หว่านชิงกลับมาแต่งกายเป็หญิงและตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ห้องข้างๆห้องพักของซูเฉิน หลังจากนางเคาะประตูห้องข้างๆไปแล้ว ก็พบว่าคนที่เปิดประตูเป็จอมยุทธ์หญิงที่มีใบหน้างดงามหมดจดคนหนึ่ง
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” จอมยุทธ์หญิงสงสัย
“เอ่อ คือว่า คนรักของข้าได้พักอยู่ข้างห้องเ้า พอดีว่าข้าระแวงเขาข้ากลัวเขาจะพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในห้องด้วยข้าก็เลยจะขอปีนระเบียงจากห้องเ้าไปห้องของเขาเพื่อสังเกตการณ์ จะได้มั้ย”หว่านชิงว่าธุระ
“งั้นเข้ามาก่อน” จอมยุทธ์หญิงเปิดประตูให้หว่านชิงเดินเข้าไปข้างใน
หว่านชิงเข้าไปในห้องหญิงสาวแปลกหน้าและกล่าวว่า“ข้ารบกวนไม่นานนักหรอก”
“เ้าเป็คนรักของซูเฉินที่มีนามว่าหว่านชิงงั้นหรือ” จอมยุทธ์หญิงสืบมาแล้ว
“เ้ารู้จักพวกเรางั้นหรือ” หว่านชิงแปลกใจ
“ห้องนี้ไม่ใช่ห้องข้าหรอก มันเป็ห้องว่าง ข้าแอบติดตามเพ่ยเพ่ยมา”จอมยุทธ์หญิงกล่าว
“ทำไมต้องติดตามนางด้วยล่ะ” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“ข้าแอบหลงรักศิษย์พี่ที่มีนามว่า เถียนกุ้ย แต่เขานั้นกลับหมายปองเพ่ยเพ่ยเขาตัดสินใจเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ ข้าอยากรู้ว่าเพ่ยเพ่ยมีอะไรดีนักหนาข้าก็เลยเฝ้าติดตามนางมาจนถึงที่นี่” จอมยุทธ์หญิงยอมเล่า
“งั้นไปดูเหตุการณ์ด้วยกันมั้ย” หว่านชิงชวนนางอยากมีเพื่อนดูเหตุการณ์
“เ้าคาดว่าจะเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ นางเป็ถึงบุตรสาวท่านจ้าวยุทธภพนางคงไม่ทำเื่เสื่อมเสียหรอก” จอมยุทธ์หญิงคิดว่าลูกสาวผู้ยิ่งใหญ่ต้องรู้จักว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ
“ก็ไม่แน่นักหรอก” หว่านชิงไม่คิดเช่นนั้น
“งั้นข้าพาไป เ้าไม่มีวรยุทธ์ใช่มั้ยล่ะ” จอมยุทธ์หญิงสืบมาหมดแล้ว
“รบกวนด้วยนะแม่นาง…เอ่อ” หว่านชิงไม่รู้จักคนตรงหน้า
“ข้าชื่อ ถิงถิง” จอมยุทธ์หญิงยอมเผยนาม
“ไปกันเถอะ” หว่านชิงร้อนใจ
ถิงถิงพาหว่านชิงะโไปที่ระเบียงห้องข้างๆพอถึง ทั้งสองก็รีบเจาะประตูเพื่อแอบดูทันที
“เ้ามาทำอะไรที่นี่ เป็สาวเป็นางไม่ควรเข้ามาในห้องผู้ชายกลางค่ำกลางคืนแบบนี้” ซูเฉินเตือนในฐานะพี่ชาย
“พี่ซูเฉินเ้าคะ! ถือว่าข้าขอร้องเถอะนะได้โปรดเข้าร่วมการประลองเพื่อช่วยข้าด้วยเถิด” เพ่ยเพ่ยขอร้อง
“มันเป็ข้อตกลงที่เ้าจะต้องแต่งงานกับผู้ชนะการประลองข้าไม่ได้้าแต่งงานกับเ้า ข้าจะร่วมการประลองทำไม” ซูเฉินกล่าวตามตรง
