บอดี้การ์ดหนุ่มตัดสินใจติดต่อเ้านายทันที เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นฉุดให้เขาหลุดออกจากภวังค์คว้ามันแล้วหลุบตามองเบอร์หน้าจอ เขากดรับและกรอกเสียงตามสายมาติชเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ได้รับรู้ ตัดสายแล้วทรุดกายนั่งลงที่โซฟาราคาแพง
ลูกน้องตามหาไมเคิลเจอแล้วและคนทรยศที่เขาตั้งใจจะกำจัดกลับเรียกร้องมาหาเขาเอง...ความจริงความคิดที่อยากกำจัดไมเคิลมันหมดไปั้แ่วันที่ผู้หญิงในห้องนั้นล้มลงต่อหน้าเขาไม่เคยอยากรู้เื่ของคนทรยศอีกเลยเพราะถือว่ามันได้เอาหลานสาวมาชดใช้กับความผิดที่มันก่อแล้วทว่าเวลานี้ทุกอย่างมันกลับกลายเป็อีกอย่าง
เขาไม่เคยคิดว่าไมเคิลจะยอมมาหาเพราะเขารู้ดีว่ามันต้องกลัวด้วยนิสัยของเขา ปกติไม่เคยปล่อยคนทรยศให้ลอยนวลไปได้ลุคส์ลุกขึ้นยืน สองเท้าก้าวเดินไปยังห้องที่ใช้เป็ที่กักขังนกน้อยแสนสวยไว้และทุกคืนนกน้อยนั้นจะถูกเขากอดรัดด้วยแรงปรารถนา
เสียงลูกบิดประตูห้องส่งผลให้คนในห้องหันมามองด้วยความกลัวดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือนร่างบางรีบลุกขึ้นยืนแล้วถอยหลังชิดกำแพงเพื่อเอาตัวรอดทันทีเขายืนนิ่งจ้องมองไปยังร่างงามตรงหน้า อยากกระโจนไปโอบรัดไว้ แต่วันนี้เขากลับชะงักราวกับว่า้ามองเธอเพื่อซึมซับความรู้สึกต่างๆ ไว้ให้นานที่สุด
แม้พยายามก้าวให้ถึงเธอ เธอก็จะขยับหนีไปอีกหนึ่งก้าว และเมื่อเขาหยุดนิ่งเธอก็จะชะงักหยุดหนีแล้วมองเขา ชายหนุ่ม หัวเราะเยาะตัวเองในใจ เมื่อไหร่ที่เขาหยุดไล่ตาม เธอถึงจะหยุดเว้นระยะห่างจากเขาไว้เสมอ เ ไม่ได้หวังให้ผู้หญิงคนใดมารัก แต่ก็รู้สึกไม่ชอบใจนักที่ถูกผู้หญิงปฏิเสธเช่นนี้
ปรางค์ปรียา งุนงงกับท่าทางแปลกๆ แต่หญิงสาวก็ยังระแวงอยู่เสมอ เพราะสิ่งที่เขาเคยกระทำกับเธอมันช่างเลวร้ายเธอเ็ป ทรมาน และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกนรกทั้งเป็เธอจะจำสิ่งที่เขาได้กระทำกับเธอไว้จนวันตายไม่มีวันลืมเด็ดขาด!
