ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 8 เต่าผงกหัว
"ถ้าอยากให้ลูกปลอดภัย ถอยออกไป!!"
จางหย่งได้แต่ค่อยๆ ถอยไปตามคำสั่ง แต่ในสมองของเขากำลังพยายามประมวลผลวิธีการช่วยเหลือลูกชายคนเล็ก เด็กชายสองคนที่ไม่ได้ถูกจับลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พวกเขากลัวน้องชายได้รับอันตรายหากตัวเองอยู่ใกล้ จึงรีบวิ่งหนีออกมาทางพ่อของเขาทันที จางหย่งที่เห็นลูกชายสองคนวิ่งมาก็เอ่ยถามว่า
"พวกลูกไม่เป็ไรใช่หรือไม่"
"ไม่ขอรับ แต่น้องเล็ก..."
อาเฟยตอบอย่างเสียงเศร้า เป็เพราะเขาดูแลอาฟงน้องชายคนเล็กไม่ดีเอง ถึงได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
"ไม่เป็ไรหรอก อาฟงจะต้องปลอดภัย"
จางหย่งเอ่ยปลอบเด็กทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างๆเขา เด็กสองคนก้มหน้าลงพยักหน้าพร้อมกัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวเศร้าอยู่ ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน อี้กังที่รู้สึกว่าถูกเมินก็เอ่ยขึ้นเสียงดังว่า
"ไอ้พวกไร้ประโยชน์ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้"
อี้กังะโสั่งบ่าวรับใช้กับเหล่าอันธพาลให้ลุกขึ้นมา บางคนก็พยุงตัวขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง แต่บางคนที่ยังคงจุกจากพลังหมัด ไม่สามารถลุกขึ้นมาเองได้ ต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ลุกขึ้นก่อนมาช่วยพยุง ทั้งสี่คนเมื่อลุกขึ้นได้ก็รีบขยับตัวไปอยู่ข้างหลังอี้กังอย่างหวาดกลัว ไม่นึกว่าชายหนุ่มผู้ไม่มีพลังิญญาอย่างจางหย่งจะมีพลังกายที่มากมายทดแทน หากรู้เช่นนี้พวกเขาไม่รับงานนี้หรอก ครั้งหน้าคงต้องสืบให้ดีก่อนรับงานเสียแล้ว เหล่าอันธพาลต่างคิดในใจ
"ปล่อยเด็กเดี๋ยวนี้นะ มีอะไรก็มาลงที่ข้าคนเดียว ลูกข้าไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย "
จางหย่งเอ่ยขึ้น จากการคาดเดาน่าจะเป็เพราะเื่เมื่อเช้าที่ทำให้อี้กังโกรธเคืองแล้วย้อนกลับมาในตอนนี้ จางหย่งเองก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้ศึกษาเื่ราวชีวิตของตัวเองในยุคนี้ให้ดีเสียก่อน แล้วลงมือทำอะไรโดยไม่ทันยั้งคิด จึงทำให้ลูกๆต้องลำบากอยู่ในตอนนี้ อี้กังที่ได้ยินคำของจางหย่งก็ยกยิ้มขึ้นราวกับตัวเองเป็ผู้ชนะ ชาวบ้านที่มองอยู่ได้แต่ส่ายหัวในการกระทำอันขี้ขลาดของบุตรหลานตระกูลอี้ผู้นี้
อี้กังไม่ได้สนใจคนอื่น เขาเอ่ยออกมาอย่างลำพองใจว่า
"ถ้าอยากให้ปล่อยเด็กเหลือขอนี่ คุกเข่าขอขมาข้าซะ ไม่เช่นนั้น ฮึ ข้าไม่รับรองความปลอดภัยของไอ้เด็กนี่แน่"
จางหย่งที่ได้ยินคำข่มขู่ของอี้กังก็หยุดชะงักไปนิดหนึ่ง อี้กังจับอาฟงลูกชายคนเล็กมายืนอยู่ตรงหน้าของเขา
อาเฟยลูกชายคนโตกับอาฟู่ลูกชายคนรองจับแขนพ่อของพวกเขาไว้คนละข้าง ทั้งสองส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม แต่จางหย่งที่วิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าแล้ว หากเขาไม่ทำเช่นนั้นจะมีทางไหนที่จะช่วยลูกชายคนเล็กออกมาได้ อาเฟยที่เห็นพ่อของเขากำลังจะคุกเข่าก็ะโไปทางน้องชายคนเล็กว่า