“ท่านไม่สงสารข้าบ้างเลยงั้นหรือเ้าคะข้ากำลังถูกบังคับให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้” เพ่ยเพ่ยไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก
“เ้าควรบอกเื่นี้กับท่านพ่อของเ้าไม่ใช่มาบังคับให้ข้าประลองเพื่อเ้าแบบนี้” ซูเฉินกล่าว
“ข้ารักท่านนะเ้าคะ” เพ่ยเพ่ยวิ่งเข้าไปหมายจะสวมกอดฝ่ายชาย
แต่ซูเฉินรีบผลักนางจนนางล้มก้นกระแทก
“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะเ้าคะ” เพ่ยเพ่ยจับไปที่ก้น
“เ้าควรรักนวลสงวนตัวมากกว่านี้ อย่าทำอย่างนี้อีก” ซูเฉินพยายามเตือน
“ข้าสู้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ตรงไหน” เพ่ยเพ่ยลุกขึ้นยืนและถามอย่างเอาเื่
“ประเด็นไม่ได้อยู่ที่หว่านชิงมีดีกว่าเ้าตรงไหน แต่มันอยู่ที่ข้ารักนางต่างหาก”ซูเฉินกล่าวตรงๆ
“ข้าอยากรู้นัก หากนางเข้ามาเห็นข้าเสื้อผ้าหลุดลุ่ยนางจะยังเชื่อใจท่านอีกมั้ย” เพ่ยเพ่ยรู้สึกอิจฉาคนมาทีหลังนางก็เลยคิดหาวิธีทำให้ทั้งสองแยกทางกัน
“เ้าจะมาทำมุกเดิมแบบครั้งนั้นไม่ได้นะ” ซูเฉินรีบห้าม
เพ่ยเพ่ยแกล้งกระชากเสื้อผ้าตัวเองให้ดูเหมือนว่าตนนั้นกำลังจะถูกล่วงเกิน“ท่านพี่! อย่าเ้าค่ะอย่าทำข้า ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เพ่ยเพ่ย ข้าบอกให้หยุด” ซูเฉินพยายามดึงรั้งเสื้อของนางให้ปิดหน้าอกไว้และพยายามขัดขวางไม่ให้นางถอดเสื้อผ้าออก
หว่านชิงกำลังจะเข้าไปในห้องเพื่อช่วยคนรักแต่ถูกถิงถิงห้ามไว้
“ทำไมล่ะ” หว่านชิงกระซิบถาม
“ข้าได้ยินเสียงฝีเท้า ตอนนี้กำลังมีกลุ่มคนจำนวนมากมาที่ห้องนี้น่ะสิพวกเราเฝ้าดูเหตุการณ์ไปก่อนเถิด” ถิงถิงแนบหูไปกับพื้น
ดังนั้นหญิงสาวทั้งสองยังคงเฝ้าดูเหตุการณ์ต่อไป
ซูเฉินพยายามห้ามปรามไม่ให้เพ่ยเพ่ยถอดเสื้อผ้าตัวเองแต่ทว่าเหตุการณ์กลับเป็เหมือนเมื่อวันที่ตนถูกขับไล่ออกจากสำนักอีกแล้ว
“ไอ้ชั่ว! เ้าทำอะไรลูกสาวของข้า” ท่านจ้าวยุทธภพพังประตูเข้าไปในห้อง
“ข้าเปล่านะขอรับ” ซูเฉินรีบถอยห่างจากตัวเพ่ยเพ่ยทันที
เพ่ยเพ่ยรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยและรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดท่านพ่อร้องไห้ “ฮือฮือ ข้าแค่จะมาคุยกับท่านพี่ซูเฉินแต่ไม่นึกว่าเขาจะเป็เหมือนเดิมเ้าค่ะท่านพ่อ”
“นี่เ้า!” ซูเฉินโมโหอดีตศิษย์น้องที่แสร้งมารยาสาไถย
“ข้านึกว่าเ้าจะสำนึกผิด เลิกนิสัยชั่ว แต่แล้วเ้าก็ยังเป็เหมือนเดิมไม่มีผิดเพื่อไม่ให้เ้าข่มเหงรังแกใคร ข้าคงจำต้องเอาวิชายุทธ์คืนจากเ้าเสียแล้ว”ท่านจ้าวยุทธภพถือโอกาสกำจัดวิทยายุทธ์ของซูเฉินทั้งหมด
