บทที่ 2 สอบข้าราชการ (รีไรต์)
“ขอโทษค่ะ ฉันขอปฏิเสธ” เสิ่นชิงปฏิเสธข้อเสนอของหยางคังด้วยท่าทีเ็า
หยางคังโพล่งด่าทอ “เสิ่นชิง ตอนนี้เธอไม่ใช่คุณหนูอีกต่อไปแล้ว! อย่าว่าแต่ให้เธอปรากฏตัวในรายการสดเลย ต่อให้เธอแก้ผ้าถ่ายหนังโป๊ เธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ! บริษัทเซ็นสัญญาโปรเจกต์รายการนี้ให้เธอแล้ว ถ้าเธอปฏิเสธ ก็เตรียมจ่ายค่าเสียหายมหาศาลได้เลย!”
เสิ่นชิงก้มหน้า ขนตายาวทาบทับลง ั์ตาฉายความหม่นหมอง เธอรู้ว่าวงการบันเทิงมักจะยกย่องคนรวยและเหยียบย่ำคนจน แต่ไม่คิดว่าจะพลิกผันเร็วขนาดนี้ เื่นี้ต้องมีคนบงการอยู่เื้ัแน่
เสิ่นชิงตรวจสอบรายชื่อผู้ลงทุนในรายการนั้น รายชื่อส่วนใหญ่ล้วนเป็ศัตรูกับเธอ
ตั้งใจเล่นงานชัด ๆ อยากให้คนทั้งประเทศเห็นหล่อนเป็ตัวตลกสินะ…
คุณหนูตกอับต้องไปโกยขี้หมูในคอก ฟังดูน่าสมเพชจริง ๆ
เหอะ ถ้าจิตใจหญิงสาวไม่แข็งแกร่งพอ คงต้องอับอายจนะโน้ำตายไปแล้ว
อ้อ แล้วก็ยังมีการถ่ายทอดสดชีวิตของ ‘เฉียวอวี้เหอ’ ที่ได้กลับไปใช้ชีวิตหรูหราในคฤหาสน์หลังใหญ่อีก
คนพวกนี้รู้จักเล่นงานจุดตายของคนอื่นดีจริง ๆ
เสิ่นชิงตกอยู่ในห้วงความคิด พอมาถึงตอนนี้ การที่ต้องไปออกรายการก็ไม่ใช่เื่ใหญ่ และไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรมากนัก
แต่สัญญาที่เซ็นกับบริษัทต่างหากที่เป็ปัญหา
ตอนนี้เธอไม่เหลือใครหนุนหลังอีกแล้ว บริษัทจะจัดการเธอยังไงก็ได้ทั้งนั้น
ถ้ายังมีสัญญาผูกมัด เธอก็เป็ได้แค่หุ่นเชิดที่ถูกชักใย
ครั้งนี้บริษัทบังคับให้ไปรายการสด ครั้งหน้าก็ไม่รู้จะโดนบังคับให้ทำอะไรอีก
เธอต้องหาทางยกเลิกสัญญาให้ได้
ถ้าทำตามขั้นตอนปกติคงเป็ไปไม่ได้ เพราะถ้าจะยกเลิกสัญญา ก็ต้องจ่ายค่าเสียหายสูงถึง 11 ล้านหยวน
แต่สัญญาของบริษัทเจียอี้เอนเตอร์เทนเมนท์ ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายอย่างชาญฉลาด แม้ว่าเธอจะขึ้นศาล หรือต่อให้ฟ้องร้องกัน เธอก็ต้องจ่ายค่าเสียหายอยู่ดี
เมื่อลองหาทางออกดูแล้ว เสิ่นชิงก็พบว่าเหลือเพียงทางเดียวเท่านั้น
นั่นคือ การสอบข้าราชการ!
เพราะประเทศจีนมีกฎอยู่ข้อหนึ่งว่า ถ้าประชาชนคนใดสอบบรรจุเข้ารับราชการได้ สัญญาจ้างแรงงานที่ทำไว้กับหน่วยงานใด ๆ ก็จะถูกยกเลิกทันที
เสิ่นชิงกัดเล็บตัวเองเบา ๆ แต่เธอเรียนจบสายศิลปะ การสอบราชการคงจะเสียเปรียบมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครสำหรับผู้ที่จบสายศิลปะก็มีน้อยมาก
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว ราวกับทางออกถูกปิดตายทั้งหมด หรือเธอควรไปเรียนอย่างอื่น?
ไม่สิ ในเมื่อการเรียนสายศิลปะไม่มีข้อได้เปรียบในการสอบข้าราชการเลย งั้นเธอก็แค่สอบในสายวิชาอื่นก็สิ้นเื่!