เขายืนนิ่งจ้องมองเธออีกครั้งหาก ไม่คว้าไว้คงไม่มีวันสมปรารถนาเพราะเธอไม่มีวันนอนทอดกายให้กอดก่ายดวงตาคมหรี่ลงแล้วใช้ความไวคว้าท่อนแขนไว้ ร่างบางดิ้นรนสุดชีวิตด้วยความใปนกลัวเธอคิดว่าเขาจะหยุดการกระทำอันโหดร้ายกับเธอแล้วแต่มันคงเป็ไปไม่ได้สินะ
“ปล่อยฉันนะ!”เธอพยายามร้องขอ
ลุคส์ฉวยโอกาสช้อนร่างบางไปที่เตียงกว้าง คนถูกอุ้มใดิ้นรนเพียงแผ่นหลังแตะถึงฟูกแม้รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นและไม่มีทางเอาตัวรอดจากชายผู้นี้ได้ แต่ยังไงเสียเธอก็ไม่มีวันนอนทอดกายให้เขาเชยชมง่ายร่างบางตั้งท่าเตรียมกระโจนหนีแต่กลับถูกเขาตรึงร่างไว้บนเตียงก้มลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ฉันสัญญาว่ามันจะไม่เหมือนครั้งอื่นๆ เธอจะไม่เจ็บ และจะชอบมัน... ”เขาบอกเสียงพร่า
หูของปรางค์ปรียาอื้อไปหมด เขาปรนเปรอจนหญิงสาวร้องครางออกมาเบาๆ ลมหายใจเริ่มติดขัดใบหน้าเรียวสวยเริ่มแดงและร้อนผ่าวมือกำลังลูบไล้ร่างงาม ไม่ว่าส่วนไหนก็สร้างความวาบหวามยิ่งเห็นเขาจ้องมองมายิ่งทำให้กัดริมฝีปากแน่นเรือนร่างสมชายชาตรีที่ปรากฏต่อหน้าสร้างความหวั่นไหว หัวสมองกำลังสับสน ทันทีที่เรือนกายแกร่งแทรกเขามาพร้อมกับขยับกายเร่งเร้าเพื่อเรียกร้องการตอบสนองของคนใต้ร่างหญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ ไม่นานเธอส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับการหยุดลงของเขา
ร่างสูงใหญ่พลิกกายนอนลงข้างหญิงสาว ปรางค์ปรียารีบหันหลังให้ เธอรู้สึกอายแทบแทรกแผ่นดินหนีนี่เป็ครั้งแรกที่เธอเต็มใจตอบสนองเขา ไม่เคยรู้เลยว่าเื่แบบนี้จะให้ความสุขลุคส์จ้องมองแผ่นหลังขาวเนียนก่อนใช้ริมฝีปากพรมจูบไปทั่วปรางค์ปรียาชะงักขยับกายหนีแต่เขากลับรั้งเอวบางไว้
“อย่าหนี!”เขาสั่ง
ใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านขึ้นมาทันที มือหนารั้งหญิงสาวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาดวงตาคมสีน้ำทะเลจ้องลึกลงเพื่อรอคำตอบ เขาติดกับดักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้ว ไม่รู้ว่าตนเองควรทำอย่างไรมันยากจะถอนตัว
“เธออยากอยู่กับฉันไหม?”
คิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ คำถามของเขาหมายความว่ายังไงกันแน่
“หมายความว่ายังไง ฉะ...ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณกำลังพูด”
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้น เขารีบผุดลุกขึ้น ไม่กล้าพอจะพูดอะไรออกไปอีกคนอย่างเขาไม่เคยทำเช่นนี้ ไม่เคยอ้อนวอนให้หญิงคนไหนมาอยู่ด้วย คงไม่จำเป็ต้องทำ
ปรางค์ปรียามองตามแผ่นหลังสีหน้าสับสน ครุ่นคิดเื่ที่เขาถามเมื่อครู่ ้าอะไรกันแน่ถึงได้พูดแบบนั้นเขาเกลียดเธอไม่ใช่หรือ? เธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เพราะเขาชิงชังไม่ใช่หรือไง
เขาเดินออกมาจากห้องแม้กายยังครุกรุ่นกับบทรักที่เพิ่งผ่านมา และถ้อยคำที่เขาพูดออกไปแต่เขาก็จำต้องทำหน้าที่ของประธานบริษัทด้วยเช่นกัน ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปยังร่างของชายวัยกลางคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ในส่วนห้องรับรองแขก ส่วนผู้หญิงอีกคนก็คือเพื่อนของปรางค์ปรียานั้นเอง
พินอาภากัดฟันแน่นเดินวนไปวนมา ใจห่วงเพื่อนมากเหลือเกิน ภาวนาขออย่าให้เกิดเื่อะไรร้ายแรงเสียงฝีเท้าที่เริ่มดังขึ้นทำให้เธอหันมองดวงตาเรียวเบิกกว้างหญิงสาวรีบนั่งลงข้างลุงด้วยความรู้สึกหวาดกลัว
ร่างสูงใหญ่เดินมาถึงห้องรับรองเขาทอดกายนั่งลงบนโซฟาแล้วจ้องมายังทั้งคู่ด้วยสายตากร้าว แม้ใจอยากจะตรงเข้าไปกระชากไอ้ลูกน้องทรยศมาจัดการสักเท่าไหร่แต่พอนึกถึงใบหน้าของคนตัวเล็กที่เขากกกอดทุกคืนเลยจำต้องอดทนอย่างน้อยเขาก็ถือว่าหลานได้เสียสละเพื่อลุง
“แกมีอะไรจะบอกกับฉันไหมไมเคิล”เขาถามเสียงเย็น
หนุ่มใหญ่สั่นเทิ้มก่อนคุกเข่าลงกับพื้นยื่นซองเอกสารที่ขโมยจากบริษัทมาให้ เขารับมาเปิดดูเอกสารในซองดวงตาคมกริบพลิกกลับไปจ้องมองไมเคิลอีกครั้ง
แควก!
