เส้นทางจักรพรรดินี

    บทที่ 49 คนดัง

    บทที่49คนดัง

     

              ภายในเกม“Destinyof Wars” เกิดความวุ่นวายเล็ก ๆ เมื่อมีการปรากฏขึ้นของแถบเมนู “การจัดอันดับผู้เล่น”เพิ่มขึ้นมาในเมนูช่วยเหลือฯ และเมื่อผู้เล่นได้ทราบว่า การจัดอันดับดังกล่าว จะเรียงลำดับตามจำนวนของ“ค่าชื่อเสียง” ที่ผู้เล่นแต่ละคนได้รับ โดยค่าชื่อเสียงนี้ ทางระบบได้ประมวลผลมาจากระดับความแข็งแกร่งของผู้เล่นความโด่งดัง ความสำเร็จด้านต่าง ๆ ของผู้เล่นคนนั้น ๆ อีกทั้งระบบฯ ยังได้นับย้อนหลังตั้งแต่ผู้เล่นคนนั้นได้ทำการล็อกอินเข้ามาเล่นเกมจนถึงปัจจุบันฯ แถมการจัดอันดับนี้ ยังเป็นการจัดอันดับ“แบบเรียลไทม์” ซึ่งแปลว่า มันจะสามารถเปลี่ยนอันดับของผู้เล่นได้ตลอดเวลาตามค่าชื่อเสียงของผู้เล่นที่มีอยู่ณ เวลานั้น โดยระบบจะเปิดเผยข้อมูลของผู้เล่นเพียงแค่ในส่วนของชื่อตัวละคร สังกัดเผ่าพันธุ์ และค่าชื่อเสียงเท่านั้น

     

            

     

              หลังจากผู้เล่นจำนวนมากได้เปิดดูรายละเอียดของการจัดอันดับฯความงวยงงสงสัยก็เกิดขึ้นในใจของพวกมันในทันที ก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นความโกลาหลเล็กๆ ในหมู่ผู้เล่นทั้งที่อยู่ภายในเกม และบนกระดานข่าวของเกมในเวลาต่อมา...

            สาเหตุก็เนื่องมาจากการเปิดเผยรายชื่อของผู้เล่นอันดับ1 ของโลก “Destiny of Wars (DoW)” อย่าง “ผู้เล่นมนตรา” ที่ได้ครองอันดับสูงสุด ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างอันดับ2 อย่างไม่เห็นฝุ่น จนเกิดเป็นคำถามตามมาอย่างมากมายว่า “มนตรา คือ ใคร?”

              เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้เล่นตั้งแต่อันดับ 2-10 นั้น เป็นผู้เล่นที่โด่งดังและมีชื่อเสียงในหมู่ผู้เล่นด้วยกันพอสมควรเนื่องจากผู้เล่นระดับท็อปเหล่านี้ พวกมันมักจะปรากฏตัวหรือมีชื่อเสียงเรียงนามเป็นที่กล่าวขานอยู่บ่อยๆ ทั้งในเกมและในกระดานข่าวสารอยู่แล้ว อีกทั้งผู้เล่นเหล่านี้ยังจัดได้ว่า เป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลก“DoW” อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้ากิลด์ใหญ่ ๆ บ้างหรือผู้ที่ติดอันดับสูง ๆ ในตารางจัดอันดับของสมาคมนักล่าบ้าง หรือแม้กระทั่งมหาเศรษฐีผู้เป็นเทพทรูก็ยังพอจะเป็นที่เข้าใจของผู้คนส่วนใหญ่ได้ ดังนั้นผู้เล่นทั้งหลายจึงไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใดเมื่อชื่อของบุคคลเหล่านี้ได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับสูง ๆ ของตารางจัดอันดับผู้เล่นของเกมในครั้งนี้

              แต่สำหรับผู้เล่นที่ชื่อ“มนตรา” นั้น แม้จะมีคนจำนวนหนึ่งรู้จักว่า ผู้เล่นคนนี้ เป็นนักเวทที่มีความโดดเด่นและพอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของกลุ่มผู้เล่นในช่วงที่เกมได้เปิดให้บริการใหม่ ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง แต่ทว่าในพักหลังมานี้ ข่าวคราวของผู้เล่นรายนี้กลับค่อยๆ เงียบหายไป...จนไม่มีใครทราบข่าวหรือพบเห็นการปรากฏตัวของมนตราผู้นี้อีกเลย

