ภายในห้องพักเงียบสงัด…
เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันไหวเอนเบาๆ ตามแรงลมยามค่ำคืน
ภูผานั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง
ลมหายใจยาวและมั่นคง
หลังจากเข้าสู่สมาธิ เขาค่อยๆ ทบทวนจิตใจของตนเอง
ตรวจสอบแผนงานทั้งหมดของวันพรุ่งนี้ทีละเรื่อง
การค้าขาย
การฝึกคน
เส้นทางลำเลียง
กำลังพล
เสบียง
ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบภายในหัวสมอง
เมื่อคิดทุกอย่างเสร็จ…
ภูผาจึงลืมตาขึ้นช้าๆ
แววตาสงบนิ่งราวผืนน้ำยามไร้คลื่น
คืนนี้…คือคืนที่เขามีนัดกับสมิงนรธา
แต่ตลอดทั้งวัน
เขากลับไม่คิดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
ไม่มีความกังวล
ไม่มีความหวาดกลัว
มีเพียงความมั่นใจที่มั่นคงอย่างยิ่ง
—
หลังการฝึกหนักติดต่อกันหลายวัน
ภูผาสั่งให้ทุกคนพักผ่อนอย่างอิสระ
เสียงหัวเราะดังทั่วค่ายพัก
เสบียงชั้นดีถูกนำออกมาทำอาหารเต็มที่
ทั้งอาหารคาวและของหวาน
หมูย่าง
ปลาเผา
ขนมหวานน้ำตาลอ้อย
น้ำสมุนไพรหอมกรุ่น
เหล่าทหารกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน
หมื่นพันถึงกับร้องลั่น
“ถ้าตายคืนนี้ ข้าก็ไม่เสียดายแล้ว!”
ทองขาวนั่งกินเงียบๆ ก่อนตอบเรียบๆ
“เจ้าคงตายเพราะกินมากเกินไป”
เสียงหัวเราะดังลั่นทันที
—
หลังอาหารเย็น…
ภูผาเดินไปหาเรือนแก้วที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่หน้าซุ้มนอน
นางเงยหน้าขึ้นทันที
“คืนนี้แล้วสินะ”
ภูผาพยักหน้า
แต่เรือนแก้วกลับไม่มีสีหน้ากังวลมากนัก
นางเพียงพูดเบาๆ
“อย่าประมาทก็พอ”
ภูผาหัวเราะบางๆ ก่อนหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากห่อผ้า
ตะเกียงน้ำมันทรงแปลกตา
ตัวโครงทำจากทองเหลือง
มีแผ่นกระจกใสล้อมรอบ
และยังสามารถปรับทิศทางลมได้
เรือนแก้วเบิกตากว้างทันที
“เจ้าทำเองหรือ?”
ภูผาพยักหน้า
“ลองออกแบบดู”
นางรับมันไว้ด้วยรอยยิ้ม
“ข้าชอบมาก”
ก่อนหัวเราะเบาๆ
“รวมถึงห้องน้ำแบบใหม่ของเจ้าด้วย”
ภูผาถึงกับหัวเราะออกมา
เพราะตั้งแต่มาถึงพิมาย
สิ่งที่ทุกคนกล่าวถึงมากที่สุดในค่าย
ไม่ใช่อาวุธ
ไม่ใช่วิชา
แต่คือ “ห้องน้ำ” ที่ภูผาออกแบบใหม่
—
หลังจากนั้น…
ภูผาจึงเดินออกจากค่ายเพียงลำพัง
เขาเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน
แวะมองแม่น้ำ
มองแสงจันทร์
ฟังเสียงลม
ราวกับไม่ได้กำลังจะไปประลองฝีมือแลกชีวิตกับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์
จนสุดท้าย…
เขาไปถึงลานหินบนยอดเขาช้ากว่าเวลานัดประมาณสองก้านธูป
สมิงนรธายืนรออยู่ก่อนแล้ว
ชายชรายังคงสงบนิ่งเช่นเดิม
ไม่มีแม้แต่น้อยของความไม่พอใจ
สายลมเย็นพัดผ่านลานหินกว้าง
พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงสีเงินลงมา
ทั้งสองเพียงยืนนิ่งมองกัน
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน…
ก่อนสมิงนรธาจะเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ชีวิตคนเรานั้น…เกิดมาเพื่อสิ่งใด”
ภูผานิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนตอบกลับ
“เมื่อก่อนข้าไม่รู้”
ลมเย็นพัดผ่านเส้นผมของเขา
“แต่ตอนนี้…ข้ารู้แล้ว”
ดวงตาของภูผาสงบนิ่งอย่างมั่นคง
“ข้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อความถูกต้อง”
เขาหันมองพระจันทร์
“และเพื่อคนที่ข้ารัก”
ความเงียบปกคลุมทั่วลานหิน
สมิงนรธามองชายหนุ่มตรงหน้าอยู่นาน
ก่อนถอนหายใจเบาๆ
ในใจของเขา…เกิดความเสียดายขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ชายหนุ่มเช่นนี้
หากเติบโตต่อไป…
ย่อมกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่เหนือยุคสมัย
แต่น่าเสียดาย…
คืนนี้ เขากลับต้องมาเป็นศัตรู
……
สมิงนรธาเป็นฝ่ายลงมือก่อน
ร่างของเขาพุ่งเข้ามาราวเงาภูต
คมดาบเย็นเยียบตัดผ่านอากาศอย่างไร้เสียง
แต่ภูผาเพียงยกดาบรับ
เคร้ง!
