เมืองทมิฬถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาหม่นหนาที่ยื่นตัวราวกับจะกลืนกินตึกระฟ้าที่สูงตระหง่าน ฝนตกหนักเป็สายพาดลงมาจากฟ้า กระแทกกับพื้นถนนคอนกรีตที่เต็มไปด้วยรอยแตกและคราบน้ำมันเก่า เสียงน้ำกระทบหลังคาสังกะสีดังก้องไปทั่วตรอกแคบ ๆ ที่มีกลิ่นคาวเืและควันปืนลอยคละคลุ้ง
ริวนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ในห้องทำงานใต้ดิน ล้อมรอบด้วยกำแพงอิฐเปลือยที่ชื้นจากความเย็นของฝน แสงจากโคมระย้าทองเหลืองเก่าที่ห้อยจากเพดานส่องสลัว ๆ สะท้อนกับดวงตาสีเทาของเขา ซึ่งเ็าดุจเหล็กกล้า เขาหมุนปืนพกสีเงินในมืออย่างช้า ๆ กระบอกปืนเย็นเฉียบจากการััอากาศชื้น ด้านหน้าโต๊ะไม้โอ๊กหนักอึ้งของเขาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเืแห้งจากศัตรูที่เคยเผชิญหน้า
“แก๊งเสือแดงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ หัวหน้า” โทมะ ลูกน้องคนสนิทที่มีรอยสักรูปนกอินทรีที่แขนซ้าย พูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด ขณะยืนพิงประตูเหล็กหนักที่สนิมเกาะ “พวกมันส่งนักฆ่ามา ดูเหมือนจะเป็มือดีด้วย”
ริวหยุดหมุนปืน มุมปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มเ็า “ดี ถ้ามันกล้าส่งคนมา ข้าก็จะส่งศพกลับไป” เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เสียงรองเท้าบู๊ตหนังสีดำกระทบพื้นดังก้องในห้องแคบ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทของเขาดูสง่างามแต่แฝงด้วยอันตราย รอยแผลเป็ที่คิ้วซ้ายยิ่งเพิ่มความดุดันให้ใบหน้าคมกริบ
ในตรอกด้านนอก เงาคนเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบท่ามกลางฝนที่เทลงมาไม่ขาดสาย “ไค” นักฆ่าที่มีฉายาว่า “งูเงา” ซุ่มอยู่บนหลังคาตึกเก่าสูงสามชั้น หลังคาสังกะสีผุพังของมันส่งเสียงดังแกร๊กทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน เขาสวมเสื้อคลุมสีเข้มที่เปียกชุ่มจนหนักอึ้ง หยดน้ำไหลลงจากปลายผมสีดำสนิทที่เกาะใบหน้าซีดของเขา รอยสักรูปงูที่คอขยับราวมีชีวิตเมื่อหยดฝนเลื่อนผ่าน
ไคยกปืนไรเฟิลสีดำด้านขึ้นเล็งไปที่หน้าต่างกระจกฝ้าของห้องทำงานริว กระจกเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวจากะุในอดีต เขาคำนวณลมที่พัดโชยมาพร้อมกลิ่นดินเปียกและระยะห่างอย่างแม่นยำ นิ้วเรียวยาวของเขาแตะไกปืนเบา ๆ หัวใจเต้นนิ่งราวกับเครื่องจักร
แต่แล้ว ดวงตาสีเทาของริวที่มองออกมาจากหน้าต่างราวกับััได้ถึงอันตรายทำให้ไคชะงัก ความท้าทายในสายตานั้นจุดประกายบางอย่างในตัวเขา เขาค่อย ๆ ลดปืนลง เก็บมันเข้าใต้เสื้อคลุม และะโลงจากหลังคา เสียงฝีเท้ากระทบแอ่งน้ำดังฉบับ ๆ ขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังตึกของริว
ห้องทำงานใต้ดินเต็มไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่และเหล้าวิสกี้ที่ริวเพิ่งเปิดขวด โทมะะโ “หัวหน้า! มีคนบุกเข้ามา!” ขณะคว้าปืนพกจากเข็มขัดที่พาดอยู่บนเก้าอี้ตัวเก่า แต่ริวยกมือขึ้นห้าม เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่เบาราวกับเงาเคลื่อนผ่านพื้นเปียกนอกประตู
ประตูเหล็กหนักถูกเตะเปิดออก เสียงดังสนั่นสะท้อนไปทั่วห้อง ไคยืนอยู่ตรงนั้น ผมดำเปียกปอนเกาะใบหน้าซีด รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากบาง “ข้าคือของขวัญจากเสือแดง” เขาพูด น้ำเสียงแหบพร่าจากความเย็น “แต่ดูเหมือนข้าจะเปลี่ยนใจ”
