อย่างนี้เองกำแพงไม่ได้แข็งแกร่งจนอยู่มานับสามร้อยปี แต่เพราะพวกสัตว์ช่วยกันอุทิศพลังมานาเพื่อเสริมมันมาตลอดสินะดูท่าจะไม่มีใครเห็นมานาอย่างที่ข้าเห็น พวกมันเลยได้ครองโลกอย่างไม่รู้สาเหตุ
“เอาล่ะทุกท่านขอบใจมากที่มารวมตัวในพิธีศักดิ์สิทธิ์เหมือนอย่างเคย” ลิงเฒ่าะโขึ้นหลังยีราฟเพื่อกล่าวทักทาย“ในเดือนนี้เรามีลูกสัตว์เกิดใหม่ไม่มากนัก แต่ข่าวดีคือเรามีลูกกวางเผือกที่ผู้พิทักษ์ออซรับรองแล้วแล้วว่าเป็สัตว์วิเศษและจะได้รับการอบรมจากเขาอย่างใกล้ชิด ขอเชิญผู้พิทักษ์และลูกกวางลิมุนแสดงตนให้สัตว์ทุกตัวได้เห็น”
“ยะฮู้ว!” ออซร้องพลางจับข้าชูขึ้นเหนือหัว “นี่กวางเผือกเนื้อขาวน่าอร่อย กลิ่นหอมละมุนลิ้น กินทั้งตัวก็ได้แบ่งกินกับลูกในครอบครัวก็ดี เห็นชัดไหมเสือ สิงโต จิ้งจอก” มันจับข้าเข้าไปใกล้ฝูงสัตว์กินเนื้อที่จ้องตาเขม็งไม่ใช่ข้าที่เป็เป้าสายตา พวกมันกลับจ้องออซที่ทำตัวท้าทายคมเขี้ยวอยู่ต่างหาก
“ท่านช่างมีอารมณ์ขันผู้พิทักษ์” สิงโตร่างผอมเพรียวที่ดูท่าจะเป็จ่าฝูงกล่าวเรียบ ๆ “แต่เราต่างรู้ดีว่าสัตว์วิเศษนั้นจะได้รับละเว้นการถูกล่าจากสัตว์ตัวอื่นอย่าเอาเื่นี้มาล้อเล่นเป็การหยามหน้ากันเลย”
“แหม แค่หยอกเล่นน่า” ออซหัวเราะในคอ“เอาล่ะทุกท่าน อย่างที่สิงโตตัวนั้นว่า ลิมุนรวมถึงแม่ผู้ให้กำเนิดเขาจะได้รับละเว้นการถูกล่าเพราะงั้นสัตว์กินเนื้อทุกตัวอย่าได้คิดแหยมมาทำร้ายลูกศิษย์ข้าด้วยข้าอ้างหน้าโง่อย่างที่เคยทำรู้ไวว่าคราวนี้จะไม่มีการปล่อยไปเฉย ๆ อีกแน่”
“ออซไม่เอาน่า” ผู้เฒ่าลิงปราม
“แค่นี้ล่ะท่านผู้เฒ่าต่อพิธีการได้เลย” ออซวางข้าลงและทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ลิงเฒ่าถอนหายใจเล็กน้อย“เฮ้อ...เอาล่ะ เราจะเริ่มพิธีอำนวยพรแก่ลูกสัตว์ทั้งหลายเริ่มจากสัตว์ที่เกิดก่อนอย่างลูกจิ้งจอกทั้งสี่”มันะโลงจากหลังยีราฟและเข้าไปหาลูกจิ้งจอก “เด็ก ๆ พวกเ้าเข้าไปใกล้รูปเคารพแล้วใช้ส่วนใดของร่างกายก็ได้แตะเข้ากับผิวท่านเทพผู้พิทักษ์ ปล่อยใจให้โล่งสบายพอข้าบอกว่าเสร็จแล้วค่อยออกมา”
ลูกจิ้งจอกทำตามอย่างว่าง่ายพวกมันวิ่งเตาะแตะเข้าไปใกล้รูปปั้น แล้วใช้ลำตัวคลอเคลียตามขาของกวางทอง ครู่เดียวรูปปั้นเรืองแสงสว่างจ้าออกมาจนข้าต้องหลับตา
“เรียบร้อยออกมาได้เลยเด็ก ๆ” ผู้เฒ่าบอก อ้าว ข้ายังไม่ทันสังเกตเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“นี่ออซรูปปั้นนี้ใครสร้างเหรอ” ข้ากระซิบกับกระต่าย
