เฟิงสี่เจินมองอาคารรองฝั่งตะวันออกแล้วมองหน้าหลิวอวี้หนู หลิวอวี้หนูหันไปมองสู่ขุย รีบพูดทันทีว่า “เอาอย่างนี้ ข้ากับสี่เจินอยู่อาคารรองฝั่งตะวันออก จะได้อยู่กันคนละห้องพอดี”
สู่ขุยเห็นว่านางเลือกอาคารรองฝั่งตะวันออกแล้วจึงพูดว่า “งั้นข้าอยู่อาคารรองฝั่งตะวันตกแล้วกัน” แบบนี้ก็ดี นางอยู่คนเดียวในอาคาร อีกอย่างอาคารก็กว้างขวางและสงบ
สาวใช้สูงวัยก็ไม่พูดมาก พาหลิวอวี้หนูกับเฟิงสี่เจินไปอาคารรองฝั่งตะวันออก แล้วกลับมาพาสู่ขุยเข้าไปในอาคารรองฝั่งตะวันตก
เมื่อเห็นสู่ขุยเริ่มจัดข้าวของแล้ว สาวใช้สูงวัยจึงแนะนำที่ซักผ้า ที่กินอาหาร และที่ตักน้ำร้อน แล้วเตรียมออกจากอาคาร
เมื่อสู่ขุยเห็นว่านางจะออกไปจึงพูดว่า “มามาพวกเราเดินทางมาตั้งไกลมีแต่ฝุ่นทั้งนั้น รู้สึกไม่สบายตัวเลย อยากล้างตัวสักหน่อย ไม่ทราบว่า...”
หญิงสูงวัยผู้นั้นยิ้ม หลุบตามองข้อมือขาวของสู่ขุยแวบหนึ่ง พูดว่า “ข้ายังมีธุระอื่นต้องทำอีกมาก...”
สู่ขุยรู้ว่าต้องทำอย่างไร จึงยิ้ม หยิบกำไลเงินส่งให้หญิงสูงวัย “รบกวนท่านหน่อยนะเ้าคะ!”
หญิงสูงวัยรับกำไลมาสอดไว้ในเสื้อ พูดยิ้มๆ ว่า “แม่นางรอหน่อยนะ อีกสักครู่ข้าจะเอาน้ำอุ่นมาส่งให้”
สู่ขุยรีบพูดขอบคุณ “ขอบคุณท่านมาก”
เมื่อหญิงสูงวัยออกไปแล้ว สู่ขุยรีบจัดการสัมภาระเดินทางของนาง ถงมามาเดินทางมาส่งพวกนางตั้งไกล คงจัดการมอบหมายพวกนางให้มามาผู้ดูแลที่นี่แน่นอน
นางจัดข้าวของ ปูเตียงไปด้วยรออย่างสงบไปด้วย
อาคารรองฝั่งตะวันตกมีโครงสร้างแบบสามห้องเช่นกัน ห้องกว้างและสะอาด เครื่องเรือนที่สมควรมีก็มีครบ แม้แต่เตียงยังมีผ้าปูที่นอนไหมสีน้ำเงินผืนใหม่ ด้านหลังเตียงยังมีอ่างอาบน้ำอ่างใหม่
แม้สู่ขุยอยู่ที่จวนไท่เว่ยมาสามปี แต่นางมีหีบห่อแค่ไม่กี่ใบ มีเพียงเสื้อผ้าสำหรับสี่ฤดูและเครื่องประดับเล็กน้อยที่ได้รับเป็ประจำ ไม่นานก็จัดการเสร็จ
ไม่นานหญิงสูงวัยคนนั้นกับหญิงสูงวัยอีกคนหนึ่งก็ยกน้ำอุ่นมาให้สู่ขุยสามถัง และเห็นพวกนางยกน้ำอีกหลายถังไปทางอาคารของหลิวอวี้หนูกับเฟิงสี่เจิน สู่ขุยเห็นแล้วได้แต่นึกว่า หญิงสูงวัยคนนี้ช่างคิดรอบคอบจริง
สู่ขุยนึกสงสัยว่าใครเป็เ้าของอาคารหลักอีกสามห้องกัน นางเพียงคิดสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามหญิงสูงวัยผู้นั้น อีกหน่อยหลิวอวี้หนูจะต้องไปรับรู้มาแน่ๆ