ริวขยับตัวเร็วราวสายฟ้า เขาก้าวผ่านโต๊ะทำงานที่รกไปด้วยแผนที่และะุปืน คว้าคอไคด้วยมือข้างหนึ่งแล้วกระแทกอีกฝ่ายลงกับโต๊ะ เสียงไม้ดังครืดจากแรงกระแทก ปืนในมือของเขาจ่อที่ขมับของไค กระบอกปืนเย็นเยียบััผิวที่เปียกฝน “พูดมา ทำไมไม่ยิงข้า?” เสียงของริวเย็นเยียบราวกับลมหนาว
ไคหัวเราะเบา ๆ แม้จะถูกกดไว้ “ถ้าข้าจะฆ่าเ้า เ้าจะได้ตายไปแล้ว” เขาเอียงหน้าเข้าใกล้จนััได้ถึงกลิ่นโลหะจากปืน “แต่ข้าอยากรู้ว่าเงามืดอย่างเ้าจะน่าสนใจแค่ไหน”
ริวปล่อยคอไค แต่ยังจ่อปืนไว้ “ถ้าเ้าคิดจะหักหลังข้า ชีวิตเ้าจะจบลงในวินาทีนั้น” เขาก้าวถอยหลังไปพิงกำแพงอิฐ มองไคที่ลุกขึ้นนั่ง ปัดน้ำฝนออกจากใบหน้า
ไคยิ้ม “ตกลง แต่ข้ามีข้อเสนอ ถ้าข้าอยู่ข้างเ้า เ้าจะให้อะไรข้า?” เขาก้าวเข้าใกล้ริวช้า ๆ เสื้อคลุมเปียกของเขาทิ้งรอยน้ำหยดเป็ทางบนพื้น
“ชีวิตเ้า” ริวตอบ ดวงตาของเขาจ้องไคเขม็ง “และถ้าเ้าทำให้ข้าพอใจ บางทีข้าอาจให้มากกว่านั้น”
ไคเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มประสานกับดวงตาสีเทา “มากกว่านั้นหมายถึงอะไร? หัวใจของเ้าด้วยหรือเปล่า?” เขาถามพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท
ริวขมวดคิ้ว แววตาสั่นไหว “อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า” เขาพูด แต่ในใจของเขา ห้องที่หนาวเย็นนั้นเริ่มอุ่นขึ้นจากคำพูดของไค
หลายสัปดาห์ผ่านไป ไคกลายเป็ส่วนหนึ่งของแก๊งริว เขาเป็นักฆ่าที่สมบูรณ์แบบเงียบ รวดเร็ว และแม่นยำ ทุกครั้งที่ศัตรูบุกมา ไคจะจัดการก่อนที่เืหยดแรกจะแตะพื้น แต่ริวไม่เคยไว้ใจเขาเต็มร้อย เขาสังเกตไคทุกฝีก้าว รอวันที่จะเห็นรอยร้าวของการทรยศ
คืนนั้น หลังการต่อสู้กับลูกสมุนของแก๊งเสือแดง ริวนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มในห้องพักส่วนตัวใต้ดินของเขา ห้องนี้เล็กกว่าและอบอุ่นกว่าห้องทำงาน มีเตาผิงเล็ก ๆ ที่ไฟลุกไหม้แ่เบา ส่งกลิ่นไม้ไหม้ลอยคละคลุ้ง ไหล่ของเขาถูกะุเฉี่ยวจนเืซึมออกมาเปื้อนเสื้อสูทสีดำ
ไควิ่งเข้ามาในห้อง ถือกล่องปฐมพยาบาลที่เต็มไปด้วยผ้าก๊อซและแอลกอฮอล์ เขาฉีกผ้าจากเสื้อคลุมของตัวเองที่ขาดวิ่นจากการต่อสู้ พับมันเป็ก้อนแล้วกดลงบนแผลของริว “ห้ามเืก่อน” เขาพูด น้ำเสียงแข็งแต่สั่นเล็กน้อย มือของเขาััผิวอุ่น ๆ ของริว
“เ้าไม่จำเป็ต้องทำแบบนี้” ริวพูด ขณะพยายามดึงไหล่ออก แต่แสงไฟจากเตาผิงส่องใบหน้าของไค ทำให้เขาเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“หุบปากแล้วอยู่นิ่ง ๆ” ไคตอบกลับ เขานั่งลงข้างริวบนโซฟา หยิบผ้าก๊อซจากกล่องแล้วพันรอบไหล่ของริวอย่างระวัง เสียงฝนที่กระทบหลังคาดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ
เมื่อพันแผลเสร็จ บรรยากาศเงียบลง ไคยังนั่งใกล้ มือของเขาค้างที่ไหล่ของริว ริวมองไคด้วยสายตาที่ผสมระหว่างความสงสัยและความรู้สึกที่เขาไม่เคยัั “เ้ามองข้าแบบนั้นทำไม?” เขาถาม เสียงแหบจากความเหนื่อยล้า
ไคยิ้มบาง ๆ “ข้ากำลังคิดว่า ถ้าเ้าไม่ใช่หัวหน้ามาเฟีย เ้าจะเป็อะไร” เขาเอื้อมมือไปแตะปลายผมสีดำของริวที่เปียกฝนและยุ่งเหยิง “บางทีอาจเป็คนที่ข้าอยากตื่นมาเจอทุกเช้า”
ริวสะดุ้ง มือของเขาจับข้อมือไคไว้ “อย่าพูดอะไรที่เ้าไม่ได้หมายถึง” เขาพูด แต่ปลายนิ้วของเขากลับลูบข้อมือของไคเบา ๆ ราวกับไม่อยากปล่อย
ไคขยับเข้าใกล้จนกลิ่นฝนและเืจากตัวเขาลอยมาแตะจมูกของริว “ข้าพูดจริงทุกคำ” เขากระซิบ ก่อนจะถอยออกมา ทิ้งให้ริวนั่งนิ่ง มองตามหลังด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยิน