หลังจากออกมาจากร้านอาหาร ผมก็เดินมายังตลาดตามคำแนะนำของ คานะ แล้วตลอดทางที่เดินมา เมื่อเธอเจอร้านขายอาหารข้างทางเธอก็ทำหน้า เหมือนกับคนหิวโหยไม่ใด้กินอะไรมาเลยแบบนั้นละ ทั้งๆที่เพิ่งจะสวาปามไปขนาดนั่นแท้ๆ จะเดินชมเมืองแล้วมองหน้าหิวโหยของสาวน้อยต่อไป แบบนั้นมันก็ไม่ดีอะนะ แล้วผมก็ไม่ใช่แนวนั้นด้วย
ผมก็เลยต้องซื้ออาหารตามร้านต่างๆที่เธอเดินผ่านไป ดูสาวน้อยที่ถือขนมอยู่เต็ม 2 มือแล้วกินอย่างมีความสุขไป พร้อมกันเดินชมเมืองไปด้วยมันก็ใด้บรรยากาศดีออกครับ
[คานะ] ขอบคุณนะ พี่ ยูจิ ขนมอร่อยจัง งั่มๆ กรุมๆ กรวบๆ
[ยูจิ] กินไปขนาดนั้นเดียวก็ปวดท้องหรอก แล้วโซนนี้น่ะมันโซนของชนชั้นสูงนะ เค้าไม่ให้ชาวเมืองทั่วไปขอใช้บางอย่างหรอกนะ
[คานะ] ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ พี่ ยูจิ เลดี้น่ะ มีท้องสำรองไว้สำหรับขนมเสมอละ
เธอพูดพร้อมกับฮัมเพลงอย่างมีความสุข ไปกับขนมที่อยู่ตรงหน้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน
[คานะ] ...คือ คือ เอิ่มพี่ยูจิ
[ยูจิ] เป็อะไรไปละคานะ เรายังต้องเดินไปกันอีกหน่อย ถึงจะไปถึงจุดชมวิวกลางเมืองนะ
คานะพูดพร้อมกันกับแก้มอันแดงก่ำของเธอ
[คานะ] มันจะไม่ไหวแล้วอ่าาาา จะไม่ไหวแล้วว ทำไงดีอะ
กะแล้วเชียว ก็ไหนจะน้ำกะขนมขนาดนั้นอะนะ ไหนว่ามี 2 ท้องไง
[ยูจิ] แถวนี้มันโซนของคนชั้นสูงนะ เค้าไม่ให้สามัญชน ใช้ห้องน้ำร่วมกันกับของชนชั้นสูงน่ะ เธอก็หน้าจะรู้ไม่ใช่หรอ
[คานะ] เราก็รู้อยู่หรอกนะ ถึงใด้บอกไงละ ว่าแย่แล้วอ่าา
ผมให้สัญญาณกับ มิยูกิ ที่อยู่ด้านหลังผมไป 30 เมตร ไม่กี่วิต่อมาก็มีบางสิ่งมาอยู่ที่มือของผม
[ยูจิ] คานะขอผมถามหน่อยนะ ตอบมาตามความจริง ด้วยละ[ทนไหวไหม]
[คานะ] ไม่ไหวอ่าา มันจาออกมาแล้ววว อะะะ
[ยูจิ] งั้นก็ต้องใช้เ้านี้แล้วละ ผมส่งบางสิ่งให้กับคานะ
[คานะ] อ๋า เอิ่ม จะต้องใช้มันจริงๆหรอ ระ ระ เราไม่เคยใช้มันเลยมาก่อนเลยนะ
[ยูจิ] ก็นี้มันเป็กรณีเร่งด่วนนี้นะ ถ้าไม่ใช้มันก็.... ผมก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วละ โอ๊ะ ใช้มันใต้สะพานตรงนั้นหน้าจะใด้นะ เดียวผมดูต้นทางให้ไม่ต้องห่วงหรอก
[คานะ] มะ มันจะไม่เป็ไรจริงๆหรอ งะ งั้นอย่าแอบดูเรานะ ถ้าแอบดูละก็เราจะโกรธ พี่ยูจิจริงๆด้วย
