4
วันที่สี่ของการไม่ได้เป็มนุษย์
หากจะให้เล่าถึงความโกลาหลของเผ่าเซิร์กที่กู้หวายก่อโดยไม่รู้ตัวนั้น คงต้องบอกว่าเกิดเื่ั้แ่ประมาณสิบชั่วโมงก่อน
การเชื่อมจิตเป็ความสามารถมาแต่กำเนิดของกู้หวายในฐานะาาเผ่าเซิร์กทำให้เขาส่งกระแสจิตหาเซิร์กตนใดก็ได้ผ่านช่องทางที่สร้างขึ้น
จะส่งให้เป้าหมายเดี่ยวหรือจะส่งแบบหมู่ทั้งเผ่าเซิร์กก็ยังได้ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีข้อจำกัดด้านระยะทางอีกต่างหาก
ขอเพียงกู้หวาย้า ไม่ว่าเซิร์กจะอยู่ห่างไกลเพียงไร ก็ล้วนเชื่อมจิตได้ทั้งนั้น
ดาวที่กู้หวายอยู่เดิมทีเป็ดาวเคราะห์ร้างอันไกลโพ้น นอกจากเขาและเซิร์กทาร์กหลายสิบตนภายในถ้ำก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาอื่นใดอีก เื่ที่เขาทุบเปลือกไข่ออกมาจึงมีเพียงเหล่าเซิร์กทาร์กที่รู้
แต่ตอนหกล้มเมื่อครึ่งวันก่อน เพราะถูกกระตุ้นด้วยความเ็ป กู้หวายจึงเผลอเชื่อมจิตโดยสัญชาตญาณ
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็การเชื่อมจิตแบบหมู่
ถ้าเปรียบเผ่าเซิร์กเป็ห้องแชต การเชื่อมจิตครั้งนี้ของกู้หวายก็เท่ากับการ @สมาชิกทุกคนพร้อมกันอย่างกะทันหันนั่นเอง
ผลที่ตามมาคงจินตนาการกันได้
ณ เวลานี้ทั่วทั้งจักรวาล ทุกเผ่าพันธุ์ที่กำลังสู้รบกับกองทัพเซิร์กต่างรู้สึกแบบเดียวกันว่า...
“เวรเอ๊ย เซิร์กพวกนี้มันไปกินอะไรผิดสำแดงมาวะ?!”
เซิร์กทาร์กระดับล่างในกองทัพเซิร์กจู่ ๆ ก็คลั่งยกฝูง แต่ละตนจ้องมองพวกเขาอย่างคั่งแค้น พลังการต่อสู้พุ่งทะยานถึงขั้นทำให้ทหารเผ่าพันธุ์อื่นรับมือไม่ทันและพากันแตกตื่น
เซิร์กทาร์กระดับล่างเหล่านี้จ้องมองมาด้วยสายตาราวกับพวกเขาทำเื่เลวทรามต่ำช้าจนไม่อาจปรานีได้อย่างไรอย่างนั้น
ที่น่าพิศวงยิ่งกว่าก็คือ กองทัพเซิร์กเพิ่งะเิความแค้นโรมรันกับพวกเขาไม่ถึงนาที จู่ ๆ กลับเปลี่ยนท่าทีไม่สู้ต่อ ทำอย่างกับพวกเขาเป็อากาศธาตุ จากนั้นก็ถอยทัพเร็วรี่จนไม่ว่าใครก็ไล่ตามไม่ทัน
เื่นี้ทำเอาทุกเผ่าที่เตรียมสละสิทธิ์การถือครองดาวทรัพยากรดวงใหม่พากันงงงัน
ในห้วงอวกาศ ดาวทรัพยากรที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนล้วนเป็ดินแดนไร้เ้าของ เผ่าพันธุ์แรกสุดที่บุกยึดสำเร็จจะได้รับสิทธิ์ถือครองดาวดวงนั้นไป
แต่เวลาขั้วอำนาจหลายฝ่ายเกิดค้นพบพร้อมกัน ปกติแล้วถ้าไม่เจรจาแบ่งสันปันส่วน หรือตกลงกันไม่ได้ก็จะทำาแย่งชิงตรง ๆ ฝ่ายไหนถอนตัวก่อนก็ถือว่าเต็มใจสละสิทธิ์
ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้จึงสรุปได้ว่ากองทัพเซิร์กรบกับพวกเขาอยู่ดี ๆ ก็สะบัดก้นหนี บอกว่าไม่สู้แล้วแถมประเคนดาวทรัพยากรให้กันโต้ง ๆทั้งที่เป็ฝ่ายได้เปรียบด้านกำลังทหารและกดข่มพวกเขาอยู่หมัดอยู่แท้ ๆ
ในจักรวาลแห่งนี้ยังมีเื่ดีๆ แบบนี้ด้วยเรอะ?