            ส่วน “มนตรา”ที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างตั้งข้อสงสัยคนนี้ จะใช่คนเดียวกันกับ “มนตรา” ที่เคยโด่งดังคนนั้นหรือไม่?กลับไม่มีผู้ใดกล้าฟันธงหรือระบุชี้ชัดลงไปถึงรายละเอียดได้

            เนื่องจากในปัจจุบันฯผู้เล่นที่ใช้ชื่อตัวละครว่า “มนตรา” มีจำนวนรวมกันกว่า 1 พันไอดีอีกทั้งทุกคนยังไม่แน่ใจว่า “ผู้เล่นมนตรา” คนที่เคยสร้างความโด่งดังในอดีตคนนั้น จะแอบซุ่มเก็บระดับหรือทำภารกิจฯให้มีค่าผลงานสูงส่ง จนผลักดันค่าชื่อเสียงของตัวเองไปถึงอันดับ 1ของโลกได้หรือไม่...ก็ไม่มีผู้ใดกล้าออกมายืนยันในข้อมูลที่ว่านี้

            หรือหากว่าเป็น“ผู้เล่นมนตรา” คนนั้นจริง? นั่นต้องแสดงว่า “มนตรา” ผู้นี้ ต้องมีสัมประสิทธิ์ของผลงานอยู่ในระดับสูงอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นค่าชื่อเสียงของมัน คงไม่สามารถฉีกหนีผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลของโลกจำลองอย่าง“แมนทีส” หรือ “มาร์โก้” จนทิ้งห่างอย่างไม่เห็นฝุ่นแบบนี้ เป็นแน่…

              ดังนั้นในกระดานข่าวของเกมฯจึงมีแต่กระทู้ที่ตามล่าหาผู้เล่น “มนตรา” ผุดขึ้นมานับร้อยนับพันกระทู้ จนทางผู้ดูแลกระดานข่าวของเกมฯต้องจับเอากระทู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้เล่นมนตราทั้งหมด มามัดรวมกันใส่เอาไว้ใน“ห้องแยก” ซึ่งได้ตั้งขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะกันเลยทีเดียว

              กระแสความโด่งดังของผู้เล่นปริศนาอันดับ1 จะกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนในวงกว้างมากกว่านี้ หากไม่มีกระทู้มาแรงแซงทางโค้งในเวลาสั้นๆ อย่างหัวข้อที่เกี่ยวกับ “ร้านค้าชื่อเสียง” ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาภายหลัง ในเวลาที่ไม่ห่างกันนานนัก

            โดยร้านค้าชื่อเสียงนี้คือระบบใหม่ ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาพร้อมกับระบบค่าชื่อเสียงและการจัดอันดับผู้เล่นฯเมื่อผู้เล่นได้รับค่าชื่อเสียง 1 คะแนน ก็จะได้รับ “แต้มชื่อเสียง” จำนวน 1 แต้ม โดยร้านค้าแต้มชื่อเสียงที่ว่าก็ทำให้ผู้เล่นที่ได้เห็นถึงกับตาลุกวาว จนแทบจะลืมเรื่องราวของผู้เล่นมนตราไปได้ชั่วคราวเพราะมันคือ...สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ของเกม “สัมผัสและเอื้อมถึง” ได้อย่างแท้จริง

            ผู้เล่นสามารถนำเอา“แต้มชื่อเสียง” ของตนมาแลกของรางวัลในร้านค้าชื่อเสียงได้โดยร้านค้าชื่อเสียงนั้น จะมีไอเทมมากมายหลายชนิดให้เลือกซื้อหา ซึ่งสินค้าภายในร้านฯก็จะเป็นไอเทมประเภท “ใช้งาน” เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ไอเทมที่เรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ฯจนกระทู้แทบแตกคงจะหนีไม่พ้น ไอเทมอย่าง {หินปาฏิหาริย์แห่งดวงดาว} และ {โอสถสุ่มเพิ่มค่าสถานะ} ที่มีให้ผู้เล่นได้แลกเปลี่ยนในร้านค้าชื่อเสียงในครั้งนี้ด้วย


             

     