แล้วคานะก็เอาสิ่งนั้นไป แล้วเดินไปยังใต้สะพานตรงนั้น แล้วก็ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ถึงจะเห็นผมเป็แบบนี้ แต่ผมน่ะไม่ใช้คนฉวยโอกาศ จากความลำบากของหญิงสาวหรอกนะ ผมไม่ใช้พวกชอบแอบดูสาวน้อย โรคจิตแบบนั้นหรอก แต่ถ้าเป็ไปใด้ผมอยากให้เธอให้ผมดูอย่างเต็มใจมากกว่าอะ ผมหวังว่าจะมีวันแบบนั้นสักวันนึง ในชีวิตของผมนะ [จากคนแต่ง เอ็งน่ะอาการเกินเยียวยาแล้วละยูจิ]
หลังจากทำหน้าที่ผู้พิทักษ์อย่างตั้งใจ บนสะพานให้คานะ 10 วิ ต่อมามันก็เกิดขึ้น
..... กับ..... และ..... ดังสนั่นไปทั้งสะพานเลยละครับ ผมโปกมือให้กันคนที่เดินผ่านไปมา ว่าไม่เป็ไร ไม่เป็ไร เรามีการซ่อมแซมบางอย่างนิดหน่อย เชิญผ่านกันไปก่อนเลยครับ แล้วก็ก้มหัวขอโทษในความไม่สะดวกในที่นี้ด้วยครับ
หลังจากนั้น คานะ ก็เดินออกมาพร้อมกับหน้าอันแดงก่ำ เป็ลูกตำลึงของเธอเลยละ
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆเธอ ขอเอาคืนอะไรเล็กๆน้อยๆ กับความลำบากบนสะพานของผมนิดนึงก็แล้วกัน
[ยูจิ] ทุกคนก็หน้าจะมีประสบการณ์ แบบนี้ครั้งนึงในชีวิตละ มันอยู่ที่เรา... อุ คิ
ก่อนที่ผมจะใด้ปลอบโยน คานะ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นมาผมกลับหลุด ไปเองสะก่อนก็นะผมไม่คิดว่ามันจะ ... ขนาดนั้นเลยนี้นา
[คานะ] พี่ ยูยยจิิจิจ
เธอวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับเอามือน้อยๆ ของเธอมาทุบผม แล้วผมก็วิ่งหนีแล้วรอให้เธอวิ่งเข้ามา ไปเรื่อยๆ ไปจนถึงจุดชมวิว ของเมืองเชอรินเลยละนะ มันเป็จุดที่ดีจริงๆ วิวสวยมากเลยละ มองเห็นเมืองเซอรินใด้เกือบทั้งหมดเลย ผมสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด ไปพร้อมๆกับมอง คานะ ที่งอนตุบป่องอยู่ข้างๆผม
[ยูจิ] ยังไม่หายงอนอีกเหรอ เลดี้เค้าทำตัวเหมือนเด็กๆกันรึไงกันละ
[คานะ] ฮึ ฮึ เราโกรธที่ยูจิไม่ยอมให้เราทุบดีๆ ต่างหากละ
[ยูจิ] โกรธเื่นี้เองหรอ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน
ผมเดินเข้าไปในร้านขายของชำที่อยู่ข้างๆ แล้วซื้อเครื่องประดับที่ใช้ม้วนผม อย่างดีมาคู่นึง แล้วผมก็ใส่มันให้กับ คานะ หูยย เธอเหมาะกับทรงทวิลเทสหน้าดูเลยนะเนี่ย
[คานะ] นะ น่ะ นี้มัน
[ยูจิ] ถือว่าผมขอโทษเื่เมื่อกี้ด้วยก็แล้วกันนะ
[คานะ] งั้นเราจะยกโทษให้เป็กรณีพิเศษ ก็ใด้
เธอพูดพร้อมกับบิดตัวไปมา หลังจากนั้นเราก็พูดคุยเกี่ยวกับ งานวิจัยต่างๆของผม ท่ามกลางวิวอันสวยงามที่อยู่ตรงหน้า ผมถามเธอไปหลายๆอย่างเลยละ ว่ามีความเป็ไปใด้มั้งไหม เกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆของผม โดยเฉพาะการตัดต่อพันธุกรรมของของพืชผลต่างๆ