“เรียกข้าว่าท่านออซ...ผู้สร้างคือพวกสัตว์วิเศษบรรพบุรุษที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านไอโร”ออซตอบ
“แล้วนอกจากให้สัตว์ป่ามาสักการะมีประโยชน์อื่นอีกไหม” ข้าถามหยั่งเชิง
“ไว้ตรวจจับพลังมานาในร่างลูกสัตว์ถ้ามีมานาสูงมากก็แปลว่าเป็สัตว์วิเศษ แค่นั้นล่ะ”
ใช่จริงด้วยพวกนี้ไม่รู้ว่ารูปปั้นคือตัวกลางในการเสริมพลังให้กับกำแพงเวทเจ็ดชั้นที่ล้อมป่าอยู่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ต่อไปมนุษย์บนดาวนี้คงสูญพันธุ์สักวันแน่ ข้าควรต้องทำอะไรสักอย่าง
“ลิมุนถึงตาเ้าแล้ว” ลิงเฒ่าเรียก“เดินเข้าไปแล้วใช้ส่วนใดของร่างกายก็ได้แตะเข้ากับรูปเคารพ ทำใจให้สบาย อย่าเกร็งอย่าขัดขืนสิ่งที่เกิดขึ้น เอาเลย”
“สิ่งที่เกิดขึ้น?”ข้าทวนคำ แต่ยังไม่ทันได้ถามต่อก็โดนออซใช้เท้าเตะออกมาจากแถวลูกสัตว์คงไม่ต้องถามแล้วล่ะ เสียเวลา พิสูจน์เลยแล้วกัน
ข้าแตะหัวเข้ากับขาของรูปปั้นพริบตาเดียวแสงสีทองก็สว่างวาบขึ้น ข้ารู้สึกเหมือนโลกหมุนอย่างรวดเร็วจนสติหลุดชั่วขณะครู่เดียวการมองเห็นก็กลับมา ข้ายืนอยู่บนก้อนเมฆสีชมพูนุ่มนิ่มกลางท้องฟ้าสว่างสดใสข้ามองไปรอบตัว แล้วก็พบกับสัตว์ตัวหนึ่งนั่งจ้องข้าอยู่ใจกลางพื้นเมฆ
“ไอโร”ข้าเรียก แม้ไม่ได้ะโแต่เสียงก็ก้องกังวานไปทั่ว “ไม่ใช่สิต้องเรียกว่า...หุ่นเชิดของไอโร”
กวางทองเขาเดียวหรี่ตามอง“หนูน้อย ข้ามีเมตตา ทว่าก็ไม่ยอมให้ใครมาลบหลู่เกียรติในฐานะเทพผู้พิทักษ์ได้โดยง่ายขอโทษข้าเสีย ก่อนที่เ้าจะไม่ได้กลับไปยังโลกภายนอกอีก”
“อย่ามาขู่น่านี่แค่เวทดึงสติสัมปชัญญะออกมาชั่วคราวมันไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะรั้งจิติญญาสูงส่งอย่างข้าไว้ได้หรอก”ข้ายิ้มเยาะขณะก้าวเข้าไปหากวางทอง “ไอโร ทำไมเ้าถึงต้องปิดกั้นธรรมชาติจากมนุษย์ด้วย”
“ที่เ้ารู้ได้คือมันเป็โอกาสดีที่จะกันสรรพสัตว์ออกจากเผ่าพันธุ์โลภมากอย่างมนุษย์ หากพวกมันยังมีอำนาจในโลกอยู่สักวันก็จะหาทางบุกรุกมาทำลายระบบนิเวศน์ในป่าอีกจนได้” ไอโรตอบสายตาจ้องข้าราวพร้อมกระโจนเข้าใส่ “ข้ายอมบอกเพราะพอเ้ากลับไปก็จะลืมเื่ที่เจอข้าอยู่ดีอย่าได้ใจเชียว”
“อ้อเหรออย่างนั้นเอง” ข้าพยักหน้า “เป็เพียงหุ่นเวทที่ถูกสร้างและฝังไว้ในรูปปั้นกวางอย่าคิดว่าจะทำอะไรข้าได้เชียวไอโรปลอม สำเหนียกด้วย”
“ข้าคือิญญาบรรพ...”