              จำนวนชนิดของ“ของรางวัล” ในร้านค้าชื่อเสียงแทบจะเรียกได้ว่า มีความหลากหลายยิ่งกว่าของรางวัลที่อยู่ในร้านค้าของสมาคมนักล่าเสียอีกแต่รายการสินค้าที่ได้รับความสนใจจากผู้เล่น จนเกิดเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์นั้น กลับมีอยู่เพียงไม่กี่รายการเท่านั้นโดยรายการที่มีปัญหาฯ ก็คงจะหนีไม่พ้นไอเทมตีบวกสุดหายากอย่าง {หินปาฏิหาริย์แห่งดวงดาว} รวมไปถึงไอเทมใหม่แกะกล่องอย่าง{โอสถสุ่มค่าสถานะ}ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างมองว่า เป็นการ “เอาเปรียบ” ผู้เล่นระดับต่ำและผู้เล่นที่มีค่าชื่อเสียงน้อย...จนเกินไป

            แต่กระนั้น กลับมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่เห็นต่างและมีความเห็นว่า หากใครก็ตามที่ต้องการแลกของรางวัลชิ้นใหญ่ คนผู้นั้นก็ควรจะพยายาม“ทำผลงาน” และ “เก็บสะสม” ค่าชื่อเสียงฯ เพื่อให้ได้มาซึ่งไอเทมเหล่านั้น ไม่ใช่มาแหกปากร้องตะโกนโวยวายและเอาแต่อ้างว่าระบบสร้างความ “เหลื่อมล้ำ” และ “เอื้อประโยชน์” ให้กับผู้เล่นระดับท็อปเท่านั้น จนทำให้ผู้เล่นหลายคนต่างก็คิดได้ว่ากว่าที่ผู้เล่นระดับท็อปฯ จะมีค่าชื่อเสียงในระดับนี้ได้ พวกมันก็ต้องผ่านอะไรมาไม่น้อยรวมถึงต้องอาศัยความพยายามและความอดทนเป็นอย่างสูงด้วยเช่นกัน เพราะถึงยังไงเกมนี้...ผู้เล่นทุกคนต่างก็มีจุดเริ่มต้น“เท่ากัน” นั่นเอง (จริงหรือ??)

            นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายความเห็นที่บอกว่าทางบริษัทฯ ยังพอมีสำนึกแห่ง “ความยุติธรรม” กับผู้เล่นอยู่บ้างฯ ที่ไม่นำไอเทมเหล่านี้ไปลงขายในระบบร้านค้า “ไอเทมมอล” เพราะถ้าหากเป็นอย่างนั้น...บรรดาเหล่าผู้เล่นสายฟรีทั้งหลายคงไม่มีสิทธิ์ได้เกิดเป็นแน่

            ไม่นาน หลังจากกระแสความเปลี่ยนแปลงของระบบฯเริ่มซาลง ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างก็ก้มหน้ายอมรับในสิ่งที่ตัวเกมกำหนดมาให้...แม้ในใจของพวกมันจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลายๆ สิ่งมากนักก็ตาม

            หลังจากความสนใจเกี่ยวกับร้านค้าชื่อเสียงเริ่มลดลงกระแสความร้อนแรงอันสืบเนื่องมาจากผู้เล่นอันดับ 1 ของเกมก็ได้กลับมาปะทุขึ้นอีกคำรบหนึ่งโดยนักวิจารณ์และบรรดาผู้สันทัดกรณีทั้งหลาย ต่างก็ดึงอารมณ์ของผู้คนจำนวนมากให้กลับมาอยู่ในประเด็นคำถามสำคัญที่ว่า“มนตราคือใคร?” อีกครั้ง

            แต่ทว่า ตัวต้นเหตุของความวุ่นวายในกระดานข่าวสารฯกลับยังคงวุ่นวายอยู่กับการต่อสู้ในโลกใต้ทะเล...หาได้รู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับประเด็นฮอตที่ว่านี้เลยสักนิด

            ............

            ฉึก! [คริติคอล!!]

            ฉึก! [คริติคอล!!]

            ฉึก! [คริติคอล!!] ออฟชั่นหอกทะเลดาวแสดงผล(ทำให้เป้าหมายติดสถานะ “มึนงง” เป็นเวลา 5 วินาที)

            ฉึก! [คริติคอล!!] ออฟชั่นหอกทะเลดาวแสดงผล(ทำให้เป้าหมายติดสถานะ “มึนงง” เป็นเวลา 5 วินาที)

            ฉึก! [คริติคอล!!]

            ฉึก! [คริติคอล!!]

            ฉึก! [คริติคอล!!]