“ท่านพ่ออย่าเ้าค่ะ” เพ่ยเพ่ยเอาตัวเข้าไปขวางนางไม่ได้้าให้ท่านพ่อทำร้ายชายในดวงใจ
“พ่อต้องลงโทษลูกศิษย์ชั่ว พ่อจะทำลายวรยุทธ์มัน” แล้วท่านจ้าวยุทธภพก็หันไปสั่งลูกศิษย์ผู้ติดตามให้จับตัวเพ่ยเพ่ยไว้“จับนางไว้”
“อย่าลืมสิขอรับว่าข้าไม่ใช่ลูกศิษย์ของท่าน” ซูเฉินเตือนเขาคิดว่าอดีตอาจารย์ไม่มีสิทธิ์ลงโทษเขาแบบนี้
“เ้าไม่ละอายใจหรืออย่างไร ที่ขโมยวิชาสำนักข้าไปโดยที่ข้าไม่เต็มใจ”ท่านจ้าวยุทธภพกล่าวอ้าง
ด้วยความที่ซูเฉินสำนึกรู้คุณอาจารย์ดังนั้นเขาจึงไม่ต่อสู้และไม่หลีกหนีไปไหนเขายอมให้อดีตอาจารย์ทำลายวรยุทธ์ของเขาแต่โดยดี
หว่านชิงทนไม่ไหวนางรีบวิ่งเข้าไปในห้อง แล้วกางแขนปกป้องคนรัก
ทำให้ซูเฉินจะต้องรีบคว้าตัวนางเพื่อหลบหลีกฝ่ามือของอดีตอาจารย์
“เดี๋ยวนี้ต้องหลบอยู่หลังผู้หญิงแล้วงั้นหรือ” ท่านจ้าวยุทธภพกล่าวอย่างดูถูก
หว่านชิงเอาตัวไปกันคนรักไว้เหมือนเดิมและกล่าวว่า “ถ้าข้าจำไม่ผิดท่านคือจ้าวยุทธภพคนปัจจุบันใช่หรือไม่ ข้าคือคนรักของซูเฉิน ข้าเองก็พักอยู่ในห้องของเขาด้วยวันนี้สหายของข้ามาเยี่ยมข้า ข้าก็เลยพานางไปคุยกันอยู่ที่ระเบียงสักพักลูกสาวของท่านก็เข้ามาในห้อง นางขอร้องให้คนรักข้าเข้าร่วมการประลองเพราะนางไม่อยากแต่งงานกับใครนอกจากซูเฉิน พอคนรักข้าไม่ยอมนางก็แกล้งถอดเสื้อผ้าตัวเองและะโร้องเรียกให้คนช่วย ข้ากำลังจะเข้ามาในห้องแต่พอดีว่าท่านกับลูกศิษย์ได้บุกรุกเข้ามาในห้องเสียก่อน” หว่านชิงอธิบาย
“นางโกหก! ข้าไม่มีทางทำแบบนั้น” เพ่ยเพ่ยใที่เห็นหว่านชิงอยู่ในห้องของฝ่ายชาย
“ข้าไม่ได้เห็นคนเดียว ถิงถิงเองก็เห็นเหมือนกัน” หว่านชิงชี้ไปที่ถิงถิงที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง
“ใช่! ข้าเห็นกับตาของตัวเอง นางเป็ลูกสาวของท่านเหตุใดนางถึงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเช่นนี้” ถิงถิงช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของซูเฉิน
“ข้าไม่เชื่อ” ท่านจ้าวยุทธภพกล่าวเสียงแข็ง
“ท่านเป็ผู้ใหญ่แล้ว คงไม่ลำเอียงเชื่อแต่คำพูดของลูกตัวเองโดยที่ไม่ฟังคนอื่นหรอกนะข้าคือถิงถิง ซึ่งเป็ศิษย์เอกของสำนักเหรินเจียงความสัมพันธ์ระหว่างสำนักท่านกับสำนักของข้าแน่นแฟ้นเพียงใด ท่านเองก็รู้ข้าไม่กล้าโกหกท่านหรอก” ถิงถิงกล่าว
“เ้าไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวลูกสาวข้าจริงๆ งั้นหรือ” ท่านจ้าวยุทธภพหันไปถามซูเฉิน
“ไม่แม้แต่จะคิดขอรับ” ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“งั้นรับปากข้า เ้าห้ามเข้ามายุ่มย่ามในบริเวณงานประลองเด็ดขาด” ท่านจ้าวยุทธภพกลัวซูเฉินเข้าร่วมประลองและกลายเป็ผู้นำชาวยุทธ์