หลังจากล้างตัวเสร็จ สู่ขุยใส่เสื้อผ้าทั้งชั้นในชั้นนอกที่เพิ่งเปลี่ยนลงไปในถังไม้ จะเอาไปซักที่บ่อน้ำของเรือนส่วนหลัง ทันใดนั้นนางได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาจากไกลๆ และเสียงเดินก็เข้ามาใกล้ทุกขณะ
สู่ขุยมองนอกหน้าต่าง เห็นหลิวอวี้หนูเดินมา จึงออกไปรับพร้อมรอยยิ้ม
หลิวอวี้หนูมองไป๋สู่ขุยยิ้มๆ นางเห็นว่าสู่ขุยเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมสีดำชื้นหวีรวบเป็มวยหลวมๆ ดวงตาเป็ประกายบนใบหน้าขาวเนียน สวมชุดผ้าต้วนสีน้ำเงินเรียบๆ ดูสวยและสดชื่่น
นางหัวเราะพลางเดินเข้ามา “สู่ขุยข้ากับสี่เจินจะไปซักผ้าที่เรือนส่วนหลัง เ้าจะไปด้วยกันไหม”
สู่ขุยยิ้มรับ ยกถังไม้ของตนขึ้นมาแล้วไปซักผ้าที่เรือนส่วนหลังกับหลิวอวี้หนูและเฟิงสี่เจิน
ขณะซักผ้าอยู่สู่ขุยก็ถามหลิวอวี้หนูว่า “อวี้หนูเ้าพอจะรู้หรือไม่ว่า อาคารหลักสามห้องนั้นผู้ใดเป็เ้าของ”
หลิวอวี้หนูทำสีหน้าเป็ความลับ ตอบเบาๆ ว่า “ข้าได้ยินว่าเป็สาวงามสองนาง ที่องค์รัชทายาทประทานให้ท่านอ๋องของเราเป็ของกำนัล คนหนึ่งชื่อรุ่ยสยา อีกคนชื่อจิ่นสยา วันนี้ไปวัดอวี้สยาที่นอกเมืองกับเยี่ยมามาซึ่งเป็ผู้ดูแลเรือนส่วนในของวังอ๋อง เพื่อขอพรให้ท่านอ๋อง”
สู่ขุยตั้งหน้าตั้งตาซักผ้าที่อยู่ในน้ำสบู่โดยไม่พูดอะไร
หลิวอวี้หนูล้างผ้าในน้ำสะอาดไปด้วยพูดไปด้วยว่า “ได้ยินเหยียนผอจื่อคนที่จัดห้องให้พวกเราพูดว่า ท่านอ๋องควบคุมกองทัพทหารอยู่ที่เมืองจินทังนานครึ่งปีแล้วยังไม่กลับเข้าวังอ๋อง ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกลับมา...”
สู่ขุยยังไม่ทันพูดอะไร เฟิงสี่เจินพูดเสียงอ่อนโยนว่า “อวี้หนูอย่าไปใส่ใจเื่พวกนี้เลย ตอนนี้พวกเราแค่มีชีวิตสงบสุขอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว!”
หลิวอวี้หนูหัวเราะ พูดว่า "ไม่เอาน่า อย่าบอกนะว่าพวกเ้าสองคนไม่รู้ว่าจวนไท่เว่ยส่งเรามาแสนไกลถึงกานโจวเพื่ออะไร! อย่าถามชาติกำเนิดวีรบุรุษ[1] ขอเพียงปรนนิบัติท่านอ๋องอย่างดี แม้พวกเราเป็พระชายาเอกไม่ได้ แต่ก็ยังเป็พระชายารองได้ใช่ไหมเล่า”
สู่ขุยที่เงียบอยู่ เมื่อได้ยินหลิวอวี้หนูพูดเื่ 'อย่าถามชาติกำเนิดวีรบุรุษ' พลันหัวเราะ แล้วพูดว่า "นี่อวี้หนูเ้าน่ะเป็วีรบุรุษแบบไหนกัน"
เฟิงสี่เจินได้ยินก็หัวเราะ
หลิวอวี้หนูก็หัวเราะ พูดว่า “บ้านข้าจนมาก นอกจากข้ายังมีน้องสาวอีกสามคน น้องชายอีกสองคน ที่บ้านต่างประจบว่าข้ามีหน้ามีตาแล้วจะพลอยทำให้น้องชายได้ดิบได้ดีไปด้วย นี่คือเหตุผลที่ข้าไม่อยากเข้าวังหลวง เพราะในวังหลวงจะลืมตาอ้าปากได้ยาก...”
