เรียวปากอุ่นนั้นเลื่อนไล้ลงมาที่ริมฝีปากล่างของหญิงสาว ลิ้นร้อนลากไล้ ดุนดึงเบา ๆ อย่างอ่อนโยน สองมือประคองใบหน้าเรียวไว้อย่างทะนุถนอม พลางซับน้ำตาออกจากแก้มนวล
ััอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนเคยคุ้น ทำให้หญิงสาวล่องลอยดุจกลับไปอยู่ในความฝันเมื่อคืนนี้
‘เตี๋ยเฟิงเอ๋ย เตี๋ยเฟิง ขุดหลุมฝังตัวเองเสียแล้ว เช่นนี้ข้าจะลงมือได้อย่างไร’
เขากระชับอ้อมกอดแน่นเข้า ลูบหลังปลอบประโลมเบา ๆ จนหญิงสาวผล็อยหลับไป ทิ้งให้ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงทางรอดในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าไม่อาจทนเห็นนางถูกทรมานได้ ทั้งยังไม่อาจลงมือปลิดชีพนางได้เช่นกัน
................................
เสียงร้องเรียกของทหารเมื่อนำอาหารมาให้ในตอนรุ่งเช้า ปลุกเฉินฟางเหนียงจากอ้อมกอดอุ่น หญิงสาวเขย่าตัวปลุกชายหนุ่มข้างกาย แต่ไม่มีเสียงตอบ
"คุณ ๆ ท่านอ๋อง นี่ทหาร…ทหาร! ท่านอ๋องเป็อะไรไม่รู้"
ทหารผู้นั้นรีบไขกุญแจเข้ามาอย่างลนลาน ด้วยหวาดหวั่นในโทษภัย ทำไมต้องมาเกิดเหตุอะไรตอนเวรยามเขาด้วยก็ไม่รู้
ทันใดฝ่ามือแกร่งก็ฟันฉับเข้าที่ต้นคอ ส่งให้ทหารลงไปนอนแน่นิ่ง และคว้าเอาดาบที่ข้างเอวไปถือไว้แน่น แม้หญิงสาวจะงุนงงในตอนแรกแต่ก็อดไม่ได้ที่จะต่อว่าเสียหน่อย
"อ้าว แล้วก็ไม่บอกกันก่อน"
"เ้าทำดีมาก"
เขาหันมาตอบเพียงแค่นั้นแล้วรีบออกจากห้องขังไปดูลาดเลา ก่อนจะหันมาส่งสัญญาณให้หญิงสาวตามไป
ดาบพุ่งไปเสียบอกทหารหนึ่งในสองคนที่ยืนคุมประตูคุกใต้ดินอยู่ ซึ่งล้มลงสิ้นใจในทันที ก่อนที่ทหารอีกคนจะได้ทันชักดาบออกมา เตี๋ยเฟิงก็พุ่งตัวออกไปใช้มือฟันฉับเข้าที่ต้นคอ
'โห ร้ายกาจมาก'
เฉินฟางเหนียงแทบจะลืมตัวยกมือขึ้นมาปรบให้ด้วยความประทับใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่เวลา จึงได้แต่วิ่งตามเขาออกจากคุกใต้ดินไป
เตี๋ยเฟิงจัดการทหารที่เฝ้าประตูด้านนอกอีกสองคนอย่างรวดเร็ว แต่หนึ่งในนั้นดันร้องออกมาด้วยความเ็ปก่อนจะสิ้นใจไป เสียงนั้นคงเรียกทหารทั้งจวนออกมาในเวลาไม่นาน
เขาหันมาคว้าเอวหญิงสาวแล้วดีดตัวะโขึ้นไปบนหลังคา ลูกธนูนับสิบพุ่งตามขึ้นมาจากทหารในจวน และเมื่อหันจะโดดออกไปนอกกำแพงก็พบชายชุดดำอีกหลายสิบด้านนอกที่กำลังง้างธนูรอคำสั่งเ้าเมืองชั่ว
“ท่านอ๋องกำลังทำให้กระหม่อมลำบากใจนะพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อสหายข้างในวังสั่งให้สังหารพระองค์ทันที แต่กระหม่อมคิดว่าพระองค์น่าจะฉลาดกว่านี้ ในเมื่อเรามีผลประโยชน์บางอย่างจะเอื้อกันได้"
"ข้าไม่้าต่อรองกับคนชั่วเช่นเ้า"
เ้าเมืองยกมือขึ้นเป็สัญญาณ และธนูทั้งจากสองฟากฝั่งก็หันไปทางเฉินฟางเหนียง
"กระหม่อมขอเพียงตราพยัคฆ์สำหรับเคลื่อนพลจากค่ายของพระองค์เท่านั้น ที่จริงหากกระหม่อมสังหารพระองค์แล้ว อย่างไรก็ต้องได้ตรามาครองอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หากพระองค์จะทรงบอกที่ตั้งของค่ายโจรูเามา"
เ้าเมืองชั่วหันไปมองเฉินฟางเหนียง
"กระหม่อมจะไว้ชีวิตสาวงามของพระองค์"
เมื่อเห็นเตี๋ยเฟิงลังเล หญิงสาวจึงร้องเรียกสติ
"อย่านะ ไอ้หมูชั่วนี่มันบลัฟ ยังไงมันก็ไม่ปล่อยฉันไปหรอก"
แค่นี้เธอก็เป็หนี้ชีวิตคนตั้งสองคนแล้ว จะให้แลกกับชีวิตคนหลายร้อยบนเขาได้อย่างไร ถึงเธอจะไม่ได้กล้าหาญอะไรมากมาย อยู่ตรงนี้เธอก็กลัวจนขาสั่น แต่สิ่งที่เธอกลัวมากกว่าคือการมีชีวิตอยู่โดยแบกความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต สู้ตายเสียตรงนี้ดีกว่า
"ฮ่า ๆ ๆ ในเมื่อเ้าอยากตายนัก ข้าก็จะสนองให้"
เมื่อเ้าเมืองส่งสัญญาณ ลูกธนูหลายสิบจากทั้งสองฝั่งก็พุ่งตรงเข้าหาเฉินฟางเหนียง ชายหนุ่มพุ่งทะยานเข้าไปกอดเธอไว้แน่น ทั้งสองล้มลงบนหลังคา แล้วปล่อยตัวกลิ้งตกลงมาด้านในจวน
เฉินฟางเหนียงลุกขึ้นจากตัวเขาที่รองรับร่างบางของเธอไว้ขณะลงพื้น เขาถูกลูกธนูที่ต้นแขนใกล้กับแผลเดิม กับอีกดอกที่ต้นขา
เ้าเมืองชั่วยกมือส่งสัญญาณขึ้นอีกครั้ง ลูกธนูนับสิบก็พุ่งตรงเข้ามาหวังปลิดชีพคนทั้งคู่ ทันใดนั้นก็มีลูกธนูพุ่งมาจากอีกทิศ ตัดทางลูกธนูที่พุ่งมาจนร่วงลง แต่ก็ไม่ทันธนูดอกหนึ่งที่พุ่งมาปักเข้าหัวไหล่ด้านหลังของเฉินฟางเหนียง
หญิงสาวล้มลงจากแรงที่กระแทกเข้ามาที่ไหล่เล็ก ชีวิตนี้ไม่เคยััความเ็ปเช่นนี้มาก่อน เธอได้ยินเสียงร้องเรียกก่อนสติจะดับวูบลงไป
"ฟางเหนียง!"
เสียงะโราวกับจะขาดใจ พร้อมประคองร่างไร้สตินั้นขึ้น ก่อนจะดึงลูกธนูออกจากไหล่ของนาง โดยไม่สนใจาแจากลูกธนูที่ปักอยู่ต้นแขนต้นขาของตัวเอง
"อารักขาท่านอ๋อง!"
องครักษ์ที่เตี๋ยเฟิงมอบหมายให้ดูแลชาวบ้านบนูเา ได้รับแจ้งข่าวจากอาอี้ที่ควบม้าฝ่าความมืดไปทั้งคืน และกองกำลังจากค่ายพยัคฆ์นับหมื่นก็เข้าล้อมทหารจวนเ้าเมือง และจับกุมชายชุดดำไว้ได้ทั้งหมด
"อุดปากมันไว้ อย่าให้กินยาพิษได้"
เตี๋ยเฟิงร้องสั่งองครักษ์ ซึ่งก็ทันได้จับเป็ชายชุดดำส่วนหนึ่งที่รักตัวกลัวตายลังเลที่จะกัดยาพิษเพื่อปลิดชีพตนเอง
"ตามหมอเร็ว!"
เขาอุ้มหญิงสาวเข้าไปในเรือนใกล้ ๆ ก่อนจะวางลงบนเตียงอย่างแ่เบา
"คารวะท่านอ๋อง"
หมอจากจวนเ้าเมืองที่ยังใกับสถานการณ์ ลนลานจนทำตัวไม่ถูก
"เ้าไปดูนางก่อน"
เมื่อสิ้นเสียงเขาก็กระอักเืออกมา เืนั้นแดงคล้ำจนเกือบจะเป็สีดำ
'ลูกธนูอาบยาพิษ!'