนั่งลงไปกับพื้นไม่สามารถบอกความรู้สึกออกมาได้ คล้ายตัวถูกกดทับไว้ มันแย่ คือความรู้สึกแย่ พอลิฟต์เปิดออกเขาถึงได้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง
เฉินรุ่ยพาร่างตัวเองเข้ามาในห้อง ทันทีที่ประตูปิดลงโลกของเขาก็หมุนคว้าง เฉินรุ่ยเซล้มลงไปกับพื้น ภาพทุกอย่างหมุนวน ก่อนที่เขาจะถูกดึงเข้าไปนั่งในรถคันหนึ่ง
“เราจะกลับกันแล้วเหรอครับ งานของคุณปู่ยังไม่เสร็จเลย”
เสียงเด็กคนนั้นออกมาจากปากเขา ในมือมีหุ่นยนต์พูดได้อยู่ตัวหนึ่ง มันกำลังร้องเพลงความสุขฤดูร้อน เพลงกล่อมเด็กยอดฮิต ในกระจกส่องหลังสะท้อนภาพเด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูในวัยประมาณสิบขวบ
“คุณปู่ท่านจะเข้าใจเราแน่ ถึง AZ พ่อจะซื้อ F code รุ่นล่าสุดให้ตกลงไหม” ชายที่เรียกตัวเองว่าพ่อหันมามองเขาเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาขณะขับรถ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและใจของเฉินรุ่ยรู้ดีว่ามีบางอย่างผิดปกติ รถขับด้วยความเร็วสูง ผู้หญิงที่นั่งข้างคนขับกำลังคีย์คำสั่งบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว
“พวกเขาหาเราเจอแล้ว” เธอพูดออกมา ก่อนจะหันมามองเฉินรุ่ย เธอกดเขาให้นอนลง เอาหุ่นยนต์ไปกดปิดระบบ เสียงเพลงความสุขฤดูร้อนหายไปเหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ เธอยื่นหุ่นยนต์ตัวนั้นกลับคืนมาให้เขากอดเอาไว้
“หลินอี้ หนูหลับตา อย่าลืมตาขึ้นมาจนกว่าแม่จะบอก ตกลงไหม”
เฉินรุ่ยไม่อยากทำตามนักแต่เขาไม่อาจควบคุมร่างกายตัวเองได้ สุดท้ายก็ต้องพยักหน้าอย่างว่าง่ายอยู่ดี เธอเอาผ้าห่มคลุมเขาไว้ ในตอนนี้มีเพียงความมืดของผ้าห่มสีทึบบดบังสายตา เสียงล้อบดกับถนนดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตั้งหลักได้และขับต่อไปด้วยความเร็วสูง ไม่นานเสียงเขม่าควันปืนก็ดังขึ้นหลายนัด รถหมุนคว้างกลางถนนก่อนจะถูกชนซ้ำ ผ้าที่คลุมเขาไว้นั้นหลุดออกนานแล้ว เขาไม่อาจหลับตาได้อีกต่อไปได้ เมื่อมองด้วยมุมมองของเด็กคนนี้ ด้วยจิตใจของเด็กคนนี้ เฉินรุ่ยสั่นไปทั้งตัว
“พ่อ พ่อ” เฉินรุ่ยเรียกชายที่อยู่ด้านหน้า เขาหมดสติไปแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยเื มีเืซึมออกมาทางช่องท้อง เฉินรุ่ยพยายามปลดเข็มขัดนิรภัยแต่กลับปลดมันไม่ออก พอหันไปทางผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่ อีกฝ่ายมีสภาพไม่ต่างกัน
“แม่” เสียงเฉินรุ่ยสั่นเครือ
มือน้อยดึงที่ปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยซ้ำๆ ดวงตามองหาอุปกรณ์ในรถ เขาแงะมันออกและปลดมันได้ในที่สุด แต่เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทำให้เขาต้องหยุดทุกอย่างลง ไม่กล้าแม้แต่หายใจ ทำได้เพียงแค่คว้าหุ่นยนต์มากอดไว้แน่นและมุดเข้าไปหลบซ่อนส่วนท้ายของรถที่วางกระเป๋าไว้ซ้อนกัน เฉินรุ่ยยัดตัวเองลงในพื้นที่ว่างเพียงน้อยนิดนั้น เสียงปืนดังขึ้นอีกสามนัด ะุทะลุเบาะหน้าส่วนศีรษะผ่านไปถึงเบาะหลัง พวกมันหยุดมือเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“มันตายแน่แล้วครับ ได้ครับนาย”
หลังจากวางสายพวกมันก็เดินห่างออกไป เฉินรุ่ยใช้มือปิดปากตัวเองไม่ให้สะอื้นออกมา รอเสียงรถเ่าั้ขับห่างไปจนพื้นที่โดยรอบเงียบสงัด
เขาถึงได้ปล่อยหุ่นยนต์ในอ้อมแขนลง และมุดกลับไปยังที่นั่งเดิม จากนั้นก็เปิดประตูออกไป ข้างนอกเป็ทุ่งกว้าง ในตอนที่ฟ้าเริ่มถูกความมืดครอบงำ เสียงของนกบินกลับรัง รอบด้านอบอวลไปด้วยกลิ่นของการเผาไหม้จากยางรถยนต์บดกับพื้นถนน
เฉินรุ่ยหันกลับไปมองยังที่นั่งคนขับ เขาอ้าปากค้าง ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ คนเป็พ่อถูกยิงเข้าจุดตาย เือาบไปทั่วร่าง คอพับมาด้านหน้าทำให้เห็นว่าส่วนเบาะรองศีรษะมีเศษสมองสีขาวปนเืติดอยู่ เฉินรุ่ยอยากจะร้องไห้กรีดร้องออกมา แต่ไม่อาจทำได้ สัญญาที่เพิ่งจะได้รับ อีกไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาจะได้กลับบ้านและใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข มีคนพรากมันไป มีคนพรากชีวิตคนที่เขารักไปแล้ว
พอหันมามองคนแม่ อีกฝ่ายเือาบไปทั่วทั้งร่าง เฉินรุ่ยกัดปากตัวเองแน่น เขาพยายามเปิดประตูรถฟากแม่ เปิดไม่ออก เฉินรุ่ยมุดกลับเข้าไปในรถเพื่อเอาค้อนขนาดเล็กออกมา ทุบจนเศษกระจกแหลกละเอียด พยายามอย่างยิ่งที่จะดึงร่างแม่ออกจากรถ เธอต้องรอด ใครสักคนได้โปรดอยู่กับเขา ได้โปรด ไม่ว่าพระเ้า...หรือซาตาน
“หลินอี้” เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากร่างคนที่เขาพยายามยื้อยุด เฉินรุ่ยเงยหน้าขึ้นมอง สบตากับอีกฝ่ายก่อนจะปล่อยโฮ เขาร้องไห้และกอดผู้หญิงคนนั้นไว้ กลัวเหลือเกิน เฉินรุ่ยเองในตอนนี้รู้สึกกลัวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เพราะเด็กคนนั้นสูญเสีย เขาสูญเสียมากเกินไป
ภาพทุกอย่างหมุนวนเหมือนกระแสธาร เฉินรุ่ยนอนราบไปกับพื้นห้องปล่อยให้น้ำตาไหลลงมากับสิ่งที่เขาพบเห็น ภาพพวกนั้นค่อยๆ เลือนหายไปเหลือเพียงตัวเฉินรุ่ยที่ไม่อาจดึงตัวเองออกมาจากความรู้สึกเ่าั้ได้
⚖️