[คานะ] โหหห พี่ยูจิ มีแต่ของสุดยอดทั้งนั้นเลยอะ พี่ยูจิคิดจะทำสิ่งนี้จริงๆเหรอ ถ้ามีห้องปฎิบัติการ กับอุปกรณ์ดีๆ รวมถึงทีมวิจัยสัก 10 คน เราว่ามันก็เป็ไปใด้อยู่หรอกนะ แต่ก็ต้องสร้างเครื่องมือเวทมนตร์ เฉพาะทางหลาย 10 ชิ้นเลยละใช้เงินทุนเยอะหน้าดูเลยอะ ถึงเป็เราที่มีทุกอย่างพร้อม ถ้าจะให้เสร็จสมบูรณ์ก็ต้องกินเวลาหลายเดือนเลย
[ยูจิ] สมมุตินะแค่สมมุติ ถ้ามีทีมวิจัยอยากให้คานะ ไปช่วยทำวิจัยงานเหล่านี้ คานะอยากจะไปทำงานวิจัยด้วยไหมละ
[คานะ] หูยยย มันคงเป็ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ คานะเลยละพี่ ยูจิ แต่นักวิจัยบ้านนอกอย่าง คานะ น่ะจะใด้ไปวิจัยงานที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นใด้ยังไงละ คานะคงทำใด้แค่ฝันละนะ
[ยูจิ] ถึงเป็ความฝันก็ห้ามตัดใจนะ คานะ ผมเชื่อว่าวันนั้นจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน เหมือนดั่งการพบกันแห่งโชคชะตา ของเรา 2 คนยังไงละ
[คานะ] อืม ขอบคุณนะ พี่ยูจิ
ว่าแล้วคานะก็หมุนตัวของเธอ ไปพร้อมกับจับเครื่องประดับที่ผมซื้อให้เธอไป พวกเราคุยกันต่อหลายอย่าง ความฝันของเธอที่อยากจะไปเป็วิศวกรในเมืองหลวง ความฝันในอนาคต ตัวตนของฮีโร่ที่เธอไฝ่ฝัน ในที่นั่งบนยอดสุดของจุดชมวิวแห่งนี้เลยละ
[คานะ] ที่นี้มันสวยจังเลยละ พี่ยูจิ รู้แบบนี้ คานะ หน้าจะมาเดินชมวิวแถวนี้บ่อยๆอะ
เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มของเธอ เป็รอยยิ้มที่สวยงามมาก มันเป็ภาพที่ผมจะเก็บมันใว้ในหัวใจ ของผมไปอีกนานเลยละ
[ยูจิ] ก็เธอยุ่งอยู่กับงานวิจัยตลอดเลยนินะ จนแทบที่จะไม่มองรอบตัวเองเลย แต่ผมก็พอจะเข้าใจ คานะ อยู่นะ เพราะผมก็เคยเป็แบบเธอเหมือนกัน ก่อนที่ผมจะมาที่นี้น่ะ
เวลาผ่านเลยไปจนถึง่เย็น หลังจากเที่ยวชมจุดชมวิวอีก 2 จุดในเมือง เราก็เดินกลับมาอีกครั้งในโซนขายอาหาร โครก คราก... เสียงที่คุ้นเคยกับมาอีกครั้ง ทั้งที่กลางวันก็ยัดขนมลงกระเพาะไปเป็กิโล แล้วแท้ๆ
[ยูจิ] เราไปหาอะไรกินในร้านอาหารข้างหน้ากันเถอะ คานะ ระวังอย่ากินเยอะเกินไปละ
[คานะ] เสียมารยาทที่สุดเลยอะ พูดแบบนี้กับเลดี้ไม่ใด้หรอกนะ พี่ยูจิไม่มีความละเอียดอ่อนเอาสะเลยอะ
ถ้าเป็หญิงสาวคนอื่นน่ะมันก็ใช่อยู่แต่ คานะ ผมว่าเธอไม่มีสิทธ์มาพูดเื่แบบนี้หรอกนะ
หลังจากมื้ออาหารใน่เย็นผ่านไป พวกเราก็เดินออกจากร้านอาหาร ระหว่างทางที่ผมเดินไปส่ง คานะ ที่ห้อง
[ลูกน้อง 1] ยัยหนูนั้นไงผมเจอมันแล้วละ ลูกพี่
