ชายวัยกลางคนเดินมาหาเติ้งถิงถิงพร้อมกับโค้งเคารพเธออย่างนอบน้อม
“คุณเติ้งถิงถิงใช่มั๊ยครับ”ผู้จัดการร้านเอ่ยถามเธอด้วยความสุภาพ
“ใช่ค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นเชิญคุณเติ้งถิงถิงเลือกเสื้อผ้าที่ถูกใจได้ตามสบายเลยนะครับเสื้อผ้าที่อยู่ในร้านเป็ของคุณทั้งหมด”ผู้จัดการร้านพูดขึ้นก่อนจะเหลือบไปมองชุดสีขาวที่อยู่ในมือของหลี่จินซี
“อ่อคุณผู้หญิงผมต้องขอชุดนั้นคืนด้วยครับเพราะชุดนั้นเป็ของคุณเติ้งถิงถิงเพียงคนเดียว”เขาพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบชุดนั่นคืนมาจากหลี่จินซีในทันที
เสี่ยวจุ้นเหอที่เห็นอย่างนั้นเขาก็รู้สึกโมโหเป็อย่างมาก
“จะมากไปแล้วนะนี่คุณรู้มั๊ยว่าคุณหลี่จินซีเป็ใครเธอเป็ลูกสาวคนเดียวของท่านนายพลหลี่จ้วนซุนเลยนะ”
“แล้วยังไงกันเหรอครับ”ผู้จัดการร้านถามขึ้นพร้อมกับมองหน้าเสี่ยวจุ้นเหออย่างไม่สะทกสะท้าน
“นี่คุณคุณอยากตกงานอีกคนงั้นเหรออ่อไม่ใช่แค่คุณจะตกงานนะแต่ห้างนี้อาจจะถูกสั่งปิดไปเลยก็ได้”เสี่ยวจุ้นเหอพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“ใช่ฉันจะให้คุณพ่อสั่งปิดห้างนี้เลยคอยดู”หลี่จินซีพูดเสริม
ผู้จัดการร้านยกมุมปากขึ้นเบาๆ
“คุณมั่นใจเหรอครับว่าจะทำอย่างนั้นได้”
“หึมั่นใจสิที่นี่คุณพ่อของฉันเป็ใหญ่ที่สุด”
“เธอมั่นใจขนาดนั้นเลยงั้นเหรอว่าพ่อของเธอจะสามารถปิดห้างของฉันได้”น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ทุกคนต่างหันไปมองเ้าของเสียงนั้นพร้อมๆกันเป็ตาเดียว
“ท่านประธานไป๋”ผู้จัดการร้านพูดขึ้นพร้อมกับโค้งตัวลงอย่างนอบน้อม
สองสามีภรรยามองดูชายที่นั่งอยู่บนรถเข็นพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปากราวกับอยากหัวเราะ
“นี่นะเหรอเ้าของห้างนี้ฮ่าฮ่าฮ่าก็แค่ไอ้คนพิการถ้าเดาไม่ผิดคงจะเป็สามีของผู้หญิงขอทานนั่นสินะ”เสี่ยวจุ้นเหอพูดขึ้นด้วยความเหยียดหยามพลางปรายหางตาก็ชำเลืองมองไปยังเติ้งถิงถิงอย่างไม่พอใจ
ไป๋หลี่จวินแสยะยิ้มมุมปากเบาๆ
“แล้วคุณคิดว่าไอ้คนพิการอย่างผมสามารถทำให้คุณหมดตัวได้รึเปล่าล่ะ”
“หึน้ำหน้าอย่างแกมีปัญญาทำให้สามีฉันหมดตัวงั้นเหรอ”เธอพูดขึ้นอย่างท้าทาย
ไป๋หลี่จวินปรายหางตาอันเ็าขึ้นมองหลี่จินซีราวกับไม่พอใจก่อนจะสั่งให้คนไปตามนายพลหลี่จ้วนซุนมาพบเขาด่วน
“ถ้าเธออยากรู้ว่าฉันมีปัญญามั๊ยเดี๋ยวรอพ่อของเธอมาก็จะรู้เอง”
หลี่จินซีและเสี่ยวจุ้นเหอต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจไม่นานนักนายพลหลี่จ้วนซุนก็มาถึงเขารีบเข้าไปหาไป๋หลี่จวินพร้อมกับแสดงท่าทางที่อ่อนน้อมในทันที
“คุณชายไป๋กระผมต้องขอโทษที่ทำให้คุณชายต้องรอนานพอคนของคุณชายบอกว่าคุณชาย้าพบผมก็รีบมาในทันทีเลยครับ”
ไป๋หลี่จวินยกยิ้มมุมปากให้กับนายพลหลี่จ้วนซุน
“เป็ยังไงบ้างตำแหน่งที่ผมให้มันทำให้คุณมีอำนาจมากขนาดนั้นเลยเชียวเหรอ”
เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสสัยก่อนจะเผยยิ้มอย่างเขียมตัว
“โธ่คุณชายไม่เลยครับผมก็ยังเป็หลี่จ้วนซุนคนเดิมคนที่คอยติดตามรับใช้ท่านเศรษฐีไป๋คุณพ่อของคุณชายอยู่เหมือนเดิมแม้ตอนนี้ผมจะมีตำแหน่งเป็ถึงนายพลแต่ผมก็ไม่เคยลืมว่าตำแหน่งที่ผมได้มาเป็เพราะใคร”
ไป๋หลี่จวินหันไปยิ้มเยาะให้หลี่จินซีและเสี่ยวจุ้นเหอ
“งั้นเหรอแต่ผมได้ยินใครบางคนบอกผมว่าท่านนายพลหลี่จ้วนซุนสามารถสั่งปิดห้างของผมได้”
“ใครกันครับที่พูดอย่างนั้นผมจะกล้าปิดห้างของคุณชายผู้ที่มีบุญคุณกับผมได้ยังไงกัน”
“ก็ลูกสาวกับลูกเขยของคุณยังไงล่ะที่พูดอย่างนั้นคงจะเห็นว่าผมพิการถึงได้พูดจาเหยียดหยามถึงขนาดนี้”
หลี่จ้วนซุนหันไปมองหน้าบุตรสาวและบุตรเขยด้วยแววตาที่ตำหนิก่อนจะหันมายิ้มประจบไป๋หลี่จวิน
“คุณชายไป๋อย่าถือสาทั้งสองเลยนะครับ”
“หึผมก็ไม่อยากถือสานักหรอกแต่คุณก็คงรู้ดีว่าคนอย่างไป๋หลี่จวินไม่เคยมีใครกล้าหยามเกียรติและภรรยาที่รักของผมก็ไม่ควรถูกคนอื่นหยามเกียรติด้วยเช่นกัน”
นายพลหลี่จ้วนซุนที่ได้เห็นสายตาเ็าของไป๋หลี่จวินเขาก็ถึงกับขนลุกซู่ขึ้นในทันทีก่อนจะหันไปมองหน้าของบุตรสาวและบุตรเขย
“เธอทั้งสองมัวยืนบื้ออะไรอยู่รีบมาขอโทษคุณชายไป๋หลี่จวินกับภรรยาของคุณชายซะสิอยากให้พ่อหลุดจากตำแหน่งหรือยังไงกัน”เขารีบบอกทั้งสอง
หลี่จินซีและเสี่ยวจุ้นเหอที่ยังคงงงๆอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เมื่อเป็คำสั่งของนายพลหลี่จ้วนซุนพวกเขาจึงรีบทำตามในทันที