การกระทำของเผ่าเซิร์กทำเอาหลายเผ่าถึงกับทำหน้าเหลอหลาแต่การต้องเผชิญหน้ากับทหารเซิร์กคลั่งทั้งกองทัพเมื่อครู่ก็ชวนอกสั่นขวัญแขวนจริงๆ ดังนั้นต่อให้รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้ออกจะประหลาดพิกลไปสักหน่อย พวกเขาก็ไม่คิดไปแส่หาเื่เผ่าเซิร์กในตอนนี้ต่ออยู่ดี
แม้การเชื่อมจิตของกู้หวายจะสั้นมาก แต่แค่นี้ก็เพียงพอจะประกาศการดำรงอยู่ของเขาต่อเซิร์กทั้งเผ่าแล้ว
เหล่าเซิร์กระดับสูงทั่วไปที่มีสติปัญญายังพอมีสติใคร่ครวญกันอยู่ แต่เซิร์กระดับล่างด้อยสติปัญญานี่สิตรงไปตรงมายิ่งกว่า พวกมันเริ่มใช้สัญชาตญาณออกค้นหาแล้ว
อยู่ไหนกันนะ...
จักรวาลกว้างใหญ่เกินไปจริง ๆ การเชื่อมจิตเพียง่สั้น ๆ ไม่มีทางทำให้เซิร์กทาร์กเหล่านี้ยืนยันตำแหน่งาาของพวกมันได้
ทว่าท่านาาร้องเรียกแล้ว พวกมันต้องตามหาให้เจอ...
ส่วนกู้หวายที่เป็ผู้ก่อเื่ทั้งหมดยังคงใช้ชีวิตบนดวงดาวไกลโพ้นอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นับจากวันแรกสุดที่ข้ามมิติมา เขาก็ใช้ชีวิตบนดาวดวงนี้มาสองวันแล้ว
ที่นี่คือดาวทุรกันดารที่แทบไม่มีทรัพยากรหลงเหลือ สภาพแวดล้อมเองก็เลวร้ายมาก หลังจากใช้ชีวิตมาสองวันกู้หวายก็ตระหนักถึงจุดนี้ได้
บนดาวดวงนี้ นอกจากเขาและเซิร์กทาร์กรอบ ๆ คงไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาชนิดอื่น ๆอีกแล้ว
สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันทารุณบนดาวดวงนี้ได้มักดุร้ายสุดขีด แต่ต่อให้ดุร้ายยิ่งกว่านี้ก็สู้เซิร์กทาร์กไม่ได้อยู่ดี
าาวัยทารกของพวกมันยังอยู่ในถ้ำเซิร์กทาร์กตัวใหญ่ที่ดูดุร้ายน่าสะพรึงกลัวเหมือนเอเลี่ยนจึงคอยอารักขารอบปากถ้ำอย่างระแวดระวัง หากสิ่งมีชีวิตใดพยายามเข้าใกล้พวกมันจะเปิดฉากโจมตีทันที
ไม่เปิดโอกาสให้เจรจาใครหน้าไหนกล้าเข้ามาใกล้ ล้วนถูกหมายหัวเป็ภัยคุกคามในสายตาพวกมันทั้งสิ้น
ภัยคุกคามต้องถูกกำจัด เพราะาาจะได้รับาเ็ไม่ได้เป็อันขาด
กู้หวายนึกว่าสองวันมานี้ตนเข้าถึงจิตใจเหล่าเซิร์กทาร์กที่วางมาดปกป้องเขาประหนึ่งเป็ผู้ปกครองดีแล้วเสียอีก จนได้เห็นเื่เมื่อเช้านั่นแหละจึงเพิ่งรู้ว่าทีมผู้ปกครองปกป้องเขาถึงระดับไหน
แม้แต่ผีเสื้อสีเหลืองอ่อนที่บินเข้าปากถ้ำตัวเดียวยังเกือบตายด้วยปลายดาบคมกริบ
กู้หวายที่ขวางไว้ทันอดมุมปากกระตุกเบา ๆ ไม่ได้
