ในที่สุดก็เลเวล 5 แล้ว แต้มค่าสถานะทั้งหมดถูกเพิ่มไปที่ความแข็งแกร่ง ส่งผลให้พลังโจมตีเพิ่มสูงขึ้นถึง 29-46 แต้ม และค่า HP ก็กลายเป็ 500 แต้ม ที่สำคัญกว่านั้นคือกำลังสู้รบได้ทะลุถึง 100 แต้มพอดี ถือได้ว่าเป็อันดับสูงสุดในตอนนี้ไปแล้ว ในความเป็จริงเลเวลมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน่แรกที่ทุกคนไม่มีอุปกรณ์เช่นนี้ ค่าสถานะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวะโจากการอัพเลเวลนั้นน่าประทับใจมาก ใครก็ตามที่มีเลเวลสูงในตอนแรกก็จะได้เป็าา
ดังนั้น ผมจึงมุ่งหน้าจัดการปีศาจโคมไฟต่อไป
หลังจากพลังโจมตีพุ่งสูงขึ้น เพียงแค่สี่ดาบก็สามารถจัดการปีศาจโคมไฟได้แล้ว ่เวลาที่ร่างปีศาจโคมไฟตกลงสู่พื้น "ท่าด้า" อุปกรณ์ก็ดรอปออกมา ซึ่งดูเหมือนจะเป็แท่งไม้สีดำแท่งหนึ่ง
“ว้าว ~~~~”
หลินเฉอถึงกับขนลุกเกรียว พร้อมทั้งรีบหยิบแท่งไม้ขึ้นมา ก่อนจะหัวเราะลั่น “อาวุธของฉัน ในที่สุดอาวุธของฉันก็มาแล้ว!”
ทันใดนั้นในมือของเขา ก็เกิดควันฟุ้งกระจาย แท่งไม้ค่อยๆสลายไป ก่อนที่รูปลักษณ์ที่แท้จริงจะปรากฏออกมา มันเป็ดาบไม้ บนตัวดาบถูกสลักด้วยอักขระง่ายๆไม่กี่คำที่กำลังเปล่งอยู่ในขณะนี้ มันคือดาบอาคม อาวุธที่เป็เอกสิทธิ์เฉพาะนักบวชเท่านั้น ด้วยอาวุธนี้เท่านั้นที่นักบวชจะสามารถใช้อักขระรูนและสกิลได้
【ดาบโคมไฟ】 (อุปกรณ์ระดับขาว)
พลังโจมตีทางจิติญญา: 8-14
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 4
ทุกคนล้วนยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงหู
และคราวนี้ การฆ่ามอนสเตอร์จึงกลายเป็เื่ง่ายขึ้นมาก เมื่อผมกวัดแกว่งดาบใส่ปีศาจโคมไฟสร้างดาเมจ 200 แต้ม อักขระรูนสีแดงเพลิงก็พุ่งผ่านร่างผมไป “ผัวะ” ฟาดไปที่หน้าผากของปีศาจโคมไฟ สร้างความเสียหาย 171 แต้ม มันรุนแรงมาก นักบวชเป็อีกอาชีพที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยจริงๆ เมื่อเขามีดาบอาคม เขาจะกลายเป็ตัวดาเมจหลักอย่างสมบูรณ์!
……
“เสี่ยวเฉอ ทำไมนายถึงมียันต์ด้วยล่ะ?” ผมถามขณะที่กำลังฆ่ามอนสเตอร์
หลินเฉอเอ่ยด้วยความรู้สึกขอโทษเล็กน้อย “จริงๆแล้ว ตอนที่พี่ขอให้ทุกคนขายอุปกรณ์ทั้งหมด ผมยังมีไอเทมสำหรับมือใหม่อยู่คือถุงยันต์ที่สามารถใช้ได้ 200 ครั้ง ตอนนั้นคิดว่า… มันจะต้องมีประโยชน์แน่ จึงไม่ได้ขายมันไป”
“อืม นายทำถูกแล้วล่ะ!”
