เสวียนเทยีนชิงเข้าเขตผาเหินเพียงสองวันก็ออกเดินทางอีกครั้งแล้วคราวนี้ออกจากเขตผาเหินมีกองทัพหลวงติดตามคุ้มกันห้าสิบคนขบวนเดินทางนี้เคลื่อนที่อย่างไม่ช้าไม่เร็วรักษาระเบียบเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกับศัตรูทุกเมื่อธงกองทัพหลวงโบกสะบัดหากในยามปกติคงไม่มีใครกล้ายั่วยุแต่ตอนนี้ด้วยสถานการณ์อันพิเศษเกรงว่าแม้แต่นายเหนือหัวของกองทัพหลวงก็ยัง้าสังหารคนที่ขบวนทัพหลวงกองนี้คุ้มกันอยู่
“คอนนี้ปรมาจารย์ซางฉู่น่าจะออกมาได้แล้วนะเ้าค่ะหากเขาตามมานายน้อยจะทำอย่างไร?”
พอคิดถึงว่าตอนที่อยู่ในตึกที่ว่าการแล้วเซี่ยหงหยูไม่ได้ลงมือชิงเหนียวก็อดเสียดายไม่ได้ที่ไม่ได้ทุ่มสุดแรงเพื่อจัดการซางฉู่ตอนนี้หากเขายังตามมาก็คงใช้วิธีการเดิมไม่ได้แล้วอย่างไรก็ตามเสวียนเทียนชิงไม่ได้สนใจเื่นี้สักนิดกล่าวตามจริงเดิมทีเขาก็คิดเช่นเดียวกับชิงเหนียว ศัตรูอย่างซางฉู่แค่รับมือคนเดียวก็ลำบากมากแล้วหากเขาร่วมมือกับคนอื่นก็จะยิ่งปิดประตูหนีของเสวียนเทียนชิงเข้าไปอีก
ทว่าตอนที่อยู่โรงจำนำเขาทอดสายตาผ่านหน้าต่างมองฟ้าอยู่ตลอดยามเมื่อเห็นนกนางแอ่นตัวหนึ่งบินอยู่นอกเขตผาเหินเขาก็ตัดสินใจแผนการทุกอย่างได้ทันทีซางอู๋หลุดออกจากค่ายกลตรึงิญญามาได้ในใจคิดจะตามหรือไม่เขาเขาไม่อาจรู้แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจก็คือหากซางฉู่คิดจากออกจากเขตผาเหินตอนนี้เกรงว่าจะเป็ไปได้ยาก!
เสวียนเทียนชิงออกจากเขตผาเหินโดยมีกองทัพหลวงคุ้มกันห้าสิบนายเื่นี้ไม่นานก็แพร่สะพัดไปทั่วเขต าที่สำนักดาราและตระกูลลั่วก็พลันหยุดลงเช่นกันคราวนี้ไม่อาจนับได้ว่าฝ่ายไหนชนะเพราะสนามรบได้ย้ายออกจากเขตผาเหินไปแล้วสิ่งสำคัญที่ทุกคนสนใจความนี้ก็คือการตัดสินใจของเซี่ยหงหยูกองทัพหลวงที่คุ้มกันเสวียนเทียนชิงออกไปก็คือคนที่เขามอบให้เซี่ยหงหยูจะลงมือกับเสวียนเทียนชิงหรือไม่จะเป็ตัวกำลังสถานการณ์โดยรวมต่อจากนี้ไป
“เสวียนเทียนชิงป่วนทะเลเหนือทำลายพรรคสำนักไปไม่น้อยข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าเหตุใดถึงเป็เ้าที่มาหยุดข้า?”