เอกสารในมือถูกเขาฉีกทิ้งอย่างไม่ไยดี ไมเคิลก้มหน้านิ่งตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อนไปไหน
“นะ...นายผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ผมกลัว...พวกมันจับตัวลูกเมียผมไปแล้วให้ผมมาคอยเป็สายในบริษัท พวกมันบอกให้ผมเอาแบบรถที่กำลังออกใหม่ไปให้พวกมันหากผมไม่ทำพวกมันจะฆ่าลูกเมียของผม!”ไมเคิลสารภาพเสียงสั่น
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ไม่นานจึงถอนหายใจ อยากจัดการไอ้ไมเคิลนัก แต่ก็เข้าใจว่าเป็เหตุจำเป็ลุคส์ลุกยืนแล้วแล้วเดินไปหาบอดี้การ์ดคนสนิท
“มาติช”
“ครับนาย”
“ได้ยินเื่ทั้งหมดแล้วใช่ไหม?”
“ครับ”
“ไปจัดการพวกมันซะ ทำให้มันไม่กล้าเผยอหน้ามาทำแบบนี้อีก!”เขาบอกเสียงกร้าวดวงตาวาวโรจน์
“ได้ครับ”
บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำสั่งแล้วออกจากคฤหาสน์เขาหันหลังกลับมานั่งประจำที่เดิมอีกครั้ง สายตากำลังจ้องมองไปยังผู้หญิงอีกคนที่กำลังนั่งกระสับกระส่ายกวาดสายตามองหาเพื่อนไม่ลดละ
ลุคส์ลอบยิ้มแล้วหันกลับมาสนใจคู่สนทนาตนเองต่อเป็ลูกน้องทำงานกับเขามาก็นาน แต่ทำไมมันดันไม่กล้าพูดความจริงกับเขาแบบนี้
“ฉันขอเตือนไว้ก่อนเลยนะไมเคิล ต่อไปนี้มีเื่อะไรให้บอกฉัน แกไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็ใครหรือแกคิดว่าฉันคงช่วยอะไรแกไม่ได้!”
“ปะ...เปล่าครับนาย ผมแค่กลัวว่าลูกเมียผมจะเป็อะไรไปก็เท่านั้น”
“แกไม่เชื่อใจฉันหรือไง!”
“ผมขอโทษครับ”
ชายหนุ่มจบบทสนทนากับลูกน้องแล้วหันมามองพินอาภาอีกครั้ง น่าแปลก... เป็แค่เพื่อนกันไม่น่าจะเป็ห่วงเป็ใยกับมากขนาดนี้ลุคส์เหลือมองสาวใช้ประจำคฤหาสน์แล้วเอ่ยปากทันที
“ไปพาผู้หญิงที่อยู่ในห้องฉันมาที่นี่หน่อย”
“ค่ะคุณชาย”สาวใช้รับคำแล้วเดินไป
พินอาภายิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินคำสั่งของเขา ใจเธอจดจ่อรอเพื่อนที่กำลังจะลงมาจากชั้นบนหวังว่าเพื่อนคงไม่เป็อะไร ไม่นานนักเธอเห็นเพื่อนกำลังลมาพร้อมกับสาวใช้พอมาถึงชั้นล่าง พินอาภารีบลุกจากโซฟาโผเข้ากอดด้วยความห่วงใย
ปรางค์ปรียาน้ำตาไหลรินไม่หยุด ในอกเจ็บร้าวจนไม่รู้จะเอ่ยออกมาเช่นไรมันเป็่เวลาที่แสนทรมาน ยาวนาน และมันทำให้เธอได้ตระหนักถึงคำว่าความแค้นกัดริมฝีปากแน่นเพื่อข่มกลั้นอารมณ์ตนเองเอาไว้พินอาภาดันเพื่อออกห่างกายจ้องมองใบหน้าแววตาหม่นน้ำตาเอ่อออกมาไม่หยุดเธอทำให้ปรางค์ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หากไม่ชวนเพื่อนมาเที่ยวเื่เลวร้ายคงไม่เกิดขึ้น ปรางค์ต้องมารับเคราะห์เพราะเธอแท้ๆ
“กลับกันเถอะปรางค์ เื่ทุกอย่างมันจบแล้ว”พินอาภาบอกเพื่อนทั้งน้ำตา
หญิงสาวเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาราคาแพงเขาไม่เอ่ยอะไรออกมามีเพียงสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกความรู้สึกหรืออารมณ์ใดๆ
“เรากลับได้แล้วจริงๆ เหรอพิน”เธอยังคงไม่มั่นใจ