โลกนี้ช่างน่าพิศวงจริง ๆ สิ่งมีชีวิตอ่อนแออย่างผีเสื้อกลับยืนหยัดได้บนดาวร้างที่แม้แต่สัตว์ใหญ่ทั่วไปยังไร้ทางรอด
เ้าผีเสื้อไม่รู้ตัวสักนิดว่าเพิ่งเฉียดตายมันกระพือปีกบินมาข้างมือกู้หวาย แล้วเกาะหลังมือเขาอย่างซื่อใสไร้เดียงสา
มันเป็ผีเสื้อจริงๆ แค่อาจปรับตัวตามสภาพแวดล้อมจนกลายพันธุ์เฉย ๆ ไม่ได้มีพลังในการเข่นฆ่าเลย
ตอนผีเสื้อตัวน้อยเกาะบนหลังมือกู้หวาย ม่านตาเรียวแหลมของเซิร์กทาร์กรอบกายเขาก็หดเกร็งทันที
ถึงแม้เวลานี้พวกเซิร์กทาร์กจะเชื่อฟังไม่โจมตีตามที่กู้หวาย้า แต่พวกมันก็ยังส่งเสียงแหบพร่าข่มขวัญในลำคอเป็สัญญาณเตือน ั์ตาสีแดงโลหิตจับจ้องผีเสื้อตัวนั้นเขม็ง
“มันทำอันตรายผมไม่ได้หรอก” กู้หวายอธิบายอย่างอดทนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เมื่อเห็นว่าพวกเซิร์กทาร์กไม่ขยับเขยื้อนเขาก็กลับมามองผีเสื้อ แล้วเขย่งเท้าวางมันไว้บนแขนแหลม ๆ ของเซิร์กทาร์กตรงหน้า
ผีเสื้อสีเหลืองอ่อนเกาะบนนั้นอย่างแสนว่าง่าย เ้าตัวจ้อยไม่รับรู้ภยันตรายรอบด้านแม้แต่น้อย
จะทำให้ทัศนียภาพน่ามองก็ต้องประดับตกแต่งเสียหน่อย กู้หวายเองก็รู้สึกว่าภาพผีเสื้อที่เกาะบนแขนเซิร์กทาร์กช่างกลมกลืนดูมีชีวิตชีวาเหลือเกิน
“ดูสิ สวยมากเลยเนอะ” กู้หวายเอ่ยพลางยิ้มตาหยี
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เซิร์กทาร์กตนที่มีผีเสื้อเกาะบนแขนก็เอียงคอ ั์ตาสีแดงโลหิตจ้องมองผีเสื้อตัวน้อยครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองกู้หวายอีกครั้ง แล้วส่งเสียงต่ำ ๆ ในลำคอ
สวย
คำดังกล่าวเองก็ไม่อยู่ในขอบเขตความเข้าใจของเซิร์กทาร์ก แต่เด็กหนุ่มพูดคำนี้พลางยิ้มจนตาหยี พวกมันจึงเข้าใจว่านี่คือคำที่ใช้สื่อถึงสิ่งดีๆ
แน่นอนว่าในสายตาเหล่าเซิร์กทาร์ก สิ่งดีงามที่สุดบนโลกนี้ย่อมเป็เด็กหนุ่มผมดำตรงหน้า
บนดาวเคราะห์ร้างไร้สิ่งบันเทิงเริงใจ นอกจากถ้ำใหญ่ั์แห่งนี้ กู้หวายก็เห็นแต่ทิวทัศน์แห้งแล้งว่างเปล่า
ฝุ่นดินลอยฟุ้ง พืชพันธุ์บางตา ไร้วี่แววแหล่งน้ำ
แต่ถ้าเดินไปทางตะวันออกอีกหน่อยจะเห็นป่าเล็ก ๆ ผืนหนึ่ง ผลไม้ที่กู้หวายกินก่อนหน้านี้ เซิร์กทาร์กก็ไปเก็บมาจากป่านั่น
แม้เสบียงยังเหลือไม่น้อย แต่กู้หวายอยากออกไปสำรวจนอกถ้ำสักครั้ง เขาจึงหยุดยืนตรงหน้าเซิร์กทาร์กตัวจ่าฝูง จากนั้นก็ชี้ไปทางตะวันออกที่มีป่าเล็ก ๆ ตั้งอยู่
“ผมอยากไปที่นั่น”
