“คุณไม่เป็ไรนะครับ?” รฐนนท์หันมาถามดารันเมื่อรถจอดสนิทแล้ว พอเห็นเธอพยักหน้ารับ เขาจึงค่อยรู้สึกโล่งอก
“มีหินถล่ม น่ะครับ คงเพราะฝนตกมาหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ เดี๋ยวผมจะลงไปเคลียร์ทาง คุณรออยู่บนรถแล้วกันนะครับ ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบาย” รฐนนท์เปิดประตูรถลงไปขนย้ายหินเข้าข้างทาง ดารันตัดสินใจลงมาช่วยเขา เธอจะเอาเปรียบให้เขาลำบากอยู่คนเดียวได้อย่างไรกัน เธอไม่ใช่คนไร้น้ำใจเสียหน่อย
“ไม่ต้องช่วยหรอกครับ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ลำบากคุณเปล่า ๆ" รฐนนท์พูดเมื่อเห็นหญิงสาวลงมาช่วยเก็บเศษหินเข้าข้างทาง แต่ส่วนหนึ่งก็แอบดีใจที่เธอยังมีน้ำใจกับเขา
“ไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงเราก็มาด้วยกัน ต้องช่วยกันถึงจะถูกจริงไหมคะ อีกอย่างฉันเริ่มหิวแล้วล่ะค่ะ ช่วยกันสองคนจะได้เสร็จเร็ว ๆ จะได้ไปถึงเร็ว ๆ แล้วฉันก็จะได้ไม่ต้องหิวนาน ยังไงล่ะคะ” ดารันพูดไปตามความรู้สึก เพราะตอนนี้เธอเริ่มหิวขึ้นมาแล้วจริง ๆ ตอนนี้เย็นมากแล้วด้วยขืนนานไปอาจจะค่ำเสียก่อนก็ได้ รฐนนท์แอบอมยิ้ม หลังจากได้ยินคำพูดพวกนั้นพร้อมกับท่าทางจริงจังของดารัน
“มือคุณเจ็บเหรอครับ ขอผมดูหน่อย” เมื่อเปิดทางได้ทั้งคู่จึงกลับขึ้นมาบนรถเพื่อเดินทางต่อ แต่รฐนนท์สังเกตเห็นดารันจับนิ้วชี้ของเธอเอาไว้ เขาจึงคิดว่าเธออาจจะถูกหินบาดตอนที่ช่วยกันขนไปทิ้งข้างทางก็เป็ได้
“ไม่เป็ไรมากหรอกค่ะ แผลนิดเดียว กดไว้เืก็ไม่ไหลแล้ว เอาไว้ไปถึงค่อยทำแผลก็ได้ค่ะ” ดารันพูดเมื่อเห็นชายหนุ่มหันไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่อยู่หลังที่นั่งขึ้นมา
“ทำแผลเลยดีกว่าครับ ผมมีอุปกรณ์อยู่แล้ว นี่ไงครับ ขอผมดูแผลหน่อยนะครับ” ผู้กองหนุ่มเอื้อมมือไปจับนิ้วที่มีแผลของหญิงสาวขึ้นมาแล้วเริ่มล้างแผลให้อย่างเบามือ
“เจ็บหน่อยนะครับต้องล้างแผลให้สะอาดก่อน อาจจะแสบนิดหน่อย พอทายาก็จะไม่แสบละครับ” เขาอธิบายไปด้วยทำไปด้วย ขณะที่ล้างแผลเขาก็เป่าที่นิ้วของเธอเหมือนว่ากลัวเธอจะแสบ
ดารันมองคนตรงหน้าแล้วแอบอมยิ้ม พรางคิดว่า ‘ผู้ชายคนนี้บางทีก็ดูแข็งกระด้าง บางทีก็ดูอ่อนโยนเหมือนมีสองคนในคนเดียวเลย แต่เธอชอบให้เขาเป็แบบอ่อนโยนแบบนี้มากกว่า
"คุณยิ้มอะไร ผมทำอะไรที่ตลกเหรอครับ"เ้าของมือใหญ่ถามคนที่แอบอมยิ้มด้วยความสงสัย
"ก็... นิดหน่อยค่ะ คุณทำเหมือนกับว่ากำลังทำแผลให้เด็กๆ ฉันก็เลยอดขำไม่ได้น่ะค่ะ" ดารันพูดกลั้วหัวเราะในตอนท้าย
"เหรอครับ ผมไม่ยักรู้ ปรกติผมชอบแบบนี้น่ะครับเป่าไปด้วยจะได้ไม่แสบ" รฐนนท์เหลือบมองคู่สนทนาแวบหนึ่งแล้วก้มลงทำต่อ