            บอสปลาไหลไฟฟ้าได้แต่ยืนงงปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีจุดอ่อนของมันต่อไปโดยไม่อาจขัดขืน

            เช่นเดียวกันกับเจ้าปลาไหลไฟฟ้ายักษ์ตัวนี้ผู้ทำการโจมตี...ก็ได้แต่แทงหอกเข้าใส่ศัตรูผู้เป็นเป้าหมายในตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ ด้วยความรู้สึกอันมึนงงสับสนไม่แพ้กัน

            สาเหตุที่บอสปลาไหลไฟฟ้ายืนงงก็เป็นผลมาจากออฟชั่นสุดเทพของหอกทะเลดาวที่บังเอิญแสดงผลพร้อมกันในทีเดียวถึง 2รอบ จนทำให้เป้าหมายติดสถานะ “มึนงง” รวมกันเป็นเวลาถึง 10 วินาที

            ส่วนที่หญิงสาวผู้โจมตีตรงจุดอ่อนของอีกฝ่ายไปอย่างงงๆ ก็เพราะว่า เวลานี้ ตนได้ทราบแล้วถึง “ความเทพ” จากทักษะ [7หอกปลิดวิญญาณ] ที่ได้เคยปรามาสไว้ว่า “ไม่คู่ควรเป็นทักษะติดอาวุธระดับเทพ”แต่ทว่า ความสามารถของทักษะที่ทำให้ผู้เรียกใช้งานได้เห็นจุดอ่อน และสามารถโจมตีไปยังจุดอ่อนเหล่านั้นโดยไม่สนใจค่าพลังป้องกันของเป้าหมายอีกทั้งมันยังเป็นทักษะที่เรียกใช้งานเพียงครั้งเดียว แต่การแสดงผลเสมือนหนึ่งเป็นการแทงไปยังเป้าหมายถึง7 ครั้ง จึงทำให้หญิงสาวได้แต่อึ้งในความเทพของทักษะฯ จนพูดอะไรไม่ออก และหมดข้อโต้แย้งในความ“คู่ควร” ของมันไปโดยปริยายฯ

            ทักษะการโจมตีที่แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนเป้าหมายฯหรือทักษะโจมตีจุดอ่อนของศัตรูโดยไม่สนค่าพลังป้องกันฯ หรือทักษะที่แสดงผลการโจมตีหลายครั้งในการเรียกใช้งานเพียงครั้งเดียวเช่นนี้กลับไม่ใช่ทักษะลับแต่อย่างใด เพราะในสายอาชีพที่มุ่งเน้นการทำดาเมจ หรือการสร้างความเสียหายให้แก่เป้าหมายในพริบตาหลายๆ อาชีพ ก็มีทักษะเหล่านี้เป็นทักษะประจำอาชีพอยู่แล้ว โดยคุณสมบัติของทักษะที่กล่าวมานี้คือจุดเด่นของทักษะในสายอาชีพนักฆ่า นักธนู หรือแม้กระทั่งสายอาชีพนักรบบางอาชีพ ก็ยังมีทักษะประเภทนี้ให้ผู้เล่นได้เลือกเรียนรู้และใช้งานอยู่ไม่น้อย

            แต่กระนั้น การแสดงผลของทักษะที่จะออกมาทั้ง3 รูปแบบในเวลาเดียวกันนั้น แทบจะไม่มีทักษะใดสามารถเทียบได้กับทักษะ [7หอกปลิดวิญญาณ] ได้เลย

            ยกตัวอย่างเช่น ทักษะขั้นสูงสุดอย่าง[เทพสังหาร] ของอาชีพนักฆ่านั้น แม้จะสามารถเผยจุดอ่อนของเป้าหมายออกมาให้เห็นและแทงไปที่จุดอ่อนนั้นอย่างรุนแรงเป็นจำนวน 4 ครั้งซ้อน แถมความรุนแรงต่อเป้าหมายเป็น4 เท่าจากพลังโจมตีของผู้เรียกใช้งานทักษะ โดยไม่สนใจเกราะป้องกันของเป้าหมายซึ่งถือว่าเป็นทักษะไม้ตายของสายอาชีพนักฆ่านั้น แต่นั่น...กลับต้องแลกมาด้วยระยะเวลาคูลดาวน์ทักษะที่ยาวนานถึง1 ชั่วโมง อีกทั้งทักษะนี้ ยังไม่ใช่การโจมตีเป้าหมายฯ โดยไม่สนใจค่าพลังป้องกันทั้งหมดของเป้าหมายเหมือนดังเช่นทักษะ[7หอกปลิดวิญญาณ] ซึ่งเป็นทักษะติดอาวุธขั้นเทพทักษะนี้อีกด้วย