ผมพยักหน้า “แต่ถ้าถุงยันต์นี้ใช้ได้แค่ 200 ครั้ง งั้นนายควรจะประหยัดหน่อย ใช้ยันต์หนึ่งแผ่นกับปีศาจโคมไฟหนึ่งตัวก็พอ ส่วนที่เหลือให้ฉันจัดการเอง เืของฉันสามารถฟื้นฟูได้ แต่ถุงยันต์ของนายใช้หมดแล้วก็หมดเลย ถ้าพวกเราเลเวลไม่ถึง 10 ไม่ต้องกลับเข้าเมือง เพราะการกลับไปแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป”
“โอเค เข้าใจแล้ว”
เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปทีละน้อย หลังจากที่พวกเราจัดการปีศาจโคมไฟไปได้จำนวนหนึ่ง ฝนแสงก็โปรยปรายลงมาอีกครั้ง พร้อมกับที่ทุกคนก็อัพขึ้นอีกหนึ่งเลเวล กลายเป็เลเวล 6 และค่าสเตตัสของพวกเราก็พัฒนาขึ้นอย่างมาก
หากยังคงเดินหน้าต่อไป มันจะไม่ใช่อาณาเขตของปีศาจโคมไฟอีกต่อไป ทว่าจะเป็การเข้าสู่เขตของมอนสเตอร์ตัวอื่นแทน ถึงแม้ว่ามันจะยังอยู่ในดินแดนรกร้างแห่งความกลัวเช่นเดิม แต่ทว่ามอนสเตอร์นั้นจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“กรอบแกรบบบบ ~~”
ซุ่มเสียงเหยียบใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นเกลื่อนกลาดตามถนนในคืนฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ผู้คนรู้สึกใจเต้นไม่เป็จังหวะ ไกลออกไปมีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งเดินไปมาในดินแดนที่รกร้างแห่งนี้ มันเป็ิญญาปีศาจที่สวมชุดเกราะสีเทาแดง ทั้งไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่ผี ในมือของมันถือขวานต่อสู้ ดูแล้วคงจะดุร้ายใช่เล่น แถมชื่อของมันก็ยังเป็สีแดงเื และเป็มอนสเตอร์ระดับสูงอีกชนิดที่เลเวลสูงกว่าพวกเราไปสามเลเวล ——
【ปีศาจอสูรไฟ】 (มอนสเตอร์ทั่วไป)
เลเวล: 9
พลังโจมตี: 15-42
พลังป้องกัน: 18
ค่า HP: 900
สกิล: [เฉือนหนัก]
แนะนำ: ปีศาจอสูรไฟ ิญญาปีศาจที่ถูกครอบงำโดยิญญาอสูร ซึ่งเป็ิญญาปีศาจที่พบได้ทั่วไปในทวีปเทียนซิง พวกมันมีพลังของิญญาอสูรอยู่ส่วนหนึ่ง ดังนั้นพวกมันจึงออกอาละวาดไปทั่ว สร้างความปวดหัวให้กับเหล่านักรบของจักรวรรดิเป็อย่างมาก
“พลังโจมตีของมันถือว่าน่ากลัวทีเดียว ฉันไม่รู้ว่าค่าพลังป้องกัน 25 แต้มที่มีอยู่จะสามารถต้านเอาไว้ได้หรือเปล่า” ผมเอ่ยด้วยความวิตกเล็กน้อย
หลินเฉอพูดขึ้น “ดูเหมือนว่า… พวกกลยุทธ์ทั่วไปจะใช้การได้ไม่ง่าย อีกทั้งยังอันตรายมากและพวกเราอาจถูกขวานรบของปีศาจอสูรไฟฆ่าตายก็เป็นได้”
“ใช่แล้ว พลังป้องกันเพียงแค่ 25 แต้ม เทียบกับพลังโจมตี 42 แต้ม นี่มันน่าเจ็บปวดจริงๆ”
ผมคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า “เอาแบบนี้ละกัน เสี่ยวเฉอ ใช้ยันต์บินจู่โจมเข้าใส่ ระยะการโจมของยันต์อยู่ที่สี่สิบหลา ก่อนที่ปีศาจอสูรไฟจะโจมตีกลับ นายสามารถใช้ยันต์จู่โจมอย่างน้อยสัก 3 แผ่น ซึ่งจะลดเลือดมันไปได้ 400 แต้ม ส่วนที่เหลือปล่อยให้ฉันจัดการเอง”