“อย่ามาทำเป็รู้ดี! มิติจักรวาลนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าิญญาหรือโลกหลังความตายทั้งนั้นเพราะเราไม่ได้สร้าง์กับนรกไว้รองรับจิติญญาสิ่งมีชีวิตพอหมดอายุไขก็สลายหายไปเป็อากาศธาตุเพราะฉะนั้นเ้าไม่ใช่ไอโรตัวจริงหรอก ไอ้หุ่นเชิด!”ข้าตวาดลั่นอย่างไม่เกรงกลัว “สลายกำแพงแก้วอะไรนั่นของเ้าเดี๋ยวนี้อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”
“มันจะมากไปแล้วไอ้เด็กเมื่อวานซืน” กวางทองผุดลุกขึ้น “ข้าไม่กักเ้าไว้ในนี้แล้วก็ได้แต่รู้ไหมว่าการให้ลูกสัตว์ได้แตะกับรูปปั้นคือการทำนายอนาคตของสัตว์ตัวนั้นล่วงหน้ามีเพียงผู้เฒ่าประจำป่าที่อ่านคำทำนายจากแสงเวทมนตร์ออกข้าสามารถทำนายให้เ้าเป็ตัวกาลกิณี ต้องถูกขับออกจากป่าได้เชียวนะ”
ข้าหัวเราะคิกคัก“เด็กเมื่อวานซืนงั้นเหรอ ที่จริงข้าเพิ่งเกิดไม่ถึงวันนะแล้วอีกอย่าง...เ้าจะไม่ได้ทำสิ่งที่เ้าอยากทำหรอก อย่างสุดท้ายที่ข้าจะให้โอกาสเ้าพูดก็คือใครสร้างเ้าขึ้นมากันแน่ เพื่อนเ้าเหรอ”
“ไม่มี! ข้าคือิญญาบรรพชนนามไอโร เทพผู้พิทักษ์ผืนป่ามานับสามร้อยปี...เกิดอะไรขึ้นน่ะ”กวางทองเหลียวมองรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจเมื่อท้องฟ้าสดใสมีรอยแตกระแหงเหมือนผืนดินแห้งแล้งคล้ายจะถล่มลงมา
“ข้าแกะรอยพลังเวทที่ทำให้เกิดมิตินี้ขึ้นมาจากนั้นก็ทำลายมันเรียบร้อยแล้วล่ะอ้อ! ข้ารู้ฟังก์ชันที่ซ่อนอยู่ในรูปปั้นทั้งหมดแล้วนะจะขอริบมานาที่รูปปั้นนี้เคยส่งไปเลี้ยงกำแพงแก้วกลับคืนมาให้ข้าแล้วกัน”ข้าพูดสบาย ๆ ขณะที่ร่างกายกำลังเรืองแสง ตรงข้ามกับไอโรที่ร่างกายสีทองของมันหม่นหมองลงเรื่อยๆ จนเหมือนสีน้ำตาลทั่วไป
เวทมนตร์ในมิติจักรวาลนี้เกิดจากความปรารถนาขั้นสูงและพลังมานาที่ผสานรวมกันถ้าแกะรอยย้อนกลับจากพลังมานาที่หลงเหลืออยู่ก็จะรู้ว่าเวทนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไรวิธีสลายมันก็แค่ส่งมานาของตัวเองเข้าไปป่วนทำให้เวทอ่อนกำลังลงจากนั้นจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้ง่ายดาย (ถ้ามีความรู้มากพอนะ)
“จเ้าเป็ตัวอะไรกันแน่ ใครสอนเ้าให้ทำเื่แบบนี้!” ไอโรปลอมก้าวถอยหลัง และขาหลังของมันก็ผลุบหายเข้าไปในก้อนเมฆ “ไม่นะ!ข้าจะไม่ยอมสลายไปแบบนี้แน่”
“ไม่ได้หายไปเฉยๆ หรอก แต่กลายเป็พลังงานให้ข้าได้สำรวจโลกนี้ไวขึ้นต่างหาก” ข้าจ้องมองไอโรด้วยสายตาเหยียดหยามขณะที่ร่างของมันจมหายไปในพื้นอย่างรวดเร็ว
ข้าลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองอยู่ในร่างกายสีขาวเรืองแสงจ้าราวพระจันทร์เต็มดวงมานามหาศาลจากท้องฟ้าไหลย้อนกลับลงมาสู่รูปปั้น และส่งพลังเ่าั้มาในร่างกายข้าให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ทรงพลัง และสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
“อะไรน่ะเกิดอะไรขึ้น!”
“บ้าน่าทำไมคราวนี้รูปเคารพไม่เรืองแสง แต่เป็ไอ้กวางนั่นแทนล่ะ”
“มันตัวใหญ่ขึ้นด้วยขนาดเท่ากวางอายุหนึ่งขวบเลยมั้งนั่น”
สัตว์ป่าซุบซิบกันระงมข้ารู้สึกได้ว่ารางกายเปลี่ยนไปมาก กำลังวังชามีมากขึ้นขยับกล้ามเนื้อได้คล่องแคล่วแถมยังตัวสูงใหญ่กว่าเดิมถึงจะยังไม่เท่าไอ้กระต่ายอ้วนนั่นก็เถอะ
“ลิมุนนี่มันเกิดอะไรขึ้น” ออซโดดเข้ามาหาข้าโดยมีผู้เฒ่าลิงตามหลัง “เ้า...เ้าเปลี่ยนไปแถมยังนี่อีก”
ข้ากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะได้คำตอบเมื่อออซพยักพเยิดไปทางด้านหลัง สิ่งที่เห็นคือเศษซากของรูปปั้นกวางทองที่แตกกระจายไม่เหลือเค้าเดิมกองอยู่เต็มพื้น
“มันเกิดอะไรขึ้นกับเ้าแล้วก็กับรูปเคารพด้วย เ้าทำลายมันงั้นหรือ” ลิงเฒ่าส่งสายตาคาดคั้น “รู้ไหมว่าสิ่งนี้มีความสำคัญต่อสัตว์ทั้งป่าอย่างไรบ้างเ้าต้องชดใช้!”
“ขข้าได้เจอท่านไอโร” ข้าแกล้งพุดตะกุกตะกัก ทำตาให้เป็ประกายที่สุดเท่าที่จะทำไหว“เขามอบพลังให้ข้า แล้วบอกว่าให้ข้าออกเดินทางเพื่อทำลายกำแพงแก้วคืนเอกภาพให้โลกอีกครั้ง!”