เซิร์กทาร์กตนที่กู้หวายเงยหน้ามองมีรูปร่างสูงใหญ่ที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมสายพันธุ์ หากไม่มีกู้หวาย มันก็ถือเป็ผู้นำของกองกำลังเล็ก ๆ กลุ่มนี้
เด็กหนุ่มชี้บอกว่าอยากไปตรงนั้น มันเข้าใจความหมายทันที
เซิร์กทาร์กไม่มีทางปฏิเสธคำขอใด ๆ ของกู้หวายอยู่แล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินไปกับพวกมันจนกระทั่งถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ
กู้หวายเข้าใจท่าทางเคร่งเครียดของเซิร์กทาร์กกลุ่มนี้ดี ตลอดทางจึงทำตัวอยู่ในสายตาอย่างเคร่งครัดไม่ทำให้พวกมันต้องกระวนกระวายใจแม้แต่น้อย
ต้นไม้ส่วนใหญ่ภายในป่าเป็สีดำสนิท สีเดียวกับเปลือกผลไม้ที่กินไปก่อนหน้านี้ ดูคล้ายกับถ่านที่ถูกเผาไหม้
ท่ามกลางต้นไม้เ่าั้ยังมีส่วนน้อยที่เป็สีปกติและกำลังออกผลสีทองเหลืองเด่นสะดุดตา กู้หวายแค่เห็นครั้งเดียวก็นึกอยากเด็ด
ทว่าลำต้นมันสูงเกินไป กู้หวายเดินเข้าไปใกล้แล้วได้แต่ยืนมองตาละห้อย ส่วนจะปีนขึ้นไปอะไรนั่น...ช่างมันเถอะ
ทารกจ้องผลไม้บนต้นอยู่หลายวินาที ถึงจะไม่ได้ส่งเสียงบอกกล่าวอะไร เซิร์กทาร์กรอบด้านก็ตีความว่าทารกคงอยากได้
ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังพบว่าทารกเหมือนจะอยากยื่นมือไปเด็ดเองด้วย
เมื่อตระหนักได้ดังนั้น เซิร์กทาร์กตนหน้าสุดจึงขยับไปตรงหน้ากู้หวาย แล้วค้อมกายลง
กู้หวาย “?”
เขามองอย่างงุนงง แม้ไม่รู้ว่าเซิร์กทาร์กคิดจะทำอะไร แต่ก็ยอมยืนนิ่งไม่ขยับ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางทำร้ายตนอยู่แล้ว
วินาทีต่อมา เซิร์กทาร์กรูปร่างมหึมาก็ยื่นแขนมาหาและช้อนตัวเขาขึ้นอย่างเกร็ง ๆ ก่อนจะวางเขาไว้บนบ่าซ้ายของมันอย่างระมัดระวัง
พอระดับสายตาเปลี่ยนแปลงทัศนวิสัยของกู้หวายก็พลอยกว้างขึ้น มุมมองภาพรอบด้านไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เขาซึ่งนั่งบนไหล่เซิร์กทาร์กยังตามสถานการณ์ไม่ค่อยทันเมื่อนั่งทึ่มทื่อได้หนึ่งถึงสองวินาที เซิร์กทาร์กก็แบกเขาไปหยุดใต้ต้นไม้ที่เขาเงยหน้ามองเมื่อครู่แล้ว
“ฟ่อ...” เซิร์กทาร์กส่งเสียงพร่าต่ำเมื่อแบกเด็กหนุ่มมาถึงจุดที่แค่ยกมือก็เด็ดผลไม้ได้ตามใจชอบ
เท่านี้ทารกก็มีความสุขแล้วสินะ
กู้หวายเอื้อมมือไปเด็ดเขาก้มมองผลไม้สีเหลืองทองในมือครู่หนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็เอาแก้มถูไถศีรษะหุ้มเปลือกแข็งกระด้างของเซิร์กทาร์ก
แทบจะในเวลาเดียวกัน ม่านตาของเซิร์กทาร์กที่เดิมผ่อนคลาย ก็พลันหดแคบเป็รูปเข็ม เสียงที่เปล่งจากลำคอดังชัดเจนกว่าเดิมมาก
พวกเซิร์กทาร์กรอบๆ ใช้ั์ตาสีแดงโลหิตมองภาพนี้เขม็งอยู่ตลอดแต่ละตนต่างเรียนรู้วิธีอุ้มกู้หวายวางบนบ่าแล้ว
พวกมันก็อยากให้เด็กหนุ่มมาใกล้ชิดเหมือนกัน
สภาพอากาศบนดาวร้างแปรปรวนมาก วินาทีก่อนบางพื้นที่ยังมีแดดแผดร้อน แต่วินาทีต่อมาอาจมีฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำโดยไร้สัญญาณเตือนเป็ประจำ
วันนี้ผู้เฒ่าที่ดูแลสภาพอากาศน่าจะอารมณ์ดี เริ่มแรกฝนเลยตกแค่ปรอย ๆ ทำให้กู้หวายและเซิร์กทาร์กรอบกายที่พากันออกมาเดินเล่นพอมีเวลาตั้งตัว
ยามฝนตก บรรดาเซิร์กทาร์กไม่เคยมีความคิดจะหลบฝน
พวกมันดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายกว่านี้ได้ด้วยซ้ำ แค่ฝนสาดจึงไม่นับเป็อะไรทั้งนั้น
ทว่าไม่ใช่สำหรับาา
เซิร์กทาร์กตนที่แบกกู้หวายอยู่ประคองเขาลงโดยสัญชาตญาณ
พอกู้หวายกลับมายืนบนพื้นแล้วมันก็ใช้ขนาดตัวมหึมาบดบังร่างเขาไว้อย่างรวดเร็ว ยืนตระหง่านไม่ขยับเขยื้อนราวหินผา
เช่นนี้เด็กหนุ่มก็ไม่ต้องตากฝนแล้ว
อากาศแบบนี้ าาของพวกมันจะหนาวไหมนะ
ถ้าหากหนาว ต้องทำยังไงถึงจะหาอะไรอุ่น ๆ มาให้าาได้อยู่อย่างสุขสบายดีล่ะ?
เสียงเม็ดฝนซ่าๆ โดยรอบดังต่อเนื่อง พวกเซิร์กทาร์กครุ่นคิดแต่เื่ของกู้หวาย
ฝนบนดาวร้างมีฤทธิ์กัดกร่อน ต้นไม้ที่ยังพอเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้นับว่าทนทายาดมาก
บริเวณป่าแห่งนี้มีฝนตกบ่อยครั้ง หากร่างกายััฝนโดยตรงจะเกิดาแได้ สิ่งมีชีวิตดุร้ายประจำถิ่นจึงไม่ค่อยย่างกรายมาใกล้ป่าผืนนี้นัก
ผู้ที่มาเยือนป่าเล็กๆ นี้บ่อย ๆ คงมีแค่เหล่าเซิร์กทาร์กเท่านั้น
พวกมันมาเก็บผลไม้ที่นี่เพื่อเป็เสบียงยามทารกถือกำเนิด
ถึงจะต้องาเ็ แต่สำหรับเหล่าเซิร์กทาร์กที่มีเกราะทนทาน ฝนบริเวณนี้ไม่ได้ทำให้สะดุ้งะเือยู่แล้ว
กลับถ้ำวันเดียวเดี๋ยวก็ฟื้นฟูเองนั่นแหละ เซิร์กทาร์กไม่เห็นการเจ็บตัวขี้ปะติ๋วระดับนี้เป็การาเ็ด้วยซ้ำ
“รีบกลับกันเถอะ” แม้ความจริงจะเพิ่งออกมาสำรวจได้ไม่นาน แต่กู้หวายก็ไม่อยากให้เซิร์กทาร์กรอบกายต้องตากฝนต่อ จึงตัดสินใจทันที
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าฝนบนดาวดวงนี้ไม่เหมือนฝนธรรมดา
ถ้าทำร่มกันฝนได้ละก็...
ระหว่างทางกลับถ้ำกู้หวายวานให้เซิร์กทาร์กตนหนึ่งตัดกิ่งไม้สองสามกิ่งติดมือไปด้วย หลังถึงถ้ำแล้วเขาก็นั่งบนพื้น จ้องบรรดากิ่งไม้อย่างเหม่อลอย
กู้หวายหวนคิดถึงตอนที่เพิ่งทุบเปลือกไข่ออกมา เขาใช้พลังบางอย่างสร้างเสื้อผ้ามาสวมให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ตอนนั้นดูเหมือนในใจเขาจะอยากได้เสื้อผ้าสักชิ้น ถัดมาเปลือกไข่ในมือก็อันตรธานหายไป และเสื้อผ้าก็มาปรากฏบนร่างเขาแทน
จะสรุปว่านั่นเป็พลังที่คล้ายการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมประเภทหนึ่งได้ไหมนะ...?
วัตถุดิบดั้งเดิมในการผลิตเสื้อผ้าคือเส้นใย แปลว่าในเปลือกไข่เองก็มีสิ่งนี้ พูดอีกอย่างคือจะคิดอย่างไร เปลือกไข่ของทารกเผ่าเซิร์กก็ไม่มีทางเป็เปลือกไข่ธรรมดาดังนั้นเอามาแลกเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าชิ้นหนึ่งได้ก็สมเหตุสมผลแล้ว
กู้หวายเข้าใจพลังพื้นฐานของตนเองเพียงเล็กน้อย เขาวางมือเหนือใบไม้ั์และกองกิ่งไม้ยาว ๆ บนพื้น สมองพยายามจินตนาการรูปร่างของร่มสุดชีวิต
กิ่งไม้เป็โครงร่ม ส่วนใบไม้เป็ผ้าร่มแล้วกัน ขนาดร่มก็เอากว้างๆ หน่อย...
พริบตาต่อมา กู้หวายััได้ว่ากิ่งไม้และใบไม้ส่วนหนึ่งหายวับไปแล้วบนพื้นก็ปรากฏสิ่งประดิษฐ์ใหม่เอี่ยมที่ใช้กันฝนได้ตาม้ามาแทน
แม้จะไม่ประณีตนักและถึงกับดูไม่ได้หน่อยๆ แต่กู้หวายก็หยิบร่มหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ขึ้นมาจากพื้นอย่างดีอกดีใจ ก่อนเดินไปตรงหน้าเหล่าเซิร์กทาร์กที่กำลังมุงอยู่แล้วยกให้พวกมันดู
“ให้พวกนาย” กู้หวายส่งของที่เพิ่งสร้างให้เซิร์กทาร์กตรงหน้า ดวงตาเปี่ยมรอยยิ้ม
เซิร์กทาร์กยกแขนมาคีบด้ามร่มอย่างแ่เบา ใช้ั์ตาสีแดงโลหิตจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอียงคอ
ถึงจะไม่รู้ว่าใช้ทำอะไรก็ไม่อาจขัดความสุขของเซิร์กทาร์กเหล่านี้ได้อยู่ดี เพราะเด็กหนุ่มมอบของขวัญให้พวกมันอีกแล้วอย่างไรเล่า
อันที่จริงกู้หวายยังอยากสร้างร่มเพิ่มอีกหลายคัน แต่การใช้พลังจิตมาก ๆทำให้เขารู้สึกง่วงเหงาหาวนอนอย่างรุนแรงโดยไม่คาดคิด เขาสะลึมสะลือเอนนอนลงบนพื้นอีกครั้ง
ในฐานะเซิร์กตนหนึ่ง สถานการณ์ของกู้หวายนับว่าพิเศษมาก เด็กหนุ่มอยู่ภายในไข่มาหลายสิบปีโดยไม่ฟักออกมา ตอนยังอยู่ในไข่แม้ร่างกายจะเจริญเติบโตจนมีรูปร่างอย่างมนุษย์โตเต็มวัยแล้ว ทว่าด้านพลังจิตยังอยู่แค่ระดับทารก จึงส่งผลให้เกิดเหตุการณ์เช่นตอนนี้ เด็กหนุ่มจะอ่อนเพลียมากหลังจากเชื่อมจิตเป็วงกว้างหรือใช้พลัง
ขณะกู้หวายนอนหลับ ในกาแล็กซีซานต้าที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเขตหมู่ดาวการต่อสู้ที่เข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวเพิ่งจะยุติ