            ส่วนทักษะอื่น ๆส่วนใหญ่ ก็เป็นการแสดงผลร่วมกันของคุณสมบัติสองแบบที่มีความสอดคล้องกัน อย่างเช่นทักษะ[ทลายทัพ] ของอาชีพ [นักรบคลั่ง] ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายได้เป็นวงกว้าง ด้วยพลังทำลายที่รุนแรงโดยไม่สนค่าเกราะป้องกันของศัตรูที่อยู่ในรัศมีการทำงานของทักษะเพียงแต่...มันเป็นทักษะที่ไม่ได้เน้นการจู่โจมจุดอ่อนของเป้าหมายแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อผู้เล่นต้องการให้ทักษะแสดงผลออกมาทั้ง3 รูปแบบที่ว่ามานั้นพร้อม ๆ กัน ผู้เล่นอาจจำเป็นต้องเรียกใช้งานทักษะหลายชนิดในการโจมตีศัตรูแต่ละครั้งเลยทีเดียว

            [7หอกปลิดวิญญาณ] แม้จะมีความรุนแรงเพียง 0.1 เท่าของพลังโจมตีพื้นฐานฯ แต่เมื่ออยู่ในมือของหญิงสาวในขณะที่ทักษะ[ผสานร่าง] กำลังแสดงผลอยู่...ต่อให้คู่ต่อสู้จะเป็นสัตว์อสูรชั้นราชาระดับ500 ก็ยังหมดปัญญาที่จะต้านทาน

            นับประสาอะไรกับบอสปลาไหลไฟฟ้าที่มีความแข็งแกร่งเพียงแค่ระดับ350 เมื่อโดนทักษะโจมตีดอกนี้เข้าไป ก็ทำให้พลังชีวิตของมันตกอยู่ในขั้นวิกฤติทันที

            ได้เห็นเช่นนั้นมีหรือที่หญิงสาวจะปล่อยให้โอกาสอันดีนี้หลุดมือไป มีนรีบเรียกใช้งานทักษะ [คลื่นทำลาย] ปิดฉากโจมตีเจ้าบอสปลาไหลไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในทันที...

             

            “ผู้เล่นมนตราไม่สามารถเรียกใช้งานทักษะ [คลื่นทำลาย] ได้ เนื่องจากอาวุธไม่เหมาะสม กรุณาเปลี่ยนอาวุธด้วยค่ะ”

             

            “เห...”

            มีนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะหลังจากได้ยินการแจ้งเตือนของระบบฯ แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังมีสติพอที่จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีมาใช้งานทักษะ[พุ่งชน] เพื่อส่งศัตรูตัวแรกไปเฝ้ายมบาลได้อย่างทันท่วงที...

             

            “ผู้เล่นมนตราสังหารสัตว์อสูร.........”

            .......

            .......

             

            ถึงแม้เจ้าบอสหมึกยักษ์ซึ่งได้ออกตัวจากจุดตั้งต้นมาพร้อม ๆ กับเจ้าปลาไหลไฟฟ้า ซึ่งได้ลาโลกไปก่อนแล้ว แต่ด้วยระดับความเร็วในการเคลื่อนที่ของบอสปลาไหลไฟฟ้าที่สูงกว่าจึงทำให้เจ้าบอสปลาไหลอยู่ในระยะโจมตีของหญิงสาวมากกว่าเจ้าบอสหมึกยักษ์อยู่ช่วงหนึ่งและนั่น...จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันต้องจบชีวิตอย่างมึนงงไปเป็นตัวแรก ในบรรดาพวกพ้องของมันทั้งหมดอย่างช่วยไม่ได้

            เมื่อบอสหมึกยักษ์เห็นสหายได้จบชีวิตลงอย่างรวดเร็วและง่ายดายจึงหยุดชะงักร่างเอาไว้ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนแผนไม่พุ่งตัวเข้ามาหาหญิงสาวแต่กลับเลือกปล่อยหนวดอันทรงพลังทั้ง 8 ให้ยืดยาวออกมาพันธนาการร่างของศัตรูผู้แข็งแกร่งคนนี้ไม่ให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ก่อนที่มันจะทำอย่างอื่นต่อไป