“คุณคงทำบ่อยนะคะ ดูคล่องเชียว” ดารันถามเมื่อเห็นว่าเขาทำได้คล่อง และมือเบามากจนเธอแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย หรือว่าเธออาจจะกำลังสนใจใบหน้าของคนตรงหน้าอยู่จนทำให้ลืมเจ็บไปก็เป็ได้
“ก็...บ่อยอยู่นะครับ ตอนอยู่ใต้ต้องออกพื้นที่แทบทุกวัน เลยได้แผลมาบ่อย ๆ” รฐนนท์แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองที่เผลอพูดเื่ที่เขาเคยอยู่ชายแดนใต้ออกไป และมันก็ทำให้ดารันถึงกับหูผึ่งเลยทีเดียว
“คุณเคยอยู่ในพื้นที่สีแดงที่ใต้เหรอคะ ฉันก็เคยไปจัดงานวันเด็กให้เด็ก ๆ ที่ยะลาค่ะ แล้วก็เจอกับเหตุการณ์ะเิด้วยน่ากลัวมากเลยค่ะ น่านับถือคนที่ทำงานที่นั่นจริง ๆ นะคะ นอกจากจิตใจต้องเข้มแข็ง กล้าหารแล้ว ยังต้องเสียสละมาก ๆ ด้วยค่ะ” ดารันเองรู้สึกดีใจที่ครั้งหนึ่งเธอเคยได้รู้จักกับคนเ่าั้
“อ่ะ เสร็จแล้วครับ ทีนี้ก็ไปต่อกัน” รฐนนท์เก็บของเรียบร้อยด้วยความรวดเร็ว เขามองไปที่ดารันอีกครั้งและเห็นว่าเธอยังไม่ได้คาดเข็มขัดตามที่เขาคิดเอาไว้ เขาจึงเอื้อมมือไปดึงสายเข็มขัดของดารันมาขาดให้
การกระทำของรฐนนท์ทำให้ดารันใไม่ใช่น้อย ที่อยู่ ๆ ชายหนุ่มทำแบบนี้แทนที่จะบอกให้เธอทำเอง แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะมันเร็วมากจนเธอไม่ทันตั้งตัว เธอเห็นแค่หน้าเขาที่เข้ามาใกล้และหางออกไปเหมือนลมพัดผ่าน
“ทีหลัง อย่าลืมคาดเข็มขัดอีกนะครับ เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นมันจะช่วยได้มากเลยทีเดียว” รฐนนท์พูดขณะออกรถโดยที่ไม่ได้หันมามองคนข้าง ๆ ที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่
“อ้อ ....ค่ะ ขอโทษนะคะฉันลืมไป เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” ดารันรู้สึกว่าดีแล้วที่เขาไม่หันมาไม่อย่างนั้นเขาคงจะสังเกตเห็นว่าเธอมีท่าทางเขินอาย ก็จะไม่ให้เธออายได้อย่างไรในเมื่อหน้าเขาแทบจะชนกับหน้าเธออยู่แล้ว แถมยังต้องอยู่ในรถกับเขาอีกตั้งนานกว่าจะถึงที่หมาย
หลังจากความตื่นเต้นหายไปความเงียบสงบก็เข้าคลอบคลุมภายในรถอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งดารันเริ่มมองเห็นบ้านของชาวเขาที่ปลูกอยู่ตามไหล่ทาง เป็สัญญาณว่าน่าจะใกล้ถึงที่หมายแล้ว
“ใกล้ถึงแล้วใช้ไหมคะ เห็นบ้านคนแล้ว” ดารันถามอย่างตื่นเต้น บ้านที่เธอเห็น หรือจะเรียกว่ากระท่อมก็น่าจะได้เพราะเป็บ้านไม้หลังเล็ก ๆ ที่ใช้หญ้าคามุงหลังคา และมีสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านเช่น เป็ด ไก่ หมูที่ตัวสีดำ ๆ เดินอยู่ทั่วไปตามใต้ถุนบ้านและไม่เว้นแม้แต่บนถนนด้วย ทำให้ดารันรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อย
“ครับอีกเดี๋ยวก็ถึงแล้วครับ” รฐนนท์บอกพร้อมกับหันไปมองคนข้าง ๆ แวบหนึ่ง เห็นเธอทำท่าทางสนอกสนใจกับสิ่งที่อยู่รอบข้างเหมือนไม่เคยเห็นสิ่งเ่าั้มาก่อน