ที่ถนนขึ้นผาชั้นเจ็ดตอนนี้ยังคงไร้ผู้ต่างจากวันปกติคนเช่นเดิมบนถนนมีเพียงคนสองคนที่สนทนากันอยู่จะว่าไปภาพนี้ก็คล้ายกับตอนที่เสวียนเทียนชิงผ่านถนนยิ่งนักเพียงแต่ผู้ที่กำลังยืนหันหน้าขึ้นชั้นเจ็ดกลับเป็ซากฉู่อันที่จริงเขาฝืนใช้กำลังทำลายค่ายกลออกมาแต่ฝืนได้ไม่นานก็ต้องหยุดลงและรอยคอยอย่างเงียบๆให้ค่ายกลสลายไปเองสาเหตุก็เพราะเขามองเห็นนกนางแอ่นตัวหนึ่งบินล่อนอยู่เหนือถนนยิ่งเมื่อคนผู้หนึ่งเดินมานั่งขวางทางไว้เช่นเดียวกับที่เขาทำก่อนหน้านี้ก็ยิ่งทำให้เขาไม่อาจเสียพลังไปกับการฝืนทำลายค่ายกลได้
“เฮอะ! เ้าคิดว่าข้าอยากมาช่วยเ้าเด็กตัวเหม็นนั่นมากนักหรือ?ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าศิษย์เอาแต่ใจของข้าคนนั้นชีวิตนี้คนที่ข้าไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุดก็คือเ้าเด็กแซ่เสวียนผู้นั้นนี่แหละ!”
เสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดของชายวัยกลางคนดังขึ้นคนที่มาขวางทางซางฉู่ไว้ครั้งนี้ก็คือปรมาจารย์ขั้นที่สามท่านหนึ่งเช่นกันอีกทั้งสถานะของเขายังเหนือกว่าซางฉู่อยู่ไม่น้อยด้วยในทะเลตะวันออกแบ่งออกเป็สิบเขตและชายผู้นี้ก็คือผู้ปกครองทะเลเหนือเ้าวังน้ำแข็งอุดรนามว่าไห่กั่วกง
“เช่นนั้นทำไมเ้าไม่หลีกทางให้ข้า? ปล่อยให้ข้าไปสังหารเขาชาตินี้เ้าก็ไม่ต้องเห็นหน้าเขาอีก”
ซางฉู่ยิ่งคิดยิ่งขมวดคิ้วข่าวเมื่อสองปีก่อนเสวียนเทียนชิงป่วนทะเลเหนือไม่ใช่ความลับอะไรแม้จะมีคนไม่มากที่รู้แต่เขาคนที่เตรียมการมาเพื่อรอวันที่เสวียนเทียนชิงกลับเมืองหลวงล้วนคอยจับตาดูเสวียนเทียนชิงอย่างใกล้ชิดมาตลอดหากเขาจำไม่ผิดตอนนั้นมีข่าวลือออกมาว่าไห่กั่วกงออกไล่ล่าเสวียนเทียนชิงไปถึงสามทะเลด้วยซ้ำ
“หลีกทางให้เ้า? ผายลมเถอะ! หากเ้าคิดจะสู้ก็เข้ามาหากไม่คิดสู้ก็ไสหัวออกจากเขตผาเหินไปซะ!”
โดยไม่คาดคิดจู่ๆไห่กั่วกงก็ลุกพรึบคว้ากระบี่ออกมาชี้หน้าซางฉู่อย่างโมโหเดิมทีเขาก็อารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่แล้วดังนั้นคำถามนี้ของซางฉู่กลับยิ่งไปกระตุ้นความไม่พอใจของเขาลำพังแค่ศิษย์คนเล็กของเขาอย่างมากก็ทำได้แค่โน้มน้ามไม่ให้เขาเอาเื่เสวียนเทียนชิงต่อแต่ใครจะไปเล่าว่าตอนนั้นคนที่เสวียนเทียนชิงผูกสัมพันธ์ด้วยจะไม่ใช่แค่ศิษย์คนเล็กของเขาแต่ยังมีฮูหยินของเขาอีกคน!ยิ่งไปกว่านั้นถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเสวียนเทียนชิงเปิดเผยเื้ัของตัวเองออกมานางคงบังคับให้เขารับเสวียนเทียนชิงเป็บุตรบุญธรรมไปแล้ว!