“ตกลง”
หลินเฉอพยักหน้ารับ พลางยิ้มอย่างภูมิใจ ที่ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวดาเมจหลักของทีม ในขณะที่ต้าไห่รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย เขาเกลียดตัวเองที่ไม่มีปืน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่เป็นเด็กที่ไร้ประสบการณ์เช่นนี้อีกต่อไป
“เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ~~~”
เมื่อยันต์สองแผ่นถูกส่งออกไป ประกายไฟก็สาดกระเซ็นออกมาจากชุดเกราะสีแดงเข้มของปีศาจอสูรไฟ ลดเลือดของมันได้มากกว่า 300 แต้ม ปีศาจอสูรไฟตัวนี้โกรธขึ้นมาทันที โดยไม่รอช้ามันพุ่งเข้าหาหลินเฉอพร้อมขวานรบคู่กายอย่างรวดเร็ว ส่วนผมหลังจากติดตามมันเหมือนเงาตามตัว ก็กระโจนออกไปพร้อมกับฟาดดาบเข้าใส่ร่างของปีศาจอสูรไฟ ทำดาเมจได้ถึง 247 แต้ม แต่ทว่าค่าดาเมจโดยรวมก็ยังไม่สูงเท่าหลินเฉอ ดังนั้นความเกลียดชังจึงยังคงอยู่กับเขา ดาบนี้ถือว่าเปล่าประโยชน์ จนกระทั่งหลินเฉอโยนยันต์แผ่นที่สามออกไป ผมก็ได้แทงดาบที่สองออกไป ทว่าก็ยังคงไม่มีประโยชน์เช่นเดิม
หลังจากที่กวัดแกว่งดาบฟาดฟันไปสี่ถึงห้าครั้ง ปีศาจอสูรไฟที่ถูกดึงความเกลียดชังก็เริ่มหันมาโจมตีผม ณ เวลานี้มันอยู่ในสภาวะเลือดตกค้างและกำลังจะตาย ส่วนตัวผมก็เพิ่งรับสกิลเฉือนหนักเข้าไปอย่างเต็มรัก HP ลดลงไป 294 แต้ม ค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียว มอนสเตอร์ชนิดนี้ไม่สามารถออมมือได้ ไม่อย่างนั้นด้วยค่าสเตตัสในปัจจุบันของพวกเรา ไม่ต่างอะไรจากการหาที่ตาย
“ตึงงง!”
ในช่วงเวลานั้นเอง ปีศาจอสูรไฟก็ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น ร่างของมันสลายกลายเป็นแสงทันที และในขณะเดียวกันหมวกเกราะสีแดงเลือดหมูก็ดรอปออกมา พร้อมกับกลิ้งมาอยู่ใต้เท้าของผม เมื่อหยิบมันขึ้นมาดู ก็พบว่าคุณสมบัติของมันไม่เลวเลยทีเดียว
【หมวกเกราะปีศาจอสูรไฟ】 (อุปกรณ์ระดับขาว)
ประเภท: เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน: 9
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 6
……
ผมสวมใส่ทันที ทั้งหัวตอนนี้จึงถูกห่อหุ้มด้วยหมวกเกราะสีเลือดหมู ดูเหมือนนักรบผู้ทรงภูมิอย่างไรอย่างนั้น ขณะเดียวกันร่างกายก็เต็มไปด้วยออร่าจางๆ พลังป้องกันก็เพิ่มขึ้นถึง 9 แต้ม ทำให้ดูรู้สึกน่าเกรงขามขึ้นมากทีเดียว
“ถุงยันต์ถูกใช้ไปเยอะแล้ว”
หลินเฉอขมวดคิ้วยุ่ง “ปีศาจอสูรไฟแต่ละตัว ใช้ยันต์ถึงสามแผ่น ถุงยันต์ 200 แผ่นนี้เพียงพอที่จะฆ่าปีศาจอสูรไฟได้แค่ 70 ตัว แล้วมันจะพอเหรอพี่เฉิน?”