ชาวซัจที่ปกครองกาแล็กซีนี้เป็ที่ยอมรับกันดีว่าเชี่ยวชาญด้านการสู้ตัวต่อตัวที่สุดในห้วงอวกาศ แต่ยามนี้ทหารซัจทั้งหมดกลับนอนกองกับพื้นทั้งที่ศัตรูมีเพียงหนึ่งเดียว
แค่มองรูปลักษณ์ภายนอกก็ดูออกได้อย่างง่ายดายว่าผู้ที่อยู่ใจกลางสมรภูมิคือเซิร์กตนหนึ่ง ทั้งยังเป็เซิร์กระดับสูง
เซิร์กระดับสูงมีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่ั์ตายังคงมีม่านตาเรียวแหลมและบนตัวยังคงรักษาเอกลักษณ์หนึ่งอย่างของเผ่าเซิร์กเอาไว้
บัดนี้เซิร์กใจกลางสมรภูมิมีสีหน้าไร้ความรู้สึก และเพราะพันผ้าปิดตาสีดำไว้ จึงไม่มีทางอ่านอารมณ์จากแววตาได้ ทำให้ยากจะแยกแยะเข้าไปใหญ่ ว่าอีกฝ่ายกำลังพึงพอใจหรือโทสะคุกรุ่นกันแน่
แม้ดวงตาจะถูกปกปิด ทว่าดูจากเค้าโครงและเครื่องหน้าอื่น ๆ แล้ว เซิร์กระดับสูงตนนี้มีรูปลักษณ์งดงามเกินสามัญอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ดูเ็าสุดหยั่งเนื่องจากใบหน้าไม่ค่อยแสดงอารมณ์
การต่อสู้เพิ่งจะปิดฉากแท้ ๆ แต่ความกระหายการฟาดฟันกลับยังไม่จางหายไปจากใจอัลเวส เขามองรอบสมรภูมิที่ศัตรูถูกกำจัดจนเกลี้ยงแล้วอย่างเรียบเฉย สะบัดปลายหางแหลม ๆ เปรอะเืด้วยสีหน้าเจือความกระสับกระส่าย
ราวกับสัตว์ป่าดุร้ายที่เพิ่งล่าเหยื่อเสร็จแต่ยังไม่หนำใจ
น่ารำคาญ...
ถึงจะมีสิ่งปิดตาไม่ให้ตนมองเห็นสิ่งใด ทว่าหูกลับยังจับเสียงได้ตามธรรมชาติ และความสามารถในการได้ยินอันล้ำเลิศของเซิร์กระดับสูงก็มีแต่จะส่งผลลบกับอัลเวส
กระแสเสียงนับไม่ถ้วนผสมปนเป หนวกหูจนเขาหงุดหงิดเหลือคณา อัลเวสไม่รู้ว่าตนใกล้จะตกสู่ความบ้าคลั่งโดยสมบูรณ์อีกเมื่อไร
ณบริเวณที่ห่างไปหลายร้อยเมตร เซิร์กระดับสูงที่สวมเครื่องแบบทหารสีดำกลุ่มหนึ่งกำลังมองอัลเวสอยู่ลิบ ๆ พวกเขายังไม่กล้าเข้าใกล้ตอนนี้
“่นี้ท่านผู้นำเหมือนจะอารมณ์แปรปรวนขึ้นทุกที...” อัลเกอร์มองเซิร์กผมเงินที่ยังคงยืนกลางสมรภูมิแล้วเอ่ยอย่างกังวล
เซิร์กระดับสูงรอบข้างได้ยินประโยคนี้แล้วไม่ได้พูดอะไร แต่ก็เห็นด้วยกับคำพูดของอัลเกอร์
จะมีบ้างนาน ๆครั้งที่ผู้นำของพวกเขาเกิดอาการประหลาด สูญเสียสติสัมปชัญญะแล้วเข้าสู่สภาวะคลั่งเหมือนเซิร์กทาร์กโดยไม่ทราบสาเหตุหากใครไปพบอีกฝ่ายในเวลาแบบนั้น ก็เรียกได้ว่าโชคร้ายหล่นทับ
ในฐานะผู้ช่วย เื่ที่อัลเกอร์ต้องปวดหัวไม่ได้มีแค่นั้น
เื่ที่เขาปวดหัวที่สุดคือการเชื่อมจิตสั้น ๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เซิร์กระดับสูงจำนวนมากในสนามรบจึงเหมือนสติหลุดบางตนถึงขนาดจะออกไปตามหาาาเพียงลำพังด้วยซ้ำ...