            ได้เห็นเช่นนั้นมีนไม่เสียเวลาแม้แต่จะคิด เรียกใช้งานทักษะเผ่าพันธุ์ [ลำแสงแอกโซโลตล์] ออกมาจัดการกับเจ้าหมึกยักษ์ที่กำลังปล่อยหนวดยืดยาวอันน่าขยะแขยงนี้ในทันทีเพราะจากประสบการณ์ในครั้งก่อนหญิงสาวมองว่า แม้เจ้าหมึกยักษ์ตัวนี้ จะไม่ใช่บอสตัวที่แข็งแกร่งทรงพลังที่สุดในบรรดาบอสทั้ง5 แต่อีกฝ่ายกลับเป็นศัตรูตัวที่น่ารำคาญมากที่สุด เหตุก็เพราะหนวดของมันทั้ง 8เส้น สามารถมัดพันธนาการคู่ต่อสู้ให้หมดสภาพ จนไม่อาจดิ้นรนขัดขืนใด ๆ ได้เลย

            และนี่...ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มีนตัดสินใจดึงเจ้าบอสตัวนี้ออกมาอยู่นอกวงต่อสู้ของเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง3 เพราะถ้าหากตนทิ้งบอสหมึกตัวนี้ไว้ให้เด็ก ๆ รับมือแล้วล่ะก็...มันอาจทำให้สถานการณ์การต่อสู้ทางฝั่งนั้นเกิดการพลิกผันจนยากจะคาดเดาผลการต่อสู้ได้

            กรี๊!! ๆ ๆ

            เสียงร้องอันโหยหวนท่ามกลางลำแสงขนาดใหญ่ซึ่งพุ่งตรงเข้าทำลายร่างของหมึกยักษ์ดังอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพลังโจมตีอันรุนแรงบวกกับอานุภาพในการกร่อนทำลายของลำแสงฯ จนทำให้ร่างกายหยุ่น ๆ ของบอสหมึกยักษ์ เปื่อยสลายและผุกร่อนลงกลายเป็นละอองแสงสีเทาอย่างรวดเร็ว

            แต่...อิทธิฤทธิ์ของลำแสงฯยังไม่หมดแค่นั้น แม้พลังงานส่วนใหญ่จะหมดไปกับการทำลายร่างของเจ้าหมึกยักษ์แล้ว แต่พลังที่หลงเหลืออยู่ก็ยังมากพอจะส่งพลังทำลายออกไปในเส้นทางฯซึ่งมีระยะทางไกลถึง 80 เมตร ด้วยเหตุนี้สำแสงสีแดงปนดำเส้นนี้ จึงยังคงพุ่งเป็นเส้นตรงต่อไปและให้บังเอิญว่า เส้นทางที่ลำแสงมรณะพาดผ่าน กลับมีร่างของบอสแมงกะพรุนไฟที่กำลังต่อสู้พัวพันกับเจ้าปลาตีนน้อยตัวหนึ่ง...ขวางทางอยู่

            ตูม!!

            ถึงแม้ตำแหน่งที่เจ้าแมงกะพรุนไฟยืนอยู่นั้นจะเป็นจุดที่ขอบด้านนอกของลำแสงได้ลากผ่านไป แต่ทว่าพลังทำลายของมัน ก็ยังทำให้ร่างกายของบอสตัวนี้ถูกกลืนกินจนเว้าแหว่งไปเกือบครึ่งซีกอย่างง่ายดาย

            “[ตัดมิติ]!!”

            ฟุบ!!

            มีนเรียกใช้งานทักษะเคลื่อนที่ชนิดใหม่แกะกล่องถอดด้ามซึ่งติดมากับหอกทะเลดาวของตน เพื่อย่นระยะทางเข้าหาร่างของแมงกะพรุนไฟผู้โชคร้ายในทันทีตามคติที่ว่า “ศัตรูล้มแล้วต้องซ้ำ...”

            แม้ทักษะที่ว่า จะเป็นเพียงแค่ทักษะในขั้นต้นแต่มันกลับสามารถย่นระยะทางให้กับหญิงสาวได้ถึง 20 เมตรในชั่วพริบตา นอกจากนี้ ระยะคูลดาวน์ของทักษะยังสั้นมากเพียง10 วินาทีเท่านั้น มีนไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า หากตนได้พัฒนาทักษะนี้จนถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้วการสร้างสรรค์โอกาสและหาจังหวะในการโจมตีเป้าหมาย ซึ่งเกิดจากการใช้งานทักษะนี้ในการต่อสู้จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน? หรือแม้กระทั่งในเวลาที่ตนเสียเปรียบ ทักษะตัดมิติ...จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ตนได้มากขึ้นเพียงใด?

