เมื่อก่อนฟ่านอี้เคยเป็คนที่ร่ำรวยมากเพราะตระกูลของเขาเป็ตระกูลค้าขายของเก่า ของเก่าที่ว่าก็ไม่ใช่เศษเหล็กไม่ใช่เศษกระดาษ และไม่ใช่เศษขยะที่ใคร ๆ ก็ไม่้า แต่ของเก่าที่ตระกูลฟ่านทำการค้าขายก็คือของสะสมที่ราคาสูงลิ่ว และเครื่องประดับที่ทำมาจากหยกเนื้อดี
ต่อมาฟ่านอี้ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตคาที่ มีแค่เขาคนเดียวที่รอดชีวิตกลับมาได้เขารู้สึกผิด และโทษตัวเอง ฟ่านอี้พูดว่าเป็เพราะเขาที่ขับรถไม่ดีทำให้พ่อแม่ต้องเสียชีวิต หากวันนั้นเขาไม่ได้เป็คนขับรถพ่อแม่คงไม่จากไปเร็วขนาดนี้
พอเสร็จจากเื่งานศพฟ่านอี้ก็ต้องมาช้ำใจหนัก เพราะถูกญาติโกงสมบัติ และฮุบมรดกในส่วนที่ควรเป็ของเขาไปเกือบทั้งหมดฟ่านอี้ได้รับส่วนแบ่งมาเพียงน้อยนิด
เขาหวังใช้เงินก้อนนั้นในการเริ่มต้นชีวิตใหม่และเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่อีกครั้ง แต่ทว่าชีวิตของฟ่านอี้ก็เหมือนมีกรรมหนักเพราะภรรยาเพียงคนเดียวของเขาอย่างจินเซี่ย ทำการล้างผลาญเงินของเขาไปกับการเล่นพนันดื่มสุราและเที่ยวเตร่ตามสถานที่อโคจรของเมืองจนหมดเกลี้ยง
สุดท้ายแล้วความผิดหวังในชีวิตก็เริ่มกัดกินหัวใจของฟ่านอี้ไปทั้งดวงทำให้เขาไม่มีกระจิตกระใจที่จะลุกขึ้นมาทำอะไร ไม่อยากมีลมหายใจต่อไปไม่อยากรับรู้ถึงวันพรุ่งนี้ หนักข้อเข้าก็ถึงขั้นไม่ยอมออกมาเจอหน้าใครเลยทำให้ฟ่านอี้กลายเป็เหมือนคนเสียสติไปโดยปริยาย
แม้เขาจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับชีวิตที่เป็อยู่แต่เขาก็ยังไม่เลือกจบชีวิตของตัวเอง นั่นเป็เพราะเขายังมีห่วงเขาห่วงว่าลูกสาวตัวน้อยอย่างมี่อิงจะขาดพ่อ เขาไม่อยากให้ลูกสาวต้องกลายเป็เด็กกำพร้า
ถ้าเขาไม่ห่วงลูกสาวเขาคงหาทางหย่าขาดกับจินเซี่ยไปนานแล้ว ที่ยังทนอยู่กินกับหล่อนในฐานะสามีภรรยาเป็เพราะเขาเห็นแก่ลูกสาวล้วน ๆไม่ใช่เพราะมีใจรักใคร่ในตัวจินเซี่ยเลยแม้แต่น้อย
"ให้ตายเถอะอู๋หลิว...ชีวิตก่อนหน้านี้เธอสู้ชีวิตมาแทบตายกว่าจะสบายพอได้มาเกิดใหม่ ดันต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ซะงั้น...ไม่สิติดลบเลยต่างหาก!"
หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียดพยายามขยับขาสองข้างแม้ว่าการขยับหนึ่งครั้งมันจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งท่อนขาก็ตามคาดว่าน่าจะขาหักหรืออย่างน้อยก็ข้อเท้าแพลงอย่างรุนแรงจากการตกบันไดในครั้งนั้น
"เอาเถอะ...ยังไงก็มาแล้วจะให้นอนรอความตายอีกรอบก็คงไม่ใช่สไตล์ของผู้หญิงสู้ชีวิตอย่างฉัน"แววตาของอู๋หลิวเริ่มเปลี่ยนจากความสับสนเป็ความมุ่งมั่นดังเช่นตอนที่เธอกำลังจะปิดยอดขายในไลฟ์สด
"์!ในเมื่อฉันได้ร่างนี้มาแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าด่าทอได้อีกจินเซี่ยคนเก่าตายไปแล้วตอนนี้เหลือแค่จินเซี่ยคนใหม่...ฉันจะเปลี่ยนพล็อตน้ำเน่านี่ให้กลายเป็พล็อตนิยายสุดปังที่มีนางเอกสู้ชีวิตและสุดท้ายก็ได้กลายเป็เศรษฐินีแห่งยุคและได้ขึ้นแท่นเป็เ้าแม่วงการหยกชื่อดังให้ดู!" อู๋หลิวพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นก่อนอื่น...เธอต้องจัดการกับความเ็ปและสภาพแวดล้อมเน่า ๆ นี่ก่อน
แต่ทว่า!อู๋หลิวยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ จู่ ๆก็มีอุปสรรคอีกระลอกหนึ่งซัดเข้ามาในหัวของเธอราวกับคลื่นเงียบที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ
"โอ๊ย...ปวดหัวชะมัดปวดหัวอีกแล้ว ใครก็ได้เอายาแก้ปวดมาให้กินที!"