เพราะการเชื่อมจิตครั้งนั้นไกลห่างเกินไปบวกกับาาที่เพิ่งถือกำเนิดยังมีพลังจิตไม่แข็งแกร่งพอการเชื่อมจิตจึงไม่แจ่มชัดนัก และส่งผลกระทบต่อพวกเขาค่อนข้างจำกัด
แม้จะเป็เช่นนี้ แต่อัลเกอร์ก็ได้ยินเหล่าสหายในยานรบใจลอย พูดจาเลื่อนเปื้อนมาสองวันแล้ว
“าา...าาอยู่บนดาวดวงอื่นแล้วถูกรังแกจะทำยังไง”
“าาต้องถูกรังแกแน่ นั่นเป็เสียงร้องจากการาเ็นะ”
“าาเพิ่งจะเกิด ยังเป็แค่ทารกเอง...ถ้าไปเจอคนของเผ่าศัตรูเข้าล่ะ...”
เพียงคิดว่าาาที่ยังเป็ทารกอาจถูกศัตรูจับตัวไป พวกเขาก็แทบรู้สึกหายใจไม่ออกแล้ว
ที่ยังไม่ได้ออกตามหาเป็เพราะพวกเขาพยายามอดกลั้นสุดชีวิตอยู่เชียวนะ ถ้าาาเชื่อมจิตหาอีกครั้งละก็ ต่อให้ต้องทรยศท่านผู้นำพวกเขาก็พร้อมจะพุ่งไปยังทิศทางที่ได้รับการเชื่อมต่อโดยไม่สนใจใครหน้าไหนแล้วจริงๆ
อัลเกอร์ฟังคำพูดเหล่านี้แล้วความรู้สึกก็ตีกันยุ่งไปหมด
ไม่ได้...คิดอีกไม่ได้แล้ว ขืนยังคิดอีก เขาเองก็คงข่มความรู้สึกอยากไปร่วมตามหาาาด้วยอีกรายไม่ไหว
เดิมทีเผ่าเซิร์กนั้นไม่มีาา พวกเขาจึงคิดมาตลอดว่า เซิร์กระดับสูงชนชั้นเดียวกับท่านผู้นำคือจุดยอดสุดแห่งอำนาจของเซิร์กแล้ว แต่ความเข้าใจดังกล่าวก็ถูกทำลายโดยสมบูรณ์จากการเชื่อมจิตเมื่อสองวันก่อน
ส่วนอัลเวสนั้นไม่สนใจสักนิดว่าเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ห่างออกไปจะทำอะไรกัน ความหงุดหงิดที่ไม่อาจระบายผ่านการต่อสู้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเซิร์กผมเงินยิ่งทวีความเ็าน่าสะพรึง
ความมีสติและบ้าคลั่งห่างกันแค่เส้นบาง ๆ กั้น
ขีดจำกัดอาจมาถึงได้ทุกเมื่อ และขณะที่ความหงุดหงิดสั่งสมกำลังจะะเินั่นเอง เสียงที่ส่งตรงเข้ามาถึงจิตใจก็ทำให้การเคลื่อนไหวของอัลเวสพลันหยุดชะงัก
[ชู่ว์...ไม่ต้องโกรธนะ...]
กู้หวายััอารมณ์ของเซิร์กได้โดยไม่ต้องลงมือทำอะไรด้วยซ้ำเมื่อเซิร์กบางตนมีอารมณ์รุนแรงเกินไป บางครั้งเขาก็พลอยรับรู้ไปด้วย
ในความฝันเขารู้สึกถึงความบ้าคลั่งที่ทิ่มแทงจิตใจจนแทบแตกเป็เสี่ยง ๆจิตใต้สำนึกจึงปลอบประโลมอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว
ความหงุดหงิดและกระหายการทำลายล้างที่ทนข่มกลั้นพลันสลายหายไป เป็เพราะเสียงนี้ บางสิ่งบางอย่าง ณส่วนลึกในหัวใจของอัลเวสจึงค่อย ๆ หยุดนิ่งอยู่ริมขอบของการพังทลาย
โลกของเขาเงียบสงบทันที