[พี่ใหญ่] ไหนๆ ฮ่าาๆ ยัยเด็กนั้นจริงๆด้วย
ระหว่างนั้นก็ใด้มีนักเลงตัวใหญ่ 3 คนเดินเข้ามาหาผมกับคานะ
[พี่ใหญ่] เดียวก่อน ยัยเปี้ยกที่อยู่ตรงนั้นน่ะ
[คานะ] พวกนายเป็ใครกันอะ เราจำใด้ว่าไม่เคยรู้จักพวกนายเลยนะ
[พี่ใหญ่] เ้าของของโรงแรมขายแกให้กับเราแล้ว เนื่องจากความเสียหายที่แกทำในวันนี้ แล้วแกก็ไม่มีเงินจ่ายแน่นอน ั้แ่นี้ต่อไปแก่ต้องไปทำงานให้กับเรา ถึงตัวแก่จะเล็ก แล้วก็ผอมไปหน่อย แต่ก็มีคนชอบรูปร่างแบบแก่อยู่ด้วยละนะ
ผมไม่รู้หรอกนะว่าใครชอบหญิงสาวแบบคานะน่ะ แต่หมอนั้นรศนิยมดีหน้าดูเลยละ แต่การจะไปบังคับฝืนใจสาวน้อยให้ทำแบบที่ตัวเอง้าน่ะ มันบัดซบที่สุดเลย ต้องให้สาวน้อยเต็มใจที่จะทำให้ด้วยต่างหากละ มันถึงจะดีที่สุดแล้วละ ผมจะคิดเื่นี้แบบจริงจังในอนาคตก็แล้วกันแต่ตอนนี้
ผมยืนขวาง เ้านักเลง 3 คนนั้นไว้แล้วส่งสัญญาณห้ามเมดทั้ง 3 คนของผมว่าอย่าเพิ่งทำอะไร
[ยูจิ] หยุดเลยพวกนายคิดจะทำอะไรกับ คานะ น่ะเธอยังเด็กอยู่เลยนะ [ถึงผมจะไม่รู้อายุจริงๆ ของคานะเลยก็เถอะ]
[พี่ใหญ่] เสือกไรเื่ชาวบ้านฟระ ไอห่ารากนี้ เฮ้ยย ทำให้ไอนี้มันไปนอนคุยกับพื้นอิด ด้านล่างหน่อยสิวะ
ผัวะ พลัก ตุบ ตับ ผัวะๆๆ แทนที่จะยืนคุยกันก่อนพวกมันกับส่งมือกับเท้า ของพวกมัน เข้ามาหาผม ถึงจะถูกอัด กระแทก แล้วก็โดนรัวบาทาจนไปนอนอยู่บนพื้น
แต่ดาเมทที่ผมใด้รับก็ไม่ใด้มากมายอย่างที่ผมคิดเฮะ ผมสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเพราะอะไรกันนะ นั้นเป็เหตุผลว่าทำไม ผมถึงไม่เรียกให้เมดทั้ง 3 คนของผมช่วยละนะ ที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็แค่สภาพหน้าสังเวชของชายหนุ่มที่ถูกกระทืบ คนนึงบนท้องถนนแค่นั้นเอง
[คานะ] พอเถอะ พอใด้แล้ว อย่าทำร้ายพี่ยูจิอีกเลย เรายอมแล้วละ เรายอมไปกับพวกคุณแล้ว เพราะงั้นอย่าทำร้ายพี่ยูจิอีกเลยนะ เราขอร้องละ
เธอพูดไปพร้อมกับหยาดน้ำตา ของเธอที่เต็มอยู่บนใบหน้า
[พี่ใหญ่] เหอะ พูดดีๆไม่รู้เื่ต้องให้ กรู ลงมือลงตีน บังอาจทำให้กรูต้องเสียเวลา คืนนี้เตรียมตัวเจอชุดใหญ่ใด้เลย ก่อนส่งงานลูกค้าพวกกรูจะสอนสิ่งที่ต้องทำให้เอง จะเอาให้ร้องดังลั่นไปจนถึงเช้าเลยละกัน
แล้วพวกนักเลงก็ใช้กำลังฉุดกระชากตัวคานะไป แต่ก่อนที่เธอจะต้องจากไป
[คานะ] ขอบคุณนะพี่ ยูจิ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อเค้า เค้าขอโทษสำหรับเื่ทุกๆอย่างด้วย วันนี้เค้ามีความสุขที่สุดเลยละ [ซาโยนาละ] ลาก่อนนะพี่ยูจิ ... เค้าน่ะ ระ......