            แค่คิด...หญิงสาวก็มีความสุขแล้ว

            มีนเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ช่วยย่นเวลาในการเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายทำให้ระยะทางระหว่างตนกับแมงกะพรุนไฟยักษ์ถูกหดสั้นเข้ามา จนเหลือความห่างอีกเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น

            ในระหว่างนั้นหญิงสาวก็ปลดปล่อยบทเวทที่ได้หน่วงไว้ทั้งหมดโจมตีไปยังบอสฉลามยักษ์และสิงโตทะเล เพื่อลดภาระในการจ่ายพลังเวทอย่างต่อเนื่องของตนทันทีอีกทั้งการโจมตีนี้ ยังเป็นการทำลายจังหวะของบอสทั้ง 2 ไปในตัวอีกด้วย

            เปรี้ยง!!ๆ ๆ

            เปรี้ยง!!ๆ ๆ

            เมื่อได้ระยะโจมตีหญิงสาวไม่รีรอที่จะเรียกใช้งานทักษะสุดเจ๋ง ซึ่งจะเปิดเผยจุดอ่อนของเป้าหมายอย่าง[7หอกปลิดวิญญาณ] เพื่อให้ตัวเองสามารถเล็งเป้าไปยังจุดนั้นก่อนจะตามด้วยการจ้วงแทงเข้าใส่ร่างของแมงกะพรุนไฟในตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนอย่างรวดเร็ว

            ร่างบอสแมงกะพรุนไฟที่เหลือเพียงครึ่งตัวเดิมทีพลังชีวิตของมันก็เหลือเพียงแค่ 3 ส่วนเท่านั้น เมื่อถูกหญิงสาวกระหน่ำแทงสังหารไปที่จุดอ่อนอย่างแม่นยำจึงกลายเป็นแสงสีเทาตามสหายทั้งสองของมันไป

            การต่อสู้ที่ผ่านมาเวลาในการคงสภาพของทักษะ [ผสานร่าง] เพิ่งผ่านพ้นไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามหญิงสาวก็ไม่อาจชะล่าใจหรือมัวลังเลรีรอปล่อยเวลาให้หมดไปโดยเปล่าประโยชน์ มีนไม่คิดจะเสียเวลาเหลือบแลข้อความแจ้งเตือนจากระบบเสียด้วยซ้ำเพราะสิ่งที่ตนต้องรีบทำในเวลานี้ ก็คือ เร่งปิดบัญชีสัตว์อสูรระดับบอสทั้ง 2ให้จบสิ้นไปให้ได้ก่อน เพราะถึงอย่างไรหญิงสาวก็มองว่า บอสที่เหลืออยู่ทั้งสอง...ดูแข็งแกร่งกว่าบอสที่ถูกสังหารไปก่อนหน้านี้มากนัก

            แม้เจ้าฉลามยักษ์และสิงโตทะเลจะไม่ได้มีลูกเล่นแพรวพราวเหมือนกับบอส 3 ตัวที่ตายไป แต่หากวัดกันที่ความแข็งแกร่งของค่าสถานะเพียงอย่างเดียวพวกมันทั้งสองกลับสร้างความหวาดหวั่นให้แก่หญิงสาวเป็นที่สุด

            บอสฉลามยักษ์ โดดเด่นในด้านการโจมตีที่รุนแรงและทรงพลังฯส่วนสิงโตทะเล...พลังป้องกันของมันก็ถือว่า สูงที่สุดในบรรดาบอสทั้ง 5

            มีนจัดแจงสั่งการให้เด็กๆ ทั้ง 3 รุมล้อมพัวพันเจ้าฉลามยักษ์เอาไว้ อีกทั้งยังบอกให้พวกมันพยายามเคลื่อนที่ไปมาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีพร้อมกับหาจังหวะโจมตีสวนกลับ และถ้าหากเป็นไปได้...ก็ให้พวกมันประสานงานกันยิงลำแสงไม้ตาย...เป่าเจ้าบอสตัวนี้ให้กระจุยในทีเดียว

            ปลาตีนน้อยทั้งสามต่างก็รับคำอย่างแข็งขันหากไม่ได้หูฝาดหรือฟังผิดไป มีนได้ยินพวกมันกล่าวถ้อยคำบางอย่าง หลังจากได้ตกปากรับคำกับตนแล้วว่า“รวมพลังปลาตีนเรนเจอร์ปราบมาร!!”หรืออะไรที่มีความหมายในทำนองนี้…

            เมื่อสั่งการมอบหมายหน้าที่ให้ปลาตีนน้อยเสร็จหญิงสาวจึงหันมารับหน้าเจ้าบอสสิงโตทะเลเพียงลำพัง เพราะถึงอย่างไรตนก็พอจะรู้วิธีจัดการกับคู่ต่อสู้ที่มีพลังป้องกันสูงๆ อยู่แล้ว

