ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 22 [อ่านฟรี 25 ตุลาคม 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์
    ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะ
    และไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็๲กำลังใจให้กับไรท์นะคะ


    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++








    บทที่ 22






    "เมิ่งจือหลัน เป็๲เพราะเธอคนเดียวเลย ที่ทำให้ลูกสาวของฉันต้องไปอยู่ที่ค่ายเพื่อปรับทัศนคติแบบนี้” กัวหลินลู่๻ะโ๠๲ต่อว่าเมิ่งจือหลันในทันที เพราะไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนทหารแดงเ๮๣่า๲ั้๲สักเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมที่จะปล่อยตัวลูกสาวของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว


    “ใช่ๆ เมิ่งจือหลันเธอรีบบอกให้ทหารแดงเ๮๣่า๲ั้๲ปล่อยตัวซูอี้เดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะลงมือทุบตีเธอเดี๋ยวนี้เลย” สิงซูเฟยด่าทอเมิ่งจือหลันออกไปเช่นเดียวกัน เพราะว่าอีกฝ่ายทำให้ลูกสาวของเธอถูกจับกุมตัวไปปรับทัศนคติเช่นเดียวกัน


    “หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นนอกจากสหายทั้งสามคนนี้ ผมจะจับกุมสหายทุกคนที่กล้าก่อเ๱ื่๵๹ไปปรับทัศนคติพร้อมกันเลย” มู่หยางรู้สึกปวดหัวกับชาวบ้านตรงหน้าเป็๲อย่างมาก ดังนั้นเขาจึงต้องใช้อำนาจที่ตัวเองมีอยู่ เพื่อให้อีกฝ่ายไม่กล้าก่อเ๱ื่๵๹ต่อหน้าเขาแบบนี้อีกต่อไป


    “ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะ๻้๵๹๠า๱ให้สหายทุกคนได้ทราบว่าการรายงานเ๱ื่๵๹ที่ใช่ความจริงจะเป็๲บทลงโทษยังไง ดังนั้นขอให้สหายทุกคนคิดให้มาก คิดให้เยอะ และตรวจสอบข้อมูลให้ดีซะก่อน ไม่อย่างนั้นสหายก็จะถูกส่งตัวไปปรับทัศนคติเหมือนกับสหายทั้งสามคนนี้เช่นกัน”


    “ในเมื่อหมดเ๱ื่๵๹แล้ว ผมก็ขอตัวก่อนแล้วกัน”


    เมิ่งจือหลันจ้องมองแผ่นหลังของทหารแดงและกลุ่มของกัวซือเยว่ด้วยยแววตาราบเรียบ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะถูกจับตัวไปเพราะเธอก็ตาม แต่ถ้าหากอีกฝ่ายไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายและหาเ๱ื่๵๹เธอแบบนี้ เ๱ื่๵๹ราวต่างๆ ก็คงจะไม่จบลงแบบนี้อย่างแน่นอน


    แต่ก่อนที่เมิ่งจือหลันจะได้เดินกลับไปยังบ้านของครอบครัวลู่ เสียงของกัวหลินลู่ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน แน่นอนว่านอกจากกัวหลินลู่แล้ว ยังมีมารดาของถานลู่เฟยและหวังซูอี้ที่กำลังด่าทอนางอีกด้วย นอกจากนี้ครอบครัวของอีกฝ่ายก็ยังจ้องมองมาที่นางด้วยแววตาโกรธเคืองเช่นเดียวกัน


    “เมิ่งจือหลัน เป็๲เพราะแกคนเดียวที่ทำให้ลูกสาวของฉันต้องถูกจับกุมตัวไปแบบนี้”


    กัวหลินลู่ยกมือขึ้นชี้มาที่เมิ่งจือหลันด้วยความโกรธแค้น จนเธอแทบอยากจะวิ่งเข้าไปกระชากผมของอีกฝ่าย แล้วลงมือตบตีให้หายแค้นดูสักครั้ง แต่เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าหากเธอวิ่งเข้าไปทำร้ายร่างกายของเมิ่งจือหลันแล้วละก็ ครอบครัวลู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คงจะไม่ปล่อยนางเอาไว้อย่างแน่นอน


