13
ฝึกจิต
เซริน่าตัดสินใจว่าจะเล่าเื่เมื่อคืนให้เพื่อนๆของเธอฟังทันทีที่กลับถึงหอพักโดยที่เธอคิดว่าเธอคง ยังไม่สามารถบอกเื่สีผมและสีตาที่แท้จริงได้เธอจึงตัดสินใจที่จะเล่าเพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและละเว้นเื่ที่สีผมและสีตาของเธอเปลี่ยนไปยามเมื่อเธอโกรธหรือควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และทันทีที่เซริน่าเล่าเื่เมื่อคืนให้เพื่อนๆของเธอได้ฟังจบแล้วทุกคนต่างมีสีหน้าที่แตกต่างกันไป แต่คนที่มีสีหน้าแย่ที่สุดคงเป็คลาร่าและเรนีก้า แย่ซะจนเซริน่ารู้สึกผิดขึ้นมา
“ฉันขอโทษที่ทำอะไรวู่วามไปหน่อย”เซริน่าพูเสียงเศร้าที่เธอทำให้เพื่อนๆต้องเป็ห่วงแบบนี้
“แค่เธอกลับมาโดยมีแผลแค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้วคะ”เรนีก้าพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบแผลบริเวณแก้มซ้ายของ เซริน่าอย่างอ่อนโยนถ้าใบหน้าที่แสนจะงดงามนี้เกิดมีแผลเป็ขึ้นมาก็แย่น่ะสิ
“เื่ราวมันมีแค่นี้จริงๆน่ะเหรอเซเธอคงไม่ได้ปิดบังอะไรไว้อีกใช่ไหม” เทียร์ถามย้ำแต่เซริน่านั้นกลับมีท่าทีอึกอักจนดูมีพิรุธให้อีกฝ่ายจับได้ เทียร์ที่พยายามคาดคั้นให้เซริน่าบอกแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่มีท่าทีที่จะพูดถึงเื่นั้นเลย
“หยุดเถอะค่ะคุณเทียร์เราไม่ควรจะไปก้าวก่ายอะไรไปมากกว่านี้นะคะ เราทุกคนก็คงมีเื่ที่ไม่อยากบอกคนอื่นเหมือนกันเพราะฉะนั้นเราควรจะเคารพการตัดสินใจของคุณเซริน่านะคะ” คลาร่าห้ามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่ลำบากใจของเพื่อนสาวเทียร์ที่ในตอนแรกพยายามจะเค้นเอาความลับจากปากของเพื่อนให้ได้ในตอนนี้ชะงักลงก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“เข้าใจแล้วคลาร่าขอโทษด้วยนะเซที่ทำให้เธอลำบากใจ”
“ไม่เป็ไรหรอกขอบคุณทุกคนนะที่เข้าใจ” เซริน่าตอบพร้อมรอยยิ้ม
“นี่เซฉันขอถามอะไรหน่อยสิ ทำไมเธอถึงตัดสินใจทำลายน้ำตานางเงือกที่เหลือทิ้งปะ”ลิฟถามขึ้น นั้นเป็คำถามที่ทำให้ทุกคนหันหน้าไปมองที่เซริน่าอีกรอบ
“นั้นสิฉันเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน”เรนีก้าพูดเสริม
“ฉันก็แค่ไม่อยากให้เ้าเนโรมันได้ไปนะสิคงจะเรียกว่าความแค้นส่วนตัวน่าจะเหมาะกว่านะ”เซริน่าตอบด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความภูมิใจในชัยชนะที่ตัวเองได้มาอย่างยากลำบากเมื่อคืน