“ทำไมล่ะเ้าคะ จอมยุทธ์มีสิทธิ์เข้าออกงานประลองได้อย่างอิสระไม่ใช่หรือ”ถิงถิงไม่เข้าใจ
“ไม่เป็ไร! ข้าจะพาหว่านชิงไปจากที่นี่วันพรุ่งนี้ทันที” ซูเฉินยอมตกลง
“ดีแล้ว! เมื่อไม่มีอะไรแล้ว พวกเรากลับ” ท่านจ้าวยุทธภพสั่งลูกศิษย์
“แต่ท่านพ่อเ้าคะ” เพ่ยเพ่ยไม่เห็นด้วย
สักพักท่านจ้าวยุทธภพก็ตบหน้าลูกสาวตัวเอง“หยุดสร้างความเดือดร้อนได้แล้วนะเพ่ยเพ่ยเ้าไม่อายหรืออย่างไร”
“แต่ข้ามาก่อนนาง” เพ่ยเพ่ยจับไปที่แก้มของตัวเองและชี้ไปที่หน้าของหว่านชิง
“พวกเ้าคุมตัวนางกลับ เดี๋ยวนี้” ท่านจ้าวยุทธภพรู้สึกเสียหน้าเพราะมีคนแก้ต่างให้ซูเฉิน ทำให้เขาลงโทษซูเฉินไม่ได้ ตอนนี้เขาจึงต้องรีบกลับ
“ขอรับ” ลูกศิษย์รับคำ
ซูเฉินรอให้พวกเขาออกไปจากห้องกันจนหมดแล้วหันกลับมาถามผู้หญิงทั้งสองว่า “พวกเ้าเข้ามาได้อย่างไร”
“อย่าเพิ่งต่อว่าเลยนะ เ้ารู้มั้ยว่าหว่านชิงเป็ห่วงเ้ามากแค่ไหนข้าเป็สหายของนางและมาเยี่ยมนาง นางก็เลยขอร้องให้ข้าพานางมาที่ระเบียงห้องเ้าเพราะกลัวเกิดเื่” ถิงถิงแต่งเื่ให้
“ขอบคุณมากนะถิงถิง ขอข้าคุยกับหว่านชิงเป็การส่วนตัวได้มั้ย” ซูเฉิน้าตกลงเื่บางอย่างกับคนรัก
“ข้ากำลังจะกลับพอดี ข้าไปก่อนนะ” ถิงถิงแอบยิ้มนางรีบเดินออกไปจากห้องทันที
“เดี๋ยวสิ” หว่านชิงกลัว นางกำลังจะรั้งถิงถิงแต่ไม่ทัน
พอถิงถิงออกจากห้องไปแล้วซูเฉินก็รีบคว้าตัวหว่านชิงเข้ามากอด
“จะ เ้าจะทำอะไร” หว่านชิงใเพราะนางไม่ทันตั้งตัว
“รับปากข้า ต่อไปเ้าจะไม่เสี่ยงอันตรายแบบนี้อีกหากเ้าโดนฝ่ามือท่านจ้าวยุทธภพจะทำยังไง เ้าไม่มีวรยุทธ์ เ้าอาจตายได้นะ”ซูเฉินกลัวสูญเสียคนรักไป
“ข้ารับปาก เ้าปล่อยข้าก่อนสิ ว่าแต่ทำไมเ้าต้องยอมด้วยในเมื่อเ้าไม่ได้ทำอะไรผิด” หว่านชิงสงสัย
ซูเฉินยังคงกอดไม่ยอมปล่อยและกล่าวว่า“ข้าแค่คืนวิชาที่ร่ำเรียนมาเท่านั้น”
“เ้าก็แค่ไม่ต้องใช้วิชายุทธ์ของเขา เหตุใดต้องทำลายวรยุทธ์ของเ้าทั้งหมดด้วยนี่แสดงให้เห็นว่าเขา้ากำจัดเ้าต่างหาก” หว่านชิงไม่คิดว่าจะเจออาจารย์ที่กลัวลูกศิษย์เหนือกว่าตน
“เลิกพูดเถอะ วันพรุ่งนี้พวกเรารีบไปจากที่นี่ดีกว่า” ซูเฉินรู้สึกปวดใจที่อดีตอาจารย์ไม่เคยมองเขาในแง่ดีเลย
“เ้าปล่อยข้าก่อนดีมั้ย ข้าง่วงนอนแล้ว” หว่านชิงคิดว่าเขากอดนางนานเกินไปแล้ว
“ไหนว่าเ้านอนห้องเดียวกับข้าไงล่ะ” ซูเฉินแกล้วแซว
“ข้าก็แค่โกหกช่วยเ้าเท่านั้นเอง” หว่านชิงรีบแก้ตัว
ซูเฉินจูบหน้าผากหญิงสาวเบาๆก่อนคลายอ้อมกอด
