บทที่ 29 สามีภรรยาพูดคุยกันยามค่ำคืน (2)
เฮ่อจือหร่านเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ในวันนี้บิดายังลอบส่งจดหมายฉบับหนึ่งใส่มือโม่จิ่วเยี่ย
เนื่องจากจดหมายฉบับนั้นเป็ของเขา นางไม่ได้มีนิสัยชอบล่วงรู้ความลับของผู้อื่น ถึงแม้จะอยากรู้ว่าด้านในเขียนอะไรไว้ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไปโดยตรง
แต่โม่จิ่วเยี่ยกล่าวถึงจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าเขาไม่ได้จงใจจะปิดบังเนื้อหากับนาง
“ในจดหมายเขียนไว้สั้น ๆ ว่า ท่านพ่อตาจะรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้า และช่วยลบล้างมลทิน ทั้งยังหวังว่าข้าจะปฏิบัติต่อเ้าเป็อย่างดีด้วย”
“เพียงแค่นี้เองหรือ” เฮ่อจือหร่านถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
โม่จิ่วเยี่ยตอบกลับอย่างมั่นใจ “อืม มีเพียงเท่านี้”
เฮ่อจือหร่านจมตกสู่ห้วงความคิดอีกครั้ง
หลังจากบิดามารดามาส่งในวันนี้ สิ่งแรกที่นางนึกถึงคือสถานการณ์ของบิดาในราชสำนัก
เฮ่อเยวียนิเป็พ่อตาของโม่จิ่วเยี่ย องค์จักรพรรดิจะไม่พานโกรธเคืองไปถึงเขาด้วยหรือ
หากเป็เช่นนั้นจริง ๆ วันข้างหน้าเฮ่อเยวียนิก็คงไม่ต่างไปจากมดบนเขียงไม้ ที่อาจถูกจักรพรรดิซุ่นอู่เหยียบย่ำจนตายเมื่อใดก็ได้
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านกำลังครุ่นคิด โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ท่านพ่อตาเป็ขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริต หน้าที่ต่าง ๆ ล้วนจัดการอย่างเรียบร้อย องค์จักรพรรดิคงไม่คิดจะเสียขุนนางที่มีความสามารถเช่นนี้ไป ดังนั้นเ้าไม่ต้องกังวลมากนัก”
ด้วยคำพูดของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงคลายความกังวลลงบ้าง
“ยามนี้ก็ดึกมากแล้ว เ้านอนเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องเดินทางต่อ” โม่จิ่วเยี่ยเป็ห่วงว่าร่างกายของหญิงสาวจะทนไม่ไหว
เป็เพราะพูดคุยกันมานานและยังใช้สมองขบคิดเื่มากมาย เฮ่อจือหร่านจึงเริ่มง่วงงุนบ้างแล้ว
“ได้ ท่านก็รีบพักผ่อนเถอะ”
นางคิดว่าเมื่อหลับตาลงแล้วจะหลับไป แต่เฮ่อจือหร่านยังคงพลิกตัวไปมา แม้จะรู้สึกง่วง แต่ก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับได้
พื้นที่บนเกวียนไม้ไม่ได้กว้างขวาง ร่างกายของนางกับโม่จิ่วเยี่ยจึงเกือบแนบชิดเบียดกัน
การรับรู้ถึงอุณหภูมิของกันและกัน ไม่ได้ส่งผลกับเฮ่อจือหร่านเท่านั้น กระทั่งโม่จิ่วเยี่ยก็ยังนอนไม่หลับ
เขาััได้ว่าจังหวะลมหายใจเข้าออกของนางไม่สม่ำเสมอ โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งเสียงแ่เบา
“การแกล้งหมดสติไม่ใช่วิธีที่ทำได้ตลอด ข้าตั้งใจจะรอจังหวะตื่นขึ้นมาหลังจากพวกเราออกจากเขตของเมืองหลวง”
“เื่นี้ท่านตัดสินใจเองเถอะ” เฮ่อจือหร่านตอบอย่างคลุมเครือ
ความจริงแล้ว ขณะกล่าวประโยคนั้น โม่จิ่วเยี่ยมีเจตนาแอบแฝง
สตรีคนนี้สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจวนฮู่กั๋วกงจะถูกยึดทรัพย์และเนรเทศ ไม่แน่ว่านางอาจจะรู้เื่อื่น ๆ อีกก็เป็ได้