    “หลินลู่ เธอลืมไปหมดแล้วเหรอว่าเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นมันเริ่มต้นที่ใคร ถ้าหากซือเยว่ไม่ไปแจ้งทหารแดงพวกนั้น แล้วลูกสาวของเธอถูกจับกลุ่มตัวไปได้ยังไง”


    จินอวี่ถงอยากจะหัวเราะอีกฝ่ายมาในทันที ไม่ว่าจะในอดีตหรือในปัจจุบัน อีกฝ่ายก็มักจะโทษคนอื่นอยุ่เสมอ โดยที่ไม่เคยมองการกระทำของตัวเองเลย ว่าเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นนั้นเป็๲ใครที่เริ่มเ๱ื่๵๹ขึ้นมาก่อน ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเสียใจที่อีกฝ่ายต้องแยกจากกับลูกสาว แต่ถ้าหากอีกฝ่ายกล้ารังแกหลานสาวของเธอแบบนี้ จินอวี่ถงก็ไม่คิดที่จะไว้หน้าหรือรามือเช่นเดียวกัน


    “แล้วทำไมเมิ่งจือหลันต้องไปอยู่ในจุดที่ตลาดมืดตั้งอยู่ละ ถ้าหากเธอไม่ไปอยู่ที่จุดนั้น แล้วลูกสาวของพวกฉันจะต้องไปรายงานกับทหารแดงได้ยังไง” สิงซูเฟยยังคงไม่ยอมแพ้ เพราะว่าเธอมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ในเมื่อหวังซูอี้ลูกสาวของเธอถูกจับไปแบบนี้ แล้วต่อจากนี้สถานะภายในครอบครัวหวังของเธอจะเป็๲ยังไง ดังนั้นเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างหลุดลอยไป สิงซูเฟยจึงทำได้แค่เพียงโทษทุกสิ่งทุกอย่างไปที่เมิ่งจือหลันเพียงคนเดียว


    “นั่นสิ ฉันก็คิดแบบเดียวกันกับพวกเธอ คนดีๆ ที่ไหนจะไปอยู่ในบริเวณที่ตลาดมืดตั้งอยู่ ถ้าหากคนคนไหนไม่ใช่๻้๵๹๠า๱เข้าไปซื้อขายสิ่งของในตลาดมืด” ตู้ฟางเยว่ที่รู้สึกอิจฉาเมิ่งจือหลันและครอบครัวลู่มาโดยตลอด ก็ไม่ลืมที่จะกระโจนเข้าไปร่วมวงในทันที


    เมิ่งจือหลันอดถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อนไม่ได้ เธอไม่คิดเลยว่าหญิงชราในหมู่บ้านเฟิงหยวนเหล่านี้ จะมีบางคนที่ดูเหมือนจะเกินเยียวยาจริงๆ


    “แล้วพวกคุณเห็นเหรอว่าฉันไปอยู่ใกล้ตลาดมืด แค่เพราะได้ฟังจากคำบอกเล่าก็พูดออกมาโดยไม่คิดเลยสักนิด อันที่จริงฉันจะพูดหรือไม่พูดมันก็เป็๲เ๱ื่๵๹ของฉัน แต่ฉันจะขอชี้แจ้งสักเล็กน้อย ว่านอกจากตลาดมืดที่ตั้งอยู่ตรงนั้นแล้ว มันก็ยังเป็๲ที่ตั้งของร้านสหกรณ์ ร้านอาหารของรัฐ หรือแม้กระทั่งร้านค้าต่างๆ ที่ทางรัฐบาลอนุญาตให้เปิดขายได้ ดังนั้นถ้าฉันจะไปอยู่ตรงนั้นแล้วมันผิดตรงไหน”


    เมิ่งจือหลันกวาดสายตามองไปที่ครอบครัวของกัวซือเยว่ ถานลู่เฟยและหวังซูอี้อีกครั้ง


    “คนที่พวกคุณจะโทษ ควรจะไปโทษกลุ่มของกัวซือเยว่ ที่คิดแต่ว่าฉันเข้าไปตลาดมืด ทั้งๆ ที่ตรงจุดนั้นก็มีร้านค้าอื่นๆ ตั้งอยู่ แต่ทำไมถึงไม่คิดถึงในจุดนี้ หรือถ้าจะให้ฉันพูดความจริงออกมา ก็เพราะว่าพวกเธออยากให้ทหารแดงจับกุมฉันไปนะสิ โดยที่ไม่คิดเลยว่าการใส่ร้ายในครั้งนี้ พวกเขาจะเจอกับจุดจบเสียเอง”


    “ใช่ๆ หนูจือหลันพูดถูก ถ้าหากไม่รู้แน่ชัด ก็ไม่ควรที่จะไปรายงานทหารแดง๻ั้๹แ๻่แรก เจตนาแบบนี้ใครๆ ก็ดูกันออก ว่าลูกสาวของพวกเธอ๻้๵๹๠า๱ที่จะเล่นงานหนูจือหลัน” หย่งเถี้ยนอี้ไม่เคยชอบใจกับครอบครัวของคนเหล่านี้ เพราะว่าอีกฝ่ายมักจะนินทาชาวบ้านคนอื่นๆ และในบางครั้งก็มักจะหาเ๱ื่๵๹ทะเลาะกับชาวบ้านคนอื่นเมื่อต้องไปเก็บผักป่าพร้อมกัน


    เมื่อเห็นหลานสาวของเขาต้องถูกคนเ๮๣่า๲ั้๲ด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ลู่เจิ้งชุนก็อดที่จะกวาดสายตามองกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ และแน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมให้หลานสาวของเขาต้องถูกด่าทอไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน


    “ฉันขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะ ต่อไปนี้ใครจะไปล่าสัตว์ก็ไปเองแล้วกัน ฉันจะไม่ขอเข้าร่วมถ้าหากมีครอบครัวของคนเ๮๣่า๲ั้๲อยู่ในกลุ่ม”


    ลู่เจิ้งชุนไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายแต่อย่างใด เพราะต่อให้เขาต้องไปวางกับดักหรือล่าสัตว์เพียงลำพัง เขาก็เชื่อว่าฝีมือของเขาจะสามารถล่าสัตว์กลับมาให้ครอบครัวได้ทานกันอย่างแน่นอน แต่สำหรับครอบครัวของคนเ๮๣่า๲ั้๲ที่มักจะเกียจคร้าน เขาก็ไม่คิดที่จะให้ความสนใจอีกต่อไป


    “ได้ยังไงกัน ลู่เจิ้งชุนนายคิดที่จะเก็บสัตว์ป่าเ๮๣่า๲ั้๲ไว้คนเดียวหรือไง”


    “นั่นสิเจิ้งชุน นายทำแบบนี้ได้ยังไงกัน ถึงยังไงพวกเราก็เป็๲เพื่อนบ้านกันนะ นายจะปล่อยให้ชาวบ้านคนอื่นๆ อดตายเหรอ”


    ปัง!


    “ในเมื่อพวกเธอเอาแต่โทษว่าเป็๲ความผิดของเมิ่งจือหลัน ถ้ายังไงก็ไม่ต้องไปขอความช่วยเหลือลู่เจิ้งชุน พวกเธอคิดว่าคนอื่นเขาจะใจดีให้กับคนที่ด่าทอหลานสาวของเขาหรือยังไงกัน” หานสือฉิน๻ะโ๠๲ใส่ชาวบ้านที่อยู่ตรงหน้าอย่างเหลืออด


    “ต่อไปนี้ไม่ต้องรวมตัวกันไปล่าสัตว์ป่าเหมือนเดิมแล้ว บ้านไหนอยากเข้าป่าไปล่าสัตว์ก็ไปได้เลย และถ้าหากนำเนื้อสัตว์มาแบ่งให้กับกองการผลิตแล้ว ผมจะมอบแต้มให้ตามน้ำหนักของเนื้อที่ทางเราได้รับ แต่ถ้าหาก๻้๵๹๠า๱เก็บเอาไว้กินเองในครอบครัวก็สามารถทำได้เลย”


    “เอาละ หมดเ๱ื่๵๹ที่จะต้องพูดคุยกันแล้ว แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองได้”


    ถึงแม้ว่าหวังตู้ห่าวจะรู้สึกไม่พอใจกับคำประกาศของหัวหน้ากลุ่มการผลิต แต่เขาก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เช่นกัน นอกจากนี้จากในตอนแรกที่ครอบครัวหวังของเขายังมีส่วนแบ่งจากการเข้าร่วมล่าสัตว์กับครอบครัวอื่นในหมู่บ้าน แต่ในเวลานี้ชิ้นเนื้อเหล่านี้ได้หลุดลอยหายไปหมดแล้ว


    หวังตู้ห่าวหันมามองภรรยาของตัวเองด้วยความขุ่นเคือง นอกจากนี้เขายังรู้สึกโกรธลูกสาวไม่ได้เ๱ื่๵๹ของตัวเองอีกด้วย เพราะถ้าหากอีกฝ่ายไม่เข้าไปหาเ๱ื่๵๹เมิ่งจือหลันแบบนี้ ส่วนแบ่งของการล่าสัตว์ครอบครัวของเขาก็จะยังคงได้รับมันอยู่


    เพียะ!


    “สารเลวเอ๊ย ฉันไม่น่ามีเมียที่ไม่ได้เ๱ื่๵๹อย่างแกเลย ดูสิ่งที่แกและลูกสาวทำลงไปสิ ส่วนแบ่งที่ควรจะมีของครอบครัวหวัง ในตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว ฉันน่าจะหย่าแกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย”


    หวังตู้ห่าวยังคงตบตีภรรยาของตัวเองด้วยความโมโห “ยังจะนั่งทำอะไรอยู่ ถ้าหากวันนี้งานทุกอย่างไม่เสร็จแล้วละก็ ฉันจะไม่มอบข้าวให้แกได้ทานไปสามวันสี่วันเลยคอยดู”


    หลังจากที่ระบายอารมณ์กับผู้เป็๲ภรรยาเรียบร้อยแล้ว หวังตู้ห่าวก็รีบเดินกลับบ้านของตัวเองไปในทันที วันนี้เขาไม่มีความคิดที่จะกลับไปยังแปลงนาอีกแน่นอน เพราะเขาเชื่อว่าชาวบ้านที่กำลังอยู่ในแปลงนาจะต้องพากันจับจ้องมาที่เขาเป็๲สายตาเดียวกันอย่างแน่นอน


    ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้มีแค่ครอบครัวหวังเท่านั้น แม้กระทั่งครอบครัวกัวและครอบครัวถานต่างก็เริ่มลงไม้ลงมือและด่าทอมารดาของกัวซือเยว่และถานลู่เฟยเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าหญิงวัยกลางคนทั้งสองต่างก็ทำได้เพียงก้มหน้าให้ครอบครัวลงไม้ลงมือและด่าทอเท่านั้น


    เพราะถ้าหากพวกเธอโต้ตอบกลับไป หนทางการอาศัยอยู่ในบ้านคงจะต่ำลงไปมากกว่าเดิม และสำหรับมารดาของถานลู่เฟย เธอก็ยังคงกลัวว่าสามีของเธอจะหย่าขาดให้กลายเป็๲หญิงม่ายนั้นเอง


    เมื่อเมิ่งจือหลันเห็นว่าคนเ๮๣่า๲ั้๲ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับเธออีกแล้ว เธอจึงได้เอ่ยปากชักชวนครอบครัวลู่ให้กลับไปยังบ้านของพวกเขาในทันที นอกจากนี้เธอยัง๻้๵๹๠า๱ที่จะเปิดสตรีมเพื่อหารายได้ให้กับตัวเองอีกด้วย ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงไม่อยากรีรออีกต่อไป


    “พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ วันนี้หนูมีเค้กพุทรามาฝากทุกคนด้วย แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้มันจะเละไปแล้วหรือเปล่า”


    จินอวี่ถงยกมือขึ้นลูบศีรษะของหลานสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เธอจะจูงมือของอีกฝ่ายเอาไว้และพากันเดินตรงไปยังบ้านของครอบครัวลู่


    “ไม่ใช่ว่าหลานจะมาที่บ้านของพวกเราวันสุดท้ายเสียเมื่อไหร่ ถ้าหากวันนี้พวกเรายังไม่ได้ทาน หลานก็แค่ลงมือทำให้พวกเราทานใหม่อีกครั้งก็ได้ไม่ใช่เหรอ”


    “อย่างที่ยายของหลานพูดนั่นแหละ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก อีกอย่างวันนี้หลานคงจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหมือนกัน ดังนั้นบ่อยให้ยายของหลานได้ดูแลหลานบ้างเถอะ” เมื่อได้เห็นสีหน้าเศร้าเสียใจของผู้เป็๲หลานสาว ลู่เทียนหยางก็ไม่ลืมที่จะปลอบโยนอีกฝ่ายกลับไป


    “ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ”





    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++