"อาฟง เต่าหดหัว"
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของอาเฟยลูกชายคนโตต่างก็งุนงง จางหย่งเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน มีเพียงน้องๆของเขาเท่านั้นที่เข้าใจ อาฟงน้องชายคนเล็กที่อายุไม่ถึงสองขวบดีนึกว่าพี่ชายกำลังเล่นกับตนเอง เขาก้มหัวลงคล้ายเต่าหดหัว อาฟู่น้องชายคนรองไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่ชายของเขาถึงอยากให้น้องชายเล่นเต่าหดหัวอะไรนี่ในตอนนี้ แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อมา ตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นทันที เพราะอาเฟยพี่ชายคนโตเอ่ยขึ้นว่า
"อาฟง เต่าผงกหัวไปข้างหลัง"
ตุ้บ
"โอ๊ย"
เสียงร้องอย่างเ็ปดังขึ้นท่ามกลางความงุนงงของผู้คนรอบข้าง จางหย่งที่ตั้งสติได้ก่อนใครรีบเอ่ยขึ้นว่า
"อาฟง วิ่งมาหาพ่อ"
อาฟงวิ่งไปหาจางหย่งตามคำเรียกทันที เด็กน้อยวัยสองขวบความสูงประมาณสามฉื่อ ซึ่งสูงพอๆกับระหว่างขาของอี้กังพอดิบพอดี ก่อนหน้านี้สามพี่น้องเคยพบเต่าตัวหนึ่งเดินอยู่ที่ลำธาร พวกเขาสังเกตเห็นเต่ายืดหัว หดหัว แล้วก็ผงกหัว อาฟงน้องชายคนเล็กเห็นแล้วก็รู้สึกชอบใจจึงทำตามไม่หยุด เวลาผ่านมาพวกเขาก็ยังเล่นเต่าหดหัว ยืดหัว ผงกหัวกันอยู่ อาเฟยพี่ชายคนโตผู้มีความฉลาดหลักแหลมจึงนึกวิธีนี้ขึ้นมาได้ และก็ไม่ผิดไปจากที่คาด อาฟงน้องชายคนเล็กผงกหัวไปด้านหลังอย่างแรงเหมือนที่พวกเขาเคยเล่นกัน แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆตรงที่ด้านหลังไม่ใช่ที่ว่างเปล่า แต่เป็จุดอ่อนระหว่างขาของอี้กัง
อี้กังที่ถูกหัวโขกเข้ากับกล่องดวงใจอย่างแรง อุทานด้วยความเ็ปออกมาคำหนึ่ง ก่อนที่จะไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้อีก หน้าของเขาเปลี่ยนเป็สีเขียวอมม่วงจนน่าหวาดกลัว เหล่าอันธพาลที่เห็นท่าไม่ดีก็พากันหลบหนีออกไปคนละทิศละทาง เหลือเพียงเสี่ยวจิว บ่าวรับใช้คนสนิทที่พุ่งเข้าไปพยุงตัวเ้านายของเขา
อี้กังมองพวกจางหย่งด้วยความโกรธแค้น มือหนึ่งกุมกล่องดวงใจ อีกมือหนึ่งชี้นิ้วไปด้านหน้า แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ ความเ็ปในครั้งนี้ไม่สามารถอธิบายออกมาได้เป็คำพูด
จางหย่งที่เห็นสถานการณ์เปลี่ยนไปก็คิดจะเข้าไปโยนสองคนนายบ่าวออกจากบริเวณบ้าน แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ฝูงชนก่อนว่า
"ช้าก่อน"
เมื่อเขาหันไปมองก็พบเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาที่ดูละม้ายคล้ายอี้กัง แต่ดูสุขุมกว่ามาก ชายหนุ่มจ้องมองไปทางอี้กังแล้วหันมามองทางจางหย่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"อี้จางหย่ง น้องชายของข้าเป็ลูกพี่ลูกน้องกับท่านนะ เหตุใดถึงต้องทำอะไรรุนแรงเช่นนี้?"