เขาพูดเช่นนั้นไปก็เพื่อจะล้วงความลับจากเฮ่อจือหร่าน
แต่อีกฝ่ายกลับบอกให้เขาตัดสินใจเอง
และไม่ได้เอ่ยเื่อะไรที่ชายหนุ่มไม่รู้
“เ้าไม่สงสัยเลยหรือว่าเหตุใดข้าถึงตั้งใจจะรอจนออกไปเขตเมืองหลวงก่อนจึงค่อยฟื้น”
“ข้าคิดว่าท่านคงกังวลว่าองค์จักรพรรดิจะจับตามองอยู่”
เฮ่อจือหร่านคิดเช่นนั้น หากจักรพรรดิซุ่นอู่้ากำจัดโม่จิ่วเยี่ยถึงขนาดอยากฆ่าเขาให้ตายในคืนก่อนที่จะประกาศลงโทษคนสกุลโม่ขนาดนี้ แล้วจะปล่อยโอกาสให้เขารอดไปถึงซีเป่ยได้อย่างไร
แต่ถ้าโม่จิ่วเยี่ยหมดสติ เื่ราวก็จะต่างออกไป
หากจักรพรรดิซุ่นอู่ส่งสายลับมาคอยสังเกตการณ์อย่างลับ ๆ และพบว่าเขายังคงหมดสติอยู่ ย่อมบ่งบอกว่าอาการาเ็ของเขารุนแรงมาก
ในสถานการณ์เช่นนี้ โอกาสที่จะรอดชีวิตระหว่างการถูกเนรเทศก็เหลือน้อยเต็มทน
จักรพรรดิซุ่นอู่อาจจะปล่อยให้เขาเป็ไปตามยถากรรม และทำให้การเนรเทศของพวกเขาจะมีอุปสรรคน้อยลง
แน่นอนว่าหากองค์จักรพรรดิไม่ทำตามแผนที่วางเอาไว้ ก็ไม่แน่ว่าพระองค์อาจส่งคนมาสังหารระหว่างทางในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยยังหมดสติอยู่
บางทีจุดประสงค์ของโม่จิ่วเยี่ยอาจเพื่อเป็การหลีกเลี่ยงเคราะห์กรรม
การคาดเดาของเฮ่อจือหร่านทั้งหมดนั้นตรงกับความคิดของโม่จิ่วเยี่ยอย่างสมบูรณ์
“หากมีเพียงข้าคนเดียวก็ยังรับมือไหว การหลบหนีออกจากที่นี่ไม่ใช่เื่ยาก และตัวตนของเขายังหายไปได้ตลอดกาล แต่คนสกุลโม่มีสตรีมากเกินไป ข้าไม่กล้ารับประกันว่าจะดูแลพวกนางได้ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าพี่สะใภ้และครอบครัวของนางอยู่ในเมืองหลวง หากข้าพาพวกนางหนีไป ครอบครัวของพวกนางในเมืองหลวงก็อาจได้รับผลกระทบ อีกทั้งข้ายังรู้สึกผิดต่อเ้ามาก เพิ่งแต่งเข้าสกุลโม่มาก็ต้องถูกเนรเทศมากับข้าด้วย เดิมทีมารดาข้าและพวกพี่สะใภ้ก็น่าสงสารมากพอแล้ว ยังต้องมาทนทุกข์เช่นนี้อีก”
คำพูดที่ออกมาจากใจของเขา เห็นชัดว่าโม่จิ่วเยี่ยเริ่มเชื่อใจนางมากขึ้นแล้ว
เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกสิ้นหวังของโม่จิ่วเยี่ย
ถ้าอย่างไรนางก็เห็นกับตาแล้วว่าวรยุทธ์ของเขาเก่งกาจเพียงใด การหลบหนีไปจากสายตาของเหล่าเ้าหน้าที่ถือว่าเป็เื่ง่ายดายสำหรับเขา
สิ่งนี้บ่งบอกว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว
“เื่มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่พวกเราต้องทำคือปกป้องครอบครัวและตัวเอง เป้าหมายแรกคือเดินทางไปถึงซีเป่ยได้อย่างปลอดภัย”
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังในประวัติศาสตร์ เฮ่อจือหร่านไม่ได้กล่าวถึง
เพราะการมาของนางได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับจำนวนครั้งที่โม่จิ่วเยี่ยถูกโบยแล้ว
นางเชื่อว่าประวัติศาสตร์มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการทะลุทุมิติมาของนาง
ก่อนหน้านี้โม่จิ่วเยี่ยกำลังรู้สึกหมดหวัง เขาไม่กล้ารับประกันว่าทุกคนในครอบครัวจะเดินทางไปถึงซีเป่ยได้อย่างปลอดภัย
