ั้แ่วันนั้นที่ฉีหวังโม่ติดตามองค์รัชทายาทไปยังต่างแคว้นนี้ก็ครบกำหนดกลับมาเมืองหลวงแล้ว โหลวอี้หยางมิได้ตื่นเต้นหรือหวาดกลัวอันใดเกี่ยวกับการกลับมาครั้งนี้ของฉีหวังโม่สักนิด อยากจะรู้เสียเหลือเกินว่าเขาจะหลงใหลในตัวอนุนางนั้นเท่าภพก่อนหรือไม่ ยังอยากจะตบแต่งนางเป็ภรรยาจวนฉีอีกหรือไม่ ถ้ากล้าให้นางแต่งก็รับความแค้นที่นางมีจากภพก่อนกลับไปให้หมด
"ลูกแม่ ยามนี้คุณชายฉีหวังโม่กลับมาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะให้เ้าออกเรือนทันทีหรือรอต่อไปอีก"
"ปล่อยให้เขาตัดสินไปก่อนเ้าค่ะ"
"เ้าเตรียมตัวพร้อมถึงเพียงนี้แล้วถึงจะไม่ชอบวิธีการบังคับของเขา แต่ต่อไปก็ต้องใช้ชีวิตร่วมกันตลอดชีวิต"
"ท่านแม่ ไม่จำเป็ต้องอยู่ร่วมกันตลอดชีวิตก็ได้เ้าค่ะ"
"เราเป็หญิงอย่างไรก็ต้องพึ่งพาสามี"
"ท่านแม่ชีวิตหนึ่งของข้า ข้าจะเสียเวลาให้ผู้อื่นไปทั้งหมดอีกไม่ได้แล้ว ข้ารู้ว่าท่านรักข้าแต่การแต่งงานสำหรับข้าไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายของชีวิต ข้าจะหย่าหรือจะมีสามีใหม่หรือจะออกบวชนั้นก็เป็อีกทางเลือกของข้า"
"อี้หยางเ้าอย่าพูดเช่นนั้น ลูกสาวแม่ต้องไม่มีชีวิตเช่นนั้น แม่จะช่วยเหลือเ้าตลอดไป"
"ความรักความห่วยใยจากท่านข้าจะรับไว้แต่ข้าไม่อยากให้ท่านต้องลำบากมากมายกับข้าอีกแล้ว"
"แม่ไม่ลำบากสักนิด ดูพูดเข้า พูดเช่นนี้แม่รู้สึกว่าเ้าเติบโตมากขึ้นเสียแล้ว"
โหลวอี้หยางไม่ได้กล่าวตอบมารดาตนเองอีกเพียงส่งยิ้มอบอุ่นไปให้เท่านั้น
"ฮูหยินขอรับคนของสกุลฉีมาขอพบขอรับ"
"เชิญเข้ามาเถอะ"
"ขอรับ"
ฮูหยินโหลวและโหลวอี้หยางนั่งรอคนของสกุลฉีเข้ามาสักพักก็พบบ่าวชายของสกุลฉี
"คารวะฮูหยินโหลว คารวะคุณหนูโหลวขอรับ"
"อืม"
ฮูหยินโหลวรับคำคนผู้นั้นแล้วฟังเขากล่าวต่อ
"ข้ามาขอส่งข่าวขอรับสกุลฉีมีการกำหนดวันแต่งงานของคุณชายฉีหวังโม่และคุณหนูโหลวอี้หยางแล้วอีกหนึ่งเดือนคงจะเป็การดียิ่ง"
"เหตุใดเร็วปานนี้"
"ไม่เร็วนะขอรับ คุณหนูโหลวก็อายุได้สิบหกปีแล้ว ควรแก่การออกเรือนยิ่ง ยิ่งกำหนดเป็เดือนหน้า คุณชายฉีมองเห็นถึงเื่นี้จึงอยากตบแต่งกับคุณหนูโหลวให้เร็วที่สุดขอรับ"
"เช่นนั้นก็ได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี"
โหลวอี้หยางกล่าวออกมาพร้อมส่งสายตามีรอยยิ้มร้ายกาจส่งไปให้ทันที
คนส่งข่าวสกุลฉีเห็นสายตากับรอยยิ้มนั้นของโหลวอี้หยางไม่รู้เหตุใดขนหลังลุกชันขึ้นมาทันที
"แจ้งกำหนดการเรียบร้อยแล้ว เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวกลับก่อน"
เนื่องจากสายตาของคุณหนูโหลวท่านนี้ทำให้เขาไม่อยากอยู่ที่นี่นานอีกต่อไป
"เช่นนั้นก็ไปเถอะ"
"ขอรับ"
ฮูหยินโหลวอนุญาตให้เขาจากไปได้โดยไม่รั้งรอเพราะตนจะคุยกับลูกสาวของตนต่อแล้ว
"อี้หยาง เห็นหรือไม่แม่พึ่งกล่าวไปว่าคุณชายฉี้าตบแต่งกับเ้าทันที เช่นนั้นเ้าจะเตรียมตัวทันหรือไม่ ตลอดมาแม่ไม่เห็นเ้าเตรียมตัวใดเกี่ยวกับตนเองให้พร้อมเลยผิวพรรณต้องรีบบำรุงแล้วั้แ่ตอนนี้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้แม่เตรียมให้เ้าพร้อมแล้ว เหลือแต่ร่างกายเ้านี่แหละ ต้องบำรุงได้แล้ว"
"ท่านแม่ปล่อยให้เป็ไปอย่างที่ควรเถอะเ้าค่ะ ไม่ต้องบำรุงอันใดมาก รอวันออกเรือนก็พอ ข้าไม่ได้รู้สึกกังวลอันใดถึงเพียงนั้น"
"เ้าไม่กังวลแต่แม่กังวลแล้ว แม่จะไปเตรียมการก่อน แม่ไปก่อนล่ะ"
ฮูหยินโหลวกล่าวออกมาด้วยความร้อนรนใจยิ่งนึกถึงว่าบุตรสาวตนจะออกเรือนแล้วตนจะต้องจัดการให้อย่างครบถ้วนให้น้อยหน้าผู้ใดไม่ได้
โหลวอี้หยางไม่ได้ร้อนรนตามมารดาตนเองเพียงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่งในหัวก็มีภาพเหตุการณ์ต่างๆในภพก่อนนางมีเื่จะเอาคืนคนในจวนฉีเยอะเลยทีเดียว คิดได้ดังนี้มุมปากก็ยกขึ้นยิ้มอย่างร้ายกาจ