ก่อนที่เธอจะใด้พูดจบ เธอก็ถูกนักเลง 3 คนลากตัวของเธอเข้าไปในซอยเล็กๆที่อยู่ด้านข้างๆ
ผมยันตัวเองลุกขึ้น เวลาผ่านจาก่เย็นเป็พลบค่ำ ผมเดินไปตามทางเดินอันมืดมัว ไปในยามค่ำคืน เฝ้าครุ่นคิดถึงบางสิ่งบางอย่างด้วยไบหน้าอันมืดมนต์ วันเวลาอันมืดมิดและเดียวดายกลับมาอีกครั้ง เวลานี้ไม่ใด้มีสาวน้อยทวิลเทส เดินเคียงข้างนายอีกแล้วนะ ยูจิ ผมเฝ้าถามถึงเวลานี้ของตัวเอง
แล้วคิดถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ เวลาที่เธอมองตรงมาที่ผม เวลาที่เธอโกรธ รอยยิ้มที่เธอมอบให้บนยอดสุดของเมืองนี้ สะท้อนกับกับยามเย็นของดวงอาทิตย์ ่เวลาที่ผมไม่อาจสลัดมันออกไปใด้
ผมยังจำใด้ดีถึงคำๆนึง คำแนะนำของ รุ่นพี่ คนนึงที่มาต่างโลกเหมือนกันกับผม
จงอย่าคิดที่จะช่วยใคร ถ้านายไม่อาจที่จะช่วยคนๆนั้นไปตลอดชีวิตใด้ แต่ถ้านายคิดจะช่วยคนๆนั้นจริงๆแล้วละก็ ก็ขอให้นายจูงมือเธอคนนั้นไปตลอดชิวิตของนายสะ
ผมเฝ้าคิดถึงคำคำนี้อยู่ตลอด ยืนมือออกมา แล้วมองไปที่ท้องฟ้า วินาทีนั้นผมเห็นบางสิ่งอยู่ท่ามกลางท้องฟ้านั้น
ยัยบ้าเอ๋ยย เวลาแบบนั้น ทั้งที่ตัวสั่นขนาดนั้นแล้วแท้ๆ เธอกลัวมากเลยไม่ใช่หรอไงกัน ใบหน้าอันหวาดกลัวสุดหัวใจของเธอน่ะ รอยยิ้มสุดท้ายของความสิ้นหวังนั้นน่ะ ผมไม่อยากที่จะเห็นมันอีกต่อไปแล้ว ผมจะไม่มีวันยอมให้เธอทำหน้าแบบนั้นอีก
ผมเดินมาจนถึงรถม้า ที่จอดเตรียมพร้อมเอาใว้ ใจกลางถนนของเมือง
[ยูจิ] รุกะ โทษฐานที่มันบังอาจมาทำร้ายเ้าเมือง จงลงโทษพวกมันทั้ง 3 คนอย่างสาสม
[ยูจิ] มายูริ อยู่กับผม
[ยูจิ] มิยูกิ
[ลักพาตัว อาคาสึกิ คานะ มาให้ผม]
[มิยูกิ มายูริ รุกะ] รับทราบ ค่ะ นายท่าน