เสียงโอดครวญของหญิงสาวดังสะท้อนอยู่ในห้องนอนที่เงียบเชียบไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ นอกจากเสียงลมพัดสังกะสีบนหลังคาที่กระพือเบา ๆ ตามแรงลม
อู๋หลิวถอนหายใจเฮือกใหญ่พิงศีรษะที่หนักอึ้งลงกับหัวเตียงไม้แข็งๆไม่นานนักความเ็ปทางกายที่โหมซัดขึ้นมาเป็ระลอกเหมือนคลื่นน้ำก็เริ่มทุเลาเบาบางลงแต่ทว่าความเ็ปทางใจจากความทรงจำของร่างนี้กลับปะทุขึ้นมาไม่หยุดไม่หย่อนราวกับจะทำอู๋หลิวเป็บ้าเป็บอให้ได้
"แต่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง..."อู๋หลิวพึมพำกับตัวเองเสียงเบาคิ้วเรียวสวยของร่างนี้ขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบผูกเป็ปม
"จากความทรงจำที่ได้รับมา…จินเซี่ยคนเก่าเป็ลูกรักหัวแก้วหัวแหวนไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมป่านนี้พ่อแม่ของหล่อนถึงยังไม่โผล่หัวมาดูใจลูกสาวที่เจ็บปางตายบ้างล่ะ?"
คำถามที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของอู๋หลิวเปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่ใช้ไขประตูแห่งความทรงจำบานใหญ่ที่ยังซ่อนตัวอยู่ให้เปิดออกช้าๆ
ภาพเหตุการณ์ในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในโสตสมองของอู๋หลิวอีกครั้งราวกับฉากละครน้ำเน่าในทีวีที่เธอเคยดูภาพในหัวฉายชัดถึงความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวระหว่างสองพี่น้องตระกูลจิน...
'จินเหยา!หลบไปซะ!'
เสียงตวาดแหลมสูงของจินเซี่ยดังขึ้นในความทรงจำภาพหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มแต่ั์ตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยากำลังยืนชี้นิ้วด่าน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองที่กำลังยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสาร
'แต่พี่คะ...พี่ฟ่านอี้เขาบอกว่าเขาชอบฉันเราสองคนใจตรงกัน พี่ตัดใจเถอะนะ' จินเหยาในวัยสาวสะพรั่งพยายามอ้อนวอนทั้งน้ำตา
แต่คนเป็พี่สาวอย่างจินเซี่ยกลับไม่เห็นใจจินเหยาเลยสักนิด
'ใจตรงกันแล้วไง?ฉันไม่สน! พี่ฟ่านอี้ต้องเป็ของฉันเท่านั้น'
จินเซี่ยเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีประกาศก้องด้วยคติประจำใจที่เห็นแก่ตัวที่สุด
'จำใส่สมองกลวงๆ ของแกไว้ซะจินเหยา...ฉันเป็พี่สาว ฉันเกิดก่อน ฉันเห็นโลกนี้มาก่อนแกเพราะฉะนั้น อะไรที่ฉันอยากได้ ฉันต้องได้ก่อน! ไม่ว่าจะเป็ของกิน เสื้อผ้าหรือแม้แต่ผู้ชาย!'
'แต่เื่ความรักมันบังคับกันไม่ได้...'จินเหยาพูดด้วยเสียงสะอื้น
'ใครบอกว่าบังคับไม่ได้?' จินเซี่ยเค้นหัวเราะก่อนจะหันไปดึงแขนผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งให้เข้ามาร่วมวง ผู้หญิงวัยกลางคนที่ว่า…ก็คือแม่แท้ ๆ ของพวกเธอเอง