จางหย่งถึงกับงุนงง เขาทำอะไรกัน อยู่ๆชายคนนั้นก็มาหาเื่ั้แ่เช้าตรู่ ตกเที่ยงก็พาอันธพาลมารุมทำร้ายเขา ทำร้ายลูกๆของเขา แถมยังจับลูกชายคนเล็กของเขาเป็ตัวประกันอีก นี่เขาเป็คำทำรุนแรงงั้นหรือ ยังไม่ทันที่จางหย่งจะหายสงสัย เสียงของชายหนุ่มผู้นั้นก็เอ่ยขึ้นก่อนว่า
"อี้จางหย่ง นี่ท่านคิดจะทำร้ายน้องชายของข้าจนไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลได้เลยงั้นหรือ ท่านนี่มันชั่วร้ายเสียจริงๆ"
คำพูดกลับขาวเป็ดำของชายหนุ่มที่มาใหม่ ไม่เพียงจางหย่งที่งุนงง คนอื่นๆในที่นี้ต่างก็งุนงงไม่แพ้กัน จากที่พวกเขาเห็นทั้งหมด คนที่มาหาเื่นั่นมันคนจากตระกูลอี้ไม่ใช่หรือ ทำไมเป็จางหย่งเป็คนชั่วร้ายไปได้กันนะ แต่บางคนที่มาทีหลังไม่รู้เหตุการณ์ตอนต้นก็พยักหน้าเห็นด้วย การทำร้ายจนอีกฝ่ายไม่สามารถสืบสกุลได้นี่มันรุนแรงมากอยู่นะ อาฟู่ลูกชายคนรองทนไม่ได้ที่พ่อของเขาถูกต่อว่าจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ชายคนนั้นต่างหากที่มาหาเื่พวกเรา"
ชายหนุ่มผู้มาใหม่คืออี้เจียวหั่วพี่ชายแท้ๆของอี้กัง เขาเป็ผู้มีพร์มากคนหนึ่งในตระกูล มีนิสัยสุขุมนุ่มลึก ผิดกับอี้กังผู้เป็น้องชายที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจตามประสาลูกชายคนเล็ก แม้หน้าตาจะละม้ายคล้ายกัน แต่นิสัยทั้งสองค่อนข้างแตกต่างกัน อี้เจียวหั่วยกยิ้มที่มุมปากทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"อี้จางหย่ง ท่านสอนบุตรชายอย่างไรให้ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่?"
จางหย่งรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างแล้วในตอนนี้ เสี่ยวเหมาที่เห็นท่าไม่ดี จึงแอบกระซิบขึ้นในหัวของจางหย่งว่า
'เ้านาย ชายผู้นี้มีพลังิญญาสูงนัก ท่านอย่าเพิ่งไปหาเื่เขาตอนนี้เลย'
เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเหมาจางหย่งก็คิดขึ้นได้ เขามองไปที่ลูกชายทั้งสามก่อนจะมองไปที่อี้เจียวหั่ว หากเขาทำอะไรวู่วามไปตอนนี้เขาและลูกๆต้องอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้แน่ ดูเื่ตอนเช้าเป็ตัวอย่าง เขาแค่ต่อยอี้กังไปทีหนึ่งแต่คนพวกนี้กลับยกพวกมาเป็โขยง หากครั้งนี้เขาทำอะไรวู่วามลงไปอีก ทางนั้นจะไม่ยกมากันทั้งตระกูลเลยหรือ ถ้าเป็เช่นนั้นเขาคนเดียวคงไม่สามารถรับมือได้แน่ ดังนั้นจางหย่งจึงสูดหายใจเข้าลึกๆระงับความโกรธเอาไว้ ก่อนจะกัดฟันเอ่ยขึ้นว่า
"ขออภัยด้วย ทั้งหมดเป็ความผิดข้าเอง"