หว่านชิงหน้าแดงมากนางทำตัวไม่ถูก นางก็เลยเดินผิดทาง
“เ้าจะไปที่ระเบียงงั้นหรือ” ซูเฉินยักคิ้วถาม
“อ้อใช่ ประตูอยู่ตรงนี้” หว่านชิงตั้งสติก่อนเดินออกไปจากห้อง
ซูเฉินแอบขำเขาคิดในใจว่า “ขอบคุณที่ช่วยข้านะ”
***************************
เช้าวันรุ่งขึ้นซูเฉินพาหว่านชิงออกเดินทางั้แ่เช้า
“ไม่มีรถม้างั้นหรือ” หว่านชิงบ่นเพราะตนต้องขี่ม้าตัวเดียวกับซูเฉินทั้งสองแนบชิดกันมาก และซูเฉินก็กอดนางไว้แน่นอย่างกับว่ากลัวนางจะหายไป
“แถวนี้ไม่มีหรอก เพราะที่นี่เป็แหล่งชุมนุมชาวยุทธ์พวกเขาไม่ใช้รถม้ากันน่ะสิ” ซูเฉินอธิบาย
“ต่อไปเ้าสอนข้าขี่ม้าดีกว่า พวกเราจะได้ไม่ต้องนั่งบนม้าตัวเดียวกันแบบนี้ม้าคงหนักแย่” หว่านชิงเขินที่ต้องใกล้ชิดคนรัก
“เ้าห่วงม้า หรือว่าเ้าเขินกันแน่” ซูเฉินกล่าวอย่างรู้ทัน
“ก็ทั้งสองอย่าง” หว่านชิงยอมรับ
“อีกนิดเดียว พวกเราก็จะถึงเมืองเชียงหนานแล้ว” ซูเฉินบอกจุดหมาย
“อ้าว ท่านไม่ท่องยุทธภพต่อแล้วงั้นหรือ” หว่านชิงสงสัย
“ข้าจะปักหลักมีครอบครัว ให้ถึงบ้านตระกูลซูก่อนข้าจะรีบดำเนินการจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด” ซูเฉินร้อนใจ
“อ้าว ก็ไหนว่านายหญิงตัดแม่ตัดลูกกับท่านแล้วไง” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“ท่านแม่คงทำเพื่อลองใจเ้า ท่านพิสูจน์แล้วว่าเ้าไม่เคยคิดอยากทรัพย์สมบัติตระกูลซูซึ่งไม่เหมือนกับจือหม่าอี้” ซูเฉินยอมเผย
“นี่ข้าโดนหลอกงั้นหรือ” หว่านชิงกล่าวอย่างเอาเื่
“พวกเราก็ถือว่ามาเที่ยวก็แล้วกัน” ซูเฉินกลัวหว่านชิงโกรธ
“ไหนๆ ก็มาเที่ยว พวกเราพายเรือเล่นกันดีมั้ย” หว่านชิงเสนอ
“ก็ได้ งั้นพวกเราไปที่ท่าน้ำกัน” ซูเฉินเองก็อยากไปนั่งพายเรือเหมือนกัน
และแล้วทั้งสองก็ไปพายเรือเล่นกันสองต่อสองที่แม่น้ำใหญ่
***************************
ณแม่น้ำอันแสนกว้างใหญ่
“เ้าพายเรือนะ ข้าจะเป่าขลุ่ยให้เ้าฟัง” ซูเฉินคว้าขลุ่ยออกมาจากข้างลำตัว
หว่านชิงนั่งพายเรือพร้อมกับฟังเสียงขลุ่ยอันไพเราะ
ตอนนี้ทั้งสองอยู่ใน่อารมณ์สุนทรีย์ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม อยู่ดีๆ ก็มีคนขัดจังหวะ
ถิงถิงวิ่งบนผิวน้ำจนกระทั่งถึงบนเรือของคนทั้งคู่
“เ้ามาได้ยังไงน่ะ” ซูเฉินสงสัย
“ข้ามาขอความช่วยเหลือ” ถิงถิงรีบว่าธุระ
“ใครเป็อะไรงั้นหรือ” หว่านชิงอยากรู้
“เมื่อคืนข้าแอบติดตามท่านจ้าวยุทธภพคนปัจจุบันไปที่สำนักฮุ่ยหลุนฟงข้านึกไม่ถึงว่าเขาจะมีแผนชั่ว” ถิงถิงไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ยังไงงั้นหรือ” หว่านชิงรอฟัง
“หนึ่งในผู้สมัครเข้าร่วมการประลองเป็คนของพรรคมาร เขามีชื่อว่า ปิงเยี่ยเขานั้น้าเป็จ้าวยุทธภพเพื่อแก้ไขกฎของยุทธภพเสียใหม่ท่านจ้าวยุทธภพกลัวตำแหน่งจะหลุดไปให้คนของพรรคมารเขาก็เลยแอบวางยาพิษชุยเล้าจื่อใส่ในอาหารให้ปิงเยี่ย แต่ข้าไม่รู้จริงๆว่าพิษนั้นออกฤทธิ์ยังไง” ถิงถิงเล่า
“ปิงเยี่ยโดนวางยาพิษดังกล่าวไปแล้วงั้นหรือ” ซูเฉินสงสัย
“ข้าพยายามแอบหายาแก้พิษในสำนัก แต่ข้าหาไม่เจอเลย” ถิงถิงอยากช่วยปิงเยี่ย
“งั้นข้าจะรีบแอบลอบเข้าไปหายาแก้พิษในสำนักส่วนเ้ารีบพาหว่านชิงไปหลบในที่ปลอดภัยก่อนก็แล้วกัน” จากนั้นซูเฉินก็รีบวิ่งไปบนผิวน้ำจนกระทั่งถึงฝั่งและที่เขาอาสาทำภารกิจนี้ เนื่องจากเขาเคยอยู่ในสำนักนี้มาก่อนเขาน่าจะหายาแก้พิษเจอได้ง่ายกว่าบุคคลภายนอก
ถิงถิงรับไม้พายเพื่อมาพายเสียเองและกล่าวว่า “ข้าจะพาเ้าไปหลบในวัดร้างนะ”
“ขอข้าไปด้วยสิ” หว่านชิงอยากเข้าไปในงานประลองด้วย
“มันอันตรายมากเลยนะ ว่าที่สามีของเ้าก็หวงและห่วงเ้ามากด้วย” ถิงถิงกลัวหว่านชิงได้รับอันตราย
“ข้าจะพยายามไม่ทำเป็ตัวถ่วง หากมีภัย ข้าจะหนีให้เร็วที่สุด” หว่านชิงกล่าว
“ก็ได้ งั้นรีบไปกัน พวกเราปลอมตัวเป็ชายและไปสังเกตการณ์ที่งานประลองกัน”ถิงถิงบอกแผน
***************************
ณลานประลอง
สองสาวที่ปลอมเป็ชายเรียบร้อยแล้วพยายามอดทนนั่งชมจอมยุทธ์คนแล้วคนเล่าเข้าประลองกับเถียนกุ้ยซึ่งเป็ศิษย์พี่ของถิงถิงทั้งสองนั่งหาวเพราะไม่มีใครสามารถต่อกรกับเถียนกุ้ยได้เลยสักคนจนกระทั่งคนสุดท้าย
“เชิญคนต่อไปขึ้นเวที” พิธีกรประกาศ
ปิงเยี่ยรีบะโขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่าผ่าเผย
“เ้าเป็คนของพรรคมารนี่” เถียนกุ้ยกล่าว
“แล้วไง เ้ากลัวงั้นหรือ” ปิงเยี่ยไม่สนใจเื่ฝ่ายธรรมะฝ่ายมารถ้าเขาเป็จ้าวยุทธภพ เขาจะทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความเท่าเทียมกัน
“ใครกลัวกัน” เถียนกุ้ยพร้อมที่จะสู้เต็มที่
ทั้งสองชักดาบจากนั้นก็จู่โจมเข้าหากันฝีมือทั้งคู่สูสีกันมาก การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบจับตามองไม่ทัน
ถิงถิงดูจากกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ของศิษย์พี่นางก็เลยว่า “คนนี้น่าจะเป็ปิงเยี่ยเขาต้องเป็คนที่พวกเรากำลังตามหาอย่างแน่นอน”
“เขาก็ดูปกติดีทุกอย่าง เขาคงไม่ได้รับพิษกระมัง” หว่านชิงสงสัยเพราะเห็นปิงเยี่ยแข็งแรงดีทุกอย่าง
“รอดูไปก่อนดีกว่า” ถิงถิงยังคงจับตาดูการประลองต่อไป
ในตอนนี้จอมยุทธ์ทั้งสองยังคงต่อสู้กันไม่หยุดจนกระทั่งปิงเยี่ยเริ่มแสดงอาการ…