พูดถึงการสอบข้าราชการ สายกฎหมายนั้นได้เปรียบมาก แถมยังมีตำแหน่งงานรองรับอีกเพียบ
ที่สำคัญคือ นิติศาสตร์เป็สาขาวิชาที่เน้นทฤษฎี ต้องอาศัยการท่องจำอย่างมาก
บังเอิญว่า เธอมีสมองอันชาญฉลาดและความจำเป็เลิศ
เมืองหางโจว ชั้นดาดฟ้าโรงแรมไห่เทียนเซิ่งเหยียน
เหล่าคุณชายเศรษฐีรุ่นที่สองกำลังชนแก้วดื่มฉลองกันอย่างสนุกสนาน
“ฮ่า ๆ ๆ ยังไงคุณลู่ก็ฉลาดที่สุด คราวนี้คนทั้งประเทศจะได้เห็นสภาพน่าสมเพชของผู้หญิงคนนั้นแล้ว”
“คิดไม่ถึงว่าบริษัทเจียอี้จะยอมเซ็นสัญญารายการนี้ง่าย ๆ แบบนี้ ดูท่าทางพวกเขาก็อยากกอบโกยผลประโยชน์จากเฉียวชิงจนหยดสุดท้ายเหมือนกัน”
“หึ ในที่สุดก็ได้โอกาสแก้แค้นสักที หลายปีมานี้ยัยนั่นทำเื่ให้พวกเราเสียหายไปตั้งเท่าไหร่?”
“ตอนนี้ไม่มีใครปกป้องยัยนั่นแล้ว ฉันจะเล่นงานให้ตายกันไปข้างเลย!”
ที่เมืองหางโจว เสิ่นชิงมีฉายาว่า “คณะกรรมการตรวจสอบวินัยเศรษฐีรุ่นสอง”
ผู้หญิงคนนั้นทั้งเอาแต่ใจ แถมยังชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน
ก่อนหน้านี้ เธอเคยทำให้พวกเศรษฐีรุ่นสองหลายคนที่ชอบรังแกผู้หญิงต้องเข้าคุกเข้าตะรางมาแล้ว
เพราะมีผู้าุโเฉียวคอยหนุนหลัง จึงไม่มีใครกล้าต่อกร
ตอนนี้ผู้าุโเฉียวเสียแล้ว หลายคนจึงคิดจะเล่นงานเธอ
คนที่นำทัพก็คือคุณชายลู่เย่ รายการวาไรตี้ถ่ายทอดสดครั้งนี้ก็เป็ฝีมือของเขา
เขากับเสิ่นชิงเป็คู่อริกันมานาน ทั้งคู่ต่างก็ไม่ชอบหน้ากัน ความแค้นฝังลึก
ลู่เย่ยกเท้าขึ้นพาดโต๊ะ มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ทั่วทั้งร่างแผ่รังสีเ้าเล่ห์ออกมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาแกว่งไวน์ในมือ ดวงตาคมลึกดูพร่าเลือน ท่าทางไม่ใส่ใจอะไร “เอาละ! มาฉลองกันล่วงหน้าที่รายการ ‘การกลับมาของลูกสาวตัวจริงและลูกสาวตัวปลอม’ ล่วงหน้าเถอะ!”
กลับมาที่เสิ่นชิง เธอออกจากเมืองหางโจวไปแล้ว
พ่อแม่ที่แท้จริงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ั้แ่สิบปีก่อน ตอนนี้ที่บ้านเหลือแค่คุณยาย
ในใจของเสิ่นชิงเต็มไปด้วยความกังวล ไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้ากับญาติที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนอย่างไร
“เฉียวเทียนเอิน ถ้าฉันเจอคุณยายแล้ว... ฉันควรจะพูดอะไรดี? อยู่ ๆ หลานสาวโผล่ไป จะทำให้เธอใไหม?”