“แต่คุณก็ยังอุตส่าห์เก็บไว้ให้อีกสองคนนั้นด้วยนะคะ”คลาร่าพูดด้วยรอยยิ้ม ทำให้เซริน่ารู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก
“ใช่ๆเธอนี่ใจดีจังเลยน้าเซ”เทียร์เริ่มแซว นั้นยิ่งทำให้เซริน่ายิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่แล้วเมื่อเพื่อนอีกสองคนที่เห็นปฏิกิริยาของเซริน่าเป็เช่นนี้ก็ยิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่หญิงสาวทั้งสี่จึงร่วมกันผสมโรงแซวเพื่อนสาวเป็การใหญ่จนคนที่ถูกแซวทนไม่ไหวจึงพูดออกมาด้วยท่าทางเขินอาย
“โธ่พอได้แล้วน่า อย่าแกล้งกันแบบนี้สิฉันก็เขินเป็นะ”แล้วสาวๆทั้งห้าก็พากันหัวเราะออกมา
เช้าวันต่อมาข่าวลือเื่เซริน่าก็ยังคงมีมาอยู่เรื่อยๆ แต่เ้าตัวนั้นกลับไม่ได้สนใจอะไรมากมายนักเพราะนั้นไม่ใช่เื่สำคัญอะไรที่เธอจะต้องมาใส่ใจกับคำพูดของคนอื่นที่เธอไม่ได้รู้จักเพราะยังไงซะคนเ่าั้ก็เป็แค่คนนอกที่ไม่ได้รู้จักเธอมากไปกว่าข่าวลือพวกนั้นอยู่แล้ว
“วันนี้เรามีเรียนอะไรบ้างอะ”เซริน่าหันไปถามลิฟที่เดินอยู่ข้างๆเพื่อตรงไปยังโรงอาหารในยามเช้า
“ถ้าจำไม่ผิดวันนี้เรามีเรียนวิธีการต่อสู้และป้องกันตัวนะ”ลิฟตอบพร้อมๆกับที่พวกเธอทั้งสองเดินมาถึงโรงอาหารเป็ที่เรียบร้อยแล้วโรงอาหารประจำหอฟินิกซ์ในยามเช้านี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารคละคลุ้งไปทั่วกลิ่นนั้นเรียกให้น้ำย้อยออกมาเรียกร้องอาหารให้ลงไปยังกระเพาะ
“อ่ากลิ่นหอมจังวันนี้เราจะกินอะไรดีลิฟ” เซริน่าพูดพร้อมกับนั่งลงยังโต๊ะประจำพร้อมๆกับเพื่อนคนที่เหลือและพี่ชายที่เดินมาถึงโต๊ะอาหารพอดี
“หิวแต่เช้าเลยนะเซ”ไอเซิลพูดเป็คนแรกเมื่อนั่งลงที่โต๊ะเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ก็ฉันหิวอ่ะไปซื้อข้าวกันเถอะลิฟ พี่ออส”เซพูดพร้อมกับลุกขึ้นและลากพี่ชายกับเพื่อนสนิทให้ลุกไปซื้อข้าวเช้าเป็เพื่อนเธอเมื่อเดินไปถึงร้านอาหาร เซริน่าเลือกที่จะกินโจ๊กหมูใส่ไข่พิเศษ เป็ข้าวเช้าเซริออสเลือกเป็แซนวิชใส่ทูน่าและกาแฟ และในส่วนของลิฟนั้นเลือกแพนเค้กและนมสดทั้งสามยกถาดอาหารกลับไปยังโต๊ะอาหารที่เพื่อนๆนั่งอยู่ ในระหว่างที่พวกเขากำลังกินอาหารเช้ากันอยู่นั้นอยู่ๆเด็กหนุ่มที่มีผมและดวงตาสีดำสนิทก็เดินมาข้างหลังเซริน่าชายหนุ่มคนนั้นเรียกชื่อเธอ และเมื่อเธอหันไปก็พบว่าคนๆนั้นก็คือเนโรคู่ต่อสู้ของเขาเมื่อสองคืนที่ผ่านมาเซริน่าพบว่าเนโรคนนี้ผิดกับเนโรคนที่เธอเจอเมื่อสองคืนก่อนลิบลับเนโรคนนี้มีสีหน้าที่เศร้าสร้อยราวกับว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนทำลงไปเนโรยืนก้มหน้าก้มตาไม่ยอมพูดอะไร จนเซริน่าต้องเอ่ยถามก่อน
“ว่าไงเนโรนายมีอะไร”
“คือ…ผมอยากมาขอโทษสำหรับเื่ในคืนนั้นครับ”เนโรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“หือฉันไม่คิดเลยแฮะว่านายจะมาขอโทษแบบนี้” เซริน่าตอบพร้อมกับจ้องมองไปยังเนโรเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ก้มหน้าพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังมาเป็ระยะๆ
“ผมไม่ได้ตั้งใจผมขอโทษ ผมแค่รู้สึกว่าั้แ่ที่ได้สร้อยคอเส้นนั้นมาผมก็รู้สึกว่าตนเองมีพลังอำนาจเหนือคนอื่น จนผมหลงระเริงไปกับมัน ผมควบคุมตัวเองไม่ได้ผมขอโทษจริงๆ ยกโทษให้ผมเถอะนะ” เนโรพูดทั้งน้ำตาและเสียงที่สะอื้นหนักกว่าเก่าแต่เซริน่ากลับรู้สึกสะดุดกับคำพูดที่เนโรบอกว่า ั้แ่ได้สร้อยเส้นนั้นมาเมื่อได้ยินดังนั้นเธอจึงหันหน้าไปมองพี่ชายของเธอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
‘ต้องเป็เส้นนั้นแน่ๆเลยพี่ออส พี่ยังเก็บไว้อยู่ใช่ไหม’ เซริน่าเริ่มถาม
‘ใช่ พี่ยังเก็บไว้อยู่แต่ถ้าเซจะเอาไปทำอะไรก็ระวังหน่อยนะ พลังที่อยู่ในสร้อยเส้นนั้นไม่ธรรมดาเลย’
‘ค่ะ น้องเข้าใจแล้ว’ เซริน่าตอบและหันหน้ากลับไปพูดกับเนโรที่ยืนรอคำตอบของเธออยู่
“ฉันยกโทษให้แต่คงไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกที่นายจะต้องไปขอโทษนี่จริงไหม” เซริน่าพูดพร้อมรอยยิ้ม
“เข้าใจแล้วผมเข้าใจแล้ว ผมจะไปขอโทษพวกเขาอีกสองคน ขอบคุณมากๆเลยนะคุณเซริน่า”เนโรกล่าวขอบคุณพร้อมๆกับรอยยิ้มที่ดีใจสุดขีดก่อนที่จะวิ่งหายไปในฝูงคนที่อยู่ในโรงอาหาร หลังจากที่คุยกันเสร็จเซริน่าจึงรีบกินข้าวเช้าที่เหลืออย่างเร่งรีบเพราะนี่ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนในคาบเช้าแล้วและเธอเองก็ยังได้ข่าวมาว่าอาจารย์คนนี้เป็คนที่ตรงต่อเวลามาก และเขาไม่ชอบให้นักเรียนของเขาเข้าเรียนสายด้วย
เมื่อเซริน่ากินข้าวเช้าเสร็จเธอก็รีบวิ่งตามเพื่อนๆที่เดินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว และโชคยังดีที่เธอยังเข้าคาบเช้าได้ทันเวลาในการเรียนวิชาการต่อสู้คาบแรกนี้ พวกขาทั้งหมดต้องรู้จักวิธีการใช้อาวุธและทำให้คุ้นเคยกับอาวุธของตนเอง เพื่อให้เกิดการชำนาญในการใช้อาวุธนั้นๆ โดยศาสตราจารย์ที่มาสอนในวิชานี้คือศาสตราจารย์นิลล่า โฮก้า ศาสตราจารย์ นิลล่าเป็หญิงวัยสาวที่ไม่สามารถระบุอายุได้ เธอมีเส้นผมและดวงตาสีแดง ศาสตราจารย์นิลล่าเดินตรงไปยังกลางห้องที่มีอาวุธแต่ละชนิดตั้งเรียงรายกันอยู่และเริ่มพูดแนะนำตัว
“สวัสดีนักเรียนทุกท่านฉันชื่อนิลล่า โฮก้า ฉันจะมาเป็อาจารย์สอนเธอในวิชานี้ และฉันคงต้องขอดูอาวุธของพวกเธอแต่ละคนก่อนที่เราจะเริ่มเรียนกันอย่างเป็ทางการ”ทันทีที่ศาสตราจารย์นิลล่าพูดจบ นักเรียนแต่ละคนก็เรียกอาวุธของตนออกมาโดยที่อาวุธของแต่ละคนนั้นก็มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะเฉพาะตัวและความถนัดของคนๆนั้นบางคนก็เป็ดาบใหญ่ บางคนก็เป็ธนู และบางคนก็เป็เคียว และเมื่อเห็นอาวุธของนักเรียนแต่ละคนแล้วศาสตราจารย์นิลล่าก็พยักหน้าและมีสีหน้าที่พอใจและเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง
“เอาละสิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับทุกคนนั้นก็คือถึงแม้ว่าแต่ละคนจะเลือกอาวุธมาต่างชนิดกันแต่เราก็จะเริ่มเรียนจากดาบไม้เหมือนกันทุกคน เพราะฉะนั้นครั้งต่อๆไปฉันจะเตรียมดาบไม้ไว้ให้”เมื่อศาสตราจารย์นิลล่าพูดจบเด็กนักเรียนทุกคนก็ได้ดาบไม้ตามแต่ละลักษณะของแต่ละคน
“ทุกคนได้ดาบไม้กันครบแล้วใช่ไหมเอาละวันนี้เราจะเริ่มเรียนกันั้แ่การฝึกจิตการทำสมาธิให้นิ่งและจดจ่อกับคู่ต่อสู้ของตนเองเท่านั้น การที่เราไม่สามารถจดจ่อกับคู่ต่อสู้ข้างหน้าได้นั้นอาจจะทำให้เราเสี่ยงถึงชีวิตเพราะฉะนั้นฉันจะมาสอนพวกเธอในเื่นี้ก่อนอื่นเลยพวกเธอจะต้องทำสมาธิและตั้งจิตให้นิ่งและไม้ว่าจะได้ยินเสียงอะไรต่อจากนี้ก็ห้ามวอกแวกเด็ดขาดเอาละหลับตาซะ และถ้าใครลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะทดสอบเสร็จ ฉันก็มีงานให้พวกเธอต้องไปทำเพราะฉะนั้นก็ตั้งใจกันเอาไว้มากๆละ ฉันไม่ได้ใจดีเหมือนเ้าโรแวนหรอกนะ”เมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง นักเรียนทุกคนในห้องจึงหลับตาและทำสมาธิอย่างแน่วแน่เพราะพวกเขาทั้งหมดเองก็ไม่ได้อยากได้งานเพิ่มเช่นกัน
ศาสตราจารย์นิลล่าในตอนนี้กำลังทำเสียงต่างๆเพื่อเป็การฝึกสมาธิให้กับนักเรียนทุกคนโดยเริ่มแรกนั้นจะเป็เสียงของดาบที่ฟาดฟันกันา และเริ่มเปลี่ยนเป็เสียงของเด็กชายและเด็กหญิงผู้น่าสงสารที่ร้องขอความช่วยเหลือโดยที่เสียงเหล่านี้จะเกิดขึ้นข้างๆหูของพวกเขาเรากับว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ ถึงในแม้ในตอนแรกทุกคนจะได้ยินเสียงนั้นเหมือนกันหมดทุกคนแต่เมื่อนานเข้าในแต่ละคนนั้นก็จะได้ยินเสียงเหล่านี้แตกต่างกันไปบางคนก็ได้ยินเสียงของคนที่จากไปแล้วบางคนก็ได้ยินเสียงของพ่อและแม่ที่มาขอความช่วยเหลือและด้วยความที่เสียงนั้นเหมือนจริงซะจนพวกเขาคิดว่านี่คือเื่จริงที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงทำให้พวกเขาวอกแวกและลืมตาขึ้นมา และเมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นมาแล้วก็พบว่าพวกเขายังคงนั่งลงอยู่ภายในห้องเรียนและพบว่าก็มีเพื่อนๆบางคนก็ลืมตาด้วยเช่นเดียวกันเมื่อพวกเขามองไปยังศาสตราจารย์สาวตรงหน้าก็ต้องพบกับรอยยิ้มที่ดูใจดีแต่แฝงไปด้วยความสยองทำให้พวกเขาต้องนั่งเหงือตกเมื่อพบว่าตนเองนั้นทดสอบไม่ผ่านในขั้นต้นเมื่อเวลาผ่านไปนานยิ่งขึ้น จำนวนนักเรียนที่ลืมตาก็เยอะขึ้นตามเวลาจนกระทั้งหมดคาบเรียนก็เหลือเพียงแค่ สี่คนเท่านั้นที่ยังคงกลับตาอยู่จนหมดคาบเรียนสร้างความประทับใจให้กับศาสตราจารย์นิลล่าเป็อย่างมาก
“เอาละๆฉันคงต้องขอตลบมือให้กับพวกเธอทั้งสี่คน เซริน่า เซริออส คารอส และไอเซิลที่สามารถตั้งสมาธิได้จนจบการทดสอบนี้ ดีมากทั้งสี่คน”เมื่อศาสตราจารย์นิลล่าพูดจบ เสียงตลบมือก็ดังขึ้นเป็เวลาหลายนาที นั้นเรียกรอยยิ้มเขินๆให้กับเซริน่าได้เป็อย่างดีส่วนไอเซิลนั้นก็มีสีหน้าที่ภูมิใจกับเสียงตลบมือนั้น และในส่วนของเซริออสและคารอสนั้นยังคงนั่งนิ่งไม่ยินดียินร้ายกับเสียงเ่าั้เลย
“และในส่วนของพวกเธอที่ลืมตาขึ้นมาซะก่อนฉันจะให้พวกเธอไปค้นคว้าเกี่ยวกับเื่การฝึกจิตให้สามารถต่อสู้ได้แม้ในยามที่เราหลับ ฉันหวังว่าพวกเธอจะทำได้ดีนะ แค่นี้ละ”เมื่อศาสตราจารย์นิลล่าพูดจบเหล่านักเรียนก็ลุกทำความเคารพและเธอก็เดินออกจากห้องทันที
“เฮ่อมีงานเพิ่มขึ้นมาจนได้” ลิฟบ่นเมื่อเดินออกมาจากห้องเรียนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“นั้นสินี่ฉันยังหาของที่พวกรุ่นพี่ให้หาได้ไม่ครบเลย”เทียร์ตอบกลับพร้อมกับสีหน้าที่ดูเบื่อหน่าย
“เอาน่าๆพวกเธอก็พยายามเข้านะ!”เซริน่าให้กำลังใจด้วยรอยยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นกลับสร้างความหน้าหมั่นไส้ให้กับผู้ฟังซะเป็ส่วนใหญ่
“น่าอิจฉาจังเลยนะคะเซแล้ววันนี้เซจะไปหาของอีกสองชิ้นที่เหลือใช่ไหมคะ” รีเนก้าพูดพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆและสีหน้าที่เป็ห่วงเพราะกลัวว่าจะเกิดเกตุการณ์เหมือนคืนที่เธอไปหาน้ำตานางเงือกซ้ำอีก
“ใช่แล้วละแต่พวกเธอไม่ต้องห่วงนะรอบนี้ฉันคงไม่ได้ไปคนเดียวแล้วละ”เซริน่าพูดด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ก่อนที่เด็กหนุ่มที่เดินตีขึ้นมาข้างเธอจะพูดสับทับ
“เพราะรอบนี้ฉันจะไปด้วยน่ะ”เซริออสพูดพร้อมรอยยิ้ม