เห็นไห่กั่วกงเดือนดาลขึ้นมาซางฉู่อดไม่ได้ที่จะงงงวยทว่าเมื่อเห็นปราณแท้ของเขาที่ะเิออกมาบ่งบอกชัดเจนว่าเตรียมจะลงมือในที่สุดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะเก็บดาบหมุนตัวเดินลงถนนไปคราวนี้ถูกเสวียนเทียนชิงวางอุบายขังไว้ในค่ายกลหนำซ้ำยังมีไห่กั่วกงมาขวางทางอีกภารกิจนี้นับว่าล้มเหลวอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว
ไห่กั่วกงมองดูซางฉู่จากไปก่อนจะเก็บกระบี่พ่นลมหายใจออกจมูกอย่างดูถูกดูแคลนเขามีความคิดต่างออกไปอย่างชิ้นเชิงจากซากฉู่ไม่เพียงเขาจะคิดว่าซางฉู่ไม่มีปัญญาจัดการเสวียนเทียนชิงแต่เขายังคิดว่าซางฉู่จะถูกอีกฝ่ายสังหารเอาเสียด้วยซ้ำยิ่งคิดย้อนกลับไปถึงเื่ที่ทำให้เขาตัวสั่นเมื่อสองปีก่อนก็ยิ่งทำให้เขาโมโหจนหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก!
หลังซางฉู่จากไปสถานการณ์ในเขตผาเหินก็กลับมาสงบลงอีกครั้งไห่กั่วกงรั้งอยู่ครึ่งวันพอแน่ใจว่าสามดาบคลั่งถอยออกจากเขตผาเหินแล้วเขาจึงได้กลับทะเลเหนือไปเช่นกันมาครั้งนี้เขารับปากศิษย์คนเล็กและฮูหยินว่าจะช่วยเสวียนเทียนชิงเพียงครั้งเดียวเท่านั้นอีกอย่างตอนที่เขาเข้าเขตผาเหินมาคนที่มาช่วยเสวียนเทียนชิงก็ไม่ได้มีแค่เขา
ดังนั้นแล้วด่านสุดท้ายของเสวียนเทียนชิงในเขตผาเหินก็คือการตัดสินใจของเซี่ยหงหยูหากเขาปล่อยเสวียนเทียนชิงไปก็จะเท่ากับว่าในสามด่านสี่เขตนั้นเสวียนเทียนชิงได้เข้าใกล้เมืองหลวงนภาครามไปอีกก้าวแล้วแต่ท่าหากเซี่ยหงหยูคิดจะลงมือจริงเสวียนเทียนชิงก็ต้องรับศึกหนักก่อนจะออกจากเขตผาเหิน
“อีกสิบลี้จะออกจากเขตผาเหินแล้วเ้าค่ะ พอผ่านป่าสนสี่ฤดูก็จะเข้าเขตเมืองทอประกายแล้ว”
ชิงเหนียวกระซิบอยู่ด้านข้างเสวียนเทียนชิงขณะเดียวกันทั้งนางและลู่หยาต่างก็ระมัดระวังตัวเต็มที่คอยจับตามองคนของกองทัพหลวงตลอดหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นก็พร้อมที่จะลงมือทันทีอย่างไรก้ตามท่าท่างของเสวียนเทียนชิงนั้นกลับดูสบายอย่างยิ่ง
“ไม่รู้ว่าเซี่ยหงหยูจะเลือกอย่างไรตอนนี้ที่เขตผาเหินคงจะสงบลงแล้ว สำนักดารากับตระกูลลั่วก็ไม่น่าจะตกอยู่ในอันตรายตอนนี้ข้าออกจากเขตผาเหินมาสามชั่วยามยังไม่เห็นเงาของซางฉู่ก็เดาได้ว่าสามดาบคลั่งอาจจะถอนตัวกลับไปแล้วนอกเสียจากเหวินซู่ผู้นั้นจะไม่กลัวตายกล้าลงมือกับข้าจริงๆ”
ที่เสวียนเทียนชิงยังไม่ท่าทีสบายๆก็เพราะตอนนี้เขากำลังคิดไปถึงสีหน้าท่าทางของไห่กั่วกงตาเฒ่านั้นอย่ามองว่ารูปลักษณ์หนุ่มแน่นแต่ที่จริงอายุปาเข้าไปครึ่งร้อยแล้วนิสัยท่าทางดุดันของเขาที่จบลงด้วยความโกรธจนหัวฟัดฟัวเหวี่ยวช่างทำให้เสวียนเทียนชิงสำราญใจยิ่งนัก