สู่ขุยฟังแล้วคาดไม่ถึงว่าหลิวอวี้หนูคนที่หัวเราะร่าเริงตลอดวัน ที่แท้มีความในใจแบบนี้นี่เอง นางอดคิดถึงพ่อของนางไม่ได้
ตอนรู้ว่าซุนเอ้อร์เหนียงขายนาง นางคิดนับครั้งไม่ถ้วนเื่เอาคืนซุนเอ้อร์เหนียงให้สาสม
อันที่จริงสู่ขุยโตมากับพ่อคนเดียวก็ได้ และแต่งงานกับคนที่รักนางเหมือนท่านพี่ฟู่อิง ตั้งใจทำกิจการของตนเอง ใช้ชีวิตสงบสุขตลอดไป แต่ซุนเอ้อร์เหนียงทำลายทุกอย่างไม่เหลือชิ้นดี นางถูกลากไปบนเส้นทางที่ไม่รู้จัก
สู่ขุยเกลียดแม่เลี้ยงซุนเอ้อร์เหนียง สามปีผ่านไปความเกลียดชังยังคงอยู่ไม่จางหาย
เมื่อหลิวอวี้หนูเห็นสู่ขุยนิ่งเงียบไปนาน จึงพูดเบาๆ ว่า “สู่ขุยคนอื่นจะอย่างไรก็ช่าง แต่พวกเราสามคนล้วนถูกส่งมาจากจวนไท่เว่ย พวกเราต้องเป็น้ำหนึ่งใจเดียวนะ!”
สู่ขุยมีความในใจมากมาย ได้ยินแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ พูดจากใจจริงว่า “อวี้หนูเ้าก็รู้จักข้า แค่เ้าไม่ทำอะไรข้า ข้าก็ไม่ทำอะไรกับเ้า”
เฟิงสี่เจินฟังแล้วเหลือบมองหลิวอวี้หนู
หลิวอวี้หนูยิ้มน้อยๆ
บ้านนางลำบากมาก แม่แท้ๆ ตายเร็วเกินไป ทิ้งน้องๆ ไว้กลุ่มใหญ่ คนเป็พี่สาวคนโตอย่างนางไม่ได้กินขนมนัก อีกทั้งนางเป็คนเ้าแผนการที่ชอบหาประโยชน์เข้าตน
คนอื่นที่เคยถูกนางวางอุบายใส่ถอยห่างจากนาง นางก็ไม่ใส่ใจ พอวันนี้ไป๋สู่ขุยพูดถึงเื่นี้ นางก็เกลียดไม่ลง
หลิวอวี้หนูพูดว่า “จะอย่างไรก็ตาม แค่พวกเราช่วยเหลือกันก็พอ”
ไป๋สู่ขุยรับปาก แต่นางยังระวังหลิวอวี้หนูกับเฟิงสี่เจินอยู่ดี
ตกเย็นเมื่อเห็นว่าถงมามายังไม่เรียกหาพวกนาง สู่ขุยพร้อมหลิวอวี้หนูและเฟิงสี่เจินจึงเดินไปรับอาหารที่ห้องครัวใหญ่ด้วยกัน
เมื่อกินมื้อเย็นเสร็จ สู่ขุยไม่อยากไปรบกวนถงมามา จึงนั่งดูหนังสืออยู่ในอาคารของตน
นางรู้ดีว่าเวลานี้หลิวอี้หนูกับเฟิงสี่เจินแอบไปประจบถงมามา แต่นางก็ไม่คิดจะไปหา
การเดินทางครั้งนี้ลำบากนัก ทั้งถงมามาอายุมากแล้วคงเหนื่อยไม่น้อย ต้องให้นางได้พักผ่อน อีกอย่างถงมามาเป็คนเงียบๆ ไม่ชอบความอึกทึกวุ่นวาย หากคิดประจบนางก็ควรจัดการเื่ของตนเองให้เรียบร้อยจะดีกว่า
เช้าตรู่วันถัดมา สู่ขุยล้างหน้าหวีผมแต่งตัวเพื่อไปคารวะถงมามา เฟิงสี่เจินที่พักอยู่อาคารรองฝั่งตะวันออกเดินออกมาพูดว่า “สู่ขุย ถงมามาไม่อยู่ที่ห้องพัก เหมือนกับว่านางออกจากวังอ๋องไปแล้ว!”
หลังจากสู่ขุยได้ฟังก็ถามว่า “ทำไมถงมามาจึงรีบเดินทางนัก”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f
[1] หมายถึงไม่ว่ามีชาติกำเนิดสูงหรือต่ำ ขอเพียงมีความสามารถก็พอแล้ว