            ดราโกเนียสได้แต่จับจ้องมองดูการต่อสู้ของมีนและปลาตีนน้อยทั้งหลายอย่างเงียบ ๆ ในคลังสมบัติเคลื่อนที่เพราะนับตั้งแต่หอกทะเลดาวได้กลายเป็นร่างสมบูรณ์แล้ว ลูกแก้วฯซึ่งเคยเป็นที่สถิตของมัน ก็ได้อัปเปหิดวงวิญญาณมังกร...ออกมาจากตัวหอกในทันที

            ‘จะเป็นหมันอีกแล้วรึ?ไอ้มหาเวทบทนั้น...นึกว่าจะได้เห็นพลังของมันแล้วแท้ ๆ’

            ‘ชิ!!ไอ้พวกกระจอกเอ๊ย!!’ ดราโกเนียสก่นด่าในความอ่อนด้อยของราชาสัตว์อสูรทั้ง5 อย่างไม่สบอารมณ์

            เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจหญิงสาวที่เพิ่งจะลดพลังชีวิตเจ้าบอสสิงโตทะเลไปได้เพียงครึ่งหลอดกลับได้ยินเสียงรายงานจากระบบว่า บอสฉลามยักษ์ถูกเด็ก ๆ ทั้ง 3 สังหารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            เสียงรายงานดังกล่าวทำเอาหญิงสาวผู้กำลังตั้งหน้าตั้งตาฟัดกับเจ้าสิงโตทะเลอยู่ เกิดอาการชะงักงันไปครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วดังแว่วมาว่า “โย่ว ๆ ๆ นี่ ๆ ๆพวกเราเก่งกว่าท่านแม่จริง ๆ ด้วยแหละ...” เสียงแหลม ๆ ของเจ้าปลาตีนสีชมพูตัวหนึ่งดังขึ้นมา

            “ช่าย ๆท่านแม่ไม่เห็นจะเก่งตงไหนเลยอ่ะ ยังค่าเจ้าอุ๋ง ๆ ตัวนั้นม่ายด้ายเลยอ่ะ เน๊อะ!!” เจ้าปลาตีนตัวสีฟ้าส่งเสียงสนับสนุนฯ

            “อย่าว่าท่านแม่แบบนั้นสิมันไม่ดีนะรู้มั้ย...ถึงท่านแม่จะอ่อนแอ แต่ท่านแม่ก็เป็นคนซื้อหนมให้เรากินนะ...”ปลาตีนสีชมพูอีกตัวหนึ่งแย้งขึ้นมาอย่างไม่เห็นด้วย

            “โอเช ๆ พวกเราไปช่วยท่านแม่กันเถอะถ้าเส็ดไว...พวกเราจะได้กินหนมไวขึ้นนะ” ปลาตีนสีชมพูตัวหนึ่งกล่าวเข้าประเด็นสำคัญให้อีกสองตัวที่เหลือได้ยินด้วยเหตุผลที่ไม่มีตัวใดกล้าขัด…

            จากนั้นพวกมันทั้ง3 ต่างส่งเสียงออกมากันอย่างพร้อมเพรียง “หนม ๆ ๆ ลุ๊ย!!”

            มีน “......”

            [พุ่งชน]x 3

            เปรี้ยง!!ๆ ๆ

            เมื่อสิงโตทะเลถูกเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง3 ดับเครื่องชนอย่างพร้อมหน้า ร่างของมันจึงกระเด็นกระดอนพลิกคว่ำพลิกหงาย ลอยละลิ่วไปในทิศทางตรงกันข้ามอยู่หลายสิบตลบ...

            มีนเห็นดังนั้นจึงร้องบอกผู้ช่วยที่เห็นแก่ของกินทั้งหลายว่า“เน้นโจมตีใต้คาง!!”

            “รับซาบ!! ๆ ๆ”

            ไม่นาน หลังจากที่เรนเจอร์ฝ่ายธรรมะทั้งหลาย(รวมมีนด้วย) ประสานมือรวมใจกันปราบอธรรมฯ เสาแสงสีเทาอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายจากเจ้าบอสสิงโตทะเลก็เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับได้ถูกกำหนดไว้แล้วพร้อมกับการรายงานจากระบบฯ ถึงข้อความและรายการแจ้งเตือนยาวเป็นหางว่าว...

            ............

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดินี ที่คุณอ่าน