อีกอย่างเหวินซู่ดาบแดงแห่งทุ่งอุดรผู้นั้นไม่เพียงเป็หัวหน้าของสามดาบคลั่งแต่เขายังเป็ถึงปรมาจารย์ขั้นสี่สามปีก่อนเสวียนอู่หยางเคยกล่าวไว้ว่าคนที่ลงมือกับเสวียนเทียนชิงได้จะอยู่มีระดับพลังยุทธ์ไม่เกินปรมาจารย์ขั้นสามเท่านั้นตอนนี้เสวียนเทียนชิงเดินหน้ากลับเมืองหลวงไม่มีทางที่ตระกูลเสวียนจะอยู่เฉยแน่หากปรมาจารย์ขั้นสี่กล้าลงมือกับเขาจริงตระกูลเสวียนย่อมต้องยื่นมือเข้ามา
กฎข้อนี้ของเสวียนอู่หยางไม่เพียงแต่ใช้ข่มขู่แต่ยังเป็สิ่งที่ขุมอำนาจอื่นต้องรักษาเอาไว้อย่างเคร่งครัดด้วยหากมีคนแหกกฏข้อนี้ก็เท่ากับดึงตระกูลเสวียนเข้ามาเกี่ยวแล้วหลังจากนั้นพวกเขายังจะมีทางไหนสักหารเสวียนเทียนชิงได้อีก?ดังนั้นไม่เพียงแค่พวกเขาจะรักษากฏข้อนี้อย่างเคร่งครัดแต่ยังถึงขั้นจัดการคนบางกลุ่มที่้าแหกกฏเพื่อสังหารเสวียนเทียนชิงไปด้วย
“ก็ไม่แน่นะเ้าค่ะ ครึ่งปีก่อนฉวงิผู้าุโของวังัดำยังกล้าลอบโจมตีนายน้อยเลยนะเ้าค่ะเพียงแต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็คนของฝ่ายไหนที่เข้ามาช่วยพวกเรา”
ลู่หยากล่าวออกมาเสียงแ่เบาฉวงิเป็นักฆ่าเช่นเดียวกับนางและวังัดำก็เป้นขุมอำนาจใหญ่ของทะเลอีสานคราวนั้นฉวงิปรมาจารย์ขั้นสี่ลงมือลงกับเสวียนเทียนชิงเรียกได้ว่าเป็การลอบสังหารที่อันตรายที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียวหากไม่ใช่ว่ามีคนลึกลับมาช่วยเอาไว้ก็ยังไม่แน่ว่าเสวียนเทียนชิงจะรอดมาได้ถึงตอนนี้
“คนที่ช่วยพวกเราไม่ใช่คนตระกูลเสวียนแน่นอนคนที่้าให้ข้าตายนั้นมีมากขนาดไหนเ้าไม่รู้หรือ? จนกว่าจะได้โอกาศที่มั่นใจว่าจะสำเร็จแน่นอนพวกเขาไม่มีทางยอมให้กฏที่ท่านพ่อพูดออกมาถูกทำลายแน่”
เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาพลางส่ายหัวเมื่อคิดถึงบิดาของตนก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
“จะว่าไปแล้วพวกเ้ารู้สึกว่าตาเฒ่าที่นำทางพวกเราเข้าไปในตึกผู้ว่าการหน้าตาคุ้นๆหรือไม่?หลายปีก่อนข้าหักขาเด็กตระกูลเซี่ยไปคนหนึ่งก็เหมือนจะมีตาเฒ่าหน้าตาเช่นนี้ตามมาถึงจวนเสวียนถ้าหากข้าเดาได้ถูกจริงๆ ก็นับว่าเซี่ยหงหยูคนนี้ไม่ธรรมดาแล้ว”
เสวียนเทียนชิงคุยกับสาวใช้ทั้งสองอยู่ไม่กี่คำก็ต้องเงียบลงคิ้วเรียวดุจกระบี่ของเขาพลันต้องขมวดคิ้วขึ้นมาเพราะอีกเพียงสามสามลี้จะผ่านเขตผาเหินไปกลับมีชายชราคนหนึ่งขวางทางอยู่ชายชราผู้นี้ผิวคล้ำร่างผอมในมือถือดาบเล่มหนึ่งส่องแสงประกายสีแดงออกมา
มองแค่เพียงปราดเดียวเสวียนเทียนชิงก็รู้ว่าดาบเล่มนี้สร้างขึ้นจากผลึกอัคคีของขึ้นชื่อทางเหนือแล้วคนที่ถือมันอยู่ก็คือเหวินซู่ปรมาจารย์ขั้นสี่ผู้ที่เสวียนเทียนชิงพึ่งจะเอ่ยถึงไปเมื่อครู่นี้เอง!