แต่หลังจากได้ฟังคำพูดของเฮ่อจือหร่าน เขารู้สึกมั่นใจขึ้นเป็ทวีคูณ
เขาเป็ชายชาตรีที่กล้าหาญ เป็ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของสกุลโม่
หากแม้แต่เขายังคิดจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามชะตากรรม เช่นนั้นมารดา ภรรยา น้องสาว และเหล่าพี่สะใภ้ของเขาจะทำอย่างไร
เขาต้องเข้มแข็งและพร้อมเผชิญหน้ากับความยากลำบากในอนาค
“ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตรอด”
อาจเป็เพราะเนื้อหาบทสนทนาระหว่างพวกเขาตึงเครียดมากเกินไป จึงทำให้เฮ่อจือหร่านถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้สำเร็จ
ตอนนี้นางลืมไปแล้วว่าตนกำลังนอนอยู่ข้าง ๆ บุรุษผู้หนึ่ง
คนทั้งสองพูดคุยกันเกี่ยวกับแผนการในอนาคต ก่อนเฮ่อจือหร่านจะผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอจากนาง เขาจึงห่มผ้าให้นางอย่างเอาใจใส่ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง
แม้เฮ่อจือหร่านจะหลับไปแล้ว แต่นิสัยตื่นเช้าจากชาติก่อนของนางก็ยังไม่หายไป
นางตื่นขึ้นมาก่อนท้องฟ้าจะสว่าง
ขณะที่คนอื่น ๆ ยังคงหลับอยู่ นางก็เก็บผ้าห่มที่ใช้คลุมตัวนางกับโม่จิ่วเยี่ย
ชายหนุ่มหลับสบายตลอดทั้งคืน เมื่อรู้สึกว่าผ้าห่มหายไปจากตัว เขาก็รู้ว่าเฮ่อจือหร่านกำลังจะลุกนั่ง
หญิงสาวมองไปรอบ ๆ เห็นทุกคนกำลังหลับใหล กระทั่งเ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้ายามอยู่ก็ไม่ตื่นตัวเหมือน่กลางดึก
นางหยิบหมั่นโถวขาวสองลูก เนื้อวัวตุ๋นซอสอีกเล็กน้อย และถุงน้ำส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
“ตอนนี้ทุกคนยังไม่ตื่น ท่านแอบไปกินอะไรก่อนเถอะ”
“ได้” โม่จิ่วเยี่ยตอบรับ รีบคว้าอาหารแล้วะโลงจากเกวียน
ไม่นานหลังจากโม่จิ่วเยี่ยจัดการทุกอย่างเสร็จและกลับมาแล้ว คนอื่น ๆ ก็เริ่มตื่นนอน
เ้าหน้าที่เริ่มแจกหมั่นโถวหยาบอีกครั้ง
ทุกคนมองหมั่นโถวหยาบที่แข็งราวกับหิน สีหน้าบอกความทุกข์ใจอย่างสุดแสน
แต่เพื่อความอยู่รอด จึงต้องกัดฟันกลืนมันลงไป
ส่วนการปฏิบัติของเ้าหน้าที่กับคนสกุลโม่นั้นแตกต่างออกไป
โจวเหล่าปาบอกว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะให้หมั่นโถวขาวแก่พวกนางอีกเล็กน้อย
คำพูดของเขาเชื่อถือได้ เพราะเขาจัดการแบ่งหมั่นโถวขาวไว้ให้เหล่าเ้าหน้าที่เพียงพอจนไปถึงอำเภออวิ๋นหลาย และส่วนที่เหลือทั้งหมดเขาก็นำมาให้คนสกุลโม่ทาน
สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือโจวเหล่าปาให้หมั่นโถวขาวแก่คนสกุลโม่ ไม่ใช่เพราะเขากับเผิงวั่งซาบซึ้งในบุญคุณที่เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตไว้
แต่สาเหตุที่แท้จริงคือ พวกเขาทำผิดพลาดในการเดินทางครั้งนี้
เพราะก่อนออกเดินทางทุกครั้ง พวกเขามักเตรียมหมั่นโถวสองชนิดไว้ หมั่นโถวหยาบมีไว้สำหรับแจกจ่าย ส่วนหมั่นโถวขาวใช้สำหรับหาเงินเล็กน้อยกับบรรดานักโทษ
พิเศษ !! มีตอนนำที่ www.enjoybook.co