“จริงๆ ลุงเราจัดการเื่ทุกอย่างหมดแล้ว”
ปรางค์ปรียาโผเข้ากอดเพื่อนอีกครั้งด้วยความสุข เดีใจมากเหลือเกินได้รอดพ้นจากขุมนรกนี้เสียทีพินอาภารีบดึงมือเพื่อนให้ตามไป เธอ้าให้เพื่อนไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่เขากลับเดินมาดักทั้งสองไว้
หญิงสาวชะงักจับมือเพื่อนไว้แน่นพินอาภาเหลือบมองเพื่อนสาวเธอรับรู้ได้ถึงอาการสั่นสะท้าน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเพื่อนเธอถึงได้หวาดกลัวมากมายขนาดนี้
“ฉัน้าคุยกับเธอก่อน”เขาบอกพร้อมกับมองหน้าหญิงสาว
ปรางค์ปรียามองหน้าเพื่อนแล้วส่ายหน้า เธออยากจะหนีให้พ้นจากเขาจริงๆ
“คุณ้าอะไรอีก เพื่อนฉันไม่้าพูดกับคุณ!”พินอาภาพยายามช่วยเพื่อน
“หากเพื่อนเธอไม่คุย ฉันจะไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น!”
พินอาภามองหน้าเพื่อนอีกครั้งด้วยความสงสารแต่หากไม่ยอมทำตามคำขอของเขาเธอเชื่อว่าเขาคงรั้งให้เพื่อนเธออยู่ที่นี่จริงๆ แน่
“ปรางค์... จะเอายังไง”
“ก็ได้เราคุยกับเขาก็ได้” หญิงสาวตอบรับเสียงสั่น
ยอมเดินเลี่ยงออกมาเพื่อให้เพื่อนได้พูดคุยกับเขาให้จบเื่ไปไม่เข้าใจว่าทำไมชายคนนั้นยัง้ารั้งเพื่อนเธอไว้อีก
ปรางค์ปรียายืนสั่นสะท้านเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ลุคส์ข่มความรู้สึกบางอย่างไว้เขารู้ว่าตนเองได้เข้าใจผิดไป เื่ทุกอย่างกระจ่างแล้วและเขาไม่รู้ว่าควรเอ่ยคำใด เมื่อทุกอย่างมันสายไป
“คะ...คุณมีเื่อะไรที่้าพูดกับฉัน”เสียงสั่นเครือถามเขา
เขาชะงักพร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดมือหนาจัดการปลดสร้อยที่อยู่รอบคอออกแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งจับมือเธอไว้แล้วหย่อนสร้อยเส้นนั้นไว้ในมือ ปรางค์ปรียามองสร้อยสีเงินมีจี้รูปหยดน้ำในมือแล้วเหลือบมองหน้าเขาด้วยความงุนงงหมายความว่ายังไงให้สร้อยคอเส้นนี้กับเธอเพื่ออะไรกัน
“หมายความว่ายังไงคะ?”หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความสงสัย
“เก็บเอาไว้!”
“ฉันไม่้า!”เธอไม่้าอะไรจากเขาทั้งนั้นไม่อยากได้สมบัติจากเขาสักชิ้น แค่นี้ก็เ็ปมากพออยู่แล้วไม่อยากได้อะไรจากเขาให้มาย้ำเตือนความเ็ปอีก
“ถ้าเธอไม่เก็บมันไว้ตามที่ฉันสั่ง เธออาจจะได้อยู่ที่นี่ตลอดไปก็ได้!”
เธอรีบสวมสร้อยไว้ที่คอของตนเองทันที ไม่้าอยู่ต่อแค่นาทีเดียวก็ไม่อยาก
“ฉันไปได้แล้วใช่ไหม!”
“เชิญ!”
หญิงสาวรีบเดินเลี่ยงเขาออกมาพินอาภารีบเดินมาจูงมือเพื่อนไว้แล้วพากันออกไปจากคฤหาสน์นั้นมือบางจับสร้อยที่เขาให้มาไว้แน่น จำใจยอมรับมันเพื่ออิสรภาพ
ชายหนุ่มมองแผ่นหลังบอกบางลับจากสายตา ทั้งๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันไม่นานแต่ทำไมหัวใจเกลับรู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด ในหัวสมองสับสน ความรู้สึกที่แท้จริงในเวลานี้เขาไม่้าให้ผู้หญิงคนนั้นเดินจากไป