เสิ่นชิงประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก
เฉียวเทียนเอินก็เพิ่งเคยเห็นเสิ่นชิงที่ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน แสดงท่าทางแบบนี้ออกมา เขาจึงยิ้มและปลอบเธอว่า “เธอไม่ต้องกังวล ฉันติดต่อคุณยายเธอแล้ว เธอเป็คนที่น่ารักมาก”
หมู่บ้านสุ่ยวาซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึก บนูเามีต้นหงอนไก่สีแดงเพลิงอยู่ทุกหนทุกแห่ง ส่วนเชิงเขาก็เป็ทุ่งนาสีทองผืนใหญ่ เมื่อลมูเาพัดผ่าน ระลอกคลื่นสีทองพลิ้วไหว
ท่ามกลางเสียงกึกก้องของรถแทรกเตอร์ เสิ่นชิงได้พบกับคุณยายตัวเองเป็ครั้งแรก
คุณยายสวมเสื้อแขนสั้นลายดอกไม้ ปากบางคาบบุหรี่ กำลังขับรถไถ มือข้างหนึ่งบังคับพวงมาลัย ดูเท่ไม่น้อย
คุณยายผมขาวขับรถแทรกเตอร์มาไกลกว่าร้อยกิโลเมตร แต่ก็ยังดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง
เสิ่นชิงถึงกับตะลึง นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นคุณยายที่เท่ขนาดนี้
เฉียวเทียนเอินส่ายหัวพลางหัวเราะเบา ๆ “พวกเธอเหมือนกันจริง ๆ”
นี่เป็ครั้งแรกที่เสิ่นชิงนั่งรถแทรกเตอร์ พลางคิดว่ามันแปลกใหม่ดี แต่พอนั่งไปนาน ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวอยากอาเจียน
คุณยายเป็คนช่างพูด ตลอดทางไม่ได้ซักถามอะไรมากมาย ไม่ได้พูดถึงตระกูลเฉียว แต่เล่าเื่สนุก ๆ ในชนบทและเื่พืชผลทางการเกษตรอย่างออกรสออกชาติ
เสิ่นชิงเหมือนหลานสาวที่จากบ้านไปนาน ได้ฟังคำพูดของคุณยายที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน
สำหรับคุณยายที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน เพียงแค่คุยกันไม่กี่ประโยค เสิ่นชิงก็รู้สึกสนิทใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
เธอรู้สึกว่า นี่อาจจะเป็ความรู้สึกของครอบครัว
“ว่าแต่คุณยาย ที่บ้านมีคอมพิวเตอร์ไหม? ฉันว่าจะสมัครสอบ” เสิ่นชิงพูดแทรกขึ้นมาในขณะที่คุณยายกำลังสูบบุหรี่
เธอคิดได้แล้วว่าเธอจะสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยเจิ้งต้า
มหาวิทยาลัยเจิ้งต้ามีคณะนิติศาสตร์อันดับหนึ่งของเมืองหางโจว การสอบเข้าเรียนด้วยตัวเองนั้นยากมาก
แต่มีกฎอยู่ข้อหนึ่งว่า นักศึกษาที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้าได้ด้วยตัวเอง สามารถยื่นขอใบปริญญาได้ภายในหนึ่งสัปดาห์
การจะสมัครสอบราชการได้ ต้องมีใบปริญญาก่อน
เพื่อให้ทันสอบราชการในอีกสามเดือนข้างหน้า ทางเลือกเดียวคือสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้า
เสิ่นชิงก้มหน้าลง ขอแค่เธอสอบติด สัญญานั่นก็เป็แค่เศษกระดาษ
อย่าหวังว่าจะมากำหนดชีวิตเธอได้!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกตัวอีกทีเสิ่นชิงก็กลับบ้านชนบทมาได้เดือนหนึ่งแล้ว
ตอนนี้เธอสามารถขับรถแทรกเตอร์ลุยทุ่งนาได้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางบังคับพวงมาลัยข้างเดียวของเธอนั้นดูดีไม่น้อย
วันนี้ หญิงสาวขับรถแทรกเตอร์ไปเอาพัสดุในเมือง ระหว่างทางก็เจอกับคนกลุ่มหนึ่ง
พวกเขากำลังแบกกล้องและขาตั้งกล้อง เดินลุยโคลน
เสิ่นชิงครุ่นคิด นี่คงเป็ทีมงานรายการที่มาถ่ายทำสินะ?
ในกลุ่มคน ผู้กำกับฮั่นเป็คนนำทีม ะโโวยวาย “ให้ตายสิ โดนส่งมาถ่ายรายการที่ชนบทนี่มันเหมือนโชคร้ายแปดชาติ! ถึงต้องมาถ่ายยัยนกน้อยในกรงทองปลอม ๆ แบบนี้ มีอะไรให้น่าถ่ายนัก?”
“โธ่ ชีวิตคนเราช่างไม่แน่นอน รู้ไหมว่าสมัยก่อน เมื่อก่อนเสิ่นชิงเคยยิ่งใหญ่แค่ไหน ตอนนี้กลับต้องมาโกยขี้หมู” พิธีกรพูดพลางลูบคาง
“แต่ถ้าเสิ่นชิงไม่ยอมให้ความร่วมมือล่ะ เราจะทำยังไงดีล่ะ?”
ผู้กำกับฮั่นยิ้มเหยียด “หึ กล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ ฉันจะเล่นงานให้หนักเลย!”