“แค่นี้ก็พอแล้ว”
ผมเหลือบมองไปที่แถบประสบการณ์ก่อนจะกล่าวว่า “ปีศาจอสูรไฟหนึ่งตัวให้ค่าประสบการณ์ 5% ถ้าจัดการได้ 70 ตัว อย่างน้อยก็ทำให้พวกเราทุกคนถึงเลเวล 9 ได้ ด้วยวิธีนี้ก็จะสามารถใช้ความได้เปรียบจากอุปกรณ์และเลเวล หลังจากเลเวล 9 พวกเราค่อยหาทางเพื่อไปถึงเลเวล 10 และทีนี้พวกเราก็จะเป็นผู้เล่นเลเวล 10 กลุ่มแรกในหมู่บ้านเริ่มต้น พอถึงเลเวล 10 ค่อยกลับเมือง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการล่าเฟิร์สคิล!”
"เฟิร์สคิล?”
จางเหว่ยงงงวย “นายหมายถึงอะไร?”
ผมยื่นมือออกไปแบ่งปันข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเกมให้กับทุกคน จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “เมื่อกี้ตอนที่กำลังฟื้นฟูเลือดฉันได้เปิดดู พบว่าบอร์ดในหมู่บ้านเริ่มต้นทุกหมู่บ้านในสกายโร้ด มีกิจกรรมเหมือนกัน มีความสำเร็จเฟิร์สคิลอยู่สองอย่างคือเฟิร์สคิลบอสระดับทองแดง และเฟิร์สคิลบอสระดับเหล็กดำ ผู้เล่นคนแรกที่ทำภารกิจสำเร็จจะได้รางวัล ดังนั้นพวกเราจะต้องสู้ตายคว้ารางวัลนี้มาให้ได้”
หลินเฉอสูดหายใจเข้าลึกๆ แววตาของเขาเผยถึงความตื่นเต้น ก่อนจะกล่าวว่า “แต่จนถึงตอนนี้พวกเรายังไม่เห็นมอนสเตอร์ระดับทองแดงเลยสักตัวนะพี่ แล้วจะนับประสาอะไรกับบอส คงเพราะเลเวลพวกเรายังไม่สูงพอแน่เลย”
“ใช่ ฉันเดาว่าจุดแบ่งนี้คือเลเวล 10”
ขณะที่พูด ผมที่ฟื้นเลือดจนเต็มแล้วได้ลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งบอกกับทุกคนว่า “ลุยต่อเถอะ ฆ่าปีศาจอสูรไฟกัน ต้องรีบอัพเลเวลถึง 10 ให้เร็วที่สุด ตอนนี้เวลาคือทุกอย่าง ในหมู่บ้านเริ่มต้นมีคนจำนวนมาก คนที่จะแย่งเฟิร์สคิลก็ต้องเยอะแน่นอน สรุป หากวันนี้ฆ่าบอสระดับทองแดงก่อนคนอื่นไม่ได้ ไม่ว่าพวกเราคนไหนก็ห้ามนอน!”
“รับทราบ!”
ทันใดนั้นไฟแห่งความกระตือรือร้นของทุกคนก็ลุกโชนขึ้นมาอย่างฉับพลันราวกับฉีดเลือดไก่ก็ไม่ผิด
……
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
“เคร้งง ~~~”
ครั้นดาบสั้นเฉือนลงบนหน้าอกปีศาจอสูรไฟ แสงสว่างก็เปล่งประกายเจิดจ้า พร้อมกับดรอปอุปกรณ์ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นสนับข้อมือสีแดงเลือดหมูคู่หนึ่งตกลงบนพื้นหญ้า โดยไม่ต้องคิด เพียงแค่เห็นก็รู้ว่ามันเป็นอุปกรณ์สีขาว ผมหยิบมันขึ้นมาดู มันคือสนับแขนปีศาจอสูรไฟ ที่มีคุณสมบัติเพิ่มพลังป้องกัน 8 แต้ม ไม่รอช้าผมสวมใส่ที่แขนในทันที เมื่อบวกกับโบนัสของเลเวล 7 เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ค่าสถานะของผมจึงได้พุ่งสูงขึ้น ——
【จินซีเหอซี】 (อัศวินมือใหม่)
เลเวล: 7
พลังโจมตี: 41-64
พลังป้องกัน: 43
ค่า HP: 700
พลังปราณ: 100/100
ค่าความโชคดี: 0
ค่าความสำเร็จพิเศษ: 0
กำลังสู้รบ: 140
……
ตอนนี้พลังป้องกันได้เหนือกว่าพลังโจมตีของปีศาจอสูรไฟแล้ว ดังนั้นผมจึงบอกให้หลินเฉอไม่ต้องใช้ถุงยันต์ให้เปลืองอีกต่อไป แล้วผมก็จะออกลุยเดี่ยว การสู้ตัวต่อตัวกับปีศาจอสูรไฟนั้นสะดวกกว่ามาก หลังจากผ่านไปยี่สิบนาที ปีศาจอสูรไฟบนดินแดนรกร้างแห่งความกลัวนี้แทบจะถูกพวกเรากวาดล้างจนหมดสิ้น ในที่สุดก็มีฝนแสงโปรยปรายลงมาที่ศีรษะ อัพเป็นเลเวล 8 แล้ว!
“เปลี่ยนแผนที่กัน ฆ่าปีศาจอสูรไฟต่อก็ไม่มีประโยชน์แล้ว” ผมพูด
“โอเค!”
ในเวลานี้ เมื่อมองไปที่พวกเขาที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบนตัวของทั้งสามต่างสวมอุปกรณ์ระดับขาวมากมาย แม้ว่าจะยังเก็บรวบรวมไม่ครบ ทว่าก็ดีกว่าแต่ก่อน หากกลับไปที่หมู่บ้านเริ่มต้นเช่นนี้ คาดว่าผู้คนคงจะแตกตื่นทันที นั้นเพราะตอนนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังคงวนเวียนอยู่ที่เลเวล 3-4 การที่มีกลุ่มผู้เล่นเลเวล 7 อย่างพวกเราปรากฏตัวขึ้น มันย่อมเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับคนอื่นแน่นอนอยู่แล้ว!
ค่ำคืนในเกมกำลังค่อยๆผ่านไป ทิศตะวันออกเริ่มกลายเป็นสีขาว แสงตะวันยามรุ่งอรุณกำลังมาเยือน
พวกเราเดินทางในดินแดนรกร้างแห่งความกลัวจนถึงขอบของแผนที่ ภาพเบื้องหน้าก็ถูกแทนที่ด้วยป่าพุ่มไม้สีทอง บนพื้นดินจึงเต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่น และทั่วทั้งภูเขาก็ล้วนถูกปกคลุมด้วยพุ่มไม้ ดูเหมือนจะเงียบสงบมาก ทว่าระหว่างพุ่มไม้นั้นก็มีสัตว์ร้ายกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ มันคือไฮยีน่า ที่พ้องความหมายกับการโจมตีกลุ่มที่น่ารังเกียจ
มันค่อยๆคืบคลานเข้ามาใกล้ พวกเราไม่มีใครกล้าส่งเสียงใดๆออกไป เมื่อพวกเราเข้าใกล้ไฮยีน่าตัวหนึ่งในระยะสามสิบหลา คุณสมบัติของมันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ที่ทำให้พวกเราถึงกับใจสั่นระคนตื่นเต้น ซึ่งอาการใจสั่นเกิดจากคุณสมบัติที่น่ากลัวเกินไปของมัน ส่วนความตื่นเต้นนั้นเกิดจากที่ว่าไฮยีน่าตัวนี้ไม่ใช่มอนสเตอร์ทั่วไปอีกต่อไป แต่มันคือมอนสเตอร์ระดับทองแดง นอกจากนี้ยังหมายความว่า ไฮยีน่าตัวนี้มีโอกาสที่ดรอปอุปกรณ์ระดับทองแดงออกมา แม้ว่าความน่าจะเป็นที่จะได้ดรอปอุปกรณ์คุณสมบัติในตำนานนี้จะต่ำมากจนน่าสงสาร แต่ความหวังย่อมมีเสมอ
【ไฮยีน่า】(มอนสเตอร์ระดับทองแดง)
เลเวล: 11
พลังโจมตี: 32-68
พลังป้องกัน: 30
ค่า HP: 1100
สกิล: [กัดกระชาก]
แนะนำ : ไฮยีน่า มีความหมายเหมือนกับพุ่มไม้ที่น่ารังเกียจ พวกมันมีทั้งความโลภ และชอบซุ่มโจมตีเป็นฝูง ถึงขนาดที่หน่วยสอดแนมของจักรวรรดิเซี่ยที่ยิ่งใหญ่เว้าวอนต้องการเผชิญหน้ากับวิญญาณอสูรและผู้วายชนม์ มากกว่าพวกมันเสียอีก
……
“ถ้าสามารถฆ่ามอนสเตอร์ที่มีเลเวลมากกว่าตัวเองถึง 3 เลเวล ก็จะได้รับโบนัสค่าประสบการณ์อย่างน้อย 150% ขึ้นไป” ผมเลียริมฝีปากอย่างมีความหวัง
หลินเฉอยิ้ม “ก่อนอื่นอย่าให้ถูกไฮยีน่าฆ่าตายละกัน”
ต้าไห่กระแอมไอ “แล้วทำไมไม่ลองดูล่ะ? ชีวิตมันต้องดิ้นรน แล้วถ้าอุปกรณ์ระดับทองแดงดรอปออกมา มันอาจจะเป็นอุปกรณ์ระดับทองแดงชิ้นแรกในหมู่บ้านเริ่มต้นนี้ หรือจะชิ้นแรกในหมู่เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเลยก็เป็นได้"
“ในหมู่เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดงั้นหรือ? อย่าแม้แต่จะคิด”
หลินเฉอเหล่มองไปที่ไฮยีน่าที่กำลังเมียงมองอยู่ในระยะไกล ก่อนจะกล่าวว่า “ทีมของพวกเราค่อนข้างเล็ก แถมยังมีเด็กน้อยที่มากประสบการณ์เพียงไม่กี่คน ซึ่งแตกต่างกับทีมชั้นนำระดับประเทศ อย่างจู๋หลง,กู่เจี้ยนและจ้านเทียนเหมิง ที่มักจะมีผู้เล่นระดับราชาสี่ถึงห้าคนอยู่ในทีม ดังนั้นพวกเขาย่อมเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าพวกเราอย่างแน่นอน พวกเราตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรไกลขนาดนั้น เพียงทำภารกิจล่าเฟิร์สคิลของหมู่บ้านเริ่มต้นนี้ให้ได้ก่อนก็พอ”
“โอเค ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”
ผมกระชับดาบในมือแน่น “เสี่ยวเฉอโยนยันต์โจมตีสี่ครั้ง ฉันจะหาโอกาสเข้าโจมตีเอง ส่วนต้าไห่และพี่เหว่ย ระวังตัวด้วย”
“อื้ม!”
****************************
โปรดติดตามตอนต่อไป......