“เอ๊ะ นั่นหมูใช่ไหมคะ ตัวสีดำ ๆ อะค่ะ แล้วทำไมถึงปล่อยให้มันมาเดินตามถนนได้ล่ะ เค้าไม่เลี้ยงกันในคอกเหรอคะ” ดารันถามด้วยความอยากรู้เพราะที่เธอเคยเห็นมีแต่เลี้ยงกันในคอกมากกว่า
“ชาวบ้านเค้าก็ปล่อยแบบนี้แหละครับ ไม่ได้เลี้ยงในคอกให้อาหารทุกมื้อหรอก ปล่อยให้มันหากินเองด้วยครับ”
“อืม เลี้ยงแบบนี้ก็ดีนะคะ มันจะได้ไม่ต้องอยู่แต่ในคอก อิสระดี” ดารันยิ้มกว้าง หันมาทางผู้กองหนุ่ม
รถแล่นต่อไปอีกสักพัก ดารันก็เริ่มเห็นเสาธงชาติใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ รฐนนท์ขับรถเข้าไปในฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตั้งอยู่บริเวรเดียวกัน โดยแยกกันคนละฝั่งเป็สัดส่วน
“ถึงแล้วล่ะครับ ทุกคนคงรอทานข้าวอยู่ เห็นครูใหญ่บอกว่าวันนี้จะเลี้ยงต้อนรับคุณด้วย” รฐนนท์หันมาบอกกับดารันขณะที่นำรถเข้าไปจอดยังโรงจอดรถ ซึ่งขณะนี้มีรถจอดอยู่หลายคัน ดูเหมือนว่าจะมีแขกมาร่วมด้วย นอกจากเ้าหน้าที่ของฐานและครูตชด. แล้ว น่าจะเป็คุณหมอและเ้าหน้าที่จากอนามัยที่อยู่ใกล้ ๆ นี้ด้วยเป็แน่
“ไม่เป็ไร ฉันถือเองได้ค่ะ” ดารันพูด เมื่อเห็น รฐนนท์หยิบกระเป๋าของเธอจากหลังรถลงมาถือเอง
“ผมถือไปส่งดีกว่าครับ ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว เชิญทางนี้ครับ” รฐนนท์ไม่ยอมส่งกระเป๋าคืนให้ เขาออกเดินนำหน้าดารันเข้าไปภายในอาคารที่ดูเหมือนจะมีคนอยู่ด้านในหลายคน เพราะได้ยินเสียงคุยกันลอดออกมา เมื่อเข้าไปในห้องแล้วดารันเห็นว่าอาหารที่ถูกจัดไว้บนโต๊ะหลายอย่าง และทุกคนต่างลุกขึ้นยืนต้อนรับพร้อมกับกล่าวทักทายกับเธอ
“สวัสดีครับ ผมครูสมพงษ์ เป็ครูใหญ่ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปางดาราครับ พวกเรายินดีต้อนรับคุณครูดารัน ที่จะมาช่วยสอนที่นี่นะครับ หากขาดเหลือหรือ้าอะไร บอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่เราอยู่กันอย่างพี่น้องครับ” ครูใหญ่กล่าวต้อนรับดารันจบ ทุกคนต่างก็ปรบมือ หลังจากนั้นจึงเริ่มแนะนำตัวกัน
ซึ่งก็มีครูตชด.หญิงอีกหนึ่งคนชื่อคุณครูพิกุล และ ตชด.อีกหลายคนที่ฐานปฏิบัติการ ดารันเองยังจำได้ไม่หมดขณะที่ทุกคนแนะนำตัว นอกจากนั้นก็ยังมีคุณหมอ กฤษฏา กับพยาบาลสาวสวยอรุณรัตน์ ที่ทำงานอยู่อนามัยใกล้ ๆ ที่นี่ มาร่วมทานอาหารเย็นด้วยกัน ซึ่งถือเป็การเลี้ยงต้อนรับดารันอย่างอบอุ่น
ดารันรู้สึกประทับใจมากที่ทุกคนให้ความเป็กันเองกับเธอ และมันก็บ่งบอกได้ว่า เธอจะอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจไร้กังวลเื่เพื่อนร่วมงานไปอย่างหนึ่ง แต่เื่งานค่อยว่ากันอีกที ที่สำคัญตอนนี้เธอหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ‘ขอกินให้อิ่มก่อนก็แล้วกันนะ’