แรงปะทะทำให้ฝุ่นดินบนลานหินแตกพุ่งออกไปเป็นวงกว้างทันที
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
สมิงนรธารุกต่อเนื่อง
ดาบแต่ละกระบวนท่ารวดเร็วและเฉียบคมอย่างน่ากลัว
ส่วนภูผา…
กลับเลือกตั้งรับ อย่างมั่นคง
เขาถอย
ปัด
หลบ
ราวกับกำลัง “ศึกษา” ทุกกระบวนท่าของอีกฝ่าย
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
สมิงนรธาเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ
เพราะไม่ว่าเขาจะโจมตีอย่างไร
ภูผากลับรับไว้ได้ทั้งหมด
—
จนในที่สุด…
สมิงนรธาก็กัดฟันใช้ท่าไม้ตาย
“ชีวิตแลกชีวิต!”
ตูมมม!
ปราณมหาศาลระเบิดออกจากร่าง
ดาบพุ่งตรงเข้าหัวใจของภูผาราวสายฟ้า
แต่ในวินาทีนั้นเอง…
ภูผากลับรับไว้ได้อย่างง่ายดาย
เคร้งงง!
แรงสะเทือนกระจายไปทั่วภูเขา
ดวงตาของสมิงนรธาเบิกกว้างทันที
เพราะเขารู้แล้ว…
อีกฝ่าย “อ่านทางดาบ” ของเขาออกหมดแล้ว
และตั้งแต่วินาทีนั้น
ภูผาก็เปลี่ยนจากรับ…เป็นรุก
ฉัวะ! เคร้ง! ตูม!
ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
หนักขึ้น
เร็วขึ้น
อันตรายขึ้น
สมิงนรธาเริ่มถอย
ครั้งแรกในรอบหลายสิบปี…
เขาถูกกดดันจนแทบตั้งตัวไม่ติด
สุดท้าย
คมดาบของภูผาก็หยุดอยู่ตรงลำคอของอีกฝ่าย
เงียบ…
มีเพียงเสียงลมหายใจหนักๆของสมิงนรธา
ชายชรามองคมดาบตรงหน้า ก่อนถามเบาๆ
“เหตุใด…ไม่ฆ่าข้า”
ภูผาค่อยๆ ลดดาบลง
“เราไม่ได้มีความแค้นต่อกัน”
เขาหันมองแสงจันทร์
“แล้วเหตุใด…ต้องทำลายล้างกันด้วย”
สมิงนรธานิ่งงันไป
—
ครู่ต่อมา…
ภูผาจึงกล่าวถึงอาจารย์ทั้งสองของคน
“พวกท่านออกเดินทางไปแสวงหาสัจธรรมแล้ว”
สมิงนรธารีบเงยหน้าขึ้นทันที
“ที่ใด?”
ภูผาส่ายหน้า
“ข้าไม่รู้”
ก่อนพูดต่อช้าๆ
“แต่ข้าเคยได้ยินพวกท่านพูดถึง…ป่าหิมพานต์”
เพียงได้ยินชื่อนั้น
ร่างของสมิงนรธาก็สั่นเล็กน้อย
แววตาเต็มไปด้วยความทราบซึ้งและตื่นเต้น
ราวกับได้รับคำตอบที่เฝ้าตามหามาทั้งชีวิต
เขารีบหยิบขวดยาเล็กๆออกมา
“นี่คือยาฟื้นพลัง”
ก่อนบอกสูตรการทำอย่างละเอียด
“ถือเป็นการตอบแทน”
เขายังบอกข่าว ความลับที่สำคัญอีกหลายอย่างให้ภูผาฟัง
พูดจบ…
สมิงนรธาก็จากไปอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยินดีอย่างปิดไม่มิด
—
แต่ภูผายังคงนั่งอยู่ตรงลานหิน
ตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา…
เขารู้ดีว่ามี “อีกคน” ซ่อนตัวเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา
แม้จะไม่สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร
แต่แรงกดดันนั้น…กลับน่ากลัวยิ่งกว่าสมิงนรธาเสียอีก
อย่างไรก็ตาม
ภูผาเพียงแกล้งทำเป็นไม่รู้
จนอีกฝ่ายจากไปเงียบๆ
หลังจากนั้น…
เขาจึงนั่งสมาธิต่อเพียงลำพังท่ามกลางแสงจันทร์
จนกระทั่งรุ่งเช้า
จึงค่อยลุกขึ้น
และเดินกลับค่ายพักอย่างปลอดโปร่ง และยังไม่ลืมที่จะเก็บดอกไม้